เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - เนื้อย่าง

บทที่ 11 - เนื้อย่าง

บทที่ 11 - เนื้อย่าง


บทที่ 11 - เนื้อย่าง

"แม่ แม่ ใจเย็นๆ ก่อน ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่?"

หวังฮุ่ยหลานถูกลูกชายดึงแขนไว้ อารมณ์วู่วามจึงค่อยๆ บรรเทาลง เธอทำหน้าถมึงทึงพลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง

"ของเหลือ" ที่ห่อกลับมาได้รับคำชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากคนทั้งบ้าน หลี่จื่อฮุ่ยที่เพิ่งจะเตรียมตัวนอนกลางวัน พอเห็นของอร่อยก็ตาสว่างหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

พี่ชายคนโตกับครอบครัวอาศัยอยู่ที่ทีมสอง ทุกวันจะพาลูกมาฝากให้หวังฮุ่ยหลานช่วยเลี้ยง

อย่าเห็นว่ายัยหนูเพิ่งจะอายุแค่สองขวบครึ่งนะ เรื่องความอวดเก่งนี่ไม่เป็นรองใคร กินเองคนเดียวยังไม่พอ ดันหยิบถั่วลิสงคลุกงาสองเม็ดออกไปเดินอวดชาวบ้านข้างนอกอีก

เถี่ยต้านอายุประมาณห้าหกขวบ เป็นเด็กผู้ชายคนเดียวในรุ่นหลานของตระกูลหาน จึงถูกตามใจจนเสียคน พอเห็นหลี่จื่อฮุ่ยก็เข้าไปขอแต่ไม่ได้ เลยลงมือแย่งแถมยังผลักหลี่จื่อฮุ่ยจนล้มคะมำ

หลี่หนานที่เดินตามออกมา พอเห็นหลานสาวคนโตถูกรังแก ก็เลยจัดการผลักเถี่ยต้านล้มลงไปบ้าง

ยายเฒ่าหานนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ ตอนที่หลานชายตัวเองรังแกหลี่จื่อฮุ่ย แกไม่ยอมห้าม แต่พอเถี่ยต้านถูกหลี่หนานผลักล้ม แกกลับไม่ยอม โวยวายด่าว่าหลี่หนานไม่รู้จักความ

หลี่หนานเพิ่งเรียนจบชั้นประถมในปีนี้ แต่เพราะ "อาชีพ" ของหลี่เว่ยกั๋ว ทำให้ที่บ้านไม่ขาดแคลนของกินอร่อยๆ อายุแค่สิบสามปีก็โตเป็นสาวสะพรั่ง หน้าตาสะสวย ส่วนสูงปาเข้าไปร้อยหกสิบเซนติเมตรแล้ว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยายเฒ่าหานจอมไร้เหตุผล หลี่หนานก็ไม่สะทกสะท้าน โต้เถียงกลับไปทันควัน

พอได้ยินเสียงทะเลาะกัน คนตระกูลหลี่ก็กรูกันออกมา การต่อสู้จึงทวีความรุนแรงขึ้นในพริบตา

หลี่หนานทำปากยื่นปากยาว ยังคงรู้สึกไม่พอใจ

"พี่รอง ยายเฒ่าหานหน้าไม่อายเกินไปแล้ว บอกว่าเด็กทะเลาะกันก็ให้เด็กจัดการกันเอง ฉันเป็นผู้ใหญ่กว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง เถี่ยต้านบ้านแกเป็นผู้ชาย แถมยังโตกว่าเสี่ยวฮุ่ยตั้งเยอะ นี่มันจงใจรังแกกันชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?"

ยัยเปี๊ยกหลี่จื่อฮุ่ยกอดขาคุณอาแน่น เงยหน้ามองหลี่ชุนแล้วฟ้องร้อง "ใช่ๆๆ รังแกหนูจนร้องไห้เลย"

"พรวด~"

หลี่ชุนแทบจะหลุดขำออกมา

ยังจะบอกว่ารังแกจนร้องไห้อีกเหรอ?

