- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ซีเหอหยวน เปิดฉากมาเจี่ยตงซวี่ก็โดนไฟดูดตายซะแล้ว
- บทที่ 25 ความลับอันน่าตกตะลึง
บทที่ 25 ความลับอันน่าตกตะลึง
บทที่ 25 ความลับอันน่าตกตะลึง
บทที่ 25 ความลับอันน่าตกตะลึง
เจี่ยจางซื่อมองอี้จงไห่อย่างใจเย็น รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหล่อน
"เฒ่าอี้ ถ้าตอนนั้นตาเฒ่าเจี่ยไม่ได้ช่วยแกให้การเท็จ แกคงไปนอนกอดลูกกรงในคุกตั้งนานแล้ว"
"ต่อให้แกออกจากคุกมาได้ แกก็คงโดนไล่ออกจากโรงงานรีดเหล็ก แล้วต้องซมซานกลับไปทำนาที่บ้านนอกแล้วล่ะ"
"แล้วแกคิดว่าจะมีช่างกลระดับเจ็ด หรืออี้จงไห่ผู้ยิ่งใหญ่ในวันนี้ได้ยังไง?"
เจี่ยจางซื่อมองอี้จงไห่อย่างหยิ่งผยอง สีหน้าของหล่อนบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังกุมจุดอ่อนของเขาเอาไว้ หากเขาไม่ยอมช่วยเจี่ยตงซวี่ ก็เตรียมตัวพังพินาศไปด้วยกันได้เลย
ดวงตาของอี้จงไห่แดงก่ำ เขาสั่นเทิ้มไปทั้งตัวด้วยความโกรธจัดและชี้หน้าเจี่ยจางซื่อ
"นี่แก... แกยังไม่ได้เผากระดาษคราฟท์แผ่นนั้นทิ้งงั้นเรอะ"
เจี่ยจางซื่อแค่นหัวเราะเยาะ ก่อนจะถลึงตาใส่อี้จงไห่
"เฒ่าอี้ ที่ตาเฒ่าเจี่ยให้แกเขียนความจริงลงบนกระดาษคราฟท์แผ่นนั้น ก็เพราะเขาก็ระแวงแกเหมือนกันนั่นแหละ ตอนนั้นเขาให้การเท็จช่วยแก แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับกรรม โดนไฟคลอกตายไปก่อนวัยอันควร ศพไหม้เกรียมไปหมด"
"ส่วนเรื่องที่แกรับตงซวี่เป็นลูกศิษย์ แกสอนอะไรมันบ้างล่ะ? มันยังย่ำต๊อกอยู่แค่ระดับคนงานขั้นหนึ่งมาสิบกว่าปีแล้ว ฉันรู้นะว่าแกจงใจทำแบบนี้ แต่ฉันก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร ฉันแค่ไม่อยากแตกหักกับแก อย่าคิดว่าฉันโง่นะ ฉันฉลาดกว่าที่แกคิดเยอะ"
"แกคิดว่าเงินห้าร้อยหยวนจะฟาดหัวให้ฉันทำลายกระดาษแผ่นนั้น แล้วทิ้งให้แม่ม่ายอย่างฉันกับลูกๆ ต้องตกระกำลำบากงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ"
พูดจบ เจี่ยจางซื่อก็ยืนเท้าเอว จ้องมองอี้จงไห่ด้วยความโกรธแค้น
จางเสี่ยวผีที่แอบฟังอยู่ใต้หน้าต่างหลังบ้านถึงกับตกตะลึง "พวกเดรัจฉานก็ยังเป็นเดรัจฉานอยู่วันยังค่ำ!" เขาคิดในใจ "ดูเหมือนว่าเรื่องของอี้จงไห่จะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ซะแล้ว ขนาดพ่อของเจี่ยตงซวี่ยังเข้าไปพัวพันด้วยเลย"
พ่อของเจี่ยตงซวี่คงไปเห็นอะไรสำคัญเข้า แล้วก็ให้การเท็จตอนสืบสวน จากนั้นก็บังคับให้อี้จงไห่เขียนสารภาพความผิดลงบนกระดาษ ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ
จางเสี่ยวผีอดสงสัยไม่ได้ว่าในกระดาษแผ่นนั้นเขียนอะไรไว้กันแน่
"พี่สะใภ้ พี่จะเอากระดาษแผ่นนั้นมาให้ผมได้ยังไง? พี่ต้องการเท่าไหร่? บอกมาคำเดียวเลย คราวนี้เรามาตกลงกันให้จบๆ ยื่นหมูยื่นแมวไปเลย"
อี้จงไห่พยายามระงับความโกรธ เขารู้ดีว่าถ้าบีบคั้นเจี่ยจางซื่อมากเกินไป แล้วหล่อนเอากระดาษแผ่นนั้นออกมาแฉ เขาจบเห่แน่ ตอนนี้เขาทำได้เพียงกลืนความโกรธลงคอ และหาทางเอากระดาษแผ่นนั้นมาให้ได้ก่อน
"ถ้าแกช่วยตงซวี่ออกมาได้ ฉันถึงจะให้ แต่ถ้าตงซวี่ต้องติดคุก ครอบครัวเจี่ยของเราก็จบสิ้น ฉันเองก็คงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน ถึงตอนนั้นอย่ามาหาว่าฉันไม่ไว้หน้าใครก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินคำพูดของเจี่ยจางซื่อ สีหน้าของอี้จงไห่ก็กลับมาดำคล้ำอีกครั้ง เขารีบพูดด้วยความร้อนรนและสิ้นหวัง
"พี่สะใภ้ พี่รู้ไหมว่าการจะช่วยเจี่ยตงซวี่มันต้องใช้เงินมากขนาดไหน? นี่ไม่ใช่บ้านส่วนตัวนะ แต่มันเป็นของส่วนรวม ต่อให้ทางโรงงานยอมไว้หน้าผม แต่เงินค่าชดเชยก็ยังมหาศาลอยู่ดี"
"ผมให้พี่พันหยวน เอากระดาษมาให้ผมเถอะ พันหยวนนี่พอให้พี่ใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสบายๆ เลยนะ"
เจี่ยจางซื่อเมินเฉยต่อคำพูดของอี้จงไห่อย่างสิ้นเชิง หล่อนยังคงพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
"ตงซวี่จะถูกตัดสินคดีในอีกห้าวัน แกเหลือเวลาแค่สี่วัน ถ้าแกไม่ช่วยตงซวี่ ครอบครัวเราสองคนก็เตรียมตัวตายตกไปตามกันได้เลย"
เมื่อเห็นน้ำเสียงและสีหน้าที่เด็ดเดี่ยวของเจี่ยจางซื่อ อี้จงไห่ก็รู้ว่าหล่อนเอาจริง เขารู้ดีว่าเขาต้องช่วยเจี่ยตงซวี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาเองก็คงไม่รอดเหมือนกัน
"ตกลงพี่สะใภ้ พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับผู้อำนวยการโรงงานดู ว่าจะมีทางออกสำหรับเรื่องนี้ไหม"
ตอนนี้อี้จงไห่รู้สึกห่อเหี่ยว ท่าทางที่เคยหยิ่งผยองมลายหายไปจนหมดสิ้น
"เฒ่าอี้ จำไว้นะ ฉันต้องการให้แกช่วยเจี่ยตงซวี่ออกมา ไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น แกไปได้แล้ว ถ้ายังช่วยตงซวี่ไม่ได้ ก็ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก"
พูดจบ เจี่ยจางซื่อก็ออกปากไล่ส่ง อี้จงไห่ไม่ได้ตอบโต้ เขาเดินออกจากบ้าน กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง
จางเสี่ยวผีแอบย่องกลับไปที่ลานเรือนชั้นในเรียบร้อยแล้ว
เมื่ออี้จงไห่กลับมาถึงบ้าน เขากก็พบว่าปั้งเกิ่งกับเสี่ยวตังกินกับข้าวบนโต๊ะจนเกลี้ยง ส่วนฉินหวยหรูก็นั่งดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้ห้ามปรามอะไรเลย
ป้าใหญ่สีหน้าไม่สู้ดีนัก นั่งเย็บผ้าอยู่เงียบๆ ที่ริมเตียง
อี้จงไห่ไม่ได้พูดอะไร สีหน้าของเขายังคงราบเรียบเป็นปกติ
"ยายแก่ ไปซื้อเหล้าที่ร้านมาให้ฉันขวดนึงสิ วันนี้อารมณ์ไม่ดี คืนนี้อยากจะดื่มสักหน่อย"
ป้าใหญ่มองขวดเหล้าที่วางอยู่บนตู้แล้วเอ่ยขึ้น
"ยังเหลืออยู่อีกตั้งครึ่งขวดนะ คุณกินให้หมดก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันค่อยไปซื้อให้ใหม่ ยังไงซะคุณก็กินไม่ถึงครึ่งจินในมื้อเดียวหรอก"
อี้จงไห่ทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยังพูดต่อ "นั่นมันเหล้าถูกๆ ดื่มเยอะๆ ไม่ดีต่อสุขภาพหรอก ไปซื้อเอ้อกัวโถวมาให้ฉันขวดนึงไป"
ป้าใหญ่ทัดทานอี้จงไห่ไม่ได้ และเมื่อเห็นว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี นางจึงไม่พูดอะไรอีก ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
หลังจากป้าใหญ่ลับสายตา อี้จงไห่ก็หันไปมองฉินหวยหรูแล้วรีบพูดขึ้นทันที
"หวยหรู ให้เด็กๆ กลับบ้านไปก่อนเถอะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย"
ฉินหวยหรูรีบไล่เด็กๆ กลับบ้านทันที เธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มองอี้จงไห่ด้วยความสงสัย
"พี่ไห่ ฉันทนอยู่กับครอบครัวเจี่ยไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้มีห้องแค่ห้องเดียวแต่ต้องอยู่กันตั้งห้าคน อีกไม่นานฉันก็จะคลอดแล้ว ถึงตอนนั้นก็ต้องอยู่กันหกคน พี่ทนเห็นลูกตัวเองต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ลงคอเหรอ?"
"เมื่อก่อนพี่ก็เคยให้เงินฉันไว้ใช้จ่ายทุกเดือน แต่ตอนนี้เจี่ยตงซวี่ติดคุกไปแล้ว ฉันจะเอาอะไรกินล่ะ? เมื่อวานเจี่ยตงซวี่ยังตบหน้าฉันอีก พี่ก็ไม่เห็นออกโรงปกป้องฉันเลย"
พูดจบ ฉินหวยหรูก็เริ่มสะอึกสะอื้นอีกครั้ง ท่าทางดูน่าสงสารและเจ็บปวดรวดร้าวสุดๆ
จางเสี่ยวผีคงเสียดายแย่ เขาพลาดฉากเด็ดไปซะแล้ว
"หวยหรู ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรให้มากความเลย เวลามันบีบคั้น เจี่ยจางซื่อมีกระดาษคราฟท์อยู่แผ่นนึง เธอต้องหาทางขโมยมันมาให้ได้ หรือไม่ก็สืบดูว่าเจี่ยจางซื่อเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน"
ตอนนี้อี้จงไห่ไม่มีกะจิตกะใจจะคุยเรื่องอื่น กระดาษคราฟท์แผ่นนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด