- หน้าแรก
- ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง
- บทที่ 260: เลือกยากจังเลย~ (ฟรี)
บทที่ 260: เลือกยากจังเลย~ (ฟรี)
บทที่ 260: เลือกยากจังเลย~ (ฟรี)
หลังจากจัดการเหวินผิงเสร็จ ซูเฉินก็เทเลพอร์ตกลับบ้าน
รวมไป-กลับ ครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้เขาที่อัปเกรดสกิลเทเลพอร์ตจนถึงขั้นที่เก้า
แม้ว่าสกิลขั้นสูงจะยากต่อการพัฒนาเป็นกฎ แต่ในด้านฟังก์ชั่นนั้นไร้ที่ติ
สกิลขั้นที่เก้าที่เขามีอยู่ตอนนี้...
ต้นกำเนิดหวนคืน, ย้อนเวลา, เทเลพอร์ต, หยุดเวลา
จะเรียกว่า "สกิลเทพ" ก็ไม่เกินจริง
ดังนั้น เขาจึงระมัดระวังเป็นพิเศษกับคัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลขั้นที่เก้าที่อยู่ในมือ
ซูเฉินเปิดดูสกิล แล้วเริ่มพิจารณาอย่างรอบคอบ
"สกิลพิเศษของอาชีพไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ งั้นก็ไม่ต้องคิดมาก"
"สกิลอัญเชิญก็ไม่ต้องพิจารณา ค่าคุณสมบัติของปีศาจพิษร้อยหัวเพียงพอแล้ว และฉันก็ตัดสินใจใช้มันเป็นแกนหลักของสายคัดสรรแล้ว ไม่ควรเปลี่ยนไปมา"
"สกิลประเภทคำสาป มีแค่วิญญาณคำสาปที่ใช้งานได้ดี แต่ยังไม่จำเป็นต้องอัปเกรดเร่งด่วน ตัดออก"
"สกิลสร้างความเสียหาย… ข้ามไป"
"งั้นก็เหลือแค่สกิลบัฟและสกิลทั่วไปประมาณสิบกว่าอย่าง"
สายตาของซูเฉินกวาดผ่านสกิลเหล่านี้ทีละอย่าง
ขี่ลม, ระเบิดตัวเอง...
พวกนี้ล้วนเป็นพนักงานเก่าที่อยู่กับเขามานาน และทำผลงานยอดเยี่ยม
แต่สายตาของซูเฉินหยุดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะข้ามไป
การอัปเกรดสกิลบัฟขึ้นสู่ขั้นที่เก้า อาจเพิ่มประสิทธิภาพได้มาก
แต่ปัญหาคือ...
เมื่อประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ต้นทุนการใช้งานก็เพิ่มขึ้นตาม
สกิลประเภทนี้มักใช้ในการต่อสู้ขนาดใหญ่ ซึ่งเอฟเฟกต์บัฟไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะมีสกิลของเทพชั่วร้ายทั้งสี่ช่วยเสริมอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญที่สุดคือความเร็วในการร่าย
หากต้นทุนเพิ่ม ก็จะกระทบเวลาในการร่าย และลดประสิทธิภาพโดยรวม
ดังนั้นสกิลบัฟก็ถูกตัดออก
สุดท้าย เหลือเพียงสกิลทั่วไปไม่กี่อย่าง
ซึ่งสกิลเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์อย่างมาก
มือเวทมนตร์, เทเลพอร์ต, ดวงตาแห่งการมองทะลุ, ร่ายรวดเร็ว, หลอมรวม...
พวกมันมอบความสะดวกให้ซูเฉินนับไม่ถ้วน
แม้จะไม่ได้เพิ่มพลังต่อสู้โดยตรงมากนัก
แต่ถ้าพูดถึงผลงานในการพาเขามาถึงจุดนี้ สกิลทั่วไปถือว่าเป็นอันดับหนึ่งหรือสองเลยก็ว่าได้
ซูเฉินคัดเลือก และเริ่มตัดออกบางส่วน
‘มือเวทมนตร์’ มีองค์ประกอบของกฎอยู่แล้ว ไม่สามารถอัปเกรดได้ จึงถูกตัดออกเป็นอันดับแรก
เทเลพอร์ต, ย้อนเวลา, หยุดเวลา ก็อยู่ขั้นที่เก้าแล้ว
‘ร่างวิญญาณธาตุ’ และ ‘มดเขย่าสวรรค์’ ก็ใช้งานได้ดี แต่มีสถานการณ์ที่ต้องใช้น้อย จึงถูกตัดออก
สรุปแล้ว มีสกิลที่เหมาะสมสำหรับอัปเกรดอยู่สามอย่าง
ดวงตาแห่งการมองทะลุ, หลอมรวม, ร่ายรวดเร็ว
‘ดวงตาแห่งการมองทะลุ’ เป็นพนักงานเก่า บทบาทและผลงานไม่ต้องพูดถึง
เพราะมีมันอยู่ จึงทำให้ ‘มือเวทมนตร์’ สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่
มันให้ข้อมูลศัตรูจำนวนมาก และช่วยให้ซูเฉินหาจุดอ่อนได้ง่าย
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดก็คือหลินอัน ในศัตรูในรอบชิงของการแข่งขันชิงแชมป์มืออาชีพแห่งอะพอคาลิปส์
ถ้าพูดถึงความอาวุโส ‘ร่ายรวดเร็ว’ ยิ่งเป็นรุ่นเก๋า
สถานะของมันอยู่ในระดับเดียวกับพรสวรรค์ ‘ฟื้นฟูมานา’ และ ‘วิวัฒนาการสกิล’ ในฐานะสามเสาหลัก
แม้จะไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่ผลลัพธ์ของมันไม่ธรรมดาเลย
เหตุผลที่ซูเฉินสามารถปล่อยปีศาจพิษร้อยหัวสิบตัวพร้อมกันได้ ก็เพราะมันทำงานอยู่เบื้องหลัง
ส่วน ‘หลอมรวม’ เป็นสกิลที่เข้ามาทีหลัง
เดิมทีถูกดึงเข้ามาเพื่อใช้ในสายรัง
แต่เพราะไอเดียของเขากว้างไกล บทบาทของมันจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตัวอย่างเช่น ระบบสังเวยที่ซูเฉินใช้เป็นหนึ่งในไพ่ตายอยู่ตอนนี้
แกนหลักก็คือ ‘หลอมรวม’
เพราะมันทำให้เขาสามารถรวมเอฟเฟกต์ของหลายสกิลเข้าเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสิบ
แม้ ‘หลอมรวม’ ขั้นที่สี่จะเพียงพอแล้ว แต่ซูเฉินเชื่อว่า ถ้ามันไปถึงขั้นที่เก้า จะต้องมีศักยภาพที่กว้างไกลยิ่งกว่าเดิมแน่นอน
ทันใดนั้น ซูเฉินก็เริ่มรู้สึกลำบากใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
เขาอดบ่นคางคกสีทองไม่ได้
ถ้าได้คัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลเพิ่มอีกหน่อย ให้เขาอัปขั้นสกิลได้อย่างอิสระ ตอนนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งลังเลแบบนี้
หลังจากคิดอยู่นาน ซูเฉินก็ตัดสินใจไม่ได้
เขาจึงเลือกขอความช่วยเหลือจาก "สมองเสริม"
กู้หยูพักผ่อนเพียงพอแล้ว แต่ช่วงนี้ซูเฉินยังไม่ได้มอบหมายงานให้
ส่วนใหญ่เธอจึงอยู่ในห้องสมุดเพื่อเพิ่มพูนความรู้
ซูเฉินไปหาเธอ แล้วโยนปัญหานี้ให้ทันที
กู้หยูรู้สึกกดดันอย่างหนัก ความสามารถในการทำงานของเธอกำลังถูกทดสอบอีกครั้ง
ปัญหายากขนาดนี้ ยังจะโยนมาให้เธออีก เขาประเมินเธอสูงเกินไปแล้ว!
แต่ในฐานะพนักงาน เธอปฏิเสธไม่ได้ จึงต้องระดมสมองช่วยคิด
ทั้งสองหารือกันอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้
‘ดวงตาแห่งการมองทะลุ’ และ ‘ร่ายรวดเร็ว’ แม้จะแข็งแกร่งและมีผลงานมาก แต่ศักยภาพในอนาคตค่อนข้างชัดเจน
ตามการคาดการณ์ของทั้งสอง ต่อให้อัปเกรดแล้วจะเก่งขึ้นมาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นน่าตกตะลึง
มันเหมือนกับเจ้านายที่กำลังจะรับเลขาสาวสามคน
คนแรก รูปร่างดีมาก หน้าตาพอใช้ ใบหน้าเต็มไปด้วยเรื่องราวชีวิต
คนที่สอง รูปร่างพอใช้ หน้าตาสวยมาก แววตาเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน
คนที่สาม รูปร่างพอใช้ หน้าตาพอใช้ แต่บริสุทธิ์ราวกับกระดาษเปล่า
สองคนแรกนั้นก็ดี ต่างมีจุดเด่นของตัวเอง
แต่พวกเธอ "ถูกกำหนดมาแล้ว" ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก
ส่วน ‘หลอมรวม’ แม้จะด้อยกว่านิดหน่อยในทุกด้าน
แต่ "กระดาษเปล่า" หมายถึงความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด
ย้อมเป็นสีดำ มันก็จะกลายเป็นสีดำ
ย้อมเป็นสีแดง มันก็จะกลายเป็นสีแดง
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับซูเฉิน มีพื้นที่ให้พัฒนาอย่างมาก และคุ้มค่าที่จะลอง
หลังจากตัดสินใจได้ ซูเฉินก็มอบหมายงานใหม่ให้กู้หยูทันที
นั่นคือให้เธอเตรียมสกิลที่เหมาะสำหรับการสร้างระบบสายคัดสรร
หลังจากอธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิตอัญเชิญที่จะเป็นแกนหลักคร่าวๆ
ซูเฉินก็เทเลพอร์ตกลับบ้าน
จากนั้นก็หยิบคัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลขั้นที่เก้าออกมา แล้วพึมพำ "หลอมรวม โบนัสปลายปีของปีนี้ฉันให้แกนะ"
"อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ"
[ติ๊ง! คุณใช้คัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลขั้นที่เก้ากับสกิล ‘หลอมรวม’ การเปลี่ยนแปลง: ขั้นที่สี่ → ขั้นที่เก้า]
[หลอมรวม (เลเวล 1): สกิลทั่วไปขั้นที่เก้าของอาชีพสายจอมเวท ใช้มานา 30000000 หน่วย เพื่อผสานสกิลที่แตกต่างกันเข้าด้วยกันอย่างถาวร]
ใบหน้าของซูเฉินเผยความดีใจอย่างชัดเจน
เมื่อเทียบกับ ‘หลอมรวม’ ขั้นที่สี่ เวอร์ชั่นขั้นที่เก้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องขั้นสกิลหรือจำนวนอีกต่อไป
นี่ถือว่าดีมาก แต่ก็ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
สิ่งที่สำคัญที่สุด อยู่ที่คำว่า "อย่างถาวร"
มันต่างกันยังไง?
สมมติว่ามีสกิล หอกน้ำแข็ง กับ ลูกไฟ
หลังใช้ ‘หลอมรวม’ แบบเดิม ผลลัพธ์คือร่ายหอกน้ำแข็งก่อน แล้วตามด้วยลูกไฟ
ดูเหมือนรวมกัน แต่จริงๆ แล้วก็ยังแยกกันอยู่
แต่ตอนนี้ ‘หลอมรวม’ จะรวมมันเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็น "หอกน้ำแข็งไฟ"
ความแตกต่างก่อนและหลัง เหมือนฟ้ากับเหว เทียบกันไม่ได้เลย!
ซูเฉินหัวเราะด้วยความดีใจ ขณะมองคำอธิบายสกิล
ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงเปิดแผงสกิลขึ้นมา
เมื่อมองดูสกิลเรียงกันยาวหลายแถว ก็ดคิดไม่ได้...
"สกิลฉันเยอะเกินไปหรือเปล่า?"
"อาจมีบางสกิลแอบอู้โดยที่ฉันไม่รู้ก็ได้"
"ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว..."
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………