- หน้าแรก
- ยอดเชฟทะลุมิติ พลิกชีวิตด้วยระบบทำอาหาร
- บทที่ 1 - เปิดงานได้เลือด กิจการรุ่งเรือง
บทที่ 1 - เปิดงานได้เลือด กิจการรุ่งเรือง
บทที่ 1 - เปิดงานได้เลือด กิจการรุ่งเรือง
บทที่ 1 - เปิดงานได้เลือด กิจการรุ่งเรือง
วันที่ 10 กรกฎาคม ปี 1987
วันนี้เป็นวันมงคลสมรสของจ้าวเสี่ยวซวง ทั้งในและนอกลานบ้านต่างประดับประดาด้วยผ้าสีแดงสดใส ทว่าใบหน้าของคนในครอบครัวกลับมีแต่ความหมองหม่น
เมื่อครู่ตอนเตรียมจะฆ่าหมู ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ปมเชือกที่มัดหมูไว้ก็หลุดออก หมูอ้วนหนักกว่าสามร้อยชั่งดิ้นหลุดจากพันธนาการ แล้ววิ่งเตลิดเปิดเปิงไปทั่วลานบ้าน
บังเอิญจริงๆ มันพุ่งชนเพิงพักชั่วคราวที่เพิ่งสร้างขึ้นจนพังครืน ทับหลี่เว่ยกั๋ว พ่อครัวประจำหมู่บ้านเพียงคนเดียวจนหัวแตก เลือดสดๆ ไหลอาบทะลัก
เที่ยงนี้จะเริ่มงานเลี้ยงอยู่แล้ว แต่พ่อครัวกลับโดนหมูขวิดเสียนี่
จะไปตามคนจากหมู่บ้านอื่นมาแทนตอนนี้ แค่ถามว่าเขาคิวว่างไหมก็เรื่องหนึ่งแล้ว ไหนจะต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับและเตรียมวัตถุดิบอีก ยังไงก็ไม่ทันการณ์แน่
จะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้?
ทรงผมหัวฟูฟ่องแบบนักร้องดังเฟ่ยเสียงของเจ้าบ่าวจ้าวเสี่ยวซวง ถูกขยี้จนยุ่งเหยิงกลายเป็นรังนก
หลี่สี่ ผู้จัดการงานที่รับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดร้อนใจจนเหงื่อแตกพลั่ก
ในขณะที่ทุกคนกำลังหมดหนทาง หลี่ชุนที่ถูกหลี่เว่ยกั๋วผู้เป็นพ่อบังคับลากตัวมาช่วยงานก็ก้าวออกมา
"อย่ามัวแต่อึ้งกันอยู่เลย ขืนชักช้ากว่านี้จะกลายเป็นไม่ทันจริงๆ แล้วนะ"
"คุณอาสี่ รีบหาคนพาพ่อผมไปทำแผลที่สถานีอนามัยเถอะ งานเลี้ยงมื้อเที่ยงนี้ ผมจะรับหน้าที่เป็นพ่อครัวใหญ่เอง"
อย่างไรก็ตาม การที่หลี่ชุนเสนอตัวอย่างมั่นอกมั่นใจกลับไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ เลย
ไม่สิ!
ดูเหมือนทุกคนจะพร้อมใจกันกลอกตาบนใส่เขาวงใหญ่ต่างหาก
ก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น ใครบ้างจะไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่มันเป็นตัวอะไร
จับปลาจับกุ้ง ลักไก่ขโมยหมา ชกต่อยวิวาท
เรื่องพรรค์นี้ล่ะถนัดนัก แต่พอเป็นเรื่องเป็นราวมันกลับไม่ยอมทำ
ไปทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่อยู่ในตัวตำบล ก็เพราะชื่อเสียงไม่ดีนี่แหละ อายุยี่สิบสองเข้าไปแล้วถึงยังหาแฟนไม่ได้สักคน
ชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอด จะไปหวังพึ่งอะไรมันได้?
หลี่ชุนหน้าร้อนผ่าว หันไปมองหลี่เว่ยกั๋วอย่างเก้อเขิน
"พ่อ พ่อก็ไม่เชื่อใจผมเหรอ?"
แต่ผู้เป็นพ่อกลับถลึงตาใส่เขาอย่างดุเดือด "หุบปาก ที่นี่ไม่ใช่กงการอะไรของแก"
หลี่ชุนเริ่มฉุน
"ได้! ถือว่าผมปากมากเองก็แล้วกัน เสนอตัวไปก็ไม่มีใครเอาอยู่แล้วนี่ แผนพังก็ไม่ใช่เรื่องของผมสักหน่อย ไปเถอะ ผมจะพาพ่อไปสถานีอนามัยเอง"
พูดจบ เขาก็ทำท่าจะลากหลี่เว่ยกั๋วออกไป แต่จ้าวอู่ พ่อของจ้าวเสี่ยวซวงกลับรีบคว้ารถดึงเอาไว้
"เดี๋ยวก่อน เฒ่าหลี่ หรือจะให้เอ้อร์ชุนลองดู!"
"อะไรนะ?"
คำพูดของจ้าวอู่ทำเอาทุกคนเบิกตากว้างราวกับเห็นผี แม้แต่หลี่เว่ยกั๋วเองยังสงสัยว่าตัวเองโดนกระแทกจนสมองกระทบกระเทือน เกิดหูแว่วไปเองหรือเปล่า
ให้ลูกชายที่ไม่เอาถ่านของฉันลองดูเนี่ยนะ?
คิดอะไรอยู่เนี่ย?
ถ้าทำออกมาไม่ดีก็ถึงคราวพินาศจริงๆ แล้วนะ หน้าตาของตระกูลจ้าวนายจะไม่เอาแล้วหรือไง?
"ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเอ้อร์ชุนก็เคยเป็นลูกมือให้นาย ให้เขาลองดูเถอะ ไม่งั้นนายจะให้ทำยังไงล่ะ?"
ตอนที่มาช่วยงานคราวก่อนๆ ดูเหมือนเขาจะเคยเห็นหลี่ชุนเป็นลูกมือให้หลี่เว่ยกั๋ว ก็น่าจะพอรู้กฎเกณฑ์บ้างล่ะน่า
ส่วนเรื่องทำอาหาร อย่างน้อยก็คงจะดีกว่าพวกป้าๆ น้าๆ ในหมู่บ้านหน่อยล่ะมั้ง!
ในฐานะหัวหน้าครอบครัว เวลาแบบนี้เขาต้องเป็นคนตัดสินใจ
หมู่บ้านขาดพ่อครัวใหญ่ ก็ต้องดันนักเลงขึ้นมาเป็นทัพหน้า
หมดหนทางแล้วจริงๆ!
มุมปากของหลี่เว่ยกั๋วกระตุกยิกๆ ลูกชายคนรองเคยเป็นลูกมือให้เขาจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็แค่ครั้งเดียวแล้วก็ดันถูกนายเห็นเข้าพอดีไงเล่า
มันก็ผัดกับข้าวเป็นอยู่หรอก แต่ทำกับข้าวกินเองที่บ้านกับทำโต๊ะจีนเลี้ยงคนเป็นร้อยมันเหมือนกันที่ไหน?
ถ้าทำพังขึ้นมา สุดท้ายคนที่เป็นพ่ออย่างเขาก็ต้องรับเคราะห์แทนอยู่ดีนั่นแหละ!
แต่ในเมื่อจ้าวอู่ตัดสินใจแล้ว ถ้าเขาพูดว่าไม่ได้อีกก็เท่ากับเป็นการหักหน้าอีกฝ่าย
ไม่มีทางเลือก หลี่เว่ยกั๋วจึงได้แต่กัดฟันพยักหน้า "เจ้ารองมันพอผัดกับข้าวได้อยู่สองสามอย่าง เฒ่าจ้าว ถ้านายกล้าใช้มัน ก็ให้มันลองดู เดี๋ยวฉันจะให้แม่มันมาช่วยเป็นลูกมือด้วย"
เขาหันไปกำชับหลี่ชุน "ใจเย็นๆ หน่อยล่ะ อย่าลุกลี้ลุกลน ในเมื่อแก..."
หลี่ชุนขัดจังหวะอย่างรำคาญ "พอแล้วๆ ผมรู้ลิมิตตัวเองน่า พ่อรีบไปทำแผลเถอะ ขืนไม่ห้ามเลือดเดี๋ยวเลือดก็ไหลหมดตัวพอดี คุณอาสี่ รีบจัดคนพาพ่อผมไปสถานีอนามัยเร็วเข้า..."
หลังจากส่งตัวหลี่เว่ยกั๋วที่เอาแต่บ่นกระปอดกระแปดออกไปแล้ว หลี่ชุนก็ปรบมือตะโกนเสียงดัง
"อย่าทำหน้าเศร้ากันไปเลย เมื่อกี้มันก็แค่อุบัติเหตุ"
"นี่เรียกว่าเปิดงานได้เลือด กิจการเจริญรุ่งเรืองไงล่ะ"
"พรวด~"
หลี่เว่ยกั๋วที่เพิ่งเดินออกไปนอกลานบ้านถึงกับก้าวพลาดเกือบหดล้ม ในใจยิ่งรู้สึกหวั่นใจมากกว่าเดิม
ในที่สุดในลานบ้านก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น บรรยากาศผ่อนคลายลงบ้าง
หลี่หู่ ญาติผู้น้องหัวเราะร่าพร้อมตะโกนว่า "พี่รอง งานนี้เราจัดงานมงคลนะ ไม่ใช่เปิดร้านขายของซะหน่อย!"
หลี่ชุนตอบกลับ "อย่าไปใส่ใจรายละเอียดพวกนั้นเลย จัดงานมงคลมันก็ต้องสนุกสนานเข้าไว้สิ!"
"คุณอาสี่ พวกคุณฆ่าหมูต่อไปเถอะ แล้วก็รีบตั้งเพิงใหม่ให้เสร็จไวๆ ด้วย"
"คนอื่นที่มาช่วยงานก็เริ่มลงมือได้เลย พวกพี่สะใภ้คุณน้าไปล้างผักทำปลา พวกผู้ชายก็ไปจัดโต๊ะเก้าอี้"
"หู่จื่อกับป๋อหลิน พวกนายสองคนไปเข็นเต้าหู้จากโรงทำเต้าหู้กลับมา..."
เมื่อเห็นหลี่ชุนสั่งการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของจ้าวอู่ก็คลายลงเล็กน้อย
"ไอ้หนุ่ม งั้นทางนี้อาขอฝากด้วยนะ!"
"วางใจเถอะครับคุณอา ทางนี้ยกให้เป็นหน้าที่ผมเอง วันมงคลทั้งที อย่าทำหน้าบึ้งสิครับ ยิ้มหน่อย!"
จ้าวอู่กลอกตาใส่เขาอย่างแรง
ยิ้มงั้นเหรอ?
เจอเรื่องพรรค์นี้เข้าไป ฉันรับรองได้ว่าไม่ร้องไห้ออกมาก็ดีแค่ไหนแล้ว จะให้ยิ้มออกได้ยังไง?
ขอให้ฝีมือของแกมันเก่งเหมือนปากเถอะ ไม่อย่างนั้น หน้าตาของตระกูลจ้าวเราคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่
ให้ตายเถอะ!
ยายเฒ่าหยางดูฤกษ์ยังไงของแกเนี่ย?
โคตรจะซวยเลย!
"อู๊ด~~"
สิ้นเสียงร้องโหยหวน เจ้าหมูอ้วนตัวการก็ถูกจัดการในที่สุด
ภายใต้การจัดการของหลี่สี่ เพิงพักก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
หลี่ชุนก็สร้างเตาชั่วคราวขึ้นมาสองเตาให้พอดีกับความสูงของตัวเอง
เขานำฟืนมาก่อไฟแล้วจุดถ่านหิน จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารของวันนี้ออกมาดู
อาหารเย็นสี่อย่าง อาหารร้อนแปดอย่าง รวมทั้งหมดสิบสองเมนู!
อาหารเย็น: ยำฟองเต้าหู้ใส่หอมซอย, ถั่วลิสงทอด, ยำเห็ดหูหนูขาวใส่ซานจา และไก่อบพะโล้
อาหารร้อน: หมูผัดพริกหยวก, หมูผัดเห็ดหูหนู, หมูผัดหอมหัวใหญ่, ซุปกระดูกหมูตุ๋นสาหร่ายเส้น, มันฝรั่งเส้นผัดเปรี้ยวเผ็ด, ลูกชิ้นสี่สหาย, หมูตุ๋นวุ้นเส้น และปลาหลีฮื้อน้ำแดง
"โอ้โห~"
ในยุคแปดศูนย์ รายการอาหารแบบนี้ถือว่าจัดเต็มสุดๆ เลยนะ!
ผู้ชายตระกูลจ้าวล้วนเป็นช่างปูน พวกเขาออกไปรับเหมาก่อสร้างข้างนอกกับหยางว่านฟู่ ผู้รับเหมาในหมู่บ้าน ตลอดทั้งปีหาเงินได้ไม่น้อย
ถ้าเป็นครอบครัวทั่วไป คงไม่มีปัญญาจัดงานระดับนี้แน่
มนุษยสัมพันธ์ของจ้าวอู่ในหมู่บ้านถือว่าดีมาก เขาเชิญคนมาเกินครึ่งหมู่บ้านเลยทีเดียว
ตามคำขอของเขา ต้องจัดทั้งหมดยี่สิบสองโต๊ะ และเตรียมเผื่อไว้อีกสองโต๊ะ
นี่มันงานใหญ่ชัดๆ
แต่สำหรับหลี่ชุนแล้ว ไม่มีปัญหาเลยสักนิด
ชาติก่อนเพราะมีเรื่องชกต่อยวิวาทจนโดนจับ เขาเลยได้เป็นพ่อครัวในโรงอาหารของค่ายกักกันมาตั้งหกปีกว่า แถมยังได้เรียนรู้วิชาทำอาหารจากพ่อครัวอาหารจานด่วนในนั้นมาไม่น้อย
หลังจากออกมา เขาก็ผัดกับข้าวอยู่ในร้านอาหารเล็กๆ ของน้องสาวตัวเองมาตลอด
บั้นปลายชีวิตยังถูกหลานสาวเป่าหูให้มาเป็นสตรีมเมอร์สายกิน มีผู้ติดตามตั้งแสนกว่าคนเชียวนะ
เขาเกิดใหม่มาได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว
เขารู้สึกว่าโอกาสมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ กลับมีไม่มาก
เขามีแค่ความรู้ระดับมัธยมต้นปลอมๆ ประสบการณ์ในชาติก่อนก็มีจำกัด เขารู้สึกว่าสิ่งที่มั่นใจที่สุด ก็คือการแสวงหาความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ตัวเองถนัดที่สุดนั่นแหละ
หลี่ชุนคิดมาดีแล้ว การเป็นพ่อครัวจัดงานเลี้ยงในหมู่บ้านตอนนี้ก็ถือว่าไม่เลว
ด้วยประสบการณ์และสูตรอาหารที่เขามีจากชาติก่อน การเป็นพ่อครัวในหมู่บ้านยุคนี้มันก็เหมือนกับการลดระดับลงมาตบเด็กนั่นแหละ
เริ่มจากการค่อยๆ สะสมชื่อเสียงและความนิยมไปก่อน ทำให้หมู่บ้านรอบๆ ไม่ว่าบ้านไหนจะจัดงานเลี้ยง ก็ต้องนึกถึงเขาเป็นคนแรก
พอมีชื่อเสียงและฐานลูกค้าแล้ว การกอบโกยเงินทองก็เป็นเรื่องง่ายดายราวกับน้ำไหล!
พูดตามตรง เขาก็ไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรมากมายหรอก
แค่ตั้งเป้าว่าภายในสิบปีต้องมีอิสรภาพทางการเงินในระดับพื้นฐาน เวลาที่เหลือก็เอาไปเที่ยวเล่น สัมผัสความงดงามของประเทศ และชิมอาหารอร่อยๆ ทั่วโลก
นั่นแหละคือชีวิตที่เขาต้องการ!
【ยืนยันเป้าหมาย?】
"ยืนยัน!"
"เดี๋ยวนะ... ใครกำลังพูดกับฉัน?"
【ติ๊ง!】
【ตรวจพบว่าเป้าหมายในชีวิตของโฮสต์ชัดเจน ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง ระบบผู้ช่วยสานฝันกำลังเริ่มเปิดใช้งาน...】
【เปิดใช้งานสำเร็จ! ระบบจะช่วยเหลือโฮสต์อย่างเต็มที่เพื่อบรรลุความปรารถนา มอบรางวัลเริ่มต้น: ฟังก์ชันตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารอัตโนมัติ, รถสามล้อประกอบมือสองหนึ่งคัน และผ้ากันเปื้อนลวดลายเฉพาะตัวแบบเก่าแลกใหม่ได้ตลอดชีพหนึ่งผืน...】
(จบแล้ว)