เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?

บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?

บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?


บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?

เสิ่นเปยเมินเฉยต่อสายตาเคลือบแคลงของศาสตราจารย์กู้ซินโหรว ก่อนจะเอ่ยปาก "อาจารย์ครับ ลองผลักผมดูสิ"

การฝึกตั้งท่าของเสิ่นเปยเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้ว

เป็นธรรมดาที่เขาอยากจะอวดอ้างสรรพคุณเสียหน่อย

แน่นอนว่า เหตุผลหลักคือเขาต้องการให้ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวประจักษ์ถึงความสำเร็จของเขา

เขาอยากให้เธอเตรียมใจสำหรับการ 'ดูดดื่มริมฝีปาก' เอาไว้แต่เนิ่นๆ

ถึงเวลาเธอจะได้ไม่เขินอายจนเกินไป

ถ้าจะต้องจูบกันทั้งที มันก็ต้องเอาให้สะท้านฟ้าสะเทือนดินและตราตรึงใจไปเลยสิ!

ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวก็ร้อง 'เอ๊ะ' ออกมาด้วยความงุนงง "ผลักเธอเนี่ยนะ?"

"ใช่ครับ"

"นี่เธอเป็นบ้าอะไรแต่เช้าเนี่ย? คงไม่ได้คิดจะลวนลามครูหรอกนะ?"

เสิ่นเปย: ...

"อาจารย์ครับ..." ใบหน้าของเสิ่นเปยมืดครึ้มลง "ผมดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวแค่นเสียงขึ้นจมูก

ในหนังสั้นพวกนั้นมีพล็อตเรื่องแบบนี้เกลื่อนไปหมด

เพียงเพราะครูผลักนักเรียนหัวดื้อล้มลง นักเรียนก็เลยได้ข้อต่อรอง ส่วนครูก็กลัวถูกรายงานจนต้องตกงาน จากนั้นก็ค่อยๆ ตกหลุมพรางของนักเรียนทีละก้าวๆ จนถอนตัวไม่ขึ้น...

ไม่สิ! ต้องบอกว่ากู่ไม่กลับต่างหากล่ะ!

"เร็วสิครับ!"

เสิ่นเปยคว้ามือเล็กๆ ของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวมาวางแหมะไว้บนไหล่ของตน

มือของเธอช่างนุ่มนิ่มเสียนี่กระไร จุ๊ๆ...

นุ่มละมุน ไร้กระดูก บอบบาง และเรียบเนียน

ถ้าไม่ติดว่าสถานที่ไม่อำนวย เสิ่นเปยอยากจะเอากาวตราช้างมาทาฝ่ามือของพวกเขาสองคนให้ติดหนึบเข้าด้วยกันเสียให้รู้แล้วรู้รอด

เอาแบบที่เข้าห้องน้ำก็ยังไม่ยอมปล่อยเลย

มันช่างรู้สึกดีอะไรอย่างนี้

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย "งั้นครูจะผลักแล้วนะ? ห้ามมาโวยวายทีหลังล่ะ"

เสิ่นเปยตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่ "ผมสาบานต่อฟ้าเลยครับ"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวขบกำริมฝีปากล่าง แล้วออกแรงผลักเบาๆ

โดยปกติแล้ว แรงของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็ใช่ว่าจะน้อยเสียทีเดียว

ถ้านักเรียนธรรมดาโดนเข้าไปก็คงกระเด็นถอยหลังไปสักสองสามก้าว

ทว่าในวินาทีนี้ ร่างกายท่อนบนของเสิ่นเปยเพียงแค่เอนไหวเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนร่างกายท่อนล่างกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด!

"อาจารย์ครับ อยากให้ผมเลี้ยงข้าวเช้าไหมครับ?"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเสิ่นเปยไม่ขยับเลยแม้แต่นิ้วเดียว นี่เขากำลังเยาะเย้ยว่าเธอไม่ได้กินข้าวเช้ามาอย่างนั้นหรือ?

เธอจึงเพิ่มแรงขึ้นในทันที

แม้จะใช้แรงไปถึงห้าส่วนแล้ว แต่ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวกลับรู้สึกเหมือนตนเองไม่ได้ออกแรงอะไรเลย

เสิ่นเปยยังคงยืนนิ่งสนิท!

"หืม?"

สีหน้าของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวแข็งค้างไป

มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่!

