- หน้าแรก
- อาณาจักรตัดสวรรค์
- บทที่ 21 - พลังของเมิ่งซิง
บทที่ 21 - พลังของเมิ่งซิง
บทที่ 21 - พลังของเมิ่งซิง
บทที่ 21 - พลังของเมิ่งซิง
"กรรจ์"
หลังจากพยัคฆ์ขาวเนตรแดงกระโดดขึ้นมาบนหุบเขาแล้ว ดวงตาที่มีขนาดเท่าโคมไฟก็ฉายแววดุร้าย ไล่ตามซูเฉินไปอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ พยัคฆ์ขาวเนตรแดงตัวนี้จะได้รับบาดเจ็บไม่เบาแล้ว แต่ความเร็วก็ยังคงรวดเร็วดั่งสายลม ระยะห่างกับซูเฉินแคบลงอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งพวกเขาวิ่งไล่กวดกัน การเคลื่อนไหวเอิกเกริกเกินไป อาจจะดึงดูดสัตว์อสูรให้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจก่อให้เกิดคลื่นสัตว์อสูรได้
และก็เป็นเช่นนั้น ซูเฉินวิ่งหนีไปได้ไม่นาน เสียงคำรามของสัตว์อสูรก็ดังก้องใกล้เข้ามาหาเขาเรื่อยๆ
"ผู้อาวุโสเมิ่งซิง ตอนนี้ข้าควรทำอย่างไรดี"
ซูเฉินเอ่ยถามอย่างร้อนรน
เวลานี้ เขามีเพียงเมิ่งซิงเป็นฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายเท่านั้น
ภายในหัว เสียงของเมิ่งซิงค่อยๆ ดังขึ้น
"ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าบอกเจ้าได้เพียงสามคำเท่านั้น"
"สามคำอันใด"
"พึ่ง ตัว เอง"
"ซูเฉินสบถ #¥&#*!"
นี่มันไม่ควรจะเป็นคำว่า ข้า จัด การ หรือ
"ผู้อาวุโสเมิ่งซิง"
"ผู้อาวุโสเมิ่งซิง"
ซูเฉินร้องเรียกในใจหลายครั้ง ทว่าเวลานี้ กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากเมิ่งซิงอีก ทำให้หัวใจของซูเฉินดิ่งลงสู่หุบเหวโดยสมบูรณ์
"บัดซบ ไม่สนแล้ว ข้าจะพุ่งเข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขาแสนบรรพต ข้าไม่เชื่อว่าเดรัจฉานตัวนี้จะกล้าตามข้าเข้าไป"
ในดวงตาของซูเฉินฉายแววโหดเหี้ยมวาบผ่าน
ซูเฉินพุ่งทะยานเข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขาแสนบรรพต ส่วนสัตว์อสูรหลายตัวรอบด้านที่ถูกดึงดูดด้วยเสียงของพยัคฆ์ขาวเนตรแดง ก็พุ่งเข้าหาซูเฉินเช่นเดียวกัน
"ตายเสียเถอะ"
ซูเฉินคำรามลั่น ซัดฝ่ามือสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งเบื้องหน้าไปหนึ่งตัว ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง ก็มีสัตว์อสูรหลายตัวพุ่งเข้าหาเขาอีก ซูเฉินทำได้เพียงหลบหลีกอย่างสุดกำลัง
แคว่ก
ซูเฉินพลั้งเผลอเพียงนิดเดียว ก็ถูกสัตว์อสูรตัวหนึ่งกรงเล็บตะปบเข้าที่แผ่นหลัง บังเกิดรอยขีดข่วนอันน่าสยดสยองสามรอย โลหิตสาดกระเซ็นทันที
ซูเฉินรู้สึกเพียงว่าแผ่นหลังปวดแสบปวดร้อน ทว่าก็ทำได้เพียงกัดฟัน พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าต่อไป
ตอนนี้เขามองออกแล้วว่า เมิ่งซิงไม่ได้มีความคิดที่จะช่วยชีวิตเขาเลย
สำหรับเรื่องที่ว่าเมิ่งซิงจะยื่นมือเข้ามาช่วยรักษาชีวิตของเขาไว้หรือไม่นั้น ซูเฉินไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดแล้วจนถึงตอนนี้ ซูเฉินก็ยังไม่แน่ใจว่าเหตุใดเมิ่งซิงจึงช่วยเหลือเขา
ตอนนี้ซูเฉินทำได้เพียงพึ่งพาตนเองเท่านั้น
โชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปมากนัก มิฉะนั้นภายใต้การโจมตีของสัตว์อสูรมากมายเหล่านี้ เกรงว่าคงจะสิ้นชีพไปนานแล้ว
ซูเฉินวิ่งตะบึงไปตลอดทาง ไม่รู้ว่าพุ่งทะยานออกมาไกลเพียงใด รู้สึกเพียงว่าหน้ามืดตาลาย พลังปราณในร่างก็ค่อยๆ เหือดแห้งลง
ภายใต้การโจมตีของสัตว์อสูรมากมาย ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แม้แต่เสื้อคลุมสีดำที่สวมอยู่ ตอนนี้ก็ถูกฉีกขาดเป็นริ้วๆ
ท่ามกลางความเลือนราง ซูเฉินรู้สึกเพียงว่าสัตว์อสูรที่ตามอยู่ด้านหลังน้อยลงเรื่อยๆ และสภาพแวดล้อมโดยรอบก็เงียบสงบลงเรื่อยๆ
ปัง
หลังจากวิ่งออกมาไกลเท่าใดไม่ทราบ ซูเฉินก็หมดเรี่ยวแรงลงในที่สุด ล้มพับลงไปกองกับพื้น สลบไสลไม่ได้สติ
หึ่ง
ในตอนนี้นั้นเอง หยกวิเศษเทียนจีบนหน้าอกของซูเฉินก็เปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมา
เงาร่างของเมิ่งซิงที่เลือนรางราวกับความฝัน ปรากฏขึ้นข้างกายซูเฉิน
ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี ทั่วทั้งร่างของเมิ่งซิงไร้ซึ่งฝุ่นละอองใดๆ บนร่างเปล่งแสงสีอ่อนละมุน ราวกับนางฟ้าจำแลง
เมิ่งซิงเพียงแค่กวักมือ ร่างของซูเฉินก็ลอยขึ้นมากลางอากาศ เดินตามนางมุ่งหน้าต่อไป
"กรรจ์"
สัตว์อสูรประเภทสิงโตระดับสี่ตัวหนึ่งค้นพบเงาร่างของเมิ่งซิง หยัดกายลุกขึ้นอย่างระแวดระวัง คำรามลั่น
ทว่ายังไม่ทันที่มันจะเริ่มโจมตีเมิ่งซิง พลังลึกลับประการหนึ่งก็ครอบคลุมลงบนร่างของสัตว์อสูรตัวนี้
ปัง
เพียงชั่วพริบตา สัตว์อสูรระดับสี่ที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับมหาคุรุยุทธ์ของมนุษย์ ก็ระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิตไปโดยตรง
และตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากพาซูเฉินเดินมุ่งหน้าต่อไปแล้ว เมิ่งซิงก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย แม้แต่สายตาก็ไม่ได้ปรายตามองด้วยซ้ำ
หยาดโลหิตที่สาดกระเซ็น เมื่อเข้าใกล้รัศมีหนึ่งจั้งรอบกายเมิ่งซิง ก็ถูกพลังลึกลับบางอย่างสกัดกั้นเอาไว้
เมิ่งซิงนำซูเฉินมายังถ้ำภูเขาอันกว้างขวางแห่งหนึ่ง
ปลายนิ้วชี้ออกไป แสงสีฟ้าอ่อนสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของนาง ไหลรินเข้าสู่ร่างกายของซูเฉินอย่างช้าๆ
พร้อมกับที่แสงสว่างนั้นไหลรินเข้าไป รอยแผลอันน่าสยดสยองบนร่างของซูเฉินก็เริ่มสมานตัวอย่างช้าๆ
โลหิตหยุดไหล ผิวหนังและเนื้อที่ฉีกขาดก็ค่อยๆ ขยับเขยื้อน งอกขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง
หลังจากเวลาผ่านไปสามลมหายใจ บาดแผลแต่ละรอยเหล่านั้นก็กลายเป็นเพียงรอยจางๆ สีขาว
วิธีการเช่นนี้ แม้จะมีราชันยุทธ์อยู่ที่นี่ ก็ต้องตกตะลึงจนตาค้างอย่างแน่นอน
เพราะนี่ไม่ใช่พลังที่ผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์จะสามารถครอบครองได้เลย
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เงาร่างของเมิ่งซิงก็ค่อยๆ เลือนหายไป