เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 451 เปิดบ้านรบ “ทัพซามูไร”

บทที่ 451 เปิดบ้านรบ “ทัพซามูไร”

บทที่ 451 เปิดบ้านรบ “ทัพซามูไร”


ประตูของซูเหว่ยเปรียบเสมือนตะปูตอกฝาโลงเกมนี้อย่างสมบูรณ์

ตามหลัง 2–0 แข้งซาอุฯ ถอดใจกันถ้วนหน้า

หลังเขี่ยบอลเริ่มเล่นใหม่ เกมรุกของเจ้าถิ่นแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด ความฮึกเหิมมลายหายไปจนหมดสิ้น

ผ่านไปอีกไม่กี่นาที เสียงนกหวีดหมดเวลาก็ดังขึ้น... ทีมชาติฮ่องกงบุกมาคว้าชัยเหนือซาอุดีอาระเบีย 2–0 เก็บ 3 แต้มสำคัญได้ถึงถิ่นริยาด!

ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมกอดกันกลมด้วยความดีใจ

บนอัฒจันทร์ แฟนบอลแดนมังกรที่ดั้นด้นมาเชียร์ต่างกระโดดโลดเต้นส่งเสียงเชียร์กึกก้อง

หลังจบเกม สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ประกาศให้ ซูเหว่ย ที่เหมาคนเดียวสองประตู คว้ารางวัล “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ไปครอง

ในงานแถลงข่าว แกรี่ ไวต์ กล่าวชื่นชมลูกทีมคนเก่งไม่ขาดปาก

“ต้องขอบคุณกัปตันทีมของเราครับ สองประตูของเขาการันตี 3 แต้มให้เรา อากาศที่นี่ร้อนนรกแตก ช่วงท้ายเกมผู้เล่นเราหลายคนสภาพร่างกายแย่มาก...”

พูดถึงตรงนี้ แกรี่ ไวต์ อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมผู้ตัดสิน

“ทดเวลาบาดเจ็บ 7 นาทีนั่นมันเหลือเชื่อจริงๆ ครับ แต่โชคดีที่เราต้านทานแรงกดดันไว้ได้ เกมนี้มันหินสุดๆ เลยครับ!”

เกมนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

หลังจบเกม นักเตะฮ่องกงกลับเข้าห้องแต่งตัว

11 ตัวจริงสภาพดูไม่ได้ แต่ละคนหมดสภาพราวกับเพิ่งไปรบมา

แม้แต่ซูเหว่ย พอถึงห้องแต่งตัวก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หอบหายใจหนักหน่วง

พักจนหายเหนื่อยเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกคนจึงเก็บของออกจากสนามกลับโรงแรม

ถึงห้องพัก ซูเหว่ยได้รับโทรศัพท์แสดงความยินดีหลายสาย

จังหวะนั้นสตาฟฟ์โค้ชมาเคาะประตูแจ้งว่า... ทีมจะบินกลับฮ่องกงคืนนี้ทันที!

สตาฟฟ์อธิบายว่าเป็นคำสั่งของ แกรี่ ไวต์ ที่ต้องการให้ลูกทีมกลับไปพักผ่อนและเตรียมตัวให้เร็วที่สุด

ซูเหว่ยเข้าใจดีว่าทำไมโค้ชถึงรีบร้อนขนาดนี้

เพราะอีก 4 วันข้างหน้า... ทีมชาติฮ่องกงจะต้องเปิดบ้านทำศึกนัดสำคัญกับ ทีมชาติญี่ปุ่น (ทัพซามูไร)

นี่จะเป็นงานหนักอึ้งอีกนัด ทีมต้องรีบกลับไปเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด

ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมเก็บกระเป๋า ขึ้นเครื่องบินเหมาลำเดินทางกลับฮ่องกงในคืนนั้นเลย

ระหว่างที่ขุนพลฮ่องกงกำลังเดินทางกลับ ผลการแข่งขันอีก 2 คู่ในกลุ่ม A ก็ทยอยจบลง

คู่แรก อิหร่าน เปิดบ้านทุบ อุซเบกิสถาน 3–1

คู่ต่อมา ญี่ปุ่น เปิดบ้านถล่ม ไทย ขาดลอย 3–0

จบนัดที่ 3 สถานการณ์กลุ่ม A เป็นดังนี้:

อันดับ 1: ฮ่องกง (ชนะรวด 3 นัด, 9 คะแนน)

อันดับ 2: อิหร่าน (ชนะ 2 เสมอ 1, 7 คะแนน, ประตูได้เสียดีกว่า)

อันดับ 3: ญี่ปุ่น (ชนะ 2 เสมอ 1, 7 คะแนน)

อันดับ 4: ซาอุดีอาระเบีย (เสมอ 1 แพ้ 2, 1 คะแนน)

อันดับ 5: อุซเบกิสถาน (เสมอ 1 แพ้ 2, 1 คะแนน)

อันดับ 6: ไทย (แพ้รวด 3 นัด, 0 คะแนน)

โปรแกรมนัดถัดไป ฮ่องกง เปิดบ้านพบ ญี่ปุ่น, อุซเบกิสถาน เปิดบ้านพบ ไทย และ ซาอุดีอาระเบีย เปิดบ้านพบ อิหร่าน

ผ่านไป 3 นัด สถานการณ์เริ่มแบ่งกลุ่มชัดเจน

ซาอุฯ, อุซเบฯ และไทย แต้มตามหลังกลุ่มผู้นำถึง 2 นัด โอกาสเข้ารอบเริ่มริบหรี่

ส่วน ฮ่องกง, อิหร่าน และญี่ปุ่น คะแนนเกาะกลุ่มกันแน่น... ตั๋วเข้ารอบ 2 ใบจากกลุ่มนี้ น่าจะตัดสินกันที่ 3 ทีมนี้แหละ

หลังบินยาวกว่า 7 ชั่วโมง ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมก็ถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกง

ซูเหว่ยหลับมาเต็มอิ่มบนเครื่อง พอลงจากเครื่องก็สดชื่นเต็มที่

ที่โถงผู้โดยสารขาเข้า กองทัพนักข่าวและแฟนบอลจำนวนมหาศาลมารรอรับ

ทันทีที่เห็นนักเตะฮ่องกงเดินออกมา เสียงกรี๊ดและแสงแฟลชวูบวาบไปทั่วบริเวณ

โดยเฉพาะตอนซูเหว่ยเดินออกมา ทุกคนยิ่งแตกตื่น

“ซูเหว่ย! ซูเหว่ย! ซูเหว่ย!”

แม้จะมีรั้วกั้นและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยกัน แต่แฟนบอลนับไม่ถ้วนพยายามเบียดเสียดเข้ามายื่นเสื้อให้เซ็น

ซูเหว่ยผู้ตามใจแฟนคลับเสมอ เดินเข้าไปหา แจกลายเซ็นให้ทุกคนอย่างเป็นกันเอง

แฟนบอลคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

“ซูเหว่ย! อีกไม่กี่วันต้องชนะพวกยุ่นให้ได้นะ!”

ซูเหว่ยยิ้มตอบ

“ต้องชนะแน่นอนครับ... แพ้ใครก็ได้ แต่แพ้พวกญี่ปุ่นไม่ได้เด็ดขาด!”

คำพูดนี้ซูเหว่ยใส่ความรู้สึกส่วนตัวลงไปเต็มเปี่ยม

ไม่ใช่ว่าญี่ปุ่นอ่อน... ตรงกันข้าม ตอนนี้ทีมชาติญี่ปุ่นรั้งอันดับ 43 ของโลก เป็นเบอร์ 3 ของเอเชีย รองจากอิหร่านและเกาหลีใต้เท่านั้น

นัดแรกพวกเขาก็บุกไปเสมออิหร่านถึงถิ่น 1–1

วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ ศักยภาพญี่ปุ่นเหนือกว่าฮ่องกงแน่นอน

นัดนี้จะเป็นบททดสอบที่แท้จริงของฮ่องกง... และทางฝั่งญี่ปุ่นเองก็ให้ความสำคัญกับเกมนี้มากเช่นกัน

หนึ่งวันถัดมา ทัพนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นเดินทางถึงฮ่องกงด้วยเครื่องบินเหมาลำ

คราวนี้พวกเขาขนผู้เล่นชุดใหญ่มาเต็มอัตราศึก ไม่มีกั๊ก

นำทัพมาโดย ยูโตะ นากาโตโมะ แบ็กซ้ายจากอินเตอร์ มิลาน, มายะ โยชิดะ กองหลังจากเซาแธมป์ตัน และ ชินจิ โอกาซากิ กองหน้าจากเลสเตอร์ ซิตี้

และคนที่ดังที่สุด ชินจิ คางาวะ เพลย์เมกเกอร์จากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ไลน์อัพญี่ปุ่นชุดนี้แข็งแกร่งมาก สามารถจัดตัวจริงเป็น “นักเตะค้าแข้งยุโรป” ได้ทั้งทีม!

ในงานแถลงข่าวก่อนเกม วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช กุนซือชาวบอสเนียผมขาวโพลนหน้าตาคล้ายไอน์สไตน์ ประกาศก้องด้วยความมั่นใจ

“เรามาที่นี่เพื่อ 3 แต้ม เป้าหมายของเราคือไปฟุตบอลโลก!”

นักข่าวถาม

“เราทราบดีว่าซูเหว่ยคือหัวใจสำคัญของฮ่องกง นัดล่าสุดเขายิง 2 ประตูพาทีมชนะซาอุฯ... เกมพรุ่งนี้คุณมีแผนหยุดเขาอย่างไรครับ?”

กุนซือบอสเนียตอบสั้นๆ สองคำ

“ทีมเวิร์ก!”

กลัวนักข่าวไม่เข้าใจ เขาขยายความต่อ

“ฟุตบอลเป็นกีฬาประเภททีม เกมพรุ่งนี้เราจะเอาชนะคู่แข่งด้วยระบบทีมเวิร์กของเราครับ”

ฝั่ง แกรี่ ไวต์ ก็ให้สัมภาษณ์เช่นกัน

เทียบกับความมั่นใจของฮาลิลฮอดซิชแล้ว แกรี่ ไวต์ ดูถ่อมตัวกว่ามาก

“ญี่ปุ่นแข็งแกร่งมากครับ ผู้เล่นส่วนใหญ่ค้าแข้งใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป เราจะพยายามสู้ให้สนุกที่สุดครับ”

เขาไม่ได้ประกาศกร้าวว่าจะชนะแน่ๆ... สื่อมวลชนจีนเองก็มองว่า ถ้าเกมนี้เสมอได้ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว

4 วันผ่านไปไวเหมือนโกหก... วันแข่งขันมาถึง

หลังจากตระเวนเล่นเกมเยือนมา 3 นัดติด ในที่สุดฮ่องกงก็ได้กลับมาเล่นในบ้านตัวเองเสียที

เวลาประมาณ 19.00 น. ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมเปลี่ยนชุดเสร็จ เดินลงสู่สนาม ฮ่องกง สเตเดียม

ทันใดนั้น พวกเขาต้องขนลุกซู่กับเสียงเชียร์กระหึ่ม

เดิมทีสนามจุได้ 40,000 คน แต่งานนี้มีการเสริมที่นั่งชั่วคราวเพิ่มอีก 18,000 ที่นั่ง!

ขนาดเพิ่มที่นั่งแล้ว ตั๋วก็ยังหายากยิ่งกว่าทอง

เห็นนักเตะฮ่องกงลงวอร์ม แฟนบอลตะโกนเชียร์กึกก้อง

“ลุยเลย! อัดพวกยุ่นให้ยับ! ถ้าไม่ชนะนัดนี้ ที่ชนะมาทั้งหมดก็ไร้ความหมาย!”

“ซูเหว่ย! ได้โปรดพาเราไปรัสเซียที!”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 451 เปิดบ้านรบ “ทัพซามูไร”

คัดลอกลิงก์แล้ว