เธอคือผู้ฝึกยุทธ์เชียวนะ

พละกำลังห้าส่วนของเธอนั้น เกินขีดจำกัดที่เสิ่นเปยจะรับไหวไปมากแล้ว

ในจังหวะนั้น ปลายนิ้วเท้าของเสิ่นเปยจิกพื้นแน่น ร่างกายของเขาเริ่มโอนเอนเล็กน้อยอีกครั้ง

นี่คือการ 'สลายแรง'!

เขาสามารถสลายแรงปะทะส่วนหนึ่งที่ส่งมากระทบตัวเขาได้

"นี่เธอ—"

ใบหน้าของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวปรากฏแววตื่นตะลึง ขณะจ้องมองเสิ่นเปยเขม็ง

เธอสัมผัสได้ว่ายามที่ผลักเขา แม้เสิ่นเปยจะขยับตัวเพียงเล็กน้อย แต่เขากลับเปลี่ยนจุดรับแรงปะทะ ทำให้แรงของเธอที่ส่งไปถึงตัวเขาเหลือไม่ถึงสามส่วน

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเริ่มสังหรณ์ใจว่า เสิ่นเปยอาจจะกำลังเล่นกับไฟอยู่ก็เป็นได้!

เธอกัดฟันกรอด แล้วออกแรงผลักอีกครั้ง

เสิ่นเปยไม่หลบไม่เลี่ยง เขายังคงยืนหยัดในท่าม้า ร่างกายท่อนบนโอนเอนอีกครา นิ้วเท้าทั้งสิบงอจิกกับพื้นรองเท้าแน่น

เมื่อสองมือของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวผลักเข้าที่หน้าอกของเสิ่นเปย ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงนั้นก็กลับมาอีกครั้ง

แม้จะผลักไปที่หน้าอกตรงๆ แต่มือของเธอกลับลื่นไถลออกไปด้านข้างอย่างน่าประหลาด

ในไม่ช้า

เมื่อศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเพิ่มแรงขึ้น พลังในระดับผู้ฝึกยุทธ์ก็ถาโถมเข้าใส่เสิ่นเปย

ร่างของเสิ่นเปยหงายหลังวูบในทันที

ทว่าในสายตาของศาสตราจารย์กู้ซินโหรว ขณะที่เสิ่นเปยกำลังจะล้มลง ร่างกายของเขากลับเด้งคืนกลับมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุก โดยที่เท้าไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด!

ร่างของเสิ่นเปยโอนเอนไปมาเล็กน้อย ฝ่าเท้าที่จิกพื้นแน่นรู้สึกปวดเมื่อยอยู่บ้าง

แต่ภายในใจของเขากลับลิงโลดสุดขีด

ความรู้สึกแบบนี้แหละ ความรู้สึกของการเป็นตุ๊กตาล้มลุก!

สีหน้าของเสิ่นเปยเผยให้เห็นถึงความภาคภูมิใจอย่างไม่อาจปิดมิด เวลาผ่านไปเพียงสองคืนเท่านั้น

เขากลับเข้าใจเคล็ดลับของการ 'ยืนหยัด' ได้อย่างถ่องแท้แล้ว

ถ้าผมไม่ใช่ยอดอัจฉริยะ แล้วใครหน้าไหนจะกล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะล่ะ?

แต่ในวินาทีต่อมา

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวก็ตวัดขาเตะกวาด ถอนรากฐานการยืนของเสิ่นเปยโดยตรง

เสิ่นเปยร้อง 'โอ๊ย' ออกมาลั่น ร่างของเขาร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง ก้นกบจูบกับพื้นคอนกรีตอย่างแนบแน่น

เสิ่นเปยสูดปากด้วยความเจ็บปวด รีบลูบก้นที่ชอกช้ำของตัวเองปอยๆ "อาจารย์ครับ ทำแบบนี้มันไร้น้ำใจนักกีฬาไปหน่อยไหมครับ?"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวหรี่ตาลง เธอย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง โน้มตัวไปข้างหน้า และก้มมองเสิ่นเปย "เธอกำลังฝึกตั้งท่าอยู่ใช่ไหม?"

