- หน้าแรก
- ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง
- บทที่ 225: ชอบกินพวกแมลงศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเลย (ฟรี)
บทที่ 225: ชอบกินพวกแมลงศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเลย (ฟรี)
บทที่ 225: ชอบกินพวกแมลงศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเลย (ฟรี)
ชั้นที่ห้าของเหวลึก ท้องฟ้าสีแดงเลือด
ที่ด่านหน้าหมายเลข 506 ซูเฉินเพิ่งก้าวออกจากวงแหวนเทเลพอร์ต
ก่อนที่แสงจ้าเบื้องหน้าจะจางหายไป เขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังเข้ามาในหู
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สีหน้าสับสนเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่าวันนี้คนจะเยอะเกินไปหน่อยนะ"
ก่อนหน้านี้ เวลาที่เขามาเหวลึก ไม่ว่าจะไปโลกไหน ภายในด่านหน้าก็แทบไม่มีคนเลย
แต่วันนี้ถนนแน่นขนัด ราวกับสถานที่ท่องเที่ยวช่วงวันหยุด แทบไม่มีที่ว่างให้เดิน
"แปลกจริงๆ" ซูเฉินคิดในใจ
เขายกมือคว้าแขนชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่าน แล้วถาม "ขอโทษนะครับ วันนี้เกิดอะไรขึ้น? ทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้?"
ชายหนุ่มทำหน้าหงุดหงิด ตอนแรกเหมือนจะด่า
แต่พอหันมาเห็นรูปร่างของซูเฉิน ก็หัวเราะแห้งๆ แล้วพูด "ไม่รู้เหรอว่าช่วงนี้เป็นช่วงขาลง ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมในเหวลึกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว"
"ตอนนี้ แม้แต่มืออาชีพขั้นที่หนึ่งก็สามารถเดินในชั้นที่ห้าได้สบายๆ"
"เพราะงั้น หลายกองกำลังจะฉวยโอกาสช่วงนี้ ลงไปสำรวจชั้นลึกของเหวลึก"
"แม้แต่มืออาชีพทั่วไปแบบพวกเรา ถ้ารวมทีมกันได้ ก็เก็บค่าประสบการณ์ได้ไม่น้อย"
"ถ้าโชคดี อาจได้อุปกรณ์หรือวัตถุดิบที่มืออาชีพผู้แข็งแกร่งทิ้งไว้ด้วย!"
ซูเฉินถามต่ออีกเล็กน้อย
แล้วก็เข้าใจว่า สภาพแวดล้อมของเหวลึก จริงๆ แล้วก็เหมือนน้ำขึ้นน้ำลง มีช่วงแรงและช่วงอ่อน
สำหรับผู้แข็งแกร่ง แน่นอนว่าแทบไม่มีผล
อย่างซูเฉินตอนนี้ การมาเหวลึกก็เหมือนกลับบ้าน ไม่รู้สึกกดดันอะไรเลย
แต่สำหรับมืออาชีพทั่วไปและกองกำลังต่างๆ นี่คือโอกาสทำกำไรครั้งใหญ่ที่หาได้ยาก!
หลังปล่อยชายหนุ่มไป ซูเฉินก็ไม่รอช้า เดินออกจากด่านหน้าทันที
สกิลที่เทียน่าบอกเขา แม้จะไม่ใช่ขั้นสูง แต่หายากมาก
แม้แต่เธอก็แค่เคยได้ยิน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีขายในศูนย์แลกเปลี่ยน
มอนสเตอร์ที่ดรอปสกิลนี้ กระจุกตัวอยู่ในโลกหนึ่งของชั้นที่ 38
ในเวลาประมาณสองวันที่เขามี เขาต้องหาโลกนั้นให้เจอท่ามกลางโลกมากมายในชั้นที่ 38
โอกาสต่ำกว่าหนึ่งในพันซะอีก!
เวลาไม่ได้มีมากนัก แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ซูเฉินดีใจ
เขาอัปเกรดสกิลเทเลพอร์ตเป็นขั้นที่เก้าแล้ว
ขอแค่เขาไปถึงชั้นที่ 37 แล้วทิ้งพิกัดไว้ เขาก็สามารถเทเลพอร์ตกลับมาได้ตลอด ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาไปได้มาก
...
หลังออกจากด่านหน้า ซูเฉินก็กางปีกท้องฟ้า บินขึ้นสู่ฟ้า แล้วใช้สกิลพุ่งสายฟ้า กลายเป็นสายฟ้าฟาดแหวกอากาศ
พริบตาเดียว เขาก็มาถึงตำแหน่งของบอสเฝ้าประตู
แต่น่าเสียดายที่มีคนกำลังสู้กับบอสอยู่ก่อนแล้ว
มีม่านพลังล้อมพื้นที่หนึ่งเอาไว้ ทั้งด้านในและด้านนอกเต็มไปด้วยผู้คน
ภายในม่านพลัง มีมืออาชีพกว่าร้อยคน ใส่อุปกรณ์ครบมือ ถืออาวุธส่องแสงต่างๆ กำลังโจมตีบอสปีศาจรูปร่างมนุษย์ สูงกว่าสามเมตร สวมเกราะสีดำสนิท
แต่การโจมตีของพวกเขาไม่ต่างอะไรกับการเกา
ความเสียหายต่อวินาที พอๆ กับพลังชีวิตที่บอสฟื้นฟู
แถบพลังชีวิตลดลงช้ามาก
ถ้าจะรอให้จบ ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าไหร่
ซูเฉินขมวดคิ้ว แล้วพูด "ช้าจังเลยนะ"
คำพูดนี้ไปเข้าหูชายวัยกลางคนที่แต่งตัวคล้ายมือสังหารข้างๆ
เขาหันมามองสำรวจซูเฉิน
ซูเฉินรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้สกิลตรวจสอบดูข้อมูลเขา แต่เขาไม่สนใจ
ด้วยพลังตอนนี้ อีกฝ่ายน่าจะเห็นได้แค่เลเวลของเขาเท่านั้น
และหลังจากเห็นข้อมูล
ชายคนนั้นก็เห็นว่าเขายังหนุ่ม เลยพูดสั่งสอน "พลังไม่เท่าไหร่ แต่ปากเก่งนะ"
"ควรถ่อมตัว ฟังให้มาก ดูให้มาก เรียนรู้ให้มาก อย่าพูดอะไรมั่วๆ ให้คนหัวเราะ"
"คนที่กำลังสู้บอสอยู่ คือหน่วยที่แปดแห่งกองทัพกำแพงเหล็ก ภายใต้สังกัดศาสนจักร"
"แต่ละคนมีอาชีพระดับชั้นยอด และเป็นมืออาชีพขั้นที่ห้า ทุกคนแข็งแกร่งมาก"
"บังเอิญว่าบอสตัวนี้เป็นขั้นที่ห้าระดับเพชร เลยดูยากไปหน่อย"
"แต่ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเร็วแล้ว โอกาสผ่านสูงมาก"
"ไม่เข้าใจก็อย่าพูดมั่ว"
ซูเฉินไม่สนคำสั่งสอนของอีกฝ่าย
สิ่งที่ดึงความสนใจของเขาคือคำว่า "ศาสนจักร"
นี่คือองค์กรมนุษย์ขนาดใหญ่ระดับโลกที่มีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วดาวสีน้ำเงิน
ในต้าเซีย มีสมาชิกศาสนจักรหลายล้านคน
ฟังดูเยอะก็จริง แต่เมื่อเทียบกับทั้งองค์กร ถือว่าน้อยมาก
ฐานอำนาจหลักอยู่ในประเทศฝั่งตะวันตกและแอฟริกา
ศาสนจักรเคยพยายามขยายอิทธิพลเข้าต้าเซีย
แต่ผู้คนส่วนใหญ่เคารพเทพ แต่ไม่ได้บูชา จึงยากมากที่จะยอมรับหลักคำสอนของศาสนจักร
แม้แต่คนส่วนน้อยที่เข้าร่วม ส่วนใหญ่ก็เพราะสามารถรับเงินช่วยเหลือฟรีรายสัปดาห์
รวมกับความจริงที่ว่า มืออาชีพระดับเทพของต้าเซียไม่เคยมองว่าตัวเองเป็น ‘เทพ’
ทำให้อิทธิพลของศาสนจักรในต้าเซียจำกัดมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเฉินได้เห็นสมาชิกศาสนจักร เขาจึงกอดอก ยืนดูด้วยความสนใจ
ไม่ว่าอาชีพอะไร ทุกคนล้วนแผ่แสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ทำให้ซูเฉินนึกถึงกององครักษ์จักรพรรดิ
พวกนั้นไม่ได้เป็นแค่ทหาร แต่ยังเป็นผู้ศรัทธาหลักของ "สลาเนช" ที่ได้รับอิทธิพลจากพรสวรรค์ "แสงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้าง"
ร่างของพวกมันก็เปล่งแสงเหมือนกัน
แต่แสงของพวกมันต่างจากศาสนจักรโดยสิ้นเชิง
แสงของกององครักษ์จักรพรรดิ คือ แสงบริสุทธิ์ อ่อนโยน เป็นมิตร ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบใจ
ส่วนแสงของศาสนจักร คือแสงเข้มข้น ทรงพลัง เฉียบคม และแฝงแรงกดดันโดยธรรมชาติ
ความแตกต่างนี้ทำให้...
แสงแบบแรกเหมาะกับสายสนับสนุน เช่น การรักษา การล้างเอฟเฟกต์เชิงลบ
ส่วนแบบหลัง เหมาะกับการเสริมพลังโจมตี
แต่ทำไมต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งฒ
ต้องรวมทั้งสองเข้าด้วยกันต่างหาก ถึงจะเป็น "แสงที่สมบูรณ์แบบ"
ซูเฉินเข้าใจทันที แล้วคิดในใจ "พลังศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ต้องเป็นของฉัน!!!"
แต่ทั้งเทพและผู้ศรัทธาของศาสนจักร ต่างก็ให้ความสำคัญกับ "ศรัทธา" มาก
ถ้าพลังไม่พอ แล้วไปแย่งพลังศักดิ์สิทธิ์มา อาจโดนหมายหัวได้ง่ายๆ
แน่นอนว่าซูเฉินไม่มีทางยอมถอยเพราะกลัวปัญหา
เขาไม่มีทางละทิ้งเส้นทางแห่งความแข็งแกร่งเพียงเพราะกลัวศัตรู
แต่ตอนนี้เขายังไม่แข็งแกร่งพอจะท้าชนกับศาสนจักร และจังหวะเวลาก็ยังไม่เหมาะ
ทำได้แค่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อนเพื่อรอโอกาส
สมาชิกศาสนจักรไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูก "ปีศาจ" จับตามอง
พวกเขายังคงร่วมมือกันโจมตีบอสเฝ้าประตู
สถานการณ์ดูดีมาก
แม้พลังชีวิตจะลดช้า แต่ก็ลดลงเรื่อยๆ
บอสปีศาจรูปร่างมนุษย์เป็นประเภทที่พบได้ทั่วไป และมีวิธีรับมืออยู่แล้ว
ตามปกติ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพวกเขาควรจะผ่านได้...
แต่ความผิดพลาดก็กำลังจะเกิดขึ้น!
เมื่อพลังชีวิตของบอสลดลงครึ่งหนึ่ง จู่ๆ พลังลึกลับบางอย่างก็ปะทุขึ้นจากร่างของมัน
ร่างของมันพองตัวอย่างรวดเร็ว เกราะแตกออก เนื้อและเลือดทะลักออกมา
จากร่างที่เดิมสมส่วน กลายเป็นก้อนเนื้อบวมอืดเหมือนภูเขา ปากขนาดมหึมากินพื้นที่ไปครึ่งหน้า
มันจ้องกองทัพที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า ดวงตาเล็กๆ ส่องแสงสีเขียว น้ำลายไหลย้อย
"พวกแมลงศักดิ์สิทธิ์... อร่อย... ข้าชอบกินพวกแมลงศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเลย!!!"
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………