- หน้าแรก
- ปลุกพลังมหายุทธ์ ระบบสรุปผลรายวัน
- บทที่ 8: ในเมื่อใบประกาศจับคือผู้ว่าจ้าง ก็รับงานซะเลยสิ!
บทที่ 8: ในเมื่อใบประกาศจับคือผู้ว่าจ้าง ก็รับงานซะเลยสิ!
บทที่ 8: ในเมื่อใบประกาศจับคือผู้ว่าจ้าง ก็รับงานซะเลยสิ!
บทที่ 8: ในเมื่อใบประกาศจับคือผู้ว่าจ้าง ก็รับงานซะเลยสิ!
เวลานี้เสิ่นเป่ยรู้สึกตื่นตระหนกอยู่เล็กน้อย
หลังจากหน้าจอสรุปผลประจำวันปรากฏขึ้น เขาก็ได้รู้ว่าคนที่จับตามองเขาอยู่ไม่ใช่ผู้ชายสายรุ้งคนนั้น
แต่เป็นคนแปลกหน้าที่อยู่ชั้นบนต่างหาก!
ประกอบกับข่าวลือเรื่องฆาตกรที่ปรากฏตัวในอำเภอฉางถูช่วงนี้
เสิ่นเป่ยจึงอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวเข้าด้วยกัน
ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้เสิ่นเป่ยถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"พุ่งเป้ามาที่ฉันงั้นเหรอ?"
เสิ่นเป่ยขมวดคิ้วครุ่นคิด "อายุสิบแปดนี่มันวัยเบญจเพสชัดๆ"
ตอนนี้ เสิ่นเป่ยได้เตรียมใจรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว
คนแปลกหน้าที่อยู่ชั้นบนจะต้องเป็นฆาตกรแน่ๆ!
แม้ข้อสันนิษฐานนี้จะเลื่อนลอยและดูไร้สาระ
แต่นิสัยขี้ระแวงของเสิ่นเป่ยก็บังคับให้เขาต้องคิดแบบนี้
"ต้องแจ้งความ! ยังไงก็ต้องแจ้งความ!"
เสิ่นเป่ยตัดสินใจอย่างเด็ดขาด หากคนที่อยู่ชั้นบนคือฆาตกรที่กู้ฉางเฟิงกำลังตามล่าตัวอยู่ เขาก็อยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียงแค่กำแพงกั้นเท่านั้น
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้ว กำแพงนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับกระดาษแข็ง
ถ้าชายห้องชั้นบนเกิดอยากจะทำร้ายเขาขึ้นมา ความปลอดภัยของเขาย่อมไม่ได้รับการรับรองอย่างแน่นอน
เขารีบเก็บข้าวของให้เรียบร้อย
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ
เสิ่นเป่ยก็ออกจากห้อง ตั้งใจจะไปโรงเรียน
แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เขาก็บังเอิญเจอชายห้องชั้นบนกำลังลงมาทิ้งขยะพอดี
"บังเอิญจังเลยน้องชาย จะไปโรงเรียนหรือไปทำงานล่ะ?"
ชายคนนั้นมองเสิ่นเป่ยด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา
ใบหน้าของเสิ่นเป่ยเจื่อนลงทันที เขายืนลังเลอยู่กับที่
เขาแอบคิดในใจว่า วันนี้มันวันซวยอะไรกัน ทำไมถึงได้บังเอิญเจอหมอนี่ตั้งแต่ก้าวออกจากห้องเลยเนี่ย?
แต่ไม่นาน เสิ่นเป่ยก็ตระหนักได้ว่าความ "บังเอิญ" ที่ว่านั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยสักนิด
ถุงขยะของชายคนนั้นขาด ทำให้มีน้ำซุปหยดออกมา
จนกลายเป็นคราบเปื้อนบนพื้น
ตามปกติแล้ว คนเราควรรีบเดินลงบันไดไปเพื่อไม่ให้น้ำซุปหยดเลอะเทอะพื้น
ยิ่งไปกว่านั้น รอยหยดน้ำที่อยู่บนพื้นนั้นเรียงกันเป็นทางยาว
แต่บริเวณเท้าของชายคนนั้นกลับมีน้ำเจิ่งนองเป็นแอ่ง
ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าชายคนนี้ยืนรออยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานแล้ว
เสิ่นเป่ยกลืนน้ำลายเอื้อก รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าชายคนนี้คือฆาตกร!
เสิ่นเป่ยพยายามบังคับตัวเองให้ใจเย็นลงและฝืนยิ้มตอบ "ยังไม่แน่ใจครับ ถ้ามีโอกาสโดดเรียนได้ ผมก็จะไปทำงาน แต่ถ้าไม่ได้ ผมก็จะไปนอนครับ"
ชายคนนั้นพยักหน้า "เอาอย่างนี้สิ ฉันมีโปรเจกต์ดีๆ ที่เหมาะกับวัยรุ่นอย่างเธอไว้หาค่าขนมพอดี คืนนี้แวะมาที่ห้องฉันสิ ฉันจะช่วยสอนให้ฟรีๆ เลย"
มุมปากของเสิ่นเป่ยกระตุก เขารีบพูดตะกุกตะกัก "ครับๆ ได้ครับ"
พูดจบ เสิ่นเป่ยก็ไม่รอช้า รีบวิ่งมุดออกทางช่องบันไดแล้วมุ่งหน้าไปทางโรงเรียนทันที
ส่วนชายที่ชื่อเซียวอิงยืนอยู่ที่หน้าบันได มองตามแผ่นหลังของเสิ่นเป่ยที่ค่อยๆ ลับสายตาไป ใบหน้าของเขาดูลึกลับดำมืดภายใต้เงามัว เขาเลียริมฝีปากเบาๆ
"สิบแปดปี... ช่างเป็นช่วงวัยที่หอมหวานเสียจริง"
...
"ฟู่~~"
เสิ่นเป่ยนั่งอยู่ในห้องเรียน ยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผากพลางหอบหายใจถี่
เขารู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามมาตลอดทางตั้งแต่ย่านที่พักอาศัยจนถึงโรงเรียน
ราวกับว่าจะมีใครสักคนง้างค้อนปอนด์ฟาดเข้าที่หลังหัวของเขาได้ทุกเมื่อ
แล้วพอเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็จะพบว่าตัวเองนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง ส่วนผู้ชายห้องชั้นบนก็จะถามว่าไตของเขาเจ็บหรือเปล่า
โครตน่ากลัวเลย!
"ทำอะไรอยู่น่ะ!"
จู่ๆ เจี่ยนถงก็กระโดดออกมาจากด้านหลัง แล้วตบไหล่เสิ่นเป่ยอย่างแรง
เสิ่นเป่ยที่กำลังจมอยู่ใน "อาการหลงผิดคิดว่าถูกปองร้าย"
โดนเจี่ยนถงตบเข้าให้ก็ตกใจจนร้องลั่น กระโดดตัวลอยแล้วล้มลงไปกองกับพื้น
"เป็นบ้าอะไรเนี่ย!"
เสิ่นเป่ยร้องลั่นด้วยความตกใจ "อย่าโผล่มาแบบนี้ได้ไหม!"
แต่เจี่ยนถงกลับเอาแต่จ้องมองมือเล็กๆ ขาวเนียนของตัวเอง พลางพึมพำด้วยความตกใจ "คราวที่แล้วฉันตบไหล่นาย นายแค่เซไปนิดเดียวเอง คราวนี้ตบทีเดียวนายถึงกับกระโดดตัวลอยเลย"
"หรือว่าค่าพลังจิตของฉันมันจะปลอม? ค่าพละกำลังของฉันมันสูงปรี๊ดเลยหรือเปล่านะ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากของเสิ่นเป่ยก็กระตุก
เขารู้สึกว่าเจี่ยนถงกำลังคิดไปไกลแล้ว
ค่าพลังจิตของเธอในการทดสอบครั้งที่แล้วนั้นสูงจนน่าตกใจ
เธอเข้าใกล้เกณฑ์การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไปแล้วก้าวหนึ่ง
ตามตัวชี้วัดนี้ เจี่ยนถงจะต้องได้ฝึกทักษะยุทธ์สายพลังจิตอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ เจี่ยนถงกลับเริ่มสงสัยในชีวิตของตัวเองเสียแล้ว
เสิ่นเป่ยรีบยันตัวลุกขึ้น ยกมือห้าม "พอๆ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว ลองไปตบก้นเสือดูสิ ต่อให้เป็นเสือก็ยังตกใจเลย"
เจี่ยนถงยกฝ่ามือที่ขาวเนียน เรียวยาว และงดงามขึ้นมา "งั้นเหรอ?"
เสิ่นเป่ยพยักหน้าพลางกลืนน้ำลาย มือสวยๆ แบบนี้... ถ้าไม่เอาไปทำอย่างอื่นก็เสียของแย่
ทั้งสองคนนั่งลงที่เดิม
เจี่ยนถงกะพริบตาปริบๆ มองเสิ่นเป่ย แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"อย่าถามเลย ฉันกลัวเธอจะนอนไม่หลับ"
"ชิ"
เจี่ยนถงกลอกตาใส่
ไม่นานนัก
เสียงออดเข้าเรียนก็ดังขึ้น
แต่อาจารย์กู้ซินโหรวกลับไม่ปรากฏตัวในชั้นเรียน
นักเรียนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก และเริ่มคุยกันเสียงดังขรม
"อาจารย์ไปไหนเนี่ย?"
"ใครจะไปรู้ล่ะ?"
"ไอ้เด็กบ้า แกกล้าพูดกับปู่แกแบบนี้ได้ยังไง"
เพียงชั่วพริบตา บรรยากาศในห้องเรียนก็วุ่นวายราวกับตลาดสด
ในเมื่อไม่มีอาจารย์อยู่ นักเรียนก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ พวกเขาพากันเล่นซน ส่งจดหมายน้อย กินขนม เล่นเกม ROV ทำทุกอย่างเท่าที่จะคิดออก
เจี่ยนถงสะกิดเสิ่นเป่ย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ไปตามอาจารย์สิ"
เสิ่นเป่ยนั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะ "แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ดูสิทุกคนมีความสุขจะตาย อาจารย์คือมะเร็งร้ายของโรงเรียน คือรถบดถนนวัยเด็กเลยนะ"
เจี่ยนถงชูหนังสือเรียนขึ้นมา พลางพูดเสียงดุ "เหลวไหล! สรุปจะไปหรือไม่ไป?"
"ไปๆ ก็ได้"
เสิ่นเป่ยบิดขี้เกียจ "ที่ฉันทำเนี่ยไม่ได้เห็นแก่หน้าเธอหรอกนะ แต่เห็นแก่หน้าพ่อตาต่างหาก"
เจี่ยนถงอ้าปากค้างช้าๆ ดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึงในทันที "นาย... นาย... อ๊าย! นายกำลังจีบฉันเหรอ!"
เสิ่นเป่ยผายมือ "เราเป็นเพื่อนกันนี่ เธอจะจีบฉันกลับบ้างก็ได้นะ"
ใบหน้าสวยหวานของเจี่ยนถงแข็งทื่อไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เธออยากจะเถียงกลับ แต่ด้วยความหงุดหงิดจึงพูดไม่ออก
เธอคว้าหนังสือเรียนแล้วปาใส่เสิ่นเป่ยทันที
เสิ่นเป่ยหันหลังกลับแล้วแอบย่องออกไปทางประตูหลังห้อง
ไม่นานนัก
เสิ่นเป่ยก็เดินผ่านบันไดมาหลายชั้นจนมาถึงหน้าห้องพักอาจารย์กู้ซินโหรว
ก่อนที่เขาจะผลักประตูเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากข้างใน
"แผนล่อปลาเมื่อวานล้มเหลวไม่เป็นท่าเลย!"
"โดยเฉพาะเสิ่นเป่ย เขาไม่ยอมเดินตามเส้นทางที่เราวางแผนไว้เลยสักนิด แถมยังไปทำงานพาร์ตไทม์หน้าตาเฉยอีก"
"วันนี้เราจะยังใช้แผนล่อเป้าอยู่อีกไหม?"
"เวลาเหลือน้อยเต็มที ฆาตกรคนนี้กบดานอยู่ในอำเภอฉางถูมาหลายวันแล้ว ถ้าขืนยังไม่มีเบาะแสอะไร อาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นได้"
"ใช่ ดูเหมือนสถานการณ์ตอนนี้จะสงบดี แต่มันก็เหมือนคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัว หากมีนักเรียนคนไหนต้องมาตายอย่างน่าสลดใจ พวกเราทีมลาดตระเวนต้องโดนกล่าวหาแน่"
"เอาอย่างนี้ดีไหม... เราแค่ประกาศจับไปเลย? มันน่าจะช่วยข่มขวัญฆาตกรได้นะ ตราบใดที่มันหนีออกจากอำเภอฉางถูไป เรื่องนี้ก็จะไม่เกี่ยวกับโรงเรียนของเราอีก"
ประโยคสุดท้ายนี้เป็นเสียงของครูใหญ่จาง
การปัดความรับผิดชอบแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบของเขา
ปล่อยให้ฆาตกรไปก่อเหตุที่อื่นเถอะ ขอแค่ไม่มาสร้างปัญหาในอำเภอฉางถูก็พอ
"ฉันเห็นด้วยค่ะ!"
เสิ่นเป่ยได้ยินเสียงของอาจารย์กู้ซินโหรว "ความรักที่ครูใหญ่จางมีต่อนักเรียนนั้นเป็นที่ประจักษ์ต่อฟ้าดิน การออกใบประกาศจับย่อมทำให้พวกคนร้ายหวาดกลัวและยอมล่าถอยไปเอง ขอแค่อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้นักเรียนของฉันก็พอ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ประกาศจับเลย พร้อมตั้งรางวัลนำจับหนึ่งล้านหยวน เพื่อระดมกำลังชาวบ้านให้ช่วยกันตามล่า จนมันไม่มีที่ซุกหัวนอน!"
เสิ่นเป่ยที่แอบฟังอยู่ข้างนอกได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ หัวใจของเขาเต้นแรง
ตั้งรางวัลนำจับงั้นเหรอ?
แบบนี้ก็เท่ากับเป็นผู้ว่าจ้างน่ะสิ?
มันจะต้องไปกระตุ้นระบบสรุปผลประจำวันแน่ๆ!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เงินรางวัลหนึ่งล้านหยวน บวกกับเงินรางวัลจากระบบอีกหนึ่งล้าน รวมเป็นสองล้านหยวนเชียวนะ!
เสิ่นเป่ยผลักประตูพรวดพราดเข้าไปข้างในทันที
เมื่อเห็นเสิ่นเป่ย คิ้วเรียวสวยของอาจารย์กู้ซินโหรวก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดเม้มเข้าหากัน เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาตำหนิ น้ำเสียงราบเรียบ "ทำไมถึงไม่เรียนหนังสือ? มาทำอะไรที่นี่!"
"ผมแค่มารับอาจารย์ไปนอน—"
"หืม?" ใบหน้าของกู้ฉางเฟิงบิดเบี้ยว เขาจ้องมองเสิ่นเป่ยด้วยสายตาเย็นเยียบ
บ้าอะไรวะเนี่ย?
เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ?
เสิ่นเป่ยรีบแก้ตัวทันควัน "ผมมารับอาจารย์ไปสอนครับ! ออดเข้าเรียนดังตั้งนานแล้ว"
อาจารย์กู้ซินโหรวร้อง "อ้อ" แล้วพูดต่อ "เธอกลับไปบอกเพื่อนๆ ในห้องให้รอไปก่อนนะ"
เสิ่นเป่ยไม่สะทกสะท้าน เขายืดหลังตรงแล้วพูดว่า "ถ้าอย่างนั้น ผมขอรับงานประกาศจับนี้ครับ!"