แต่ความสนใจของเสิ่นเปยกลับถูกดึงดูดไปที่ยอดเขาสีขาวราวหิมะอันอวบอิ่มและชูชันของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเสียนานแล้ว

นั่นมันสวรรค์อันแสนอ่อนนุ่มชัดๆ

สวรรค์อันแสนอ่อนนุ่มที่ชวนให้เสพติด

"เสิ่นเปย! ฉันกำลังถามเธออยู่นะ!"

"อ๊ะ!" เสิ่นเปยดึงสติกลับมา พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ "ผมเก่งไหมล่ะครับ?"

"เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?"

อย่างไรก็ตาม หว่างคิ้วของศาสตราจารย์กู้ซินโหรวกลับฉายแววความกังวลจางๆ "เดิมทีคุณสมบัติของเธอก็ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์อยู่แล้ว การฝึกตั้งท่ามันสนุกนักหรือไง? เธอจะโดนพลังสะท้อนกลับ ร่างกายจะบอบช้ำ แล้วสุดท้ายก็ต้องแก่ก่อนวัยอันควรอย่างเลี่ยงไม่ได้!"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวไม่ได้พูดเล่น

เกณฑ์คะแนนคุณลักษณะ 60 หน่วยสำหรับการสอบเข้าสายยุทธ์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

และนี่ก็ยังเป็นแค่มาตรฐานขั้นต่ำสุดเท่านั้น

เสิ่นเปยยังไม่ผ่านเกณฑ์เลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับแอบบ่มเพาะพลังด้วยการฝึกตั้งท่า

ค่าคุณลักษณะของเขาจะต้องลดฮวบลงอย่างแน่นอน

และเมื่อเขาไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ ค่าคุณลักษณะเหล่านี้ก็จะหายไปอย่างถาวร

ซึ่งนั่นหมายความว่า คนธรรมดาคนหนึ่งกำลังเอาชีวิตของตัวเองมาล้อเล่นเพื่ออวดเก่งเท่านั้น!

ใครๆ ก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้เป็นข้อห้ามเด็ดขาด!

แม้แต่นักเรียนที่เตรียมตัวสอบเข้าสายยุทธ์ ก็ยังถูกห้ามไม่ให้บ่มเพาะพลังล่วงหน้าอย่างเด็ดขาด

นี่คือบทเรียนที่คนรุ่นก่อนนับไม่ถ้วนได้สรุปเอาไว้

เสิ่นเปยอาจจะอวดเก่งได้พักหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลเสียที่จะตามมานั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน!

"เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ!"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวเอ่ยด้วยสีหน้าขุ่นเคือง

เสิ่นเปยเดาะลิ้น "อาจารย์ครับ ที่พูดมามันไม่ดูรุนแรงไปหน่อยเหรอ? ผมต้องได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างแน่นอน"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง จึงกล่าวตัดบท "เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ต้องรู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ถึงตอนนั้นก็อย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งก็แล้วกัน"

"ครับ ถึงตอนนั้นก็อย่ามาร้องไห้ก็แล้วกัน" เสิ่นเปยเห็นด้วยกับคำพูดนี้อย่างยิ่ง

เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะร้องไห้!

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวกุมขมับ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการกระทำอันสิ้นคิดของเสิ่นเปย เธอก็รู้สึกจนปัญญา

ในเมื่อเขาเริ่มบ่มเพาะพลังไปแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้อีกล่ะ?

เธอทำได้เพียงสวดภาวนาในใจ ขอให้ความต้องการของภรรยาในอนาคตของเสิ่นเปยอย่าได้สูงนักเลย

"ลุกขึ้นได้แล้ว ไปเข้าเรียนซะ!"

"อาจารย์เป็นคนผลักผมล้มนะ ผมต้องได้จุ๊บก่อนถึงจะลุก"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรว: ...

จุ๊บบ้าอะไรล่ะ?

ฉันอยากจะตบเธอมากกว่า!

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวตวัดมือคว้าข้อเท้าของเสิ่นเปย แล้วลากตัวเขาไปตามพื้น

เสิ่นเปย: ...

ทันใดนั้น เจี่ยนถงที่สะพายกระเป๋านักเรียนก็กระโดดโลดเต้นเข้ามาใกล้ ก่อนจะถามด้วยสีหน้าตกตะลึง "พวกคุณกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่เนี่ย?"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวแค่นเสียง น้ำเสียงของเธอเย็นชา "ก็ไอ้คนโง่เง่าน่ะสิ เป็นนักเรียนที่ไม่มีแม้แต่ความหวังในเส้นทางสายยุทธ์แท้ๆ แต่ดันกล้าแอบไปฝึกตั้งท่าบ่มเพาะพลัง!"

ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ใบหน้าของเจี่ยนถงก็ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

"นาย—นาย—"

เจี่ยนถงพูดติดอ่างจนแทบจับใจความไม่ได้

เธอเคยเตือนเสิ่นเปยซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าห้ามบ่มเพาะพลัง ห้ามบ่มเพาะพลัง ห้ามบ่มเพาะพลังเด็ดขาด!

ทำไมเขาถึงไม่ยอมฟังกันบ้างเลย!

เสิ่นเปยโบกมือปัด "วิถีแห่งผู้ฝึกยุทธ์ คือการกล้าที่จะเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ผมก็แค่นำหน้าไปก่อนก้าวหนึ่ง ไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลย"

ณ ตอนนี้ เจี่ยนถงมองไปที่เสิ่นเปย ผู้ซึ่งยังคงไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ แถมยังคงฉีกยิ้มแป้นแล้นอย่างไม่สะทกสะท้าน

เธอโกรธจนแทบจะเป็นบ้า

มีคำพูดมากมายที่เธออยากจะพ่นใส่หน้าเขา

แต่ท้ายที่สุด เธอกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไปจนหมด

จะให้พูดอะไรล่ะ?

มีอะไรให้พูดอีก?

พูดไปแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?

ในเมื่อเขาลงมือบ่มเพาะพลังไปแล้ว

ค่าคุณลักษณะของเขาก็ร่วงหล่นลงไปแล้ว

เสิ่นเปย ผู้ซึ่งเดิมทียังพอมีความหวังที่จะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ตอนนี้ความหวังนั้นได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

ช่างมันเถอะ

เจี่ยนถงผู้ซึ่งปกติไม่เคยยอมเงียบ กลับไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

เธอเอื้อมมือไปคว้าข้อเท้าอีกข้างของเสิ่นเปยอย่างเงียบๆ

จากนั้น เธอก็ร่วมมือกับศาสตราจารย์กู้ซินโหรว ลากตัวเสิ่นเปยกลับไปที่ห้องเรียนด้วยกัน

ภาพเหตุการณ์นี้ที่ปรากฏขึ้น

ทำเอานักเรียนทั้งห้องถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่น:

"เชี่ยเอ๊ย! เสิ่นเปย นายนี่มันเจ๋งว่ะ ถึงขนาดมาโรงเรียนแบบระบบออโต้เลยเว้ย"

"เป็นอัมพาตไปแล้วเหรอ? ให้พวกเราช่วยกันระดมทุนซื้อวีลแชร์ให้ไหม?"

"ไปก่อเรื่องมาอีกแล้วสิ ถึงได้โดนอาจารย์จับได้แบบนี้?"

"นายมักจะทำลายขีดจำกัดความเข้าใจของพวกเราอยู่เสมอเลยนะ"

"การดูแลระดับนี้ไม่มีใครเทียบได้จริงๆ"

...

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวโยนร่างของเสิ่นเปยกลับเข้าไปที่นั่งของเขา แล้วเดินตรงไปที่โพเดียม

ใบหน้าของเธอจริงจัง น้ำเสียงเยียบเย็น:

"ครูขอพูดซ้ำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนสายยุทธ์หรือสายศิลป์ ก็ไม่อนุญาตให้ควบแน่นปราณโลหิตหรือฝึกตั้งท่าหล่อหลอมร่างกายเด็ดขาด!"

"ถ้าใครยังฝืนทำแล้วเกิดผลเสียตามมาล่ะก็—"

ศาสตราจารย์กู้ซินโหรวปรายตามองเสิ่นเปย "เดี๋ยวก็รู้เองแหละ!"

ทั้งห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบกริบ

นักเรียนทุกคนต่างลอบมองเสิ่นเปยด้วยหางตา

ทุกคนล้วนมีสีหน้าประหลาดใจ

นี่นายไปฝึกตั้งท่ามาจริงๆ เหรอเนี่ย?

คราวนี้นายหาเรื่องใส่ตัวชุดใหญ่แล้วล่ะ!

จบบทที่ บทที่ 25 เสิ่นเปย นายรนหาที่ตายใช่ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว