- หน้าแรก
- ระบบให้วันละหกสิบล้าน แต่ใช้ได้แค่ในอำเภอ
- บทที่ 4 ซื้อมายบัคไปก่อน
บทที่ 4 ซื้อมายบัคไปก่อน
บทที่ 4 ซื้อมายบัคไปก่อน
บทที่ 4 ซื้อมายบัคไปก่อน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ลู่หมิงขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของพ่อมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตามถนนจงซิน
ยามเช้าของอำเภออวิ๋นเมิ่งช่างแตกต่างกับเซี่ยงไฮ้อย่างสิ้นเชิง
ตอนแปดโมงเช้าที่เซี่ยงไฮ้ บนรถไฟใต้ดินนั้นเบียดเสียดกันจนแทบจะอัดคนให้แบนแต๊ดแต๋เหมือนรูปถ่ายได้เลย
ส่วนที่อำเภออวิ๋นเมิ่งตอนแปดโมงเช้านั้น คนที่ยุ่งที่สุดบนท้องถนนก็คือลุงแก่ๆ ที่ขายปาท่องโก๋ กับบรรดาคุณป้าที่ออกมาเดินออกกำลังกายยามเช้า
ลู่หมิงแวะกินซุปหูลาทังกับโหยวโม่วโถวไปชามหนึ่ง หมดเงินไปสี่หยวน
หลังจากกินจนอิ่มหนำ เขาก็ขี่รถต่อไปทางทิศตะวันออก
อู่ซ่อมรถของลู่เจี้ยนจวิน ผู้เป็นอาสาม ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตัวอำเภอ ติดกับถนนทางหลวงแผ่นดินที่ใช้วิ่งออกนอกเมือง
การเรียกที่นี่ว่าอู่ซ่อมรถอาจจะดูเกินจริงไปสักหน่อย เพราะจริงๆ แล้วมันก็แค่ลานกว้างๆ ที่มีเพิงสังกะสีสร้างคลุมรถห้าหกคันที่จอดรอซ่อมอยู่
มีป้ายสังกะสีตั้งอยู่ตรงทางเข้าลานกว้าง พ่นสีขาวบนพื้นหลังสีแดงเขียนเอาไว้ว่า 'อู่ซ่อมรถเจี้ยนจวิน' ซึ่งหลังจากตากแดดตากฝนมานานหลายปี สีขาวก็เริ่มซีดเหลืองไปบ้างแล้ว
ลู่หมิงจอดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไว้ตรงทางเข้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน
ในลานกว้าง มีรถอู่หลิงหงกวงสีเงินคันหนึ่งถูกยกรถขึ้นด้วยแท่นยกจนหงายท้องเห็นช่วงล่าง
ชายหนุ่มในชุดช่างสีน้ำเงินกำลังนั่งยองๆ อยู่ใต้ท้องรถ ใช้มือที่เปื้อนคราบน้ำมันสีดำทะมึนขันน็อตอย่างขะมักเขม้น
กองเครื่องมือช่าง ทั้งประแจ ลูกบล็อก และแม่แรง วางระเกะระกะอยู่บนพื้นใกล้ๆ
"เถ้าแก่ของนายไปไหนซะล่ะ?" ลู่หมิงเอ่ยถามเด็กหนุ่มคนนั้น
เด็กหนุ่มชะโงกหน้าออกมาจากใต้ท้องรถ "อยู่ห้องหลังนู่นครับ"
ลู่หมิงเดินอ้อมรถอู่หลิงแล้วผลักประตูเหล็กของห้องด้านหลังเข้าไป
ภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยควันบุหรี่ มีโซฟาขาดๆ ตัวหนึ่ง และโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยใบปลิวอะไหล่รถยนต์กับแก้วกระดาษใช้แล้ววางสุมอยู่
ลู่เจี้ยนจวินกำลังนั่งดูโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟา เขาเงยหน้าขึ้นมามองลู่หมิง
"โอ้โห แขกเหรื่อหายากนะเนี่ย"
"อาสาม" ลู่หมิงเดินเข้าไปยื่นบุหรี่ให้มวนหนึ่ง "ลู่หยวนล่ะครับ?"
"นอนอยู่บ้านน่ะสิ"
ลู่หยวนคือลูกพี่ลูกน้องของลู่หมิง ซึ่งอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี
ลู่หมิงพยักหน้ารับ "อาสาม ผมอยากจะซื้อรถน่ะครับ"
ลู่เจี้ยนจวินปรายตามองเขา "ซื้อรถเหรอ? ก็ดีนี่ มีงบเท่าไหร่ล่ะ? จะให้อาช่วยออกสักหน่อยไหม?"
ลู่หมิงเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลลู่ ดังนั้นลู่เจี้ยนจวินจึงค่อนข้างเอาใจใส่และเอ็นดูเขามาก
"งบเหรอ... ช่วงนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E300 ราคาประมาณเท่าไหร่ล่ะครับ?"
ลู่เจี้ยนจวินถึงกับทำบุหรี่แทบจะร่วงหล่นจากปาก "ประมาณสี่แสนล่ะมั้ง? แกอยากจะได้คันนี้งั้นเหรอ?"
"ครับ"
"เอาสิ" ลู่เจี้ยนจวินจ้องหน้าลู่หมิง "แกมีเงินอยู่เท่าไหร่?"
"มีพอครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะซื้อรถ เลยไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ก็เลยอยากจะมาขอคำปรึกษาจากอานี่แหละ"
"อ้อ ได้สิ แต่ถ้ารถระดับนั้น แกคงต้องเข้าไปซื้อในเมืองนะ"
"ในเมืองเหรอครับ?"
"ก็ที่นี่เรามีโชว์รูมเบนซ์ที่ไหนกันล่ะ? แกรู้ไหมว่าในอำเภอเรามีศูนย์ 4S กี่แห่ง?"
ลู่หมิงส่ายหน้า
"สองแห่งครึ่ง" ลู่เจี้ยนจวินชูนิ้วขึ้นมา "ฉางอานหนึ่ง บีวายดีหนึ่ง แล้วก็เฌอรี่อีกครึ่งแห่ง ไอ้โชว์รูมเฌอรี่นั่นเพิ่งจะเปลี่ยนเจ้าของไปเมื่อสองเดือนก่อน ตอนนี้ยังตกแต่งไม่เสร็จดี ก็เลยนับเป็นแค่ครึ่งแห่ง"
เข้าไปซื้อในเมืองคงไม่เวิร์กแน่ๆ เพราะมันจะถือว่าเป็นการใช้เงินข้ามเขต
"แล้วพอจะมีรถมือสองบ้างไหมครับ?" ลู่หมิงถามขึ้น
"ทางเหนือของอำเภอมีเต็นท์รถมือสองอยู่นะ..."
"งั้นไปกันเลยไหมครับ?"
ลู่เจี้ยนจวินหยิบกุญแจรถออกมาแล้วตบไหล่ลู่หมิง สีหน้าแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจเล็กๆ "ไปสิ เดี๋ยวอาพาไปเอง ไอ้หลานชาย โตมาได้ดิบได้ดีเชียวนะ อุตส่าห์ตั้งความหวังไว้กับแกตั้งแต่เด็ก ไม่เสียแรงที่อาฟูมฟักเลี้ยงดูแกมาจริงๆ!"
"อาสาม เราอย่าพูดถึงเรื่องนั้นกันเลยดีกว่า อาสอนผมกินเหล้าขาวตั้งแต่สี่ขวบ พาไปนวดเท้าตอนหกขวบ พาไปร้องคาราโอเกะตอนแปดขวบ... สิบขวบ..."
ลู่เจี้ยนจวินรีบขัดจังหวะทันควัน "ไปๆๆ ไปกันได้แล้ว"
เต็นท์รถมือสองทางตอนเหนือของอำเภอ
ชายร่างอ้วนในชุดเสื้อแจ็กเก็ตหนังกำลังนั่งแคะฟันด้วยไม้จิ้มฟันอยู่ในป้อมยาม
เมื่อเห็นรถตู้ของลู่เจี้ยนจวินขับเข้ามา ชายร่างอ้วนก็รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างทันที
"พี่จวิน! แหม ลมอะไรหอบมาครับเนี่ย วันนี้ถึงมีเวลาแวะมาได้?"
ลู่เจี้ยนจวินแนะนำตัว "หลานชายฉันเอง เขาอยากจะมาดูรถน่ะ"
ชายร่างอ้วนหันไปมองลู่หมิง พลางประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้า "หลานชาย อยากได้รถแบบไหนล่ะ?"
"เมอร์เซเดส-เบนซ์ E300 สภาพดีที่สุดของนายอยู่ที่ไหนล่ะ? พาหลานฉันไปดูหน่อยสิ"
การแคะฟันของชายร่างอ้วนชะงักไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะโยนไม้จิ้มฟันลงพื้น "มีครับ มีๆ ตามผมมาเลย"
ชายร่างอ้วนพาลู่หมิงและลู่เจี้ยนจวินเดินลึกเข้าไปในเต็นท์รถ
เต็นท์รถมือสองแห่งนี้ไม่ได้กว้างขวางอะไรนัก มีขนาดแค่ประมาณสองหมู่เท่านั้น เป็นลานเปิดโล่งที่เทพื้นคอนกรีตขรุขระ พื้นยังไม่แห้งสนิทดีหลังฝนตก มีแอ่งน้ำเล็กๆ สะท้อนภาพท้องฟ้าให้เห็นเป็นหย่อมๆ
รถยนต์ถูกจอดเรียงรายเป็นแถว ส่วนใหญ่จะเป็นรถครอบครัวราคาประมาณห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนหยวน
เมื่อเดินมาถึงแถวในสุด ชายร่างอ้วนก็หยุดเดิน
"คันนี้แหละครับ"
ลู่หมิงเงยหน้าขึ้นมอง
รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ E300 สีดำคันหนึ่งจอดเข้ามุมอยู่ ตัวรถถูกเช็ดจนสะอาดเอี่ยม สีรถสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย
ลู่เจี้ยนจวินเดินวนดูรอบรถ นั่งยองๆ ก้มลงไปส่องใต้ท้องรถ จากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปนั่งด้านในเพื่อทดสอบดู
"วิ่งมากี่กิโลแล้ว?"
"สามหมื่นสองพันครับ" ชายร่างอ้วนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กประวัติ "รุ่นปี 2020 เจ้าของมือเดียว เจ้าของเดิมเป็นเถ้าแก่รับเหมาก่อสร้างในเมือง แกเพิ่งจะเปลี่ยนไปถอยจีแวกอนมาเมื่อปีที่แล้ว ก็เลยเอาคันนี้มาขาย"
"เท่าไหร่ล่ะ?"
"สองแสนสามหมื่นแปดพัน ราคาแบบจริงใจเลยนะ ในเมื่อพี่จวินเป็นคนพามาเอง ผมไม่ฟันกำไรพี่หรอก"
ลู่เจี้ยนจวินก้าวลงจากที่นั่งคนขับแล้วตบมือเข้าหากันดังฉาด "รถคันนี้เคยซ่อมหนักมานี่นา พาไปดูคันอื่นหน่อยสิ"
ชายร่างอ้วนยิ้มเจื่อนๆ "พี่จวิน นี่เป็น E300 คันเดียวที่ผมมีเลยนะครับ..."
ลู่เจี้ยนจวินหันไปมองลู่หมิง "เปลี่ยนรุ่นไหม?"
ลู่หมิงพยักหน้า
ลู่เจี้ยนจวินหันกลับไปหาชายร่างอ้วนแล้วพูดว่า "เลือกคันดีๆ มาหน่อย อย่ามาเล่นลูกไม้! ไม่ต้องถึงกับสีเดิมทั้งคันก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องไม่เคยซ่อมหนัก หรือแม้แต่เปลี่ยนบังโคลนมาก็ไม่เอา"
ชายร่างอ้วนชะงักไปนิด สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ลู่หมิงราวๆ สองวินาที
"ตามผมมาครับ"
ชายร่างอ้วนนำทางพวกเขาเดินตัดผ่านลานจอดรถไปยังเพิงสังกะสีที่อยู่ด้านหลังสุด
เพิงนั้นถูกคล้องกุญแจเอาไว้ ชายร่างอ้วนล้วงพวงกุญแจออกมาจากกระเป๋าแล้วเลือกไขเปิดประตู
มีรถจอดอยู่ด้านในเพิงสามคัน
รถปอร์เช่ คาเยนน์สีขาว รถเรนจ์โรเวอร์สีเขียวเข้ม และลึกเข้าไปด้านในสุดชิดกำแพง เป็นรถซีดานฐานล้อยาวสีดำอีกหนึ่งคัน
ลู่หมิงสะดุดตากับรถสีดำคันนั้นตั้งแต่แวบแรกที่เห็น
ต่อให้เขาจะดูโลโก้รถไม่เป็นก็ไม่สำคัญหรอก เพราะแค่ความยาวของตัวรถกับขนาดล้อที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันก็บ่งบอกได้แล้วว่ารถคันนี้อยู่คนละระดับกับสองคันข้างๆ อย่างสิ้นเชิง
"นั่นรถอะไรน่ะ?" ลู่หมิงชี้มือไป
ชายร่างอ้วนมอยตามทิศทางที่นิ้วชี้ไป สีหน้าของเขาดูแปลกๆ ไปเล็กน้อย
"มายบัค S680 ครับ"
มือที่คีบบุหรี่ของลู่เจี้ยนจวินถึงกับชะงักค้าง
"นายมีของพรรค์นี้อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?"
ชายร่างอ้วนเดินเข้าไปใช้เศษผ้าเช็ดหน้ารถ "เพิ่งรับซื้อมาช่วงก่อนปีใหม่นี่เองครับ เป็นรถของเถ้าแก่เหมืองถ่านหินในเจิ้งโจว แกซื้อมาได้ครึ่งปี วิ่งไปไม่ถึงพันกิโลเลยนะ ลองดูเลขไมล์สิครับ"
เขาเปิดประตูรถให้ดู หน้าปัดแสดงระยะทาง: 947 กิโลเมตร
"สีเดิมทั้งคัน ไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด ตอนนั้นเถ้าแก่แกซื้อมาเพื่ออวดรวยเฉยๆ ปกติก็จอดทิ้งไว้แต่ในโรงรถ ปีๆ นึงแทบจะไม่ได้ขับไปไหนเลย ต่อมาธุรกิจแกมีปัญหา หมุนเงินไม่ทัน ก็เลยเอามาปล่อยขายในราคาถูกๆ"
ลู่เจี้ยนจวินโน้มตัวลงไปแล้วมุดเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง พลางใช้มือลูบคลำผิวสัมผัสของหนัง
คุณภาพของหนังแตกต่างจากรุ่น E300 แบบคนละเรื่องเลย
มันให้ความรู้สึกนุ่มนวลและละเอียดอ่อน แถมยังคืนตัวช้าเวลากดลงไป เบาะหลังทั้งแถวกว้างขวางพอที่จะนอนเหยียดยาวได้สบายๆ
ที่พักแขนตรงกลางเปิดออกมาได้ ซึ่งมีตู้เย็นซ่อนอยู่ด้านใน
ไฟประดับหลังคาแบบสตาร์ไลต์ยังคงสว่างไสว แสงไฟดวงเล็กๆ ระยิบระยับทำให้ดูราวกับท้องฟ้าจำลอง
"งั้นเอาคันนี้แหละครับ เท่าไหร่เหรอ?" ลู่หมิงถามขึ้น
ทันทีที่ลู่หมิงพูดจบ ลู่เจี้ยนจวินก็รีบคว้าตัวเขาไว้แล้วกระซิบเสียงลอดไรฟันอย่างร้อนรน "ไอ้หลานรัก ต่อให้แกจับพ่อแกกับอาไปมัดรวมกันแล้วชั่งกิโลขาย เราก็ยังไม่มีปัญญาซื้อรถคันนี้เลยนะโว้ย"
จบบท