- หน้าแรก
- ปลุกพลังมหายุทธ์ ระบบสรุปผลรายวัน
- บทที่ 13 เอาเหรียญทองมาซะไอ้บัดซบ!
บทที่ 13 เอาเหรียญทองมาซะไอ้บัดซบ!
บทที่ 13 เอาเหรียญทองมาซะไอ้บัดซบ!
บทที่ 13 เอาเหรียญทองมาซะไอ้บัดซบ!
"พี่ชาย เปิดประตูหน่อย!"
"ผมรู้นะว่าพี่อยู่ข้างใน เปิดประตูเถอะ!"
เสิ่นเป่ยทุบประตูเสียงดังลั่นมาจากด้านนอก
ด้านในห้อง โหยวอู๋ฉางได้ยินเสียงเคาะประตูที่ดังก้องราวกับค้อนเหล็กตอกย้ำลงกลางใจ
เขาไม่มีเวลามาต่อกรกับเสิ่นเป่ย ไอ้เด็กเหลือขอที่ไร้ซึ่งจรรยาบรรณของผู้ฝึกยุทธ์คนนี้หรอก
การหลบหนีคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้!
มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาไม่สนเรื่องการปิดบังตัวตนอีกต่อไป
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะขยับเท้าเพื่อกระโจนออกทางหน้าต่าง ความคิดหนึ่งก็พลันสว่างวาบขึ้นมาในหัว
สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มกลับมาแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อย
การที่เสิ่นเป่ยกล้ากลับมา ย่อมหมายความว่ามันกำลังมาทดสอบดูว่ายาออกฤทธิ์แล้วหรือยัง
แต่ถ้าเขาจับตัวมันไว้ได้ล่ะ... ใช่แล้ว จับมันเป็นตัวประกัน!
ในเวลานี้ ต่อให้เขากระโดดออกไปทางหน้าต่างด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ โอกาสรอดก็มีน้อยมาก
แต่ตราบใดที่มีตัวประกัน โดยเฉพาะนักเรียนสายยุทธ์ชั้นปีที่สาม ทางอำเภอชางถูย่อมไม่กล้าเมินเฉยต่อชีวิตของไอ้เด็กนี่แน่
ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้าย โหยวอู๋ฉางรวบรวมพลังใจเฮือกสุดท้ายหันหลังกลับแล้วเดินพยุงร่างไปที่ประตู
ก่อนที่เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนจะรู้ตัวว่าเขาโดนวางยา เขาต้องจับไอ้เด็กนี่มาเป็นโล่มนุษย์ให้ได้
...
ในขณะเดียวกัน เสิ่นเป่ยก็กำลังเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวภายในห้องอย่างตั้งใจ
เขาไม่ได้ยินเสียงคนล้มหรือเสียงข้าวของตกแตกเลย
นั่นทำให้เสิ่นเป่ยรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย
ไม่โหยวอู๋ฉางพ่ายแพ้ต่อฤทธิ์ยาและสลบเหมือดไปแล้ว ก็แปลว่ายามอมประสาทนั้นทำอะไรเขาไม่ได้เลย และตอนนี้เขาก็กำลังดักซุ่มโจมตีอยู่ข้างใน
แต่แล้ว เสียงประตูบานนั้นก็ลั่นเอี๊ยดก่อนจะแง้มเปิดออก
เสิ่นเป่ยไม่ลังเล รีบถอยร่นไปด้านหลังสองสามก้าว พร้อมกับซ่อนท่อนเหล็กไว้ข้างหลังทันที
ในตอนนี้ โหยวอู๋ฉางมีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างหนักจากการจู่โจมของยามอมประสาท เขาแทบจะมองเห็นคนที่อยู่ข้างนอกไม่ชัดด้วยซ้ำ ได้แต่พึมพำด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นว่า "เข้า... เข้ามาสิ..."
เสิ่นเป่ยเหลือบมองสภาพของโหยวอู๋ฉางอย่างรวดเร็ว
เขาหัวเราะหึๆ ในใจ
ได้ผลแฮะ!
โหยวอู๋ฉางตาลอยเคลิ้มไปแล้ว ถ้าไม่ได้พิงกำแพงไว้ก็คงยืนไม่อยู่!
ทว่าเสิ่นเป่ยกลับไม่ได้วู่วามบุ่มบ่าม เขาแกล้งถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ว่า "พี่โหยว เป็นอะไรไปครับ สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย"
โหยวอู๋ฉางกัดฟันกรอด เขารู้สึกเหมือนหน้ามืดจะหมดสติอยู่รอมร่อ ไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย จึงฝืนเปิดประตูนิรภัยออกอย่างยากลำบาก
เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง "รีบเข้ามาเร็ว... เข้ามา... นายไม่อยากเรียนรู้วิถีหาเงินแล้วหรือไง"
"เรื่องหาเงินเอาไว้ก่อนเถอะครับ ให้ผมช่วยตามหมอไหม หรือจะให้โทรแจ้งตำรวจดี สภาพพี่ดูไม่ไหวแล้วนะ..."
หัวของโหยวอู๋ฉางแทบจะระเบิด แจ้งตำรวจบ้าบออะไรล่ะ!
ไอ้เด็กนี่ก็มัวแต่โอ้เอ้อยู่นั่น ดีไม่ดีพวกหน่วยลาดตระเวนที่รออยู่ข้างล่างอาจจะบุกขึ้นมาแล้วก็ได้
อาศัยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ โหยวอู๋ฉางไม่มัวเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง พุ่งมือออกไปตะปบเสิ่นเป่ยทันที
โหยวอู๋ฉางสมกับที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ เมื่อสัญชาตญาณดิบปะทุขึ้น ท่อนแขนของเขาก็ขยายพองออกอย่างฉับพลัน กล้ามเนื้อปูดโปนบิดเกลียวจนหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำยังมีสีเลือดฝาดไหลเวียนอยู่จางๆ
มือทั้งสองข้างแปรสภาพเป็นกรงเล็บอันดุร้าย พุ่งแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว ตรงดิ่งเข้าใส่ดวงตาของเสิ่นเป่ยในพริบตา โฉบลงมาจากด้านบนอย่างเกรี้ยวกราด
แต่ในเวลานี้ หลังจากที่เสิ่นเป่ยได้รับรางวัลการประเมินรายวัน ค่าสถานะทั้งสี่มิติของเขาก็ใกล้เคียงกับมาตรฐานของผู้ฝึกยุทธ์เข้าไปทุกที
ยิ่งไปกว่านั้น การจู่โจมอย่างกะทันหันของโหยวอู๋ฉางในตอนนี้ ยังมีอานุภาพไม่ถึงหนึ่งในสิบของช่วงที่เขาอยู่ในขั้นสูงสุดเสียด้วยซ้ำ
และตัวเสิ่นเป่ยเองก็คอยระวังการตอบโต้ของโหยวอู๋ฉางอยู่ก่อนแล้ว
วินาทีที่โหยวอู๋ฉางลงมือ เสิ่นเป่ยก็เบี่ยงตัวและขยับเท้าหลบไปด้านข้าง
เขาหลบการโจมตีปลิดชีพของโหยวอู๋ฉางได้อย่างฉิวเฉียด
เมื่อโจมตีพลาดเป้า ประกอบกับร่างกายที่ชาหนึบ โหยวอู๋ฉางจึงรั้งพลังกลับมาไม่ทัน
เขาสะดุดล้มหน้าคะมำพุ่งพรวดออกไปนอกประตู
เสิ่นเป่ยไม่ลังเลอีกต่อไป
ไม่ต้องสงสัยเลย ไอ้หมอนี่เพิ่งจะพยายามพุ่งมาจับตัวเขา แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดี
ตามตรรกะของคนดีทั่วไป ถ้าตัวเองรู้สึกไม่สบาย สิ่งแรกที่ควรทำก็คือขอให้เสิ่นเป่ยช่วยเรียกหมอ
แต่มันกลับคิดจะจับตัวเขาเนี่ยนะ!
ถ้าเกิดหมอนี่บอกว่าตัวเองเป็นคนดีล่ะก็ เสิ่นเป่ยยอมกลืนท่อนเหล็กในมือลงท้องไปทั้งท่อนเลยเอ้า!
จะให้ยัดเข้าปากไหนก็ยอม!
มาถึงตอนนี้ เสิ่นเป่ยแน่ใจแล้วว่าข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของเขาถูกต้องทั้งหมด
ไม่ต้องสงสัยเลย หมอนี่คือฆาตกร!
มันคือเงินสองล้านของเขา!
ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจขุมทรัพย์ตรงหน้านี้อีกต่อไป
มือขวาที่ไพล่หลังอยู่ตวัดท่อนเหล็กฟาดเข้าที่หัวของโหยวอู๋ฉางเต็มเหนี่ยวทันที!
ปัง~~
ฟาดลงไปแค่ทีเดียว กลับทำเอาง่ามมือของเสิ่นเป่ยถึงกับชาดิกด้วยแรงสะท้อนกลับ
ทว่าท้ายทอยของโหยวอู๋ฉางกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!
เสิ่นเป่ยถึงกับยืนอึ้ง!
นี่คือผู้ฝึกยุทธ์งั้นเหรอ?
กะโหลกมันจะหนาเกินไปแล้ว!
ในขณะนี้ โหยวอู๋ฉางที่ล้มฟุบอยู่กับพื้นมีสีหน้าเย็นชาแฝงจิตสังหาร แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านราวกับลมหนาวอันเกรี้ยวกราด แช่แข็งมวลอากาศจนแทบจะหายใจไม่ออก
"ไอ้เด็กเวร! แกกล้าวางแผนตลบหลังฉัน! ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง ประคองฉันกลับเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแกซะ!"
สีหน้าของเสิ่นเป่ยเคร่งเครียดขึ้นมา เขาแค่นเสียงหัวเราะหยัน "ปากแข็งใช้ได้นี่ จะไม่ร้องขอชีวิตหน่อยเหรอ?"
เสิ่นเป่ยเมินเฉยต่อคำขู่ของโหยวอู๋ฉาง และตัดสินใจทุ่มสุดตัว
เขาง้างท่อนเหล็กขึ้นอีกครั้งแล้วกระหน่ำตีลงไปอย่างหนักหน่วง ราวกับกำลังตีหมาตกน้ำ!
ไอ้สารเลว ดรอปเหรียญทองมาให้ฉันซะดีๆ!
เมื่อโหยวอู๋ฉางเห็นว่าขู่เสิ่นเป่ยไม่สำเร็จ ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดผวา หวาดกลัว และไม่อยากจะเชื่อ ถึงตอนนั้นเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าไอ้เด็กนี่มันเสแสร้งเก่งแค่ไหน การแสดงก่อนหน้านี้ก็เพื่อให้เขาตายใจทั้งนั้น!
ผู้ฝึกยุทธ์กลับต้องมากลายเป็นหมาถูกทุบตีด้วยไม้ของคนธรรมดา
ช่างเป็นความอัปยศอดสูที่ยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้!
เสี้ยววินาทีที่ท่อนเหล็กของเสิ่นเป่ยฟาดลงมา โหยวอู๋ฉางก็เชิดหัวขึ้น รับการโจมตีไปเต็มๆ
เขายอมปล่อยให้เสิ่นเป่ยตี!
และในมุมมืดนั้น เขาฝืนยกมือขวาขึ้นมา เตรียมจะคว้าท่อนเหล็กแล้วปลดอาวุธอีกฝ่าย!
คนธรรมดาที่ไร้อาวุธ หากเข้ามาใกล้เขาก็เท่ากับรนหาที่ตาย!
ตามปกติแล้ว หากเขาไม่โดนพิษยา กว่าที่ไม้จะฟาดลงมา เขาคงเตะเสิ่นเป่ยตายไปนานแล้ว
แต่ตอนนี้แขนขาเขาอ่อนแรง แค่พยุงตัวคุกเข่าครึ่งซีกได้ก็ถือว่าใช้พลังใจไปมหาศาลแล้ว
โหยวอู๋ฉางเพียงแค่รอให้เสิ่นเป่ยติดกับดัก
ในความคิดของเขา เสิ่นเป่ยต้องหลงกลอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่ายก็เป็นแค่ไอ้ลูกกระจ๊อก
แต่เสิ่นเป่ยไม่ใช่คนที่เล่นตามกฎ
ยิ่งแกยื่นหัวมารับไม้มากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งไม่ตีตรงนั้นหรอก
เขาเปลี่ยนวิถีท่อนเหล็กแล้วหวดเข้าที่แขนของโหยวอู๋ฉางแทน
ปัง! ท่อนเหล็กฟาดเข้าที่แขนของอีกฝ่าย ราวกับตีลงบนแผ่นคอนกรีต อาวุธในมือถึงกับกระดอนกลับมา
ถึงตอนนี้ แม้จะยังไม่รู้ว่าผู้ฝึกยุทธ์นั้นน่ากลัวแค่ไหน แต่เสิ่นเป่ยก็ตระหนักได้ว่าสภาพร่างกายของศัตรูนั้นแข็งแกร่งเพียงใด!
ความคิดเหล่านี้แล่นผ่านไปในชั่วพริบตา
มือของเสิ่นเป่ยไม่หยุดนิ่ง เขางัดพลังทั้งหมดที่มีออกมากระหน่ำฟาดลงไปอีกครั้ง!
ความเจ็บปวดจากการถูกฟาดสองครั้งซ้อน ช่วยดึงสติของโหยวอู๋ฉางให้หลุดจากความมึนเบลอได้เล็กน้อย
ความคิดที่ว่าตัวเองต้องมาเสียรู้ไอ้คนหน้าเงิน ทำให้โหยวอู๋ฉางโกรธเกรี้ยวจนกัดลิ้นตัวเองอย่างแรง
ในพริบตานั้น โหยวอู๋ฉางราวกับได้แรงฮึด เขาก้าวเท้าเล็กๆ ขยับไปทางประตู
จากนั้นเขาก็เลิกป้องกันตัว และเหวี่ยงหมัดพุ่งไปข้างหน้าสุดแรงเกิด!
แม้จะเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองขั้นสูงสุด แต่ในสภาพแบบนี้ เขาก็ต้องสั่งสอนให้ไอ้เดรัจฉานนี่รู้ซึ้งว่า ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ใช่ใครที่มันจะมาเล่นตุกติกด้วยได้!
แค่ซัดโดนเสิ่นเป่ยจังๆ สักหมัด หมัดเดียวก็มากพอที่จะส่งเสิ่นเป่ยปลิวไปไกล และเขาจะเป็นฝ่ายชนะ!
ทว่าเสิ่นเป่ยกลับต้องเผชิญหน้ากับหมัดที่ไร้ทิศทาง อ่อนแรง และเชื่องช้าของโหยวอู๋ฉาง
ภาพที่เห็นเหมือนปลาเป็นๆ กำลังดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนฝั่งไม่มีผิด
เขาจึงยิ่งแกว่งท่อนเหล็กฟาดกระหน่ำอย่างบ้าบิ่นยิ่งกว่าเดิม
"แกรก!"
สีหน้าของเสิ่นเป่ยเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน หมัดของโหยวอู๋ฉางดูเชื่องช้า และไม่มีวี่แววของการรวบรวมลมปราณด้วยซ้ำ
แต่เมื่อหมัดนั้นกระแทกเข้ามา ท่อนเหล็กในมือเขากลับงอและหักสะบั้นลง
ในจังหวะเดียวกัน ง่ามมือของเสิ่นเป่ยก็เจ็บปวดอย่างรุนแรงจากแรงปะทะอันหนักหน่วง ท่อนเหล็กตีกลับจนมือของเขาชาไปทั้งแถบ
"บัดซบเอ๊ย!"
เสิ่นเป่ยเองก็ร้อนรนสุดขีดเช่นกัน
ยื้อกันมาตั้งนาน ไอ้ผู้ฝึกยุทธ์เวรนี่ก็ยังไม่ยอมสลบไปสักที
ไอ้ลุงพ่อค้าริมถนนนั่นต้องโดนรีวิวด่าซะบ้างแล้ว!
ให้ยาน้อยเกินไปแล้วเว้ย!
เสิ่นเป่ยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีก คว้าท่อนเหล็กครึ่งท่อนที่เหลือ พุ่งตัวราวกับแมวป่าที่ปราดเปรียว ฉวยโอกาสนั้นเข้าไปทุบซ้ำอย่างจัง
หลังจากแลกหมัดกันอยู่หลายกระบวนท่า ในที่สุดโหยวอู๋ฉางก็ทนฝืนต่อไปไม่ไหว ล้มตึงลงกับพื้น หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตรวยรินดั่งเปลวเทียนต้องลม เขาแผดเสียงคำราม:
"องค์กรนักล่าหัว... ไม่มีทาง... ปล่อยให้แกตายดีแน่..."
สิ้นเสียงคำราม โหยวอู๋ฉางผู้แสนทรหดก็ตาเหลือก ลิ้นจุกปาก และหมดสติล้มพับไปในที่สุด
เสิ่นเป่ยปาดเหงื่อบนหน้าผาก
เขาเผยรอยยิ้มอย่างรู้กัน คว้าข้อเท้าของโหยวอู๋ฉางแล้วลากร่างนั้นเข้าไปในห้อง:
"แกไม่ต้องมาห่วงหรอกว่าฉันจะตายยังไง"
"แกรีบดรอปเหรียญทองมาให้ฉันก่อนเลย ไอ้เวรเอ๊ย!"