- หน้าแรก
- ปลุกพลังมหายุทธ์ ระบบสรุปผลรายวัน
- บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?
บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?
บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?
บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?
เสิ่นเปยเมินเฉยต่อสายตาเคลือบแคลงของศาสตราจารย์กู้ซินโหรว ก่อนจะเอ่ยปาก "อาจารย์ครับ ลองผลักผมดูสิ"
การฝึกตั้งท่าของเสิ่นเปยเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้ว
เป็นธรรมดาที่เขาอยากจะอวดอ้างสรรพคุณเสียหน่อย
แน่นอนว่า เหตุผลหลักคือเขาต้องการให้ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวประจักษ์ถึงความสำเร็จของเขา
เขาอยากให้เธอเตรียมใจสำหรับการ 'ดูดดื่มริมฝีปาก' เอาไว้แต่เนิ่นๆ
ถึงเวลาเธอจะได้ไม่เขินอายจนเกินไป
ถ้าจะต้องจูบกันทั้งที มันก็ต้องเอาให้สะท้านฟ้าสะเทือนดินและตราตรึงใจไปเลยสิ!
ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวก็ร้อง 'เอ๊ะ' ออกมาด้วยความงุนงง "ผลักเธอเนี่ยนะ?"
"ใช่ครับ"
"นี่เธอเป็นบ้าอะไรแต่เช้าเนี่ย? คงไม่ได้คิดจะลวนลามครูหรอกนะ?"
เสิ่นเปย: ...
"อาจารย์ครับ..." ใบหน้าของเสิ่นเปยมืดครึ้มลง "ผมดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวแค่นเสียงขึ้นจมูก
ในหนังสั้นพวกนั้นมีพล็อตเรื่องแบบนี้เกลื่อนไปหมด
เพียงเพราะครูผลักนักเรียนหัวดื้อล้มลง นักเรียนก็เลยได้ข้อต่อรอง ส่วนครูก็กลัวถูกรายงานจนต้องตกงาน จากนั้นก็ค่อยๆ ตกหลุมพรางของนักเรียนทีละก้าวๆ จนถอนตัวไม่ขึ้น...
ไม่สิ! ต้องบอกว่ากู่ไม่กลับต่างหากล่ะ!
"เร็วสิครับ!"
เสิ่นเปยคว้ามือเล็กๆ ของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวมาวางแหมะไว้บนไหล่ของตน
มือของเธอช่างนุ่มนิ่มเสียนี่กระไร จุ๊ๆ...
นุ่มละมุน ไร้กระดูก บอบบาง และเรียบเนียน
ถ้าไม่ติดว่าสถานที่ไม่อำนวย เสิ่นเปยอยากจะเอากาวตราช้างมาทาฝ่ามือของพวกเขาสองคนให้ติดหนึบเข้าด้วยกันเสียให้รู้แล้วรู้รอด
เอาแบบที่เข้าห้องน้ำก็ยังไม่ยอมปล่อยเลย
มันช่างรู้สึกดีอะไรอย่างนี้
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย "งั้นครูจะผลักแล้วนะ? ห้ามมาโวยวายทีหลังล่ะ"
เสิ่นเปยตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่ "ผมสาบานต่อฟ้าเลยครับ"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวขบกำริมฝีปากล่าง แล้วออกแรงผลักเบาๆ
โดยปกติแล้ว แรงของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็ใช่ว่าจะน้อยเสียทีเดียว
ถ้านักเรียนธรรมดาโดนเข้าไปก็คงกระเด็นถอยหลังไปสักสองสามก้าว
ทว่าในวินาทีนี้ ร่างกายท่อนบนของเสิ่นเปยเพียงแค่เอนไหวเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนร่างกายท่อนล่างกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด!
"อาจารย์ครับ อยากให้ผมเลี้ยงข้าวเช้าไหมครับ?"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเสิ่นเปยไม่ขยับเลยแม้แต่นิ้วเดียว นี่เขากำลังเยาะเย้ยว่าเธอไม่ได้กินข้าวเช้ามาอย่างนั้นหรือ?
เธอจึงเพิ่มแรงขึ้นในทันที
แม้จะใช้แรงไปถึงห้าส่วนแล้ว แต่ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวกลับรู้สึกเหมือนตนเองไม่ได้ออกแรงอะไรเลย
เสิ่นเปยยังคงยืนนิ่งสนิท!
"หืม?"
สีหน้าของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวแข็งค้างไป
มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่!
เธอคือผู้ฝึกยุทธ์เชียวนะ
พละกำลังห้าส่วนของเธอนั้น เกินขีดจำกัดที่เสิ่นเปยจะรับไหวไปมากแล้ว
ในจังหวะนั้น ปลายนิ้วเท้าของเสิ่นเปยจิกพื้นแน่น ร่างกายของเขาเริ่มโอนเอนเล็กน้อยอีกครั้ง
นี่คือการ 'สลายแรง'!
เขาสามารถสลายแรงปะทะส่วนหนึ่งที่ส่งมากระทบตัวเขาได้
"นี่เธอ—"
ใบหน้าของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวปรากฏแววตื่นตะลึง ขณะจ้องมองเสิ่นเปยเขม็ง
เธอสัมผัสได้ว่ายามที่ผลักเขา แม้เสิ่นเปยจะขยับตัวเพียงเล็กน้อย แต่เขากลับเปลี่ยนจุดรับแรงปะทะ ทำให้แรงของเธอที่ส่งไปถึงตัวเขาเหลือไม่ถึงสามส่วน
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเริ่มสังหรณ์ใจว่า เสิ่นเปยอาจจะกำลังเล่นกับไฟอยู่ก็เป็นได้!
เธอกัดฟันกรอด แล้วออกแรงผลักอีกครั้ง
เสิ่นเปยไม่หลบไม่เลี่ยง เขายังคงยืนหยัดในท่าม้า ร่างกายท่อนบนโอนเอนอีกครา นิ้วเท้าทั้งสิบงอจิกกับพื้นรองเท้าแน่น
เมื่อสองมือของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวผลักเข้าที่หน้าอกของเสิ่นเปย ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงนั้นก็กลับมาอีกครั้ง
แม้จะผลักไปที่หน้าอกตรงๆ แต่มือของเธอกลับลื่นไถลออกไปด้านข้างอย่างน่าประหลาด
ในไม่ช้า
เมื่อศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเพิ่มแรงขึ้น พลังในระดับผู้ฝึกยุทธ์ก็ถาโถมเข้าใส่เสิ่นเปย
ร่างของเสิ่นเปยหงายหลังวูบในทันที
ทว่าในสายตาของศาสตราจารย์กู้ซินโหรว ขณะที่เสิ่นเปยกำลังจะล้มลง ร่างกายของเขากลับเด้งคืนกลับมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุก โดยที่เท้าไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด!
ร่างของเสิ่นเปยโอนเอนไปมาเล็กน้อย ฝ่าเท้าที่จิกพื้นแน่นรู้สึกปวดเมื่อยอยู่บ้าง
แต่ภายในใจของเขากลับลิงโลดสุดขีด
ความรู้สึกแบบนี้แหละ ความรู้สึกของการเป็นตุ๊กตาล้มลุก!
สีหน้าของเสิ่นเปยเผยให้เห็นถึงความภาคภูมิใจอย่างไม่อาจปิดมิด เวลาผ่านไปเพียงสองคืนเท่านั้น
เขากลับเข้าใจเคล็ดลับของการ 'ยืนหยัด' ได้อย่างถ่องแท้แล้ว
ถ้าผมไม่ใช่ยอดอัจฉริยะ แล้วใครหน้าไหนจะกล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะล่ะ?
แต่ในวินาทีต่อมา
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวก็ตวัดขาเตะกวาด ถอนรากฐานการยืนของเสิ่นเปยโดยตรง
เสิ่นเปยร้อง 'โอ๊ย' ออกมาลั่น ร่างของเขาร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง ก้นกบจูบกับพื้นคอนกรีตอย่างแนบแน่น
เสิ่นเปยสูดปากด้วยความเจ็บปวด รีบลูบก้นที่ชอกช้ำของตัวเองปอยๆ "อาจารย์ครับ ทำแบบนี้มันไร้น้ำใจนักกีฬาไปหน่อยไหมครับ?"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวหรี่ตาลง เธอย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง โน้มตัวไปข้างหน้า และก้มมองเสิ่นเปย "เธอกำลังฝึกตั้งท่าอยู่ใช่ไหม?"
แต่ความสนใจของเสิ่นเปยกลับถูกดึงดูดไปที่ยอดเขาสีขาวราวหิมะอันอวบอิ่มและชูชันของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเสียนานแล้ว
นั่นมันสวรรค์อันแสนอ่อนนุ่มชัดๆ
สวรรค์อันแสนอ่อนนุ่มที่ชวนให้เสพติด
"เสิ่นเปย! ฉันกำลังถามเธออยู่นะ!"
"อ๊ะ!" เสิ่นเปยดึงสติกลับมา พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ "ผมเก่งไหมล่ะครับ?"
"เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?"
อย่างไรก็ตาม หว่างคิ้วของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวกลับฉายแววความกังวลจางๆ "เดิมทีคุณสมบัติของเธอก็ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์อยู่แล้ว การฝึกตั้งท่ามันสนุกนักหรือไง? เธอจะโดนพลังสะท้อนกลับ ร่างกายจะบอบช้ำ แล้วสุดท้ายก็ต้องแก่ก่อนวัยอันควรอย่างเลี่ยงไม่ได้!"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวไม่ได้พูดเล่น
เกณฑ์คะแนนคุณลักษณะ 60 หน่วยสำหรับการสอบเข้าสายยุทธ์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
และนี่ก็ยังเป็นแค่มาตรฐานขั้นต่ำสุดเท่านั้น
เสิ่นเปยยังไม่ผ่านเกณฑ์เลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับแอบบ่มเพาะพลังด้วยการฝึกตั้งท่า
ค่าคุณลักษณะของเขาจะต้องลดฮวบลงอย่างแน่นอน
และเมื่อเขาไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ ค่าคุณลักษณะเหล่านี้ก็จะหายไปอย่างถาวร
ซึ่งนั่นหมายความว่า คนธรรมดาคนหนึ่งกำลังเอาชีวิตของตัวเองมาล้อเล่นเพื่ออวดเก่งเท่านั้น!
ใครๆ ก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้เป็นข้อห้ามเด็ดขาด!
แม้แต่นักเรียนที่เตรียมตัวสอบเข้าสายยุทธ์ ก็ยังถูกห้ามไม่ให้บ่มเพาะพลังล่วงหน้าอย่างเด็ดขาด
นี่คือบทเรียนที่คนรุ่นก่อนนับไม่ถ้วนได้สรุปเอาไว้
เสิ่นเปยอาจจะอวดเก่งได้พักหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลเสียที่จะตามมานั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน!
"เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ!"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเอ่ยด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
เสิ่นเปยเดาะลิ้น "อาจารย์ครับ ที่พูดมามันไม่ดูรุนแรงไปหน่อยเหรอ? ผมต้องได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างแน่นอน"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง จึงกล่าวตัดบท "เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ต้องรู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ถึงตอนนั้นก็อย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งก็แล้วกัน"
"ครับ ถึงตอนนั้นก็อย่ามาร้องไห้ก็แล้วกัน" เสิ่นเปยเห็นด้วยกับคำพูดนี้อย่างยิ่ง
เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะร้องไห้!
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวกุมขมับ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการกระทำอันสิ้นคิดของเสิ่นเปย เธอก็รู้สึกจนปัญญา
ในเมื่อเขาเริ่มบ่มเพาะพลังไปแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้อีกล่ะ?
เธอทำได้เพียงสวดภาวนาในใจ ขอให้ความต้องการของภรรยาในอนาคตของเสิ่นเปยอย่าได้สูงนักเลย
"ลุกขึ้นได้แล้ว ไปเข้าเรียนซะ!"
"อาจารย์เป็นคนผลักผมล้มนะ ผมต้องได้จุ๊บก่อนถึงจะลุก"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรว: ...
จุ๊บบ้าอะไรล่ะ?
ฉันอยากจะตบเธอมากกว่า!
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวตวัดมือคว้าข้อเท้าของเสิ่นเปย แล้วลากตัวเขาไปตามพื้น
เสิ่นเปย: ...
ทันใดนั้น เจี่ยนถงที่สะพายกระเป๋านักเรียนก็กระโดดโลดเต้นเข้ามาใกล้ ก่อนจะถามด้วยสีหน้าตกตะลึง "พวกคุณกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่เนี่ย?"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวแค่นเสียง น้ำเสียงของเธอเย็นชา "ก็ไอ้คนโง่เง่าน่ะสิ เป็นนักเรียนที่ไม่มีแม้แต่ความหวังในเส้นทางสายยุทธ์แท้ๆ แต่ดันกล้าแอบไปฝึกตั้งท่าบ่มเพาะพลัง!"
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ใบหน้าของเจี่ยนถงก็ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
"นาย—นาย—"
เจี่ยนถงพูดติดอ่างจนแทบจับใจความไม่ได้
เธอเคยเตือนเสิ่นเปยซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าห้ามบ่มเพาะพลัง ห้ามบ่มเพาะพลัง ห้ามบ่มเพาะพลังเด็ดขาด!
ทำไมเขาถึงไม่ยอมฟังกันบ้างเลย!
เสิ่นเปยโบกมือปัด "วิถีแห่งผู้ฝึกยุทธ์ คือการกล้าที่จะเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ผมก็แค่นำหน้าไปก่อนก้าวหนึ่ง ไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลย"
ณ ตอนนี้ เจี่ยนถงมองไปที่เสิ่นเปย ผู้ซึ่งยังคงไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ แถมยังคงฉีกยิ้มแป้นแล้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
เธอโกรธจนแทบจะเป็นบ้า
มีคำพูดมากมายที่เธออยากจะพ่นใส่หน้าเขา
แต่ท้ายที่สุด เธอกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไปจนหมด
จะให้พูดอะไรล่ะ?
มีอะไรให้พูดอีก?
พูดไปแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?
ในเมื่อเขาลงมือบ่มเพาะพลังไปแล้ว
ค่าคุณลักษณะของเขาก็ร่วงหล่นลงไปแล้ว
เสิ่นเปย ผู้ซึ่งเดิมทียังพอมีความหวังที่จะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ตอนนี้ความหวังนั้นได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
ช่างมันเถอะ
เจี่ยนถงผู้ซึ่งปกติไม่เคยยอมเงียบ กลับไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย
เธอเอื้อมมือไปคว้าข้อเท้าอีกข้างของเสิ่นเปยอย่างเงียบๆ
จากนั้น เธอก็ร่วมมือกับศาสตราจารย์กู้ซินโหรว ลากตัวเสิ่นเปยกลับไปที่ห้องเรียนด้วยกัน
ภาพเหตุการณ์นี้ที่ปรากฏขึ้น
ทำเอานักเรียนทั้งห้องถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่น:
"เชี่ยเอ๊ย! เสิ่นเปย นายนี่มันเจ๋งว่ะ ถึงขนาดมาโรงเรียนแบบระบบออโต้เลยเว้ย"
"เป็นอัมพาตไปแล้วเหรอ? ให้พวกเราช่วยกันระดมทุนซื้อวีลแชร์ให้ไหม?"
"ไปก่อเรื่องมาอีกแล้วสิ ถึงได้โดนอาจารย์จับได้แบบนี้?"
"นายมักจะทำลายขีดจำกัดความเข้าใจของพวกเราอยู่เสมอเลยนะ"
"การดูแลระดับนี้ไม่มีใครเทียบได้จริงๆ"
...
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวโยนร่างของเสิ่นเปยกลับเข้าไปที่นั่งของเขา แล้วเดินตรงไปที่โพเดียม
ใบหน้าของเธอจริงจัง น้ำเสียงเยียบเย็น:
"ครูขอพูดซ้ำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนสายยุทธ์หรือสายศิลป์ ก็ไม่อนุญาตให้ควบแน่นปราณโลหิตหรือฝึกตั้งท่าหล่อหลอมร่างกายเด็ดขาด!"
"ถ้าใครยังฝืนทำแล้วเกิดผลเสียตามมาล่ะก็—"
ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวปรายตามองเสิ่นเปย "เดี๋ยวก็รู้เองแหละ!"
ทั้งห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบกริบ
นักเรียนทุกคนต่างลอบมองเสิ่นเปยด้วยหางตา
ทุกคนล้วนมีสีหน้าประหลาดใจ
นี่นายไปฝึกตั้งท่ามาจริงๆ เหรอเนี่ย?
คราวนี้นายหาเรื่องใส่ตัวชุดใหญ่แล้วล่ะ!