- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 441 แดนหมีขาวเอเชียกลาง
บทที่ 441 แดนหมีขาวเอเชียกลาง
บทที่ 441 แดนหมีขาวเอเชียกลาง
หลังจากใช้เวลาบินนานถึง 7 ชั่วโมง ในที่สุดซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมก็เดินทางมาถึงกรุงทาชเคนต์ เมืองหลวงของอุซเบกิสถาน
ทันทีที่ก้าวออกจากสนามบิน พวกเขาก็พบกับกองเชียร์ชาวจีนที่มารอต้อนรับกันอย่างเนืองแน่น
“ซูเหว่ย! ถล่มอุซเบฯ ให้เละเลยนะ!”
“ซู! พาพวกเราไปรัสเซียที!”
เมื่อแฟนบอลเห็นซูเหว่ย ต่างก็ตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความตื่นเต้น
ซูเหว่ยยิ้มและโบกมือทักทายทุกคน ก่อนจะก้าวขึ้นรถบัสท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้อง
ใช้เวลาเดินทางราว 30 นาที ทีมก็มาถึงโรงแรมที่พัก
เพื่อให้แน่ใจว่านักเตะจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และไม่ถูกรบกวน สมาคมฟุตบอลฮ่องกงยอมทุ่มทุนเหมาโรงแรมทั้งหลังให้ทีมเก็บตัวแต่เพียงผู้เดียว
วันแรก ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมแทบไม่ออกไปไหน นอกจากพักผ่อนในห้องพักแล้ว เวลาว่างที่เหลือก็หมดไปกับการฟื้นฟูสภาพร่างกายในยิมของโรงแรม
วันที่สอง ทีมทั้งหมดย้ายไปฝึกซ้อมแทคติกที่สนามฝึกซ้อมกลางแจ้ง
ช่วงบ่ายของวันก่อนแข่ง ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมเดินทางไปสัมผัสสนามจริงที่ บุนยอดกอร์ สเตเดียม
ก่อนมา ซูเหว่ยเคยได้ยินกิตติศัพท์ว่าสนามแห่งนี้สภาพไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อเทียบกับสนามราชมังฯ ของไทย
แต่ซูเหว่ยคิดในใจ... นี่มันสังเวียนคัดบอลโลกนะ มันจะแย่สักแค่ไหนกันเชียว?
แต่พอมาเห็นกับตา... ซูเหว่ยถึงกับอึ้ง
ขนาดของสนามไม่ได้เล็กเลย จุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน
แต่พื้นหญ้านี่สิ... อาการหนัก! ไม่เพียงแต่พื้นผิวขรุขระไม่เรียบ หญ้าบางจุดก็เหี้ยนเตียนจนเห็นพื้นทรายโผล่ขึ้นมา
เห็นสภาพสนามแบบนี้ ซูเหว่ยถึงกับขมวดคิ้ว
มิน่าล่ะ ซาอุดีอาระเบียถึงทำได้แค่เสมอ... สภาพสนามคงช่วยตัดกำลังทีมเยือนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ถึงสนามจะแย่แค่ไหน แต่การแข่งขันก็ต้องดำเนินต่อไป
ทันทีที่เหยียบลงสนาม ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมก็เริ่มทำการฝึกซ้อมเพื่อปรับตัวให้คุ้นชินกับสภาพพื้นผิว
เดิมทีตกลงกันไว้ว่าฮ่องกงจะได้เวลาซ้อม 2 ชั่วโมง แต่ซ้อมไปได้แค่ชั่วโมงเดียว เจ้าหน้าที่สนามก็เดินมาเชิญพวกซูเหว่ยออก
เหตุผลง่ายๆ... พรุ่งนี้จะแข่งแล้ว ต้องปิดสนามเพื่อบำรุงรักษาหญ้า
เหตุผลฟังดูดีจนเถียงไม่ออก แต่ซูเหว่ยคิดในใจ... สภาพหญ้าแบบนี้ ซ่อมให้ตายก็คงไม่ดีขึ้นหรอกมั้ง
หลังจากจบการซ้อมแบบงงๆ ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมก็กลับเข้าห้องแต่งตัว เตรียมตัวกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม
ส่วน แกรี่ ไวต์ เดินทางไปยังห้องแถลงข่าวเพื่อร่วมการแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกม
นักข่าวจีนถามขึ้น
“การเล่นเป็นทีมเยือนสองนัดติดต่อกัน ส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายของผู้เล่นไหมครับ?”