ทำไมฉันไม่เห็นคราบน้ำตาบนหน้าแกเลยล่ะ?

ยัยหนูนี่แสบจะตาย ซุกซนยิ่งกว่าเด็กผู้ชายซะอีก พี่สะใภ้ใหญ่ฟาดไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งจนหนังเหนียวหมดแล้ว อุปสรรคแค่นี้ไม่สะเทือนต่อมน้ำตาของยัยหนูนี่หรอก เห็นได้ชัดว่ายัยเปี๊ยกนี่กำลังเสี้ยมให้มีเรื่องชัดๆ

พอหันไปมองเถี่ยต้าน ที่มุมปากยังมีเศษงาติดอยู่เลย ที่แท้ไอ้ลูกหมานี่ก็คือหานเหวินลี่สินะ?

อาศัยอยู่ในหุบเขาเดียวกันมาตั้งหลายปี หลี่ชุนดันไม่รู้ชื่อจริงของเด็กคนนี้ รู้แค่ว่าเด็กนี่เป็นลูกผู้ชายคนเดียวในรุ่นหลานของตระกูลหาน ที่บ้านรักและตามใจสุดๆ กลัวว่าจะเลี้ยงยากก็เลยตั้ง "ชื่อต่ำๆ" อย่างเถี่ยต้านให้

นึกไม่ถึงเลยว่าระบบจะมีข้อดีอีกอย่าง คือสามารถระบุชื่อจริงของคนอื่นได้โดยอัตโนมัติ!

ยายเฒ่าหานเบ้ปากอย่างไม่รู้สึกรู้สา "เด็กมันจะตีกันยังไงก็ไม่เป็นไรหรอก หลี่หนานเป็นผู้ใหญ่กว่า แกก็ไม่ควรจะลงมือ"

หลี่ชุนหัวเราะหึๆ "หมายความว่า คนรุ่นเดียวกันถึงจะลงมือกันได้ใช่ไหม?"

ยายเฒ่าหาน "ก็แหงสิ ผู้ใหญ่รังแกเด็ก มันจะไม่เรียกว่ารังแกได้ยังไง?"

หลี่ชุนพยักหน้า "ที่แกพูดมาก็มีเหตุผล น้องสาวฉันไปผลักหลานแกก็ถือว่าผิดจริงๆ"

หลี่หนานชะงักไป ทำไมพี่รองถึงไปเข้าข้างคนนอกล่ะ?

ทว่า ประโยคต่อมาของหลี่ชุน ก็ช่วยปัดเป่าความสงสัยของเธอไปจนหมดสิ้น

"ฉันกับลูกชายแกเป็นคนรุ่นเดียวกัน ฉันจะอัดมันก็คงไม่เรียกว่ารังแกหรอกนะ หานจื้อกัง ไอ้เวร... เอ๊ะ?"

"เชี่ย คนไปไหนแล้ววะ?"

หลี่ชุนจ้องเล็งไปที่หานจื้อกัง พ่อของเถี่ยต้านมาตั้งแต่แรกแล้ว

ถึงแม้พี่น้องตระกูลหานทั้งสองคนจะอายุมากกว่าเขา แต่ตอนเด็กๆ ก็โดนเขาอัดมาไม่น้อย

ยายเฒ่าหานลงมือทำอะไรไม่ได้ การที่เขาจะอัดลูกชายแกสักยกเพื่อระบายความโกรธให้แม่กับน้องสาวก็ถือว่าเข้าท่าดี

แต่แค่พูดไปสองประโยค หันไปหาหานจื้อกังอีกทีก็หนีหายวับไปแล้ว ทำเอาหลี่ชุนโกรธจนต้องสบถด่าออกมา

"หานจื้อกัง ไอ้ลูกหลานเต่าเอ๊ย แน่จริงมึงอย่ากลับบ้านนะโว้ย พ่อจะกระทืบมึงให้ตายเลย!"

พอหลี่ชุนด่าออกมา ยายเฒ่าหานก็เริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆ

ตัวเองชินกับการทำตัวไร้เหตุผล แต่ลูกชายคนรองของตระกูลหลี่คนนี้เป็นพวกอันธพาลตัวจริงเสียงจริง ถ้าเกิดโดนหมายหัวขึ้นมา ลูกชายแกไม่ตายหรอกหรือ?

"เอ้อร์ชุน แก... แกอย่ามาทำตัวไร้เหตุผลนะ จื้อกังบ้านฉันไม่ได้ไปหาเรื่องแกสักหน่อย"

หลี่ชุนถลึงตาใส่ "แล้วเสี่ยวฮุ่ยบ้านฉันไปหาเรื่องหลานแกหรือไง? แกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าคนรุ่นเดียวกันตีกันได้ ฉันจะรอมันกลับมานี่แหละ ถ้าแกแน่จริงก็อย่าให้มันกลับบ้านสิ"

ยายเฒ่าหานหวาดกลัวสุดขีด "ทำแบบนั้นไม่ได้นะ เด็กๆ ทะเลาะกันเล่นๆ ไม่เป็นไรหรอก พวกแกเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ถ้ามาตีจื้อกังบ้านฉันโดยไม่มีเหตุผล ฉันจะไปฟ้องทีมผลิตจริงๆ ด้วย"

พูดจบ แกก็ดึงตัวเถี่ยต้านเดินจ้ำอ้าวกลับบ้านไปโดยไม่หันมามอง

นี่คือการยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว

หวังฮุ่ยหลานถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง

"ถุย~ ยังจะมาบอกว่าคนรุ่นเดียวกันทะเลาะกันไม่เป็นไรอีก"

"พี่น้องฝั่งบ้านเดิมของฉันมีเป็นร้อยคน ถ้าเรียกมาหมด ถ่มน้ำลายคนละทีก็ท่วมแกตายแล้ว ทำตัวเป็นคนดีตายล่ะ!"

"พรวด~ ฮ่าๆๆๆ..."

พอได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนรอบๆ ต่างก็หัวระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

สิ่งที่หวังฮุ่ยหลานพูดไม่ใช่เรื่องโอ้อวดเลย

ตระกูลหวังถือเป็นตระกูลใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านไท่ผิงจวง มีลูกหลานมากมาย แถมยังมีแต่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ถ้าเรียกพี่น้องทุกสายมารวมตัวกัน มีถึงร้อยกว่าคนจริงๆ

ได้ยินมาว่าตอนที่พวกเขาแต่งงานกัน พี่เมียและน้องเมียกว่าร้อยคนพากันมาขวางประตูเล่นงานหลี่เว่ยกั๋ว ทำเอาเฒ่าหลี่ตกใจแทบแย่

เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องตลกที่คนทั้งหมู่บ้านล้วนเคยได้ยินกันทั้งนั้น

หลี่หนานและหลี่จื่อฮุ่ยรายล้อม "พระนางซูสีไทเฮา" กลับบ้านอย่างผู้ชนะ

อย่างไรก็ตาม หลี่ชุนไม่ได้คิดจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ

คนประเภทนี้ยิ่งยอมยิ่งได้ใจ โดยเฉพาะไอ้เด็กเปรตนั่น ต้องจัดการสั่งสอนให้เข็ดสักครั้ง จะได้ไม่กล้ารังแกเสี่ยวฮุ่ยอีก

เอาให้เหมือนหานจื้อกังพ่อของมัน ที่พอเห็นหน้าเขาปุ๊บก็ต้องรีบไสหัวไปให้ไกลปั๊บ

พอกลับมาถึงบ้าน เอาเตากลับไปเก็บในห้องเก็บของ แม่ก็นำผ้ากันเปื้อนไปซักทันที

หลี่ชุนรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ความจำของแม่ผู้แสนฉลาดหลักแหลมของเขามันดีเกินไปจริงๆ

เขาค้นปิ่นโต หาเนื้อขั้วตับที่แอบจิ๊กกลับมา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหมักกับซีอิ๊วให้เข้าเนื้อ

จากนั้นก็เดินไปที่เนินเขา ตัดกิ่งต้นฮวยขนาดพอเหมาะมาปอกเปลือกแล้วเหลาปลายให้แหลม

หั่นมันเปลวร่างแหเป็นชิ้นเล็กๆ ห่อหุ้มเนื้อขั้วตับ แล้วเสียบไม้เตรียมไว้

"พี่รอง พี่กำลังทำอะไรน่ะ?" หลี่หนานถามด้วยความสงสัย

หลี่ชุนหัวเราะหึๆ "ป่ะ เดี๋ยวพี่รองจะพาไปกินเนื้อย่าง"

เขาส่งไม้เสียบเนื้อให้หลี่หนาน ส่วนตัวเองก็อุ้มฟืนกิ่งไม้แห้งหอบใหญ่เดินออกไปข้างนอก

หลี่จื่อฮุ่ยสับขาสั้นๆ วิ่งตามออกมาติดๆ

"คุณอา คุณอาเล็ก รอหนูด้วยสิ!"

เรื่องของกิน ยัยหนูนี่ไวต่อความรู้สึกเสมอ

ยังคงเป็นที่ใต้ต้นหลิวใหญ่ หลี่ชุนเก็บเศษอิฐมาสองสามก้อนเพื่อก่อเป็นเตาย่างชั่วคราว ทีมย่อยฝั่งตะวันออกอยู่ติดกับโรงงานอิฐ สิ่งที่หาได้ง่ายที่สุดก็คือเศษอิฐนี่แหละ

เขาวางฟืนแห้งลงบนเตาแล้วจุดไฟ เปลวเพลิงลุกโชนแผ่คลื่นความร้อนออกมา หลี่ชุนรีบดึงตัวทั้งสองคนให้ถอยห่าง

กองไฟที่ลุกโชนยังดึงดูดเด็กๆ ที่อยู่บ้านให้เข้ามารวมตัวกัน เถี่ยต้านที่ถูกตามใจจนเคยตัว ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับเรื่องเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย เขาก็เดินตามมาด้วยเช่นกัน

"คุณอาชุน อาจุดไฟทำไมเหรอ?"

"อาคงไม่ได้กะจะเอาเถี่ยต้านไปย่างหรอกนะ!"

"ฮ่าๆๆๆ..."

หลี่ชุนโบกมือไล่ "ไปอยู่ห่างๆ เลย พวกเราจะย่างเนื้อกิน ไม่มีส่วนของพวกแกหรอกนะ!"

พอได้ยินว่าจะย่างเนื้อ แถมยังเห็นเนื้อสดๆ กำใหญ่ในมือหลี่หนาน แต่ละคนก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ

"คุณอาชุน อาย่างเนื้ออะไรเหรอ?"

"ทำไมเนื้อนั่นมันดำปี๋เลยล่ะ รสชาติจะเป็นยังไง จะอร่อยเหรอ?"

"คุณอาชุน เมื่ออาทิตย์ก่อนผมเพิ่งไปวิ่งซื้อบุหรี่ให้อาเองนะ ขอผมชิมสักไม้ได้ไหม..."

หลี่ชุนเมินเฉยต่อคำวิงวอนของเด็กๆ เขาแอบปรายตามองเถี่ยต้าน โอ้โห น้ำลายย้อยแทบจะกลายเป็นน้ำตกอยู่แล้ว

ถึงมันจะดื้อ แต่ก็ไม่กล้ามาซ่ากับหลี่ชุน เพราะนี่คือคนที่กล้ากระทืบแม้กระทั่งพ่อของมัน!

ดังนั้นมันจึงทำได้แค่สูดดมกลิ่น และมองหลี่ชุนตาละห้อย หวังว่าเขาจะเกิดความสงสารและแบ่งให้มันสักไม้ แต่ก็น่าเสียดายที่หลี่ชุนไม่แม้แต่จะชายตามองมันเลย

หลี่จื่อฮุ่ยเคลิบเคลิ้มไปนานแล้ว น้ำลายไหลย้อยเป็นทาง พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของคุณอาเล็ก

"ปล่อยหนูนะ หนูจะกิน เสี่ยวฮุ่ยจะกินเนื้อ!"

"รอก่อนสิ ยังไม่สุกเลย มีส่วนของหลานแน่ๆ!"

หลี่ชุนเองก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอไปเหมือนกัน

เนื้อขั้วตับย่างเตาถ่าน นี่คือของโปรดของเขาในชาติก่อนเลยนะ น่าเสียดายที่ไม่มีผงยี่หร่า ขาดวิญญาณของมันไปนิดหน่อย

เห็นได้ชัดว่าการสุ่มรางวัลในวันนี้มีเครื่องเทศด้วย คาดว่าในอนาคตจะต้องสุ่มได้ยี่หร่าแน่นอน

เนื้อชิ้นไม่ใหญ่มาก ย่างแค่เจ็ดแปดนาทีก็สุกแล้ว

หลี่ชุนหยิบมากำหนึ่งส่งให้หลี่หนาน ให้เธอค่อยๆ กิน ส่วนเขาก็คอยดูแลหลี่จื่อฮุ่ย

หลี่หนานรอไม่ไหวแล้ว เธอดึงเนื้อออกมาหนึ่งชิ้นแล้วกัดเข้าปาก ผิวนอกกรอบแต่เนื้อในนุ่มหนึบ น้ำซอสชุ่มฉ่ำแตกกระจายในปาก นี่มันเป็นความสุขแบบไหนกันเนี่ย!

เมื่อก่อนพี่รองก็เคยย่างปลา ย่างนกกระจอกให้เธอกิน ตอนนั้นเธอก็คิดว่ามันคือของอร่อยระดับเทพแล้ว แต่พอเอามาเทียบกับเนื้อขั้วตับชิ้นโตนี้ มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

"อื้อ~ อร่อยสุดๆ ไปเลย!"

【ได้รับค่าความพึงพอใจจากหลี่หนาน +100】

พอกินไปได้คำหนึ่ง เธอก็ดึงเนื้อออกมาอีกชิ้นแล้วยัดใส่ปากหลี่ชุน

"พี่รอง พี่ก็กินสิ!"

หลี่ชุนหัวเราะ "ต้องเป็นน้องสาวฉันสิถึงจะน่ารักแบบนี้!"

ทว่า หลี่จื่อฮุ่ยกลับไม่ยอม

คุณอาอุตส่าห์ฉีกเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ ให้เธอแท้ๆ แต่คุณอาเล็กดันเอาเนื้อไปป้อนเขาซะงั้น เขาก็เลยมัวแต่กินเอง ทำให้ความเร็วในการฉีกเนื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด!

หลี่จื่อฮุ่ยกระทืบเท้าปรบมืออยู่กับที่ แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความร้อนใจ

"หนูจะกิน หนูจะกิน คุณอารีบๆ หน่อยสิ!"

"ยัยเด็กตะกละเอ๊ย เอ้า~"

"ว้าว~"

ในที่สุดเนื้อก็เข้าปาก หลี่จื่อฮุ่ยกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น

"อร่อยจัง ขออีกค่ะ"

【ได้รับค่าความพึงพอใจจากหลี่จื่อฮุ่ย +100】

อาหลานสามคนนั่งกินเนื้อย่างกันจนปากมันแผล็บ ปล่อยให้พวกเด็กลิงที่ยืนมองตาละห้อยร้อนใจจนแทบบ้า

ไอ้หนูน้อยบ้านตระกูลจู ถึงกับทนไม่ไหวจนร้องไห้ออกมาจริงๆ

"คุณอาชุน ขอพวกเรากินสักคำเถอะนะ!"

"ขอร้องล่ะครับ ขอแค่คำเดียว ให้ผมเรียกอาว่าพ่อก็ยังได้เลย!"

