เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 แผนการของบุรุษลึกลับ ทารกศิลาถือกำเนิด!

บทที่ 230 แผนการของบุรุษลึกลับ ทารกศิลาถือกำเนิด!

บทที่ 230 แผนการของบุรุษลึกลับ ทารกศิลาถือกำเนิด!


บทที่ 230 แผนการของบุรุษลึกลับ ทารกศิลาถือกำเนิด!

"ทวีปตงเชิ่งเสินโจวแห่งนี้ มีต้นไม้ใบหญ้าและภูตผีปีศาจอยู่มากมาย ทั้งยังมีขุนเขาและแม่น้ำอยู่ไม่น้อย ช่างสะดวกต่อการจัดเตรียมของข้าเสียจริง"

ณ ท้องฟ้าเหนือภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในทวีปตงเชิ่งเสินโจว สุ้มเสียงอันเลือนรางดังพึมพำขึ้น ก่อนที่จะตวัดมือเบาๆ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เบื้องหน้า ก็พลันหดเล็กลงไปถนัดตา

นี่มิใช่การหดเล็กลงในแบบที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทว่ามันดูคล้ายกับการนำเอาบางส่วนของภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ไป 'พับเก็บ' ไว้ในห้วงมิติบางแห่งเสียมากกว่า จนทำให้ภูตผีปีศาจที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่รอบๆ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ไม่อาจสัมผัสได้ถึงความผิดปกติใดๆ เลย

"เข้าไป"

จากนั้น บุรุษผู้นี้ก็ตวัดมืออีกครา สาขาหนึ่งของแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกราก ก็พลันอันตรธานหายไป และไหลเข้าสู่ห้วงมิติอันลึกลับแห่งหนึ่ง

และก็เช่นเดียวกัน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย

ร่างเงานี้ปรากฏตัวขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ทยอย 'พับเก็บ' ภูเขาศักดิ์สิทธิ์และแม่น้ำสายใหญ่ที่แฝงไปด้วยต้นกำเนิดแห่งหงหวง เข้าสู่ห้วงมิตินั้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายวัน จึงได้หยุดมือลง

"ฟู่ เหนื่อยชะมัด"

เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก ราวกับว่าการแอบลอบกระทำเรื่องพวกนี้ ต้องสูญเสียพลังจิตไปอย่างมหาศาล จากนั้น เขาก็มองขึ้นไปยังท้องฟ้าด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าไม่มีปรากฏการณ์ผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น จึงค่อยจากไปอย่างวางใจ

ณ วังจื่อเซียว

หงจวินยังคงนั่งขัดสมาธิอย่างไร้ความรู้สึก ด้านหลังของเขา ปรากฏเงามายาของไส้เดือนดินสีม่วงขนาดยักษ์รางๆ หากสังเกตให้ดี จะเห็นได้ว่าบนตัวของไส้เดือนดินตัวนี้ มีโซ่ตรวนเก้าสิบเก้าเส้นแทงทะลุร่าง พันธนาการมันเอาไว้อย่างแน่นหนา!

"แกร๊ก แกร๊ก!"

ในเวลานี้เอง โซ่ตรวนที่แทงทะลุร่างของไส้เดือนดิน ก็สั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย และหงจวินก็คล้ายกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง เขาลืมตาขึ้น มองลงไปยังแดนเซียนปฐพี

เพียงชั่วพริบตา สภาพแวดล้อมทั้งหมดของแดนเซียนปฐพี รวมไปถึงการเคลื่อนไหวของสรรพชีวิตทั้งหมด ตั้งแต่ระดับกึ่งนักบุญไปจนถึงแมลงตัวจ้อย ล้วนปรากฏขึ้นในรูม่านตาของเขา

ทวีปเป่ยจวี้หลูโจว มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวหนึ่งหมื่นโยชุน์

ทวีปตงเชิ่งเสินโจว มีลักษณะทิศตะวันออกแคบทิศตะวันตกกว้าง คล้ายพระจันทร์ครึ่งดวง กว้างยาวเก้าพันโยชุน์

ทวีปซีหนิวเฮ่อโจว มีลักษณะคล้ายพระจันทร์เต็มดวง กว้างยาวแปดพันโยชุน์

ทวีปหนานจันปู้โจว มีลักษณะทิศใต้แคบทิศเหนือกว้าง คล้ายตู้รถม้า กว้างยาวเจ็ดพันโยชุน์

ปรมาจารย์เต๋าหงจวินกวาดสายตามองไปรอบๆ ในที่สุดสายตาก็มาหยุดอยู่ที่ทวีปตงเชิ่งเสินโจว ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงค่อยละสายตากลับมา

และเมื่อเขาละสายตากลับมา โซ่ตรวนที่แทงทะลุร่างของไส้เดือนดิน ก็หยุดสั่นไหว และกลับมาสงบลงดังเดิม

เวลาสามพันเก้าร้อยหกสิบปีผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับพริบตาเดียว

ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเหล่านักบุญมิได้ออกมาปรากฏตัว แดนเซียนปฐพีจึงได้พบกับความสงบสุขช่วงสั้นๆ กระทั่งสวรรค์ชั้นฟ้าของเฮ่าเทียน ก็ยังแทบจะไม่ต้องออกโรงจัดการอันใด เนื่องจากจุ่นถีและเจียอิ๋นไม่กล้าเลี้ยงดูภูตผีปีศาจให้ออกมาก่อความวุ่นวายอีกต่อไป ภูตผีปีศาจทั่วไปก็ไม่กล้ากำเริบเสิบสานจนเกินงามเช่นกัน

แต่ทว่า มหาภัยพิบัติมิได้หยุดชะงักลงเพียงเพราะความสงบสุขของแต่ละฝ่าย ในทางกลับกัน ปราณสังหารแห่งมหาภัยพิบัติของฟ้าดินกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ภูตผีปีศาจมิได้ทำร้ายมนุษย์ ทว่ามนุษย์กลับทำสงครามเข่นฆ่ากันเอง สิ่งนี้ทำให้ศิษย์พุทธมรรคาบางส่วนที่กำลังโปรดวิญญาณผู้ล่วงลับ ถึงกับต้องขมวดคิ้วแน่น

"สามพันเก้าร้อยหกสิบปี ถึงเวลาอันสมควรแล้ว"

ในวันนี้ ณ ภูเขาซูหมี จุ่นถีค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะดีดนิ้วชี้ไปยังทิศทางของภูเขาฮัวกั่วในทวีปตงเชิ่งเสินโจว

"ฟิ้ว!!!"

เหนือท้องฟ้าของภูเขาฮัวกั่ว จู่ๆ ก็มีพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง เมื่อพายุพัดผ่าน ศิลาเซียนก็พลันแตกออก ลิงศิลาตัวหนึ่งก็กระโจนออกมา!

นี่คือลิงศิลาหลิงหมิง ซึ่งเป็นเทวะศักดิ์สิทธิ์ก่อนกำเนิด ทันทีที่ถือกำเนิดก็สามารถพลิกฟ้าป่วนสมุทร เพียงก้าวเดียวก็แทบจะทะยานขึ้นไปถึงหมู่เมฆ

เห็นเพียงเขาก้มกราบไหว้ฟ้าดินทั้งสี่ทิศ ก่อนจะหันไปกราบไหว้วังว๋าหวง ดวงตาสาดส่องประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ พลังใจแห่งการต่อสู้พุ่งทะยานเปิดวังจื่อฝู่ (จุดตันเถียนบน) ปรากฏการณ์โชคชะตาแห่งฟ้าดินช่างน่าตื่นตะลึงถึงขีดสุด!

ความเคลื่อนไหวระดับนี้ ย่อมต้องสร้างความตื่นตระหนกให้กับสวรรค์ชั้นฟ้า เฮ่าเทียนรีบหันไปมองยังทิศทางของภูเขาฮัวกั่ว ดวงตาหรี่แคบลง รีบใช้นิ้วคำนวณลิขิตสวรรค์ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะคำนวณอันใดได้ ร่างเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา

เมื่อเห็นผู้มาเยือน เฮ่าเทียนก็รีบลุกขึ้นประสานมือคารวะ "ขอคารวะนักบุญจุ่นถี"

ผู้ที่มาเยือน ก็คือจุ่นถีที่เพิ่งจะพ้นโทษนั่นเอง แม้เฮ่าเทียนจะมียศฐาบรรดาศักดิ์เป็นถึงจ้าวแห่งสามภพ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้านักบุญ ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด

"ลิงศิลาตัวนี้ คือเทวะศักดิ์สิทธิ์ก่อนกำเนิด พุทธมรรคาของเรามีเรื่องต้องใช้งานมัน เทียนตี้ (จ้าวสวรรค์) มิจำเป็นต้องคิดคำนวณแล้ว"

จุ่นถีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะตวัดมือเบาๆ ปราณสายหนึ่งก็เข้าปกคลุมร่างของลิงศิลา ป้องกันมิให้ผู้ใดที่มิใช่นักบุญสามารถคำนวณหาอดีตและอนาคตของมันได้

เมื่อเห็นเช่นนั้น เฮ่าเทียนก็รู้จักกาลเทศะ เลิกให้ความสนใจกับภูเขาฮัวกั่ว ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "ไม่ทราบว่าที่นักบุญมาเยือนในวันนี้ มีเรื่องอันใดจะสั่งการหรือไม่?"

จุ่นถีพยักหน้ารับ "ลิงศิลาตัวนี้ จะเป็นตัวแทนของพุทธมรรคาเรา ในการเดินทางมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพียงแต่ระหว่างทาง คงต้องรบกวนเทียนตี้ให้ความช่วยเหลือสักหน่อย ขอให้ท่านจงจัดเตรียมเช่นนี้ๆ..."

"เมื่อเรื่องสำเร็จลุล่วง พุทธมรรคาของเราจะถือว่าติดค้างเหตุปัจจัยต่อท่านหนึ่งครา"

เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่าเทียนก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล ในเมื่อจุ่นถีกล้าเอ่ยถึงการเผยแผ่พุทธธรรมสู่ทิศตะวันออก ย่อมต้องไปตกลงกับนักบุญองค์อื่นๆ มาเรียบร้อยแล้ว เบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องนี้ มิใช่สิ่งที่รองนักบุญอย่างเขาจะสามารถเข้าไปก้าวก่ายได้

แต่เพียงไม่นาน เฮ่าเทียนก็คล้ายกับนึกอันใดขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง "เหตุปัจจัยที่นักบุญกล่าวถึงนั้น ยิ่งใหญ่เพียงใดหรือ?"

"ดั่งห้วงมหรรณพ" จุ่นถีเอ่ยกลั้วหัวเราะ

เฮ่าเทียนจึงเอ่ยถามต่อ "หากขอให้นักบุญช่วยยึดอำนาจของมหาจักรพรรดิจื่อเวยคืนจากจ้าวกงหมิง กระทั่งช่วยสะกดข่มจ้าวกงหมิงผู้นั้น นักบุญจะยินยอมหรือไม่?"

พระอมิตาภพุทธะเถอะ!

ช่างกล้าขอเสียจริง!

ข้าแค่ให้เจ้าช่วยจัดเตรียมภัยพิบัติเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดประการ ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ขยับมือ แต่เจ้ากลับขอให้ข้าไปเอาชีวิตเข้าแลกกับเจ้าเดรัจฉานนั่นเนี่ยนะ?

ข้าชื่อจุ่นถี (อนุญาตให้เอ่ย) ก็จริง แต่ก็มิได้หมายความว่าจะอนุญาตให้เจ้าเอ่ยขอได้ทุกเรื่องนะ!

"นักบุญ ข้าก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง"

เมื่อเห็นสีหน้าของจุ่นถีเริ่มดูไม่จืด เฮ่าเทียนจะเดาไม่ออกได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนา "แล้วผู้ร่วมเดินทาง นักบุญมีผู้ใดในใจแล้วหรือยัง?"

ตำแหน่งผู้ติดตามในการเดินทางสู่ทิศตะวันออกนั้น ถือเป็นตำแหน่งที่หอมหวานยิ่งนัก มิเพียงสามารถควบคุมทิศทางและสถานการณ์ของมหาภัยพิบัติในครานี้ได้อย่างใกล้ชิด เมื่อเรื่องสำเร็จลุล่วง เฮ่าเทียนอย่างเขาก็อาจจะได้รับส่วนแบ่งบุญกุศลมาบ้างก็เป็นได้

"ผู้ติดตามในการเดินทางสู่ทิศตะวันออก เทียนจุนเปี้ยนจวง (แม่ทัพเปี้ยนจวง) นับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม" ในเวลานี้เอง ไท่ซั่งเหลาจุนก็ล่องลอยลงมา

ไท่ซั่งเหลาจุนผู้นี้ ก็คือร่างศพดีของไท่ชิงเหลาจื่อ คำพูดของเขา ก็เป็นตัวแทนคำพูดของไท่ชิงเหลาจื่อ

จุ่นถีพยักหน้ารับ "ได้"

ก่อนหน้านี้เขาได้ตกลงกับไท่ชิงเหลาจื่อไว้แล้ว ว่าอีกฝ่ายสามารถเลือกคนผู้หนึ่งมาเป็นผู้ติดตามได้ คาดว่าเปี้ยนจวงผู้นี้ คงจะเป็นคนที่ไท่ชิงเหลาจื่อเลือกมาเป็นแน่

และเปี้ยนจวงผู้นี้ เดิมทีก็คือแม่ทัพเทียนเผิง (ตือโป๊ยก่าย) ในเรื่องไซอิ๋วต้นฉบับ ทว่าจ้าวกงหมิงได้แต่งตั้งตำแหน่งแม่ทัพเทียนเผิงให้ผู้อื่นไปแล้ว ดังนั้น ในยามนี้เปี้ยนจวงจึงยังคงเป็นเทียนจุนอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มหลักนั้นยากจะเปลี่ยนแปลง ต่อให้ไม่ได้เป็นแม่ทัพเทียนเผิง เปี้ยนจวงก็ยังคงต้องกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มสี่ศิษย์อาจารย์อยู่ดี

เมื่อเห็นว่าตำแหน่งผู้ติดตามถูกกำหนดไปแล้วหนึ่งตำแหน่ง เฮ่าเทียนก็รีบเอ่ยขึ้นทันที "นักบุญจะอนุญาตให้บุตรชายของพญามังกรทะเลตงไห่ (อ๋องมังกรตงไห่) ไปเป็นพาหนะรับใช้ได้หรือไม่?"

จุ่นถีพยักหน้ารับ ในเมื่อให้เฮ่าเทียนช่วยจัดเตรียมภัยพิบัติแปดสิบเอ็ดประการ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เขาย่อมตอบตกลงอย่างง่ายดาย อย่างไรเสีย ขอเพียงตัวเอกของมหาภัยพิบัติเป็นคนของพุทธมรรคา ทุกสรรพสิ่งก็ล้วนกลายเป็นหมากของเขาได้ทั้งสิ้น

ส่วนผู้ติดตามคนสุดท้าย ก็ได้เลือกเซินซาเสิน (ซัวเจ๋ง) จากในบรรดาศิษย์พุทธมรรคา ซึ่งก็คือซาเซิง (พระทราย) ในยุคหลังนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ รายชื่อผู้ติดตามในการเดินทางสู่ทิศตะวันออกจึงถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ รอเพียงให้จินฉานจื่อ (พระถังซัมจั๋ง) กลับชาติมาเกิด มหาภัยพิบัติไซอิ๋วก็จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ!

"โอ้ เวลาสามพันเก้าร้อยหกสิบปีผ่านพ้นไปแล้ว มหาภัยพิบัติไซอิ๋วกำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้วกระนั้นหรือ?"

ภายในค่ายกลเร่งเวลา จ้าวกงหมิงที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ยามที่ดวงตาของเขาเปิดและปิด กลิ่นอายสายเลือดอันแสนโบราณและทรงพลังก็แผ่ซ่านออกมา ราวกับเป็นเทพอสูรแห่งกลาหลอันน่าสะพรึงกลัว ที่กำลังมองลงมายังทั่วทั้งแดนเซียนปฐพี

และเมื่อเทียบกับกลิ่นอายสายเลือดอันน่าสะพรึงกลัวนี้แล้ว กลิ่นอายกดดันทางกายเนื้อของเขากลับยิ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เพียงแค่ขยับเปลือกตา ก็สามารถทำให้มิติอากาศตรงหน้าบิดเบี้ยวจนถึงขีดสุดได้!

นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเคล็ดวิชาลี้ลับเก้าวัฏจักร กำลังจะทะลวงเข้าสู่ระดับหก และกายเนื้อกำลังจะบรรลุมรรคาเป็นนักบุญในไม่ช้านี้!

จบบทที่ บทที่ 230 แผนการของบุรุษลึกลับ ทารกศิลาถือกำเนิด!

คัดลอกลิงก์แล้ว