แกรี่ ไวต์ ตอบ
“แน่นอนครับว่ามีผลอยู่บ้าง แต่เราเน้นโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตอนนี้สภาพความฟิตของทุกคนถือว่าค่อนข้างดีครับ”
นักข่าวถามต่อ
“ปัจจุบันฮ่องกงรั้งจ่าฝูงกลุ่ม A เป้าหมายในรอบ 12 ทีมสุดท้ายของคุณคือการจบ 2 อันดับแรกเพื่อไปบอลโลกโดยอัตโนมัติใช่ไหมครับ?”
แกรี่ ไวต์ ยิ้ม
“เรามีโปรแกรมแข่งทั้งหมด 10 นัด ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องเข้ารอบครับ เป้าหมายสำคัญที่สุดของเราในตอนนี้คือทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกๆ นัด”
หลังจากแกรี่ ไวต์ ให้สัมภาษณ์จบ ไม่นาน ซัมเวล บาบายัน เฮดโค้ชทีมชาติอุซเบกิสถาน ก็ขึ้นให้สัมภาษณ์ต่อ
เมื่อพูดถึงเกมในวันพรุ่งนี้ กุนซือเจ้าถิ่นกล่าวว่า
“ทีมชาติฮ่องกงพัฒนาขึ้นเร็วมากในช่วงหลัง โดยเฉพาะการเข้ามาของ ซู ทำให้พวกเขามีศักยภาพพอที่จะต่อกรกับทีมระดับท็อปของเอเชียได้!”
“แต่อย่างไรก็ตาม ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเราเองก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เกมพรุ่งนี้เราจะสู้ถวายหัวเพื่อคว้า 3 แต้มในบ้าน เป้าหมายของเราคือไปฟุตบอลโลกที่รัสเซีย!”
การได้ไปฟุตบอลโลกคือความฝันสูงสุดของแฟนบอลชาวอุซเบกิสถาน
ผลเสมอ 1–1 กับซาอุดีอาระเบียในนัดแรก ยิ่งทำให้พวกเขามั่นใจ
ในวันแข่งขัน ทันทีที่ฟ้าเริ่มมืด แฟนบอลอุซเบกิสถานนับหมื่นก็หลั่งไหลเข้าสู่สนามเพื่อเชียร์ทีมรัก
ราวสองทุ่ม สนามบุนยอดกอร์ สเตเดียม ก็แน่นขนัดไปด้วยฝูงชน
แฟนบอลจีนกว่า 3,000 คน ก็เดินทางมาจับจองพื้นที่เล็กๆ บนอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือนเช่นกัน
เมื่อใกล้ถึงเวลาคิกออฟ นักเตะตัวจริงของทั้งสองทีมเดินลงสู่สนาม ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้อง
ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมถ่ายรูปหมู่เสร็จ เขาก็ถือธงทีมเดินไปยังวงกลมกลางสนาม
ที่นั่น โอดิล อาห์เมดอฟ กัปตันทีมชาติอุซเบกิสถาน ยืนรออยู่แล้ว
ทั้งสองทักทาย จับมือ และแลกธงที่ระลึกกัน
จากนั้นผู้ตัดสินให้สัญญาณ ซูเหว่ยและอาห์เมดอฟทำการเสี่ยงทายเหรียญเลือกแดน
ซูเหว่ยดวงดี ทายถูก เขาเลือกให้ทีมชาติฮ่องกงเป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเล่นก่อนในครึ่งแรก
ซูเหว่ยและอาห์เมดอฟจับมือกันอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายไปประจำตำแหน่ง
ฝั่งฮ่องกง เกา ฟาน ที่รับบทกองหน้าตัวเป้าในวันนี้ เดินมายืนที่จุดเขี่ยบอล
เวลา 20.00 น. ตรง เสียงนกหวีดดังขึ้น เกา ฟาน เขี่ยบอลคืนหลังให้ซูเหว่ย เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
...
ทีมชาติฮ่องกงยังคงยึดระบบ 4-2-3-1 ตามเดิม
หน้าเป้าคือ เกา ฟาน กองหน้าจอมแกร่ง ส่วนตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ แน่นอนว่าเป็น ซูเหว่ย
ปีกขวา หลู จวินอี้, มิดฟิลด์ตัวรับ เหลียง เจิ้นปัง และผู้รักษาประตู หลง อี้ฟู
ฝั่งทีมชาติอุซเบกิสถานมาในระบบ 4-4-2
ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับคอยตัดเกมคือ อาห์เมดอฟ กัปตันทีมคนเก่ง
พูดถึงอาห์เมดอฟ แฟนบอลจีนย่อมคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเมื่อปีก่อนเขาเพิ่งย้ายมาร่วมทีม เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ในศึกไชนีสซูเปอร์ลีก
แม้จะเป็นโควตาต่างชาติในทีมเซี่ยงไฮ้ แต่ในปี 2017 ลีกจีนยังมีกฎโควตาเอเชีย ทำให้อาห์เมดอฟลงเล่นได้โดยไม่เบียดบังโควตาแข้งนอกทั่วไป
และฝีเท้าของอาห์เมดอฟก็ระดับยุโรป แฟนบอลจีนโดยเฉพาะแฟนเซี่ยงไฮ้ต่างยกย่องว่าดีลนี้คุ้มแสนคุ้ม เหมือนได้ตัวต่างชาติเพิ่มมาอีกคนฟรีๆ
วันนี้อาห์เมดอฟลงยืนเป็นตัวรับ ชนกับซูเหว่ยโดยตรง... สองกัปตันทีมถูกลิขิตให้ต้องปะทะกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ในค่ำคืนนี้!
เกมเริ่มขึ้น ทั้งสองทีมเดินเกมตามแผนที่วางไว้
แฟนบอลที่ติดตามชมเกมต่างประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าอุซเบกิสถานเจ้าถิ่นไม่ได้เปิดเกมรุกไล่บี้ดุดันอย่างที่คิด
พวกเขายอมทิ้งแดนกลาง ถอยร่นลงไปตั้งรับลึกในแดนตัวเองกันทั้งทีม
แทคติกนี้ทำเอาทีมชาติฮ่องกงงงไปตามๆ กัน
พูดตามตรง ก่อนเกมฮ่องกงเตรียมแผนมาเล่นแบบเดียวกับนัดเจอไทย คือเน้นตั้งรับแน่นแล้วรอสวนกลับเร็วโดยวางบอลยาวข้ามแนวรับ
แต่พอเจออุซเบฯ ถอยไปอุดแบบนี้... จะสวนกลับใครได้ล่ะ?
หลังดูเชิงกันอยู่นานกว่า 10 นาที ฮ่องกงจำใจต้องเปลี่ยนมาเล่นเกมบุกเข้าใส่ แทน
แต่การบุกเจาะแนวรับที่ตั้งโซนแน่นหนาไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อนักเตะฮ่องกงส่วนใหญ่ไม่ได้มีทักษะการครองบอลที่เนียนตาเท่าไหร่นัก
แม้แต่ตัวรุกอย่าง เกา ฟาน หรือ หลู จวินอี้ เทคนิคก็จัดว่าพื้นๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ อุซเบกิสถานเล่นสไตล์ฟุตบอลเอเชียกลางขนานแท้ ซึ่งเน้น การปะทะทางร่างกาย
อย่าว่าแต่หลู จวินอี้ ที่ตัวบางเลย แม้แต่เกา ฟาน ที่เป็นนักเตะโอนสัญชาติร่างกายกำยำ ยังโดนนักเตะอุซเบฯ เบียดกระเด็นกลิ้งโค่โล่เค่เล่ไม่เป็นท่า!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═