- หน้าแรก
- วันพีซ กองเรือโจรสลัดหญิงที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 191: ไปลงนรกซะเถอะไอ้คำว่า “รอดูสถานการณ์”
บทที่ 191: ไปลงนรกซะเถอะไอ้คำว่า “รอดูสถานการณ์”
บทที่ 191: ไปลงนรกซะเถอะไอ้คำว่า “รอดูสถานการณ์”
“เกิดเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์แล้ว! บิ๊กมัม หนึ่งในสี่จักรพรรดิ ถูกจับตัวและกลายเป็นลูกน้องของคุ้กไปแล้ว!”
“เหลือเชื่อจริงๆ! ท่านคุ้กทำได้ยังไงกัน? เป็นจักรพรรดิเหมือนกันแท้ๆ แต่ช่องว่างฝีมือมันห่างชั้นกันขนาดนี้เลยเหรอ?”
“บิ๊กมัมที่เป็นเหมือนสัตว์ประหลาดคนนั้นน่ะนะ... ทำไมคราวนี้ถึงยอมว่าง่ายๆ แบบนี้ล่ะ?”
“ตอนนี้คุ้กไร้เทียมทานแล้ว ไม่มีใครสู้ได้อีกแล้ว”
“พูดตรงๆ นะ ตำแหน่งจักรพรรดิคงดูต่ำต้อยไปแล้วสำหรับคุ้กและกลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทรา”
“จริงด้วย”
“หา? หนวดขาวท้าสู้กับกลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราอีกแล้วเหรอ? ก็นะ... หนวดขาวก็ห้าวหาญแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว”
“แต่ตอนนี้ ชั้นเชื่อจริงๆ แล้วว่ากลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราแข็งแกร่งกว่ากลุ่มโจรสลัดหนวดขาว... โดยเฉพาะเมื่อมีบิ๊กมัมอยู่ด้วย”
“ตำแหน่งกลุ่มโจรสลัดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกคงถึงเวลาเปลี่ยนมือแล้วล่ะ”
ทั่วทั้งแกรนด์ไลน์ ท้องทะเลทั้งใบตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ข่าวใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาติดๆ กันทำเอาทุกคนตั้งตัวไม่ติด
ณ ฐานที่มั่นของกลุ่มโจรสลัดผมแดง แชงคูสจ้องมอง ดรากูล มิฮอว์ค ที่มาเป็นแขกพักพิงอยู่ที่นี่สักพักแล้ว ด้วยสีหน้าตะลึงงันจนพูดไม่ออก
มิฮอว์คมองตอบกลับมาด้วยสายตาที่มืดแปดด้านไม่ต่างกัน
“เรายังคิดจะไปท้าสู้กับคุ้กอยู่อีกมั้ย?” แชงคูสถาม น้ำเสียงที่เคยอวดดีและมั่นใจบัดนี้เหือดหาย... เหลือไว้เพียงความสิ้นหวัง
พวกเขาก็เป็นแค่คนธรรมดา... เมื่อสองปีก่อน ฝีมือของพวกเขายังสูสีกัน แถมกลุ่มของแชงคูสยังดูมีภาษีดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้... ช่องว่างขนาดมหึมานี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง?
เขามองดูคุ้ก แล้วย้อนกลับมามองตัวเอง... แชงคูสอยากจะร้องไห้ เทียบกับคุ้กแล้ว เขาไม่ต่างอะไรกับพวกปลาซิวปลาสร้อยไร้ชื่อเสียง
มิฮอว์คยังคงเงียบกริบ การแย่งชิงตำแหน่งนักดาบอันดับหนึ่งของโลกงั้นเหรอ? ตอนนี้มันฟังดูเหมือนเรื่องตลกสิ้นดี
“หมอนั่นคงไม่สนเรื่องตำแหน่งนักดาบอันดับหนึ่งของโลกหรอกมั้ง” มิฮอว์คพึมพำ ไม่เคยมีครั้งไหนในชีวิตที่มิฮอว์คจะรู้สึกพ่ายแพ้ราบคาบให้กับใครตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้ขนาดนี้มาก่อน
แชงคูสพยักหน้า เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่คุ้กทำลงไป ตำแหน่งนักดาบอันดับหนึ่งดูจะวัดค่าอะไรไม่ได้เลย
“เฮ้อ...”
แชงคูสและมิฮอว์ค คู่ปรับเก่าแก่ สบตากันแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
ศูนย์บัญชาการรัฐบาลโลก ...
เจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคนยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ก้มหน้าต่ำ ลอบชำเลืองมองไปทางประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากข้างในแม้แต่นิดเดียว... พวกเขางุนงง ปกติแล้วไม่มีทางที่ห้าผู้เฒ่าจะเงียบโดยไม่ตะโกนโวยวายแบบนี้
ภายในห้องทำงาน ห้าผู้เฒ่าต่างนั่งบ้างยืนบ้างอยู่รอบโซฟา สีหน้าว่างเปล่าพอๆ กับกองเอกสารบนโต๊ะ
“ฮะ... ฮ่าๆ...”
หนึ่งในนั้นส่งเสียงที่กึ่งหัวเราะกึ่งสะอื้นไห้ออกมา
ทั้งห้ามองหน้ากัน สีหน้าหดหู่สิ้นหวังราวกับเด็กกำพร้า
“ชาร์ลอต หลินหลิน... ทำไมยัยนั่นถึงไปเข้าร่วมกับกลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราได้? ยัยนั่นเป็นโจรสลัดนะ! ศักดิ์ศรีที่โจรสลัดจะไม่ยอมผิดสัญญามันหายไปไหนหมด?”
“ทำไมเราถึงมองไม่ออกนะ ว่าพวกที่เรียกตัวเองว่าจักรพรรดิพวกนี้มันจะ ‘ใจเสาะ’ กันขนาดนี้?”
“ไคโดเสียบ้านไป ชั้นนึกว่ามันจะคลั่งแล้วบุกไปแลกหมัดกับกลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราซะอีก แต่นี่ผ่านไปเป็นเดือนแล้ว... เงียบกริบ”
“แล้วนี่ยัง ชาร์ลอต หลินหลิน อีก... เสียลูกสาวไป แล้วยังมาเสียตัวเองให้เขาอีก? เรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย?”
ห้าผู้เฒ่ารู้สึกว่าตนประเมินพวกจักรพรรดิแห่งท้องทะเลไว้สูงเกินไป... เวลาอยู่ต่อหน้ากองทัพเรือ ทำตัวกร่างราวกับไร้เทียมทาน แต่พอเจอกับคุ้ก กลับพังพินาศไม่เป็นท่า... ทุกคนล้วนแต่ไม่มีน้ำยา
“ถ้า ชาร์ลอต หลินหลิน ยอมสยบต่อกลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราจากใจจริง... ระดับพลังของพวกมันจะ... ทัดเทียมกับกลุ่มโจรสลัดร็อคส์ในอดีต”
แทนที่จะเป็นความโกรธ บัดนี้ความหวาดกลัวเริ่มฉายชัดในดวงตาของห้าผู้เฒ่า พวกเขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่คืบคลานเข้ามา
กลุ่มโจรสลัดร็อคส์เคยเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อรัฐบาลโลก และคณะปฏิวัติก็เป็นอีกกลุ่มเนื่องจากอุดมการณ์ที่อันตราย... แต่ตอนนี้ กลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราได้ก้าวเข้ามาอยู่ในระดับเดียวกันนั้นแล้ว
“แล้ว... เราจะเอายังไงกันดี?” หนึ่งในนั้นเอ่ยถาม
“เห็นชัดแล้วว่าคุ้กอันตรายยิ่งกว่าร็อคส์เสียอีก เราจะยังคง... นั่งรอดูสถานการณ์ต่อไปงั้นเหรอ?” ผู้เฒ่าผมหยิกพึมพำออกมาโดยสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น ดวงตาสี่คู่คมกริบราวกับมีดก็ตวัดมาจ้องที่เขา
“รอดูสถานการณ์? ไปลงนรกซะเถอะไอ้คำว่า ‘รอดู’ เนี่ย! ถ้าขืนเรารอต่อไป กลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทรามีแต่จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!”
“แล้วจะให้ทำยังไง? ระดมพลกองทัพเรือทั้งหมดไปกำจัดพวกมันงั้นเหรอ? อย่างแรกเลยคือต้องหาตัวพวกมันให้เจอ แล้วต่อให้เจอ... จะเอาชนะได้รึเปล่า? กลุ่มสุริยันจันทราตอนนี้แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ แถมเรายังไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงของคุ้ก ทั้งเรื่องการฟื้นคืนชีพและการป้องกันตัวนั่นอีก นายจะให้เราบุกไปยังไง?!”
ผู้เฒ่าผมหยิกทุบโต๊ะด้วยความเดือดดาล “จ้องหน้าชั้นไปก็ไม่ช่วยแก้ปัญหาหรอกนะ ถ้าพวกแกแน่จริง ก็ไปจ้องหน้าคุ้กโน่น!”
อีกสี่คนเงียบเสียงลง อารมณ์เดือดดาลถูกสะกดกลั้น
จังหวะนั้นเอง เจ้าหน้าที่รัฐบาลคนหนึ่งก็เข้ามารายงานว่าหนวดขาวได้ประกาศท้าสู้กับกลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราอีกครั้ง
‘หนวดขาวกล้าขนาดนี้เชียว?’ นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเหล่าผู้เฒ่า... ในเวลาแบบนี้ ยังกล้าท้าสู้กับกลุ่มสุริยันจันทรา? หนวดขาวเชื่อจริงๆ หรือว่าตนจะเป็น ‘ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก’ ไปตลอดกาล?
“ในทะเลนี้คงไม่มีอะไรที่คุ้กกลัวอีกแล้ว แม้แต่หนวดขาว... มันจะต้องตอบรับคำท้าแน่...บางทีนี่อาจเป็นโอกาสของเรา”
“จริงด้วย นี่อาจเป็นโอกาสทอง”
ห้าผู้เฒ่าบรรลุข้อตกลงกันแทบจะในทันที
“แจ้งกองทัพเรือและ CP0 ทันที!” พวกเขาสั่งการพร้อมกัน
ทรัพยากรต่างๆ เริ่มถูกระดมพล “หึ... คิดดูอีกที การที่ ชาร์ลอต หลินหลิน เข้าร่วมกลุ่มสุริยันจันทราอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ ชั้นไม่เชื่อสักนิดว่ายัยนั่นจะยอมสวามิภักดิ์จริงๆ...ยัยนั่นต้องมีแผนอะไรแน่ ถ้าสบโอกาส มันจะต้องแว้งกัดคืน และยังมีความลับเกี่ยวกับตัวยัยนั่นอีก...”
“ถูกต้อง”
“เมื่อคำนึงถึงระยะทางระหว่างเกาะโฮลเค้กกับอาณาเขตของหนวดขาว ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยหนึ่งเดือน...มากพอให้เราวางแผนดักซุ่มโจมตี”
ฟันเฟืองจักรกลขนาดยักษ์ของรัฐบาลโลกเริ่มขยับเขยื้อน... ในขณะเดียวกัน ที่ศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ จอมพลเรืออาคาอินุนั่งอยู่ตามลำพัง ใบหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอัดอั้นตันใจ
“ชั้นเคยบอกแล้วว่าปล่อยให้กลุ่มโจรสลัดสุริยันจันทราอยู่อย่างสบายไม่ได้... แล้วดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น...พวกมันมีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ” เขาพึมพำ กัดฟันกรอด
หากไม่ใช่เพราะความเคารพที่มีต่อห้าผู้เฒ่า ป่านนี้อาคาอินุคงสบถด่ากราดออกมาดังลั่นห้องไปแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═