- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 331 ลีกคัพ ศึกแดงเดือด ปะทะ ผีแดง!
บทที่ 331 ลีกคัพ ศึกแดงเดือด ปะทะ ผีแดง!
บทที่ 331 ลีกคัพ ศึกแดงเดือด ปะทะ ผีแดง!
บทที่ 331 ลีกคัพ ศึกแดงเดือด ปะทะ ผีแดง!
สนามเหย้าของโคเปนเฮเกนเต็มไปด้วยเรื่องราวเซอร์ไพรส์และจุดเปลี่ยนที่คาดไม่ถึงจริงๆ
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้องการเพียงประตูเดียวในแมตช์ชี้ชะตานี้เพื่อการันตีเข้ารอบน็อกเอาต์แชมเปียนส์ลีกก่อนกำหนดหนึ่งนัด แต่ทัพโคนมแสดงสปิริตนักสู้ที่กัดไม่ปล่อย มุ่งมั่นที่จะไม่ยอมให้ชาวเยอรมันสมหวังได้ง่ายๆ
สิบนาทีสุดท้าย ดอร์ทมุนด์เทหมดหน้าตัก ดันขึ้นสูงแทบจะทั้งทีม เปิดฉากบุกแหลกใส่ประตูโคเปนเฮเกนดั่งพายุบุแคม!
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ทุกจังหวะบุกเรียกเสียงฮือฮาและปลุกเร้าอารมณ์ผู้ชม ทว่าดอร์ทมุนด์ก็ยังเจาะแนวรับโคเปนเฮเกนไม่ได้สักที
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเกมคงจบลงด้วยผลเสมอ ฉากดราม่าก็บังเกิด
โคเปนเฮเกนที่ตั้งรับหัวซุกหัวซุนมาตลอดเกม ฉวยโอกาสสวนกลับที่หาได้ยากยิ่ง โจเซฟ ตูตูห์ ปีกซ้ายของพวกเขาราวกับม้าป่าหลุดคอก ควบตะบึงหลุดเดี่ยวด้วยความเร็วเหลือเชื่อ
เขาเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษอย่างเยือกเย็น ล็อกหลบโรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ นายทวารดอร์ทมุนด์ แล้วแปเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูชัย!
1–0! ก่อนแข่งไม่มีใครคาดคิดว่าโคเปนเฮเกนที่มีแค่แต้มเดียวจาก 4 นัด จะพลิกล็อกคว้าชัยชนะได้
ชัยชนะของโคเปนเฮเกนส่งผลดีต่อลา คอรุนญ่า อย่างมหาศาล
แฟนบอลลา คอรุนญ่า บนอัฒจันทร์แอนฟีลด์ระเบิดเสียงเฮลั่นทันทีที่ทราบข่าว
ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง เกมระหว่างลา คอรุนญ่า และลิเวอร์พูล ก็จบลงเช่นกัน
ด้วยสกอร์ 2–0 ลา คอรุนญ่า ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ
แม้ลิเวอร์พูลจะแพ้ แต่ตัวหลักก็ได้พักเต็มที่ ถือว่า “วิน-วิน” ทั้งสองฝ่าย
หลังจบเกม ฆิเมเนซเดินไปจับมือทักทายกับคล็อปป์ตามธรรมเนียม
จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังม้านั่งสำรองลิเวอร์พูล แล้วโผเข้ากอดซูเหว่ยอย่างอบอุ่น
ชาลมัน, โบรโซวิช และคนอื่นๆ ที่เดินออกจากสนาม ก็กรูกันเข้ามาหาซูเหว่ยเช่นกัน
ผ่านไป 5 นัด สถานการณ์ในกลุ่มเอฟ
ลิเวอร์พูล: ชนะ 4 แพ้ 1 มี 12 คะแนน รั้งจ่าฝูง
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์: ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 มี 7 คะแนน รั้งอันดับสอง
ลา คอรุนญ่า: ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 มี 5 คะแนน รั้งอันดับสาม
โคเปนเฮเกน: ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3 มี 4 คะแนน รั้งอันดับสี่
ตอนนี้สถานการณ์ในกลุ่มเอฟ โกลาหลไปหมด แม้แต่โคเปนเฮเกนที่รั้งบ๊วย ก็ยังมีลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้าย
เกมตัดสินนัดสุดท้ายจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
ดอร์ทมุนด์จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ส่วนโคเปนเฮเกนต้องบุกไปเยือนลา คอรุนญ่า
ลิเวอร์พูลลอยลำเข้ารอบไปแล้ว ไม่มีความกดดันใดๆ สมาธิทั้งหมดของทีมตอนนี้จึงพุ่งเป้าไปที่เกมลีกในประเทศ
หลังจบเกมกับลา คอรุนญ่า อีก 4 วันต่อมา ลิเวอร์พูลเปิดบ้านต้อนรับคู่แข่งนัดที่ 13 “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์
ซันเดอร์แลนด์จมอยู่อันดับสุดท้ายของตาราง แถมลิเวอร์พูลได้เล่นในบ้าน ผลการแข่งขันแทบไม่ต้องเดา
ก่อนเกม สื่อสำนักใหญ่ต่างฟันธงว่าลิเวอร์พูลจะชนะสบาย และรูปเกมก็เป็นไปตามคาด
คูตินโญ, มาเน่, ฟีร์มิโน, ซูเหว่ย และตัวหลักคนอื่นๆ กลับมาประจำการครบครัน
ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มของสาวกหงส์แดง ลิเวอร์พูลดาหน้าบุกแหลกตั้งแต่ต้นเกม
คูตินโญและมาเน่ที่ได้พักมาเต็มที่ ฟอร์มกลับมาสดอีกครั้ง
นาทีที่ 20 มาเน่โชว์ลีลาลากเลื้อยสุดสะเด่าทางริมเส้น แหวกหนีกองหลังสองคน เข้าเขตโทษแล้วซัดยัดเสาแรกตุงตาข่าย!
สิบนาทีต่อมา ไวจ์นัลดุมวางบอลจากแดนกลางเข้าไปในเขตโทษ ฟีร์มิโนโฉบมาโหม่งเน้นๆ เป็นประตูที่สอง
จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูลนำห่าง 2–0
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังคงครองเกมเบ็ดเสร็จ
นาทีที่ 60 ลิเวอร์พูลได้ลูกเตะมุม
คูตินโญรับหน้าที่เปิด และเป็นซูเหว่ยที่โฉบมายิงจ่อๆ หน้าประตู สกอร์ไหลเป็น 3–0
เมื่อตามหลังห่างขนาดนี้ ซันเดอร์แลนด์พยายามจะเปิดเกมสู้ แต่ก็ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้
ถึงตรงนี้ เกมจบแล้วโดยสมบูรณ์
คล็อปป์เริ่มทยอยเปลี่ยนตัวผู้เล่น มาเน่ถูกถอดออกไปพักเป็นคนแรก ตามด้วยคูตินโญ
ราวนาทีที่ 80 ซูเหว่ยก็ถูกเปลี่ยนตัวออก ท่ามกลางเสียงปรบมือยืนให้เกียรติ จากแฟนบอลทั้งสนาม
คล็อปป์ถอดแนวรุกตัวหลักออกเพราะต้องการให้พัก เนื่องจากลิเวอร์พูลมีโปรแกรมเตะถี่ยิบในช่วงนี้
สัปดาห์หน้า ลิเวอร์พูลมีคิวเตะ 2 นัด และเป็นเกมเยือนทั้งคู่
นัดแรกวันพุธ ศึก “อีเอฟแอลคัพ” (ลีกคัพ) รอบ 8 ทีมสุดท้าย บุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นัดที่สอง เกมลีกนัดที่ 14 บุกไปเยือน บอร์นมัธ
เกมลีกไม่ต้องพูดถึง เพื่อแชมป์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลต้องเน้นทุกนัด
แต่ลีกคัพ... เดิมทีสโมสรตั้งใจจะทิ้งถ้วยนี้ เพื่อลดภาระการแข่งขันที่ล้นมือ
และลีกคัพถือเป็นถ้วยที่มีศักดิ์ศรีน้อยที่สุดในบรรดา 3 รายการหลักในประเทศ
ลีกคัพคล้ายกับเอฟเอคัพ ตรงที่เป็นระบบแพ้คัดออก
แต่เอฟเอคัพก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1871 มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 140 ปี และเปิดรับทีมจากทุกระดับลีก แม้แต่ทีมสมัครเล่นจากดิวิชั่น 10 ก็ลงแข่งได้ ทำให้แชมป์รายการนี้ยังคงความขลังและทรงอิทธิพล
ต่างจากลีกคัพที่เริ่มแข่งในทศวรรษ 1960 และจำกัดเฉพาะทีมอาชีพจากพรีเมียร์ลีก, แชมเปียนชิป, ลีกวัน และลีกทู ความนิยมจึงเทียบเอฟเอคัพไม่ติด
ทีมใหญ่ส่วนใหญ่มักส่งชุดสำรองลงเล่นถ้วยนี้ และลิเวอร์พูลก็เช่นกัน
ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงสิ้นตุลาคม ลิเวอร์พูลส่งชุดสำรองลงสนามมาตลอด
แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขาทะลุเข้ารอบมาเรื่อยๆ จนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ถ้าชนะนัดนี้ ก็จะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
เมื่อเห็นแชมป์อยู่แค่เอื้อม บอร์ดบริหารก็เริ่มลังเล
พวกเขาจึงเรียกคล็อปป์มาหารือ ว่าจะส่งตัวหลักลงสนามในรอบนี้ดีหรือไม่
หลังถกเถียงกับทีมงานโค้ช ในที่สุดคล็อปป์ก็ตอบตกลง
ท้ายที่สุด การชนะอีกแค่ 3 นัดก็ได้แชมป์ มันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน
โดยเฉพาะกับทีมอย่างลิเวอร์พูลที่ร้างราความสำเร็จมานาน แชมป์อะไรก็ได้ตอนนี้ พวกเขาเอาหมด
ดังนั้น หลังจากถล่มซันเดอร์แลนด์ 3–0 และพักได้แค่วันเดียว คล็อปป์ก็นำทัพซูเหว่ยและขุนพลตัวหลักมุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์
ลิเวอร์พูลอยากได้แชมป์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คิดแบบเดียวกัน
ถ้าย้อนไปยุคปี 2000 แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ชายตามองถ้วยเล็กๆ ใบนี้
แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป แมนฯ ยูไนเต็ด เองก็ห่างหายจากความสำเร็จมาหลายฤดูกาล
ฤดูกาลนี้พวกเขารั้งอยู่อันดับ 6 ในลีก
เมื่อแชมป์พรีเมียร์ลีกดูจะไกลเกินเอื้อม โชเซ่ มูรินโญ กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับงานเมื่อซัมเมอร์ จึงต้องการถ้วยแชมป์สักใบเพื่อพิสูจน์ตัวเองอย่างเร่งด่วน
ดังนั้น ศึกแดงเดือดเวอร์ชันลีกคัพนัดนี้... รับรองว่าไม่จืดชืดแน่นอน
การปะทะกันระหว่าง “หอก” และ “โล่” ของสองทีมยักษ์ใหญ่สีแดง จะระเบิดความมันส์ต่อหน้าแฟนบอลทั่วโลก!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═