"พรวด~"

หลี่ชุนแทบจะพ่นเลือดเก่าออกมา พอมีของอร่อยอยู่ตรงหน้า พวกนี้ก็ทิ้งศักดิ์ศรีกันหมดเลยเว้ย!

เขารูดเนื้อมากินอีกไม้ แล้วจุดบุหรี่สูบ "พวกแกเคยฟังงิ้วกันมาแล้ว น่าจะเคยได้ยินคำว่า 'ไม่มีความชอบย่อมไม่รับรางวัล' นะ พวกแกไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย แล้วฉันจะให้พวกแกกินเนื้อได้ยังไง?"

พวกเด็กลิงทำหน้าเหลอหลา แต่หวังซู่เหว่ยที่หัวไวที่สุดกลับตาเป็นประกาย

"คุณอาชุน อาดูสิว่ามีอะไรให้ผมช่วยได้บ้าง?"

หลี่ชุนลากก้อนอิฐมานั่ง มองเถี่ยต้านที่ยังคงสูดดมกลิ่นเนื้อย่าง แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"ตอนนี้ อาชุนของแกมองไอ้เด็กเวรนั่นแล้วขัดหูขัดตาพิลึกเลยว่ะ"

หวังซู่เหว่ยสะดุ้งโหยง เข้าใจความหมายทันที

ในสายตาของเขาตอนนี้ เถี่ยต้านก็คือเนื้อย่างที่ส่งเสียงฉ่าๆ อยู่บนเตานั่นเอง!

เขากระโดดโหยงขึ้นมาทันที

"คุณอาชุน เก็บเนื้อย่างไว้ให้ผมด้วยนะ เดี๋ยวหลานไปจัดการเอง"

"ย้าก! ไอ้โจรชั่วเถี่ยต้าน ทิ้งชีวิตมาซะ! ย้ากๆๆๆ..."

หลี่ชุนหัวเราะเจ้าเล่ห์ "รู้ความดีนี่!"

สามวินาทีต่อมา หวังซู่เหว่ยก็กระโดดถีบเถี่ยต้านจนล้มลงไปกองกับพื้น แล้วขึ้นคร่อมรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง

เถี่ยต้านร้องไห้จ้า ยายเฒ่าหานที่ได้ยินเสียงเอะอะ รีบคว้าไม้กวาดพุ่งพรวดออกมาอย่างดุดัน

"หวังซู่เหว่ย ไอ้ลูกลิง แกกล้ารังแกเถี่ยต้านบ้านฉันเหรอ แม่จะตีแกให้ตายเลย..."

หลี่ชุนพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้ายายเฒ่าหานทันที

"คุณป้าหาน ป้าจะทำอะไรน่ะ เด็กๆ เขากำลังเล่นกัน ป้าเป็นผู้ใหญ่ ไม่ควรเข้าไปยุ่งนะ!"

ยายเฒ่าหานถึงกับชะงักงัน

"แก..."

"แกอะไรเล่า คำพูดนี้ป้าเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอไง ทำไมล่ะ ขี้ออกไปแล้วยังจะกลืนกลับเข้าไปอีกเหรอ?"

"ถ้าป้ากล้าเข้าไปยุ่ง ฉันจะไปดักรอกระทืบลูกชายป้าเดี๋ยวนี้แหละ"

ยายเฒ่าหานอึ้งกิมกี่ไปเลย

เมื่อเห็นแบบนั้น หวังซู่เหว่ยก็ยิ่งซัดหนักกว่าเดิม

พวกเด็กลิงคนอื่นๆ เพิ่งจะตั้งสติได้ ก็รีบกรูเข้าไปร่วมวงทันที

"คุณอาชุน พวกเรา..."

หลี่ชุนโบกมือ "ฉันยังเหลือแบ่งให้อีกสามไม้นะ..."

"ย้ากๆๆๆ!"

"เถี่ยต้านอย่าหนีนะ ข้าจะสู้กับเจ้าสักสามร้อยกระบวนท่า..."

...

...

พอกลับมาถึงบ้าน หลี่หนานก็แบ่งเนื้อย่างให้คนในครอบครัวกิน แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ให้ฟัง หวังฮุ่ยหลานหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ

หลี่ชุนยุ่งมาตั้งแต่ตีห้าจนถึงตอนนี้ รู้สึกว่าหนังตาจะปิดอยู่รอมร่อ

"คุยกันไปนะ ผมขอตัวไปงีบก่อน"

"พี่รอง คืนนี้พี่ต้องไปเข้าเวรแทนพี่ปินไม่ใช่เหรอ จะไปกี่โมงล่ะ?" หลี่หนานถาม

"ไม่รีบหรอก กินข้าวเย็นเสร็จค่อยไป"

หวังฮุ่ยหลาน "ไปดึกขนาดนั้น จะไม่ทำให้งานของเสี่ยวปินเสียเอาเหรอ?"

ถ้าเป็นคนอื่นมาขอร้อง เธอคงไม่วางใจ แต่ถ้าเป็นจางปินล่ะก็ไม่มีปัญหา

เด็กคนนั้นเธอเห็นมาตั้งแต่เกิด ค่อนข้างจะพึ่งพาได้

จางเป่าไฉ พ่อของจางปิน เคยเป็นผู้จัดการร้านขายธัญพืชหนานหยวนในตัวเมือง ตอนนั้นไปล่วงเกินคนเข้า เลยถูกสั่งให้มาใช้แรงงานที่หมู่บ้านจวงโถวอิ๋ง อาศัยอยู่ในกระท่อมซอมซ่อตรงปากทางเข้าหุบเขาฝั่งตะวันออก

ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดไม่พอ ยังโดนลากตัวไปซ้อมอยู่บ่อยๆ แถมตอนนั้นแม่ของจางปินก็กำลังตั้งท้องเขาอยู่พอดี

น่าสงสารสุดๆ

หลี่เว่ยกั๋วทนดูไม่ได้ พอมีของกินติดไม้ติดมือกลับมา ก็แอบเอาไปแบ่งให้ครอบครัวนั้นบ้าง

ตอนที่จางปินยังเด็กมักจะโดนเด็กในหมู่บ้านรังแก ก็ได้หลี่ชุนนี่แหละที่คอยปกป้องมาตั้งแต่เล็กจนโต รักกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ

เมื่อไม่กี่ปีก่อน จางเป่าไฉได้รับการล้างมลทิน และได้กลับไปรับตำแหน่งเดิมที่ตัวเมือง

ตระกูลจางโกรธแค้นทุกคนในหมู่บ้านจวงโถวอิ๋ง ยกเว้นแต่ตระกูลหลี่ที่พวกเขารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณ

เวลาผ่านไปหลายปี ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวก็ยังคงเหนียวแน่น มักจะหาข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่นอกเหนือระบบโควตามาให้ตระกูลหลี่อยู่เสมอ

ถึงแม้ตอนนี้จางเป่าไฉจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการสำนักงานธัญพืชประจำเมืองแล้ว แต่ทุกเช้าวันตรุษจีน เขาก็ยังพาลูกเมียมาสวัสดีปีใหม่ที่บ้านตระกูลหลี่ไม่เคยขาด

ตอนนี้ จางปินอาศัยเส้นสายของพี่เขยรอง ไปตั้งโต๊ะบิลเลียดอยู่ที่ชั้นสองของสถานีรถไฟ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงดีทีเดียว

หลี่ชุนยิ้ม "จะเสียงานอะไรได้ล่ะ ก็แค่แม่เขาคิดถึงลูก คืนนี้ก็แค่ให้เขากลับไปนอนที่บ้านก็เท่านั้นแหละ ผมไปนอนก่อนนะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว"

หลี่ชุนกลับเข้าห้องไปนอน โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ชื่อเสียงของเขากำลังเริ่มแพร่สะพัดออกไป

กลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักของคนในหมู่บ้านน่ะไม่แปลกหรอก แต่แม้กระทั่งเพื่อนของจ้าวอู่ที่มาจากต่างหมู่บ้าน พอกลับไปก็ยังเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก

หมู่บ้านเหยียนอิ๋งจื่อ

ที่บ้านของเหยียนหย่งฮุย อาเล็กของเจ้าสาว เพื่อนบ้านและญาติสนิทมิตรสหายต่างทยอยกันมาเยี่ยมเยียน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไถ่ถามถึงสถานการณ์ของฝั่งบ้านเจ้าบ่าว

ธรรมเนียมปฏิบัติของชาวบ้านชนบทมีมากมาย ดังนั้นเวลามีงานมงคล ก็มักจะมีการจับผิดหาเรื่องกันอยู่บ่อยๆ

ยุคสมัยนี้ไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไรมากมาย การนินทาเรื่องชาวบ้านจึงเป็นสิ่งที่คนชนบทโปรดปรานที่สุด หากได้ยินเรื่องแย่ๆ ของฝั่งบ้านเจ้าบ่าวจากปากของเหยียนหย่งฮุย พวกเขาก็คงจะดีใจกันน่าดู

แต่ผลลัพธ์กลับทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง

ไม่ใช่แค่เหยียนหย่งฮุยเท่านั้น แต่ทุกคนที่ไปส่งตัวเจ้าสาวในวันนี้ ล้วนพึงพอใจกับฝั่งบ้านเจ้าบ่าวเป็นอย่างมาก

"เฮ้ย~ โต๊ะจีนบ้านตระกูลจ้าวมันสุดยอดมากเลยนะ มีทั้งปลาทั้งเนื้อครบทุกอย่าง แถมยังมีไก่อบพะโล้ด้วยนะ"

"พ่อครัวที่เขาจ้างมาก็เก่งมาก ฉันไม่เคยไปกินอาหารที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย ลูกเอ๊ย เมนูนั้นมันชื่ออะไรนะ?"

"ถั่วลิสงคลุกงาครับ"

"ใช่ๆ เมนูถั่วลิสงคลุกงานั่นแหละ ทั้งกรอบ หอม หวาน มัน อร่อยสุดๆ ไปเลย"

พวกเพื่อนบ้านต่างพากันเบ้ปาก "แหวะ~ ก็แค่ถั่วลิสง ต่อให้อร่อยแค่ไหนมันก็เป็นรสถั่วลิสงนั่นแหละ"

"ถุย~ แกจะไปรู้อะไร! ถั่วลิสงนั่นข้างนอกเคลือบงา แถมยังมีรสหวานด้วยนะ กรุบกรอบเคี้ยวเพลิน อร่อยอย่าบอกใครเลยล่ะ"

"ใช่ๆ พ่อฉันยังกินไม่พอกินเลย ต้องบากหน้าไปขอเขาเพิ่มอีกจานแน่ะ"

เหยียนหย่งฮุย: ......

"ซี๊ด~"

"อร่อยขนาดนั้นเชียว?"

"ก็ใช่น่ะสิ ฉันจะมาพูดโกหกพวกแกทำไมล่ะ!"

"ไม่ใช่แค่ถั่วลิสงนะ ลูกชิ้นสี่สหายก็ทำตามแบบที่คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนทำกันเป๊ะเลย จานหนึ่งมีลูกชิ้นลูกโตสี่ลูก น้ำซอสที่ราดมาก็รสชาติกลมกล่อมมาก เอาเป็นว่าฝีมือเหนือกว่ากั๋วไฉในหมู่บ้านเราไปไกลลิบเลยล่ะ!"

"วันหลังถ้าไปที่นั่นอีก ต้องลองสืบดูนะว่าพ่อครัวหนุ่มคนนั้นชื่ออะไร เผื่อบ้านเรามีงาน จะได้ลองเชิญเขามาทำอาหารให้ รับรองว่าต้องได้หน้าแน่นอน..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 11 - เนื้อย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว