- หน้าแรก
- ยอดเชฟทะลุมิติ พลิกชีวิตด้วยระบบทำอาหาร
- บทที่ 44 - คราวนี้ฟันกำไรเละ!
บทที่ 44 - คราวนี้ฟันกำไรเละ!
บทที่ 44 - คราวนี้ฟันกำไรเละ!
บทที่ 44 - คราวนี้ฟันกำไรเละ!
พอกลับถึงบ้าน หลี่ชุนก็จัดการใส่ล้อรถกลับเข้าไปเหมือนเดิม แล้วช่วยงานจุกจิกในบ้านตามคำสั่งของพ่อ แต่ใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย
อาศัยจังหวะที่พ่อเผลอ หลี่ชุนแอบมุดเข้าไปในห้องฝั่งตะวันออก รื้อเอาสมุดทะเบียนบ้านออกมา แล้วยัดใส่กระเป๋าผ้าใบพร้อมกับบัตรประชาชนของตัวเอง
ตอนกินข้าวเที่ยง หลี่หนานเพิ่งจะหิ้วรองเท้าโรลเลอร์สเกตกับ "อุปกรณ์ป้องกัน" กลับมา ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา เธอเล่นจนเหงื่อแตกพลั่ก ผมเผ้าเปียกชุ่มไปหมด
พอเข้าบ้านมาได้ เธอก็คว้ากระบวยตักน้ำเย็นกรอกเข้าปากอึกใหญ่ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งอย่างหมดสภาพ
"โอ๊ย เหนื่อยจะตายอยู่แล้วเนี่ย"
หวังฮุ่ยหลานเอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาว แล้วเริ่มบ่นอีกรอบ "แกนี่มันน่าตีจริงๆ คลาดสายตาแป๊บเดียวก็หายหัวไปเลย หิวก็ไม่รู้จักกลับมากินข้าว โตป่านนี้แล้วไม่รู้จักช่วยทำงานบ้านบ้างเลย อย่างน้อยก็ช่วยดูแลหลานก็ยังดี......"
หลี่หนานตอบส่งๆ ไปอย่างรำคาญ "รู้แล้วๆ ตอนบ่ายฉันไม่ออกไปไหนแล้ว จะช่วยแม่ดูหลานอยู่บ้าน โอเคไหม?"
"ยังจะนั่งอยู่อีก ลุกไปหยิบชามมาสิ"
"อื้อ!" หลี่หนานลุกขึ้นอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
หลี่ชุนที่กำลังล้างมืออยู่แอบหัวเราะคิกคัก ยายแก่คนนี้ตลกดีแฮะ ที่บ้านก็ไม่ได้มีงานอะไรให้ทำมากมายหรอก ตอนเช้าเธอก็มัวแต่ไปยืนคุยกับคนอื่นอยู่ข้างนอก พอมีงานนิดหน่อยก็เป็นคนทำเองหมด
แม้กระทั่งมื้อเที่ยง หลี่ชุนก็เสนอตัวจะทำกับข้าวให้ แต่หวังฮุ่ยหลานก็ไม่ยอมให้เขาเข้าครัวเพราะกลัวว่าจะเปลืองน้ำมัน
ที่ทำเป็นบ่นเมื่อกี้ ก็แค่บ่นไปตามความเคยชินเท่านั้นแหละ ปกติหลี่ชุนมักจะเป็นคนรับเคราะห์ แต่วันนี้หลี่หนานดันมาแจ็คพ็อตแตกแทน
ขณะที่กำลังหัวเราะอยู่ หลี่ชุนก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ พอหันกลับไปมอง ก็เห็นสายตาดุดันของแม่จับจ้องมาที่เขา
"หัวเราะบ้าอะไรล่ะ นี่ก็ความผิดแกนั่นแหละ?"
"ถ้าแกไม่เอารองเท้าโรลเลอร์สเกตกลับมา นังนี่มันจะวิ่งพล่านไปทั่วแบบนี้ไหม?"
หลี่ชุน: ......
โอเค!
ความผิดฉันเอง
หลี่ชุนเงียบกริบ คราวนี้ตาหลี่หนานแอบขำบ้างแล้ว
......
กินข้าวเที่ยงแบบลวกๆ เสร็จ หลี่ชุนก็คว้ากระเป๋าสะพายเดินออกไปทันที
หวังฮุ่ยหลานชะเง้อคอมองตามพลางถามว่า "เที่ยงวันแสกๆ แบบนี้แกจะไปไหนเนี่ย?"
"มีธุระนิดหน่อยน่ะแม่"
"ตอนเย็นแกต้องไปจัดเมนูอาหารให้บ้านเจิ้งฉี่หมิงนะ อย่าลืมล่ะ"
"รู้แล้วน่า!"
หลี่ชุนเข็นจักรยานออกจากบ้าน หวังฮุ่ยหลานก็ยังไม่เลิกบ่น
"วันๆ เอาแต่หายหัวไป ไม่รู้ไปทำอะไรนักหนา"
หลี่เว่ยกั๋วปราม "พอๆ แกก็โตป่านนี้แล้ว รู้ว่าควรจะทำอะไร"
หลี่หนานรีบสนับสนุน "ใช่ๆ พี่รองช่วงนี้ทำแต่เรื่องเป็นชิ้นเป็นอันนะ แถมยังเอาใบประกาศเกียรติคุณกลับมาให้พวกเราชื่นชมด้วยนี่นา!"
หวังฮุ่ยหลานเหลือบมองใบประกาศเกียรติคุณที่เสียบอยู่ในกรอบรูป แล้วอมยิ้มมุมปาก "ช่วงนี้ลูกรองมันก็ทำตัวดีขึ้นเยอะจริงๆ นั่นแหละ" ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "ถ้ามันยอมไปทำงานดีๆ ก็คงจะดีกว่านี้เยอะเลย......"
พอถึงช่วงพักเที่ยงของโรงงานอิฐ หลี่ชุนก็มาถึงห้องทำงานผู้จัดการโรงงาน
ข้างในมีแค่จ้าวเว่ยหมินอยู่คนเดียว ถ้วยชาว่างเปล่า วิทยุก็ไม่ได้เปิด เอาแต่นั่งขมวดคิ้วเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น
"คุณอาจ้าว กินข้าวหรือยังครับ?"
พอจ้าวเว่ยหมินได้ยิน ก็ด่าโคตรเหง้าศักราชของหลี่ชุนอยู่ในใจ แกนี่มันได้คืบจะเอาศอกจริงๆ เจอเรื่องแบบนี้เข้าไป ฉันจะไปกินข้าวลงได้ยังไงล่ะ?
แต่ผู้ใหญ่บ้านก็คือผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้เผชิญหน้ากับหลี่ชุน สีหน้าก็ยังคงความนิ่งขรึมเอาไว้ได้
"หึหึ ก็รอแกอยู่นี่แหละ เดี๋ยวค่อยกลับไปกิน รีบเข้ามาสิ ปิดประตูด้วยล่ะ"
หลี่ชุนปิดประตู นั่งลงตรงข้ามจ้าวเว่ยหมิน แล้วพูดด้วยท่าทีทะเล้นว่า "ขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้คุณอาต้องเสียเวลากินข้าว!"
"ไม่เป็นไร ไม่ต่างกันหรอก"
พูดจบก็เปิดลิ้นชัก หยิบห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ออกมา เปิดให้ดูต่อหน้า ข้างในเป็นธนบัตรใบละสิบหยวนสี่มัดพอดี
จ้าวเว่ยหมินคิดว่าหลี่ชุนคงจะทำหน้าตื่นเต้นเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกกว้าง ดีใจจนกระโดดโลดเต้น ตาเป็นประกายวาววับ
ก็แน่ล่ะ..... นี่มันตั้งสี่พันหยวนเลยนะ!
ในยุคนี้จะมีสักกี่คนที่หาเงินมาได้เยอะขนาดนี้ แล้วจะมีสักกี่คนที่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้?
หลี่ชุนก็เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ ต่อให้ทำตัวเสเพลอยู่ข้างนอกบ่อยๆ โลกของเขาก็มีแคบๆ จะไปเคยเห็นโลกกว้างอะไรมา?
ทว่า หลี่ชุนไม่เพียงแต่ไม่แสดงอาการตื่นเต้น แต่กลับขมวดคิ้วแทน
"ทำไมมีแต่ใบละสิบหยวนล่ะ? ถ้าเป็นใบละห้าสิบหยวนก็คงง่ายกว่านี้เยอะเลย"
ช่วงเดือนเมษายนเริ่มมีธนบัตรใบละห้าสิบหยวนออกมาแล้ว เงินสี่พันหยวนก็ใช้แค่แปดสิบใบ พกไปไหนก็ไม่สะดุดตา แต่จ้าวเว่ยหมินดันเตรียมใบละสิบหยวนมาตั้งสี่มัด โชคดีที่เขาสะพายกระเป๋ามาด้วย ไม่งั้นคงยัดไม่หมดแน่
จ้าวเว่ยหมินทำหน้ากระอักกระอ่วน โอ้โห ได้กินซาลาเปาฟรีแล้วยังจะมาบ่นว่าแป้งดำอีก เกินไปแล้วนะ
ถ้ามีคนให้เงินเขาสี่พันหยวน ต่อให้เป็นเหรียญเฟินทั้งหมด เขาก็คงดีใจตายเลย ไม่ต้องมานั่งให้แกจับจุดอ่อนแบบนี้หรอก?
"เอ่อ ธนบัตรใบละห้าสิบหยวนมีแต่ที่ธนาคารในเมืองน่ะ ที่สถานีออมทรัพย์ในตำบลเรามีแต่ใบละสิบหยวนทั้งนั้นแหละ"
"งั้นก็ช่างเถอะ!"
หลี่ชุนเบ้ปาก เอื้อมมือไปคว้าเงินทั้งสี่มัดมา ดึงออกมามัดหนึ่งแล้วเริ่มนับอย่างละเอียด
เมื่อหลี่ชุนนับมัดแรกเสร็จ และกำลังเอื้อมมือไปหยิบมัดที่สอง จ้าวเว่ยหมินก็พูดขึ้นมาอย่างรำคาญว่า "เพิ่งจะไปถอนมาใหม่ๆ เลยนะ ฉันจะอมเงินแกไปสักใบสองใบหรือไง?"
หลี่ชุนปรายตามองเขาแล้วพูดว่า "การส่งมอบเงินกู้ ต้องนับให้ชัดเจนต่อหน้า นี่เป็นกฎครับ ผมเชื่อใจคุณอาจ้าวอยู่แล้ว แต่ใครจะรับประกันได้ว่าสถานีออมทรัพย์จะไม่นับพลาด ถ้าขาดไปสักสองใบ ตอนคืนเงินผมไม่ขาดทุนแย่เหรอ?"
หลี่ชุนพูดจบก็ก้มหน้านับต่อไป
จ้าวเว่ยหมินชะงักไป
"แกจะคืนเงินจริงๆ เหรอ?"
เชี่ยเอ๊ย!
โดนขัดจังหวะจนลืมเลย ต้องเริ่มนับใหม่หมด
หลี่ชุนวางมือลง พูดอย่างหงุดหงิดว่า "ก็ใช่น่ะสิ กู้เงินก็ต้องคืนเงินสิ มันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่คิดจะคืน ผมจะอิ่มจนไม่มีอะไรทำมานั่งเขียนสัญญาให้ทำไมล่ะ?"
หลี่ชุนย้ำหลายรอบว่าจะคืนเงิน แต่ยิ่งเขาพูดแบบนี้ จ้าวเว่ยหมินก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ
ในเมื่อเขากุมจุดอ่อนของตัวเองไว้ จะกรรโชกทรัพย์เลยก็ยังได้ แล้วทำไมถึงยังต้องคืนเงินด้วยล่ะ?
ไม่มีเหตุผลเลย!
ลองคิดกลับกัน ถ้าเป็นเขา เขาไม่มีทางเขียนสัญญาเด็ดขาด และก็ไม่มีทางคืนเงินด้วย
การเดาทางหลี่ชุนไม่ออก ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก คาดว่าคงต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกพักใหญ่เลยล่ะ
ดังนั้น คนเราอย่ามีความลับอยู่ในใจเลย ไม่งั้นก็อาจจะทำให้ตัวเองเป็นประสาทตายได้
ผ่านไปไม่กี่นาที หลี่ชุนก็นับเงินทั้งสี่มัดเสร็จ ยัดใส่กระเป๋าสะพาย แล้วหันไปยิ้มให้จ้าวเว่ยหมิน
"คุณอา ขอบคุณมากนะครับ อาช่วยผมได้เยอะเลย"
จ้าวเว่ยหมินพยักหน้า "ไม่เป็นไร จำนวนเงินครบไหมล่ะ?"
"ครบครับ ไม่ขาดสักใบ"
"ก็ดีแล้วล่ะ งั้นแกกลับไปเถอะ เดี๋ยวคนงานก็ถึงเวลาเข้างานแล้ว"
"โอเค งั้นผมไม่กวนแล้ว ไปล่ะ!"
พอออกจากโรงงานอิฐ หลี่ชุนก็ปั่นจักรยานราวกับเหาะ จนโซ่แทบจะไหม้ ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีก็มาถึงหน้าลานบ้านในตำบล
ทว่า ประตูใหญ่กลับปิดสนิท ตะโกนเรียกไปสองครั้งก็ไม่มีใครตอบรับจากป้อมยาม หลี่ชุนจึงตัดสินใจปีนขึ้นไปบนกำแพงบ้าน แล้วนั่งคร่อมมองเข้าไปข้างใน
โครงสร้างของบ้านยังคงเหมือนเดิม แต่ลานบ้านขยายใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัวจริงๆ
พื้นที่ใหม่ทางทิศใต้ไม่มีแปลงดอกไม้ เป็นแค่ลานดินโล่งๆ ทำให้ดูยิ่งกว้างขวางเข้าไปอีก
"โอ้โห!"
"ใหญ่ กว้างขวางสุดๆ ไปเลย จัดโต๊ะจีนพร้อมกันสักร้อยแปดสิบโต๊ะได้สบายมาก!"
"แค่สองพันหกร้อยหยวน ลานบ้านนี้ก็จะเป็นของฉันแล้ว ฮ่าๆๆ งานนี้ฟันกำไรเละ!"
(จบแล้ว)