เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 480 - แค่เธออ้อนใส่ ฉันก็แทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่างแล้ว

บทที่ 480 - แค่เธออ้อนใส่ ฉันก็แทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่างแล้ว

บทที่ 480 - แค่เธออ้อนใส่ ฉันก็แทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่างแล้ว


บทที่ 480 - แค่เธออ้อนใส่ ฉันก็แทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่างแล้ว

◉◉◉◉◉

"ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะช่วยส่งข่าวนี้ต่อไปให้นะคะ" จี้ชิงเหยียนกล่าว

"เลิกงานแล้วเธอก็ตรงกลับไปที่คฤหาสน์จิ่วโจวเก๋อได้เลย ไม่ต้องมารับฉันแล้ว"

"ไม่ใช่ว่าเธอบอกเหรอว่าถ้าไม่เชิญเธอ เธอจะไม่ไปเองเด็ดขาดน่ะ?"

"ครั้งนี้ไม่นับค่ะ พอดีหยวนหยวนเขาคะยั้นคะยอจะมาให้ได้ ไม่งั้นฉันก็ไม่ไปเองหรอก"

"เอาเถอะ" หลินอี้ยิ้มพลางพูด แม้จะคุยผ่านโทรศัพท์แต่เขาก็เห็นภาพความเอาแต่ใจของจี้ชิงเหยียนได้ชัดเจน

คุยกันต่ออีกสองสามประโยค หลินอี้ก็วางสายไป

เขาก็เดาได้ไม่ยากว่าทำไมเหอหยวนหยวนถึงอยากไปทานข้าวที่นั่น

คงหนีไม่พ้นเรื่องโรงเรียนแห่งความหวังกับเรื่องสร้างถนนนั่นแหละ

ตอนที่หลินอี้กำลังเก็บของเตรียมตัวจะกลับ เขาก็เห็นหลี่ฉู่หานเดินเข้ามาจากข้างนอก

"หัวหน้า ถ้าฉันจำไม่ผิด บ้านของเธอยู่ที่ตำบลเป่ยเฉียวใช่ไหม?"

"อืม" หลี่ฉู่หานพยักหน้ารับ

"เธอวางแผนจะกลับไปเมื่อไหร่ล่ะ?"

"วันพุธหน้าค่ะ"

หลินอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อีกห้าวันสินะ เขาจึงทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค "เรื่องที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง"

"ขอบคุณค่ะ"

หลินอี้บอกลาเพื่อนร่วมงานในแผนกแล้วขับรถกลับไปที่คฤหาสน์จิ่วโจวเก๋อ

พอมาถึงเขาก็พบว่าวัตถุดิบถูกจัดเตรียมไว้อย่างพร้อมสรรพ แถมยังจัดโต๊ะทานกันในสวนอีกด้วย

"บอส ในที่สุดก็กลับมาสักที เร็วเข้าๆ ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว" เหอหยวนหยวนพูดขึ้น

"กินข้าวเนี่ยต้องรอฉันด้วยเหรอ?"

"ก็ถ้าคุณไม่กลับมา พี่สาวเขาก็ไม่ยอมให้ฉันเริ่มลงมือทานน่ะสิ"

"แบบนี้มันไม่สุภาพนะ" จี้ชิงเหยียนแก้ต่างให้

"ทั้งหมดนั่นแหละข้ออ้าง พวกเธอสองคนน่ะรวมหัวกันชัดๆ เฮ้อ น่าสงสารฉันจริงๆ"

"พอเถอะ หลินอี้กลับมาแล้ว รีบทานข้าวกันเถอะ" จี้ชิงเหยียนขัดจังหวะเหอหยวนหยวน ไม่ให้เธอพูดอะไรต่อไปอีก

"ใช่ๆ ทานข้าวกันก่อน ทานเสร็จฉันจะไปว่ายน้ำในสระสักสองรอบ"

"พี่สาวเธอลงไปว่ายยังพอทน แล้วเธอจะลงไปแจมทำไมล่ะเนี่ย"

"พี่สาวขา~~~"

"อี๋~~~"

"ทำหน้าทำตาแบบนั้นคืออะไร" เหอหยวนหยวนจ้องเขม็ง

"พี่สาวเธออ้อนน่ะมันเรียกว่าเจริญหูเจริญตา แต่ถ้าเป็นเธออ้อนใส่เนี่ย แค่จะทำให้วิญญาณฉันหลุดออกจากร่างแล้ว" หลินอี้พูด "สระว่ายน้ำน่ะไม่ต้องลงไปหรอก ไปว่ายในอ่างอาบน้ำบนห้องเถอะ"

"ฉันจะลงไปว่าย! วันนี้ใครก็ห้ามฉันไม่ได้ทั้งนั้น!"

"เอาล่ะๆ พวกเธอสองคนตั้งใจทานข้าวไป"

จี้ชิงเหยียนงุนงงมาก คนหนึ่งเป็นซีอีโอของบริษัท อีกคนเป็นซีเอฟโอ ทะเลาะกันได้ขนาดนี้แต่ดันทำงานในบริษัทเดียวกันได้

เห็นได้ชัดเลยว่าคนสองคนนี้ผิดปกติแค่ไหน

ด้วยคำสั่งห้ามของจี้ชิงเหยียน ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ทานข้าวอิ่มเติมพลังงานจนเต็มที่แล้วค่อยว่ากันต่อ

"เรื่องถนนที่จะสร้างที่ตำบลเป่ยเฉียว สรุปงบประมาณเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ" จี้ชิงเหยียนบอก

"ทำเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"

"แน่นอน" จี้ชิงเหยียนเชิดหน้า "ประสิทธิภาพการทำงานของฉันน่ะ ไม่ได้มีไว้โม้เล่นๆ หรอกนะ"

"อ้างอิงจากข้อมูลที่หยวนหยวนให้มา ถนนที่จะเข้าตำบลมีระยะทางประมาณ 3.2 กิโลเมตร ถ้าจัดซื้อวัตถุดิบจากคนในพื้นที่ก็จะประหยัดต้นทุนไปได้เยอะ ถนนคอนกรีตความกว้างสี่เมตร ตกเมตรละ 800 หยวนได้"

หลินอี้ลองคำนวณดู "รวมแล้วประมาณ 2 ล้าน 5 แสน 6 หมื่นหยวนสินะ"

จี้ชิงเหยียนพยักหน้า "นี่เป็นมาตรฐานการสร้างถนนระดับหมู่บ้านและตำบล ถนนคอนกรีตก็เพียงพอแล้ว ไม่งั้นถ้าเป็นถนนยางมะตอยต้นทุนจะสูงกว่านี้อีก แต่พวกนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนเล็กน้อย เพราะทางที่จะเข้าตำบลมีแม่น้ำกว้างกว่าสามสิบเมตรขวางอยู่ ถ้าจะสร้างสะพาน ความยาวอย่างน้อยต้อง 50 เมตร คำนวณจากความกว้างสี่เมตร พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดก็จะประมาณ 200 ตารางเมตร ต้นทุนตารางเมตรละ 5 หมื่น รวมๆ แล้วอยู่ที่ 10 ล้าน บวกกับค่าถนนที่ต้องสร้าง รวมแล้ว 13 ล้านก็น่าจะพอ แล้วพ่วงกับโรงเรียนแห่งความหวังที่คุณจะสร้าง อย่างน้อยก็ต้องมี 15 ล้าน"

เหอหยวนหยวนปรับสีหน้าจริงจัง "บอสคะ 15 ล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะ ตั้งใจจะทำจริงๆ เหรอคะ?"

"ทำแน่นอน" หลินอี้กล่าว "แม้จำนวนเงินจะไม่ใช่น้อยๆ แต่ฉันก็สามารถดึงเงินอุดหนุนมาได้อีก 5 ล้าน รวมๆ แล้วก็ใช้เงินตัวเองแค่สิบล้านกว่าๆ เท่านั้นแหละ"

เรื่องเงินอุดหนุน จี้ชิงเหยียนก็พอจะรู้มาบ้างจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร

"ถ้าแบบนั้นก็เท่ากับลดต้นทุนไปได้หนึ่งในสาม ความเป็นไปได้ก็จะสูงขึ้นเยอะเลย"

จี้ชิงเหยียนคีบผักจากหม้อไฟขึ้นมา สลัดน้ำมันที่ติดอยู่ "เรื่องนี้คุณวางแผนจะทำตอนไหนคะ?"

"ตอนนี้โครงการชานเมืองกำลังพัฒนาอยู่ มีกำลังคนพอจะเจียดมาทำเรื่องนี้ได้ไหม?"

"เป็นแค่โครงการเล็กๆ ไม่ต้องใช้คนเยอะอะไร ไม่กระทบงานหรอกค่ะ"

"งั้นก็เตรียมตัวไว้ช่วงนี้เลยละกัน ส่วนที่เหลือยังต้องไปปรึกษาหารือกับทางตำบลเป่ยเฉียวอีกหน่อย แต่ก็น่าจะใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน ไม่นานหรอก"

"อืมๆ ถือโอกาสเตรียมงานช่วงแรกไปพลางๆ ก่อนก็ได้ ไม่รีบค่ะ"

จี้ชิงเหยียนกับเหอหยวนหยวนทานกันไม่เยอะเท่าไหร่ ครึ่งชั่วโมงก็วางตะเกียบแล้วกลับไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเตรียมตัวไปว่ายน้ำ

แม้ชุดว่ายน้ำของเหอหยวนหยวนจะดูหวือหวากว่า แต่ภายใต้รูปร่างอันเย้ายวนของจี้ชิงเหยียน หลินอี้ก็ไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรเลย ตลอดทั้งช่วงเวลาเขาไม่ได้ปรายตามองเหอหยวนหยวนแม้แต่นิดเดียว

ตามธรรมเนียมเดิม พอจี้ชิงเหยียนมาที่คฤหาสน์จิ่วโจวเก๋อก็มักจะค้างคืนที่นี่

แต่เพราะวันนี้มีเหอหยวนหยวนอยู่ด้วย เธอเลยไม่กล้าจะค้างที่นี่ ทั้งสองคนเลยขับรถออกไปพร้อมกัน

หลินอี้ไม่ได้พูดอะไรมาก ตรงหน้ายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ เขาจำเป็นต้องใช้เวลาทบทวนเรื่องต่างๆ ให้ชัดเจน

โดยเฉพาะเรื่องแหล่งกำเนิดแสงระดับ 4 นาโนเมตร ที่ต้องรีบหาทางแก้ไขให้ได้โดยเร็ว

...

คืนวันเดียวกัน อาคารสำนักงานของบริษัทซือเคอเปิดไฟสว่างไสว

เฉาจิ้งชิวในชุดจั๊มสูทขายาวสีดำปรากฏตัวขึ้นในห้องทำงานของเฉาเจียต้ง

"ลูกสาว พ่อแน่ใจนะว่าข่าวนี้ไม่ผิดพลาด?" เฉาเจียต้งลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น "บริษัทเหยียนซินจะเปิดตัวเทคโนโลยีชิป 1.0 จริงๆ เหรอ?"

เฉาจิ้งชิวพยักหน้า "วันนี้พนักงานสองคนของพวกเขามาหาเราที่บริษัท อยากให้เฟิงหลานคัลเจอร์รับจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของพวกเขา ข่าวกรองแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ"

"งั้นก็ยอดไปเลย" เฉาเจียต้งตื่นเต้นจนพูดจาติดขัด

"แม้เราจะพัฒนาเทคโนโลยีชิป 1.0 ได้สำเร็จก่อน แต่เหยียนซินก็ยังเป็นศัตรูที่ประมาทไม่ได้ แต่ตราบใดที่งานเปิดตัวเริ่มขึ้น เราก็สามารถหยิบเรื่องสิทธิบัตรเทคโนโลยีมาอ้างเพื่อกดให้พวกนั้นจมดินไปเลย!"

"เรื่องขั้นตอนต่อไปจัดการยังไงต่อก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้วค่ะ" เฉาจิ้งชิวถือกระเป๋าถือของตัวเองเดินออกไปทางประตู

ตั้งแต่วันนั้นที่เฉาเจียต้งบอกให้เฉาจิ้งชิวน้อยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องซือเคอ เธอก็ตั้งใจว่าจะไม่ขอยุ่งกับเรื่องทางนี้อีก

แต่พอวันนี้คนของเหยียนซินมาหาเธอ เธอเองก็อดไม่ได้ อย่างไรเสียเลือดมันก็ข้นกว่าน้ำ

บางเรื่องมันก็ยากที่จะตัดขาด

"นั่งเล่นก่อนค่อยไปสิ พ่อไม่ได้เจอหน้าลูกมาตั้งนานแล้วนะ" เฉาเจียต้งกล่าว

"จะได้เจอหน้าฉันหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ พ่อรีบไปจัดการเรื่องตรงหน้าเถอะ"

พูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ เฉาจิ้งชิวก็ผลักประตูออกไป

ในเมื่อทำสิ่งที่ควรทำเสร็จแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป

หลังจากเฉาจิ้งชิวจากไป เฉาเจียต้งก็หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาต่อสายหาเลขาส่วนตัวของเขา

"ไปแจ้งให้ผู้บริหารบริษัททุกคนมาประชุมเดี๋ยวนี้!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 480 - แค่เธออ้อนใส่ ฉันก็แทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่างแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว