- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 431 คริสเตียโน โรนัลโด สุดอัดอั้น...ครึ่งแรกไร้สกอร์ ไร้โอกาสสับไก
บทที่ 431 คริสเตียโน โรนัลโด สุดอัดอั้น...ครึ่งแรกไร้สกอร์ ไร้โอกาสสับไก
บทที่ 431 คริสเตียโน โรนัลโด สุดอัดอั้น...ครึ่งแรกไร้สกอร์ ไร้โอกาสสับไก
เกมสวนกลับของเรอัลมาดริดยังคงคมกริบดั่งใบมีด...โครสจ่ายบอลทะลุช่อง คริสเตียโน โรนัลโด กระชากด้วยความเร็วฉีกแนวรับมิลเนอร์กระจุย
เบื้องหน้าไร้เงาผู้คน...สัญชาตญาณนักล่าประตูของโรนัลโดระเบิดพล่าน
เขาทิ้งริมเส้น วินาทีถัดมาดาวเตะชาวโปรตุเกสตบเข้าใน...กระชากจี้เข้าหากรอบเขตโทษจากพื้นที่ฮาล์ฟสเปซด้วยความดุดัน
ลอฟเรนและมาติปที่ยืนปักหลักตรงกลาง ขยับตัวมาซ้อนไม่ทันกาล
หากปล่อยให้โรนัลโดพาบอลหลุดเข้ากรอบเขตโทษ ด้วยความสามารถระดับปีศาจของเขา ประตูย่อมบังเกิดในชั่วอึดใจ
แฟนบอลลิเวอร์พูลบนอัฒจันทร์หวาดผวาจนลุกพรึบขึ้นทั้งสนาม
ในจังหวะวิกฤตถึงขีดสุด...เงาร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นจากด้านหลังทางฝั่งซ้ายของโรนัลโด
พลั่ก!
การสไลด์เสียบอันแม่นยำกวาดบอลจากเท้าโรนัลโดกระเด็นออกหลังไปทันที
โรนัลโดหลบไม่พ้น ล้มกลิ้งกระแทกพื้นอย่างแรงตรงเส้นขอบเขตโทษ
การเข้าปะทะดูดุดันเลือดพล่าน...แต่ทว่าใสสะอาดและแม่นยำยิ่งนัก
ผู้ตัดสินที่วิ่งไล่กวดมาไม่เป่าฟาวล์ เพียงแค่ชี้มือไปที่มุมธง...เรอัลมาดริดได้ลูกเตะมุม
โรนัลโดนอนแผ่หราอยู่บนพื้นหญ้า หอบหายใจรุนแรง
การสปีดเต็มฝีเท้ามาหลายสิบเมตร รีดเร้นพลังกายของยอดมนุษย์อย่างเขาจนเข้าสู่สภาวะขาดออกซิเจนชั่วขณะ
สูดลมหายใจลึกๆ สองสามเฮือกจนจังหวะการหายใจเข้าที่ โรนัลโดจึงหันขวับกลับไปมอง
เขาอยากรู้นักว่าใครกันที่ตามความเร็วเขาทัน... มิลเนอร์งั้นรึ?
ทันทีที่เงยหน้า หัวใจเขาก็ดิ่งวูบ...เป็นหมอนั่นจริงๆ
ซูเหว่ยยืนตระหง่าน แววตาคมกริบดุจคบเพลิง
จังหวะนั้นมิลเนอร์วิ่งเหยาะๆ เข้ามา ยื่นมือแปะมือซูเหว่ยด้วยความสะใจ
“เยี่ยมมากน้องชาย!”
มิลเนอร์คิดว่าโดนกระชากหายไปขนาดนั้นคงเสียประตูแน่ ไม่นึกเลยว่าซูเหว่ยจะตามมาทัน
ทว่าซูเหว่ยยังคงนิ่งสงบ เพียงเอ่ยเสียงต่ำ
“ระวังลูกเตะมุม”
พูดจบ เขาก็วิ่งตรงเข้าสู่กรอบเขตโทษ
เกมผ่านไปเพียงสองนาทีเศษ เรอัลมาดริดก็ได้ลูกเตะมุมครั้งแรก
ในฐานะทีมที่เชี่ยวชาญการโจมตีทางอากาศ ลูกเตะมุมย่อมเป็นอาวุธเด็ดในการทำสกอร์ของราชันชุดขาว
โครสวิ่งเหยาะๆ ไปที่มุมธง ส่วนโรนัลโดลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งไปประจำการหน้าปากประตู
เบนเซมา, เบล, โมดริช และรามอส ต่างกรูเข้าไปในกรอบเขตโทษลิเวอร์พูล เตรียมพร้อมแย่งโหม่ง
การรับมือเหล่าจอมเวหามากมายขนาดนี้ ลำพังแค่ลอฟเรนกับมาติปคงต้านทานไม่ไหว
ซูเหว่ยเองก็ยืนปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษ เตรียมรับมือลูกตั้งเตะ
ขณะที่โรนัลโดเดินเข้าหาจุดนัดพบ มาติปเตรียมจะเข้าไปประกบ แต่ซูเหว่ยขวางทางไว้พลางสั่งการ
“นายไปประกบคนอื่น... คนนี้ฉันจัดการเอง!”
มาติปชำเลืองมองซูเหว่ย พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายแล้วผละไปหาเป้าหมายอื่น
ซูเหว่ยตรงปรี่เข้าประกบติดโรนัลโด...ทันทีที่เห็นหน้าคู่ปรับ ดาวเตะราชันถึงกับขมวดคิ้ว
ปะทะกันมานับครั้งไม่ถ้วน เขารู้ซึ้งดีว่าซูเหว่ยรับมือยากเพียงใด
โรนัลโดขยับหลอกล่อหวังสลัดตัวประกบ แต่ซูเหว่ยตามติดราวกับเงาตามตัว
ปรี๊ด!
เสียงนกหวีดดังขึ้น โครสเปิดบอลโด่งเข้ามา
ลูกบอลลอยละลิ่วเข้าหากรอบเขตโทษ ผู้เล่นหลายคนหน้าปากประตูกระโดดแย่งชิงจังหวะ
บอลของโครสเล็งเป้าไปที่โรนัลโดอย่างชัดเจน...เจ้าตัวรู้ทันรีบเทกตัวขึ้นสูงลิบ
ทว่าในวินาทีที่กำลังจะโขกทำประตู...ซูเหว่ยชิงจังหวะเร็วกว่าหนึ่งก้าว ลอยตัวสูงกว่าโรนัลโดแล้วโหม่งสกัดบอลพ้นอันตรายออกไป!
โรนัลโดใจหายวาบ... ทั้งความเร็วและการโหม่งคือจุดเด่นที่สุดของเขา
ไม่คาดคิดเลยว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่ซูเหว่ยทั้งสองด้านในเวลาเพียงไม่กี่นาที
เท้าแตะพื้น โรนัลโดยืนนิ่งค้าง
“เจ้านี่... ดูเหมือนจะเก่งขึ้นอีกแล้ว!”
โรนัลโดยังคงจ้องมองแผ่นหลังของซูเหว่ย...แต่อีกฝ่ายวิ่งออกจากกรอบเขตโทษไปแล้ว
เวลานั้นมาเน่เก็บบอลจังหวะสองได้ที่หน้ากรอบเขตโทษ...โอกาสสวนกลับของลิเวอร์พูล!
มาเน่พลิกบอลกระชากขึ้นหน้าอย่างไว แต่เรอัลมาดริดวันนี้เน้นเกมรับเป็นพิเศษ
แม้รามอสจะเติมเกมรุก แต่มาร์เซโล, นาโช และการ์บาฆาล ยังคงปักหลักเฝ้าหลังบ้าน
มาเน่ใช้ความเร็วกระชากหนีมาร์เซโล แต่นาโชรีบขยับเข้ามาซ้อนทันควัน
เกมรับของนาโชเหนือกว่ามาร์เซโลมาก การเจาะทะลวงของมาเน่ไม่สำเร็จจนความเร็วเริ่มตกลง
จังหวะเดียวกันมาร์เซโลก็ไล่กวดมาทัน ขณะที่มาเน่กำลังจะโดนรุมกินโต๊ะ...ซูเหว่ยก็เติมขึ้นมาตรงกลางอย่างรวดเร็ว
เห็นเพื่อนเติมมา มาเน่ดีใจยกใหญ่ รีบจ่ายขวางสนามให้ทันที...จังหวะบุกกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง!
รับบอลได้ ซูเหว่ยควบตะบึงเข้าหาเส้นครึ่งสนาม
แดนหลังราชันชุดขาวเหลือเพียงการ์บาฆาล เขาตระหนักดีว่าตนคือกำแพงด่านสุดท้าย...หากซูเหว่ยผ่านไปได้ ประตูย่อมเกิดขึ้นแน่นอน
ดังนั้นจังหวะนี้การ์บาฆาลไร้ทางเลือก...เมื่อซูเหว่ยแตะบอลผ่าน เขาไม่สนลูกบอลอีกต่อไป พุ่งเข้าใส่คนทันที
มือคว้าเอวซูเหว่ยแล้วดึงร่วงลงไปกองกับพื้น...บอลผ่านคนไม่ผ่าน!
หลังทำฟาวล์ การ์บาฆาลรู้ตัวว่าเสี่ยงมหันต์ กลัวเหลือเกินว่าผู้ตัดสินจะควักใบแดง
เขารีบก้มลงแสดงความมีน้ำใจ ดึงซูเหว่ยลุกขึ้นจากพื้นทันที
เหตุเกิดที่วงกลมกลางสนาม แถมเกมเพิ่งเริ่ม ผู้ตัดสินจึงไม่อยากแจกใบแดงเร็วนัก...ควักเพียงใบเหลืองให้การ์บาฆาล
รอดพ้นใบแดงหวุดหวิด แฟนบอลเรอัลมาดริดบนอัฒจันทร์ต่างถอนหายใจโล่งอก
ถือว่าการ์บาฆาลใช้ความเก๋าช่วยชีวิตราชันชุดขาวไว้ได้
ทว่านักเตะมาดริดต่างประจักษ์ถึงความอันตรายของมาเน่และซูเหว่ยแล้ว...หากมีพื้นที่เล่น ต่อให้กองหลังสามคนก็เอาไม่อยู่
ตอนนี้ขุนพลราชันยิ่งมุ่งมั่นจะเล่นเกมรับแล้วรอสวนกลับ
เวลาที่เหลือของครึ่งแรก เรอัลมาดริดถอยลงไปตั้งรับลึก ระดมพลอุดแน่นในแดนหลัง
แดนหน้าทิ้งไว้เพียงโรนัลโด, เบล และเบนเซมา คอยป้วนเปี้ยนหาจังหวะ
สบโอกาสเมื่อไหร่ค่อยสาดบอลยาวโจมตีพื้นที่ว่างหลังแนวรับลิเวอร์พูล...ถ้าไม่มีช่องก็เน้นเกมรับให้เหนียวแน่น
ถึงอย่างไรเกมรับของมาดริดก็ยังแกร่งทั่วแผ่น แดนกลางมีตัวดุอย่างโมดริชและกาเซมิโร
แผงหลังก็มีจอมเก๋าอย่างรามอสและการ์บาฆาล
เมื่อราชันชุดขาวตั้งใจอุดประตูอย่างจริงจัง ก็ยากที่ทีมใดจะเจาะเข้าไปพังประตูได้ง่ายๆ
ผ่านไปสี่สิบกว่านาทีในครึ่งแรก ลิเวอร์พูลครองบอลสูงถึง 68% ส่วนเรอัลมาดริดมีเพียง 32%
สถิติการจ่ายบอล ลิเวอร์พูลทำไปเกือบสี่ร้อยครั้งในครึ่งเดียว ขณะที่มาดริดทำได้ราวสองร้อยครั้ง
โอกาสยิงประตู หงส์แดงก็นำห่างเจ็ดต่อสาม
ทว่าในเจ็ดครั้งนั้น เข้ากรอบเพียงสองหน ส่วนใหญ่หลุดกรอบออกไปเอง
ซูเหว่ยไม่ได้ง้างเท้ายิงเลยในครึ่งแรก แต่เขากลับเป็นคนที่งานชุกที่สุดของลิเวอร์พูล
ที่เรอัลมาดริดมีโอกาสยิงแค่สามครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเพราะการตามซ้อนและเกมรับอันแข็งแกร่งของซูเหว่ยในแดนกลาง
หลักฐานชัดเจนที่สุดคือ... คริสเตียโน โรนัลโด ไม่มีโอกาสสับไกยิงแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก
ครึ่งแรกนี้อาจเป็นสี่สิบห้านาทีที่น่าอึดอัดใจที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของโรนัลโดเลยก็ว่าได้
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═