- หน้าแรก
- วันพีซ กัปตัน พวกเราถึง “ราฟเทล” แล้ว
- บทที่ 9 ลูฟี่ ดูจมูกโตๆ นั่นสิ
บทที่ 9 ลูฟี่ ดูจมูกโตๆ นั่นสิ
บทที่ 9 ลูฟี่ ดูจมูกโตๆ นั่นสิ
บทที่ 9 ลูฟี่ ดูจมูกโตๆ นั่นสิ
เมืองออเรนจ์ทาวน์ ตั้งชื่อตามส้มอันโด่งดังของที่นี่
แต่ตอนนี้ มันถูกยึดครองโดยกลุ่มโจรสลัดบากี้ และชาวเมืองต่างพากันหลบซ่อนตัวด้วยความหวาดกลัว
เมื่อเรือของลูฟี่และพรรคพวกเทียบท่า ท่าเรือนั้นเงียบเชียบไร้ผู้คน
แม้จะเดินลึกเข้าไปในเมือง ก็ยังไม่เห็นเงาของสิ่งมีชีวิตสักคนเดียว
บรรยากาศวังเวงจนน่าขนลุก
ทันใดนั้น...
ตูม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วเมือง
ลูกกระสุนปืนใหญ่พุ่งตกลงมาจากฟากฟ้า ทำลายบ้านเรือนแถบหนึ่งจนพังพินาศในพริบตา
“อึก! กระสุนนั่นแรงชะมัด!” นามิอุทานด้วยความตกใจ “แรงกว่าปืนใหญ่ของทหารเรืออีก!”
คาร์ลกอดอก
“แรงงั้นเหรอ? ก็จริง แต่พลังทำลายระดับนี้ก็ดูน่าประทับใจแค่ในอีสต์บลูเท่านั้นแหละ” เขาเปรยขึ้นมา
“ท้ายที่สุดแล้ว พลังภายนอกก็เป็นแค่ของนอกกาย ตัวบากี้เองไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอก”
“นั่นคือเหตุผลที่มันจมปลักอยู่ที่อีสต์บลู...ขืนเข้าแกรนด์ไลน์ไป คงตายตั้งแต่วันแรก”
การประเมินของคาร์ลนั้นถูกต้องแม่นยำ
ในชีวิตก่อนหน้านี้ หลายคนอวยบากี้ซะเวอร์วัง แต่พูดกันตามตรง...ฝีมือของบากี้ไม่มีอะไรพิเศษเลย
จริงอยู่ที่เขาเคยเป็นลูกเรือของโรเจอร์ เคยปะทะกับกลุ่มหนวดขาว...
แต่นั่นก็เพราะเขามีตำนานอย่างโรเจอร์และเรย์ลี่คอยคุ้มกะลาหัวอยู่
ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก
สมัยนั้น เขายังเด็กและอ่อนแอ อาศัยเกาะหลังแชงค์เวลาสู้กับหนวดดำ
หลังจากโรเจอร์ถูกประหารชีวิต แชงค์ก็พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นยอดฝีมือ...
แต่บากี้ล่ะ?
ฝีมือแทบไม่กระดิก
อย่างน้อยเขาก็ยังรู้จักเจียมตัวซ่อนตัวอยู่ในอีสต์บลู
ถ้าขืนซ่าเข้าไปในแกรนด์ไลน์ ป่านนี้คงไปนอนเน่าอยู่ในคุกอิมเพลดาวน์นานแล้ว
“หือ?!” นามิขมวดคิ้ว “งั้นบากี้เป็นคนยิงกระสุนนั่นเหรอ?!”
“เดี๋ยวนะ...” ลูฟี่เอียงคอ “อาจารย์คาร์ล รู้จักบากี้ด้วยเหรอ?”
โซโลเองก็งงเหมือนกัน
คาร์ลยักไหล่
“แค่เคยได้ยินชื่อน่ะ” เขาตอบเรียบๆ “แต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก”
“ส่วนเรื่องที่ว่ามันเป็นคนยิงกระสุนนั่นจริงหรือเปล่า...”
“เดี๋ยวเราก็รู้กัน”
เป็นคำตอบที่กำกวม แต่โชคดีที่ลูฟี่และคนอื่นๆ ไม่ใช่พวกคิดเล็กคิดน้อย
พวกเขาแค่เดินมุ่งหน้าต่อไปตามทิศทางที่กระสุนปืนใหญ่ถูกยิงมา
ระหว่างทาง คาร์ลต้องคอยคว้าคอเสื้อโซโลไว้ไม่ต่ำกว่าสิบรอบ...
ไม่อย่างนั้น หมอนั่นคงหลงทางทุกแยกแน่ๆ
เมื่อพวกเขามาถึงรังของกลุ่มโจรสลัดบากี้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับน่าประหลาดใจ
“เอ๊ะ?” นามิเลิกคิ้ว
“พวกมัน... กำลังจัดปาร์ตี้?”
เธอหันกลับไปมอง...
แต่ลูฟี่กับคาร์ลหายตัวไปแล้ว
วินาทีต่อมา เธอก็เห็นพวกเขา
นั่งแหมะอยู่กลางวงปาร์ตี้ จานเต็มไปด้วยอาหาร หัวเราะร่าและชนแก้วกับพวกโจรสลัดลูกน้องบากี้อย่างกลมกลืน
หางตานามิกระตุกยิกๆ
โซโลที่ยืนอยู่ข้างๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่
‘สองคนนี้มันบ้าบอคอแตกชัดๆ’
แต่ถึงอย่างนั้น...
เขาส่ายหัวแล้วเดินเข้าไปร่วมวง
เขาเองก็อยากดื่มเหล้าดีๆ ก่อนคุยธุระเหมือนกัน
ในขณะเดียวกัน สายตาของนามิก็สอดส่ายไปทั่ว
โดยไม่รีรอ เธอแอบย่องปลีกตัวออกไปทางโกดังเก็บสมบัติของกลุ่มโจรสลัดบากี้
‘ด้วยนิสัยบ้าระห่ำของลูฟี่ เดี๋ยวก็ต้องตีกับบากี้แน่...’
‘นั่นจะเป็นโอกาสทองให้ชั้นกวาดสมบัติเรียบวุธในตอนที่พวกมันเผลอ!’
จังหวะนั้นเอง...
“เฮ้ย?! แกมัน...นักล่าโจรสลัด โรโรโนอา โซโล?!?”
โจรสลัดคนหนึ่งจำโซโลได้จึงตะโกนลั่นด้วยความตกใจ
บากี้หันขวับ พอเห็นโซโล รอยยิ้มชั่วร้ายก็ผุดขึ้นบนใบหน้า
“โฮ่! ที่แท้ก็นักล่าโจรสลัดชื่อดัง โรโรโนอา โซโล นี่เอง!”
เขาโน้มตัวมาข้างหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
“คงไม่ได้มาเพื่อเอาค่าหัว 15 ล้านเบรีของข้าหรอกนะ?”
โซโลส่ายหน้า
“ข้าไม่ใช่นักล่าโจรสลัดแล้ว” เขาตอบ
“ตอนนี้ ข้าเป็นโจรสลัด”
บากี้ชะงัก
จากนั้น...
“ก๊าก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เขาเงยหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“นักล่าโจรสลัดผันตัวมาเป็นโจรสลัดเนี่ยนะ?! ตลกชะมัด!”
บากี้ปาดน้ำตาจากการหัวเราะ
“งั้นก็ดีเลย โรโรโนอา...มาเข้ากลุ่มกับข้าซะสิ?”
“ถ้ามาเป็นลูกน้องข้า ข้าจะแต่งตั้งให้เป็นระดับผู้บริหารเลยนะ!”
เป็นเรื่องปกติที่บากี้จะพยายามดึงตัวโซโล
โซโลมีชื่อเสียงโด่งดังในอีสต์บลู
และชื่อเสียงหมายถึงความแข็งแกร่ง
ถ้าเก่งจริง บากี้ก็อยากได้ตัว
ทว่าโซโลกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
“แกต้องไปขอกัปตันของข้าก่อน” เขาบอก
บากี้กระพริบตาปริบๆ
“กัปตัน... ของแก?”
โซโลชี้ไปที่เด็กหนุ่มสวมหมวกฟางและเสื้อกั๊กสีแดง...
...ที่กำลังยัดทะนานกินอาหารอย่างมูมมามอยู่กลางโต๊ะ
เงียบกริบ
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด
บากี้และลูกสมุนต่างจ้องมองไปที่ลูฟี่เป็นตาเดียว
บรรยากาศเริ่มจะแปลกประหลาดพิลึกพิลั่น
ในตอนนั้นเอง คาร์ลหยิบผ้าเช็ดปากมาเช็ดปากอย่างสุภาพ
แล้วชี้ไปที่บากี้อย่างหน้าตาเฉย
“ลูฟี่ ดูจมูกโตๆ ของเจ้านี่สิ” คาร์ลเปรยขึ้นมา
“กลมดิ๊กแถมใหญ่เบ้อเริ่มเลย”
ลูฟี่หยุดเคี้ยว
หันไปมองบากี้
“อื้ม” เขาพยักหน้า
“อาจารย์คาร์ลพูดถูก...จมูกนั่นทั้งกลมทั้งใหญ่จริงๆ ด้วย!”
เงียบ. สนิท.
ลูกเรือกลุ่มโจรสลัดบากี้แข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดผวา
ใบหน้าของพวกเขาค่อยๆ ซีดเผือดลงทีละคน
คนสุดท้ายที่ล้อเลียนจมูกของกัปตันบากี้...
...ตอนนี้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงเรียบร้อยแล้ว
“เมื่อกี้ใครว่าจมูกข้าโตฟะ?!?”
บากี้ระเบิดความโกรธ!
พรึ่บ!
มือทั้งสองข้างของเขาหลุดออกจากข้อมือพร้อมมีดสั้นในมือ พุ่งเข้าใส่คาร์ลและลูฟี่อย่างรวดเร็ว!
แต่ความเร็วนั้นมันช่างน่าเวทนา
ทั้งคาร์ลและลูฟี่ไม่คิดจะหลบด้วยซ้ำ
เพล้ง!
คาร์ลเอาขวดไวน์ตบมือข้างหนึ่งของบากี้ตรึงลงกับโต๊ะอย่างง่ายดาย
ตึง!
ในเวลาเดียวกัน ลูฟี่ก็เหยียบมืออีกข้างจมลงไปกับพื้น
“อ๊ากกกกก!”
บากี้ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
โซโลเลิกคิ้ว
“ผู้มีพลังผลปีศาจอีกแล้วเหรอ?”
เขาถอนหายใจ
“ในอีสต์บลูนี่มีพวกตัวประหลาดเยอะจริงแฮะ...”
ลูกสมุนของบากี้ตื่นตระหนก รีบกรูกันเข้ามาช่วยกัปตัน
แต่บากี้ แม้จะเจ็บปวด แต่ก็ตั้งสติได้เร็ว
ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาแอบเรียกมือที่ขาดกลับมาเงียบๆ...
พอบากี้มองคาร์ลกับลูฟี่อีกครั้ง สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
คาร์ลเอ่ยขึ้นช้าๆ
“บากี้ ตัวตลกพันเหรียญ...ผู้มีพลังผลบาระ บาระ (แยกส่วน)”
“อดีตเด็กฝึกหัดบนเรือของราชาโจรสลัด โกล D โรเจอร์...”
“และเรียกผมแดง แชงค์คูส ว่าพี่น้อง”
ร่างกายของบากี้แข็งทื่อ
เหงื่อกาฬไหลหยดลงมาจากหน้าผาก
คาร์ลพูดต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทง
“แต่นั่นมันเมื่อยี่สิบสองปีก่อน”
“โรเจอร์ตายไปแล้ว”
“แชงค์ไต่เต้าจนกลายเป็นหนึ่งในสี่จักรพรรดิแห่งโลกใหม่”
“ส่วนแก...”
“แกเป็นแค่โจรสลัดกระจอกๆ ที่ซุกหัวอยู่ในอีสต์บลู”
คาร์ลเอียงคอเล็กน้อย
“บอกมาสิบากี้...”
“แกแค่แกล้งทำเป็นอ่อนแอ...”
“หรือว่าแกมันกระจอกจริงๆ กันแน่?”
หน้าบากี้ซีดเผือด
นิ้วมือสั่นระริก
“ก-ก-แก... แกเป็นใครกันแน่?!”
ทำไมไอ้หมอนี่ถึงรู้เรื่องของเขาละเอียดขนาดนี้?!
ทว่าปฏิกิริยาของลูกน้องบากี้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“เอ๋?! กัปตันบากี้เคยเป็นลูกเรือของราชาโจรสลัดเหรอ?!”
“หา?! กัปตันบากี้กับสี่จักรพรรดิแชงค์คูสเป็นพี่น้องกันเหรอเนี่ย?!”
“เท่โคตร!!! ว่าแล้วเชียว! กัปตันบากี้แข็งแกร่งที่สุด!!!”
ลูกสมุนบากี้ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
พวกมันโห่ร้องยินดี โดยไม่สนใจความตื่นตระหนกบนใบหน้ากัปตันตัวเองเลยสักนิด
ขณะเดียวกัน ลูฟี่กับโซโลก็ตกใจเหมือนกัน
“เอาจริงดิ?!” โซโลเลิกคิ้ว
“ไอ้ตัวตลกจมูกโตนี่เคยเป็นลูกเรือราชาโจรสลัดเนี่ยนะ?”
คิ้วบากี้กระตุกยิกๆ
“แกเรียกใครจมูกโตฟะ ไอ้เจ้าดาบ...!!”
ลูฟี่โน้มตัวเข้ามาทันที ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
“เฮ้ย! แกรู้จักแชงค์เหรอ?! ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?!”
บากี้สะดุ้ง
สายตาของเขาเลื่อนไปมองหมวกฟางของลูฟี่
แววตาแห่งความทรงจำปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง
“หือ?”
บากี้หรี่ตาลง
“หมวกฟางใบนั้น...”
“มิน่าล่ะถึงคุ้นตานัก...”
“แชงค์ให้แกมางั้นเรอะ?”
“ใช่แล้ว!” ลูฟี่ยิ้มกว้าง
“หมวกฟางใบนี้คือสัญญาใจระหว่างชั้นกับแชงค์!”
“ชั้นสัญญาไว้ว่าสักวันหนึ่ง ชั้นจะเป็นโจรสลัดที่เก่งกาจไม่แพ้เขา!”
“และวันหนึ่ง ชั้นจะตามหาวันพีซ...”
“แล้วเป็นราชาโจรสลัดให้ได้!”
บากี้จ้องมองลูฟี่
จากนั้น...
“ก๊าก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เขาระเบิดหัวเราะลั่น
“แกเนี่ยนะ?! จะเป็นราชาโจรสลัด?! ฝันไปเถอะไอ้หนู!”
เขากุมท้อง หัวเราะจนตัวงอ
“แกมันน่ารำคาญเหมือนกับไอ้เจ้าแชงค์ไม่มีผิด!”
รอยยิ้มของลูฟี่หายไป
แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นมืดมน
“ห้ามแกมาดูถูกแชงค์นะ!”
ผัวะ!
ในพริบตา...
หมัดของลูฟี่ก็พุ่งออกไปราวกับกระสุนปืน
“หมัดปืนยางยืด!”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═