- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ : เกิดใหม่เป็นดัดลี่ย์!
- บทที่ 130: ได้กระจกเวทมนตร์มาแล้ว! (ฟรี)
บทที่ 130: ได้กระจกเวทมนตร์มาแล้ว! (ฟรี)
บทที่ 130: ได้กระจกเวทมนตร์มาแล้ว! (ฟรี)
“ผลผลิตจากการเล่นแร่แปรธาตุของศตวรรษก่อน ไอเท็มเวทมนตร์ระดับ A กระจกเวทมนตร์ที่สะท้อนความปรารถนาในหัวใจ…”
ดัดลีย์พึมพำข้อมูลของไอเท็มเวทมนตร์ที่ระบบตรวจสอบออกมาเบาๆ พร้อมค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้กระจกเงาแห่งเอริเซด เขาอยากรู้ว่ากระจกบานนี้จะสะท้อนอะไรจากตัวเขาได้บ้าง
ขณะที่ดัดลีย์เดินเข้าไปและจ้องมอง ภาพในกระจกเงาแห่งเอริเซดก็ค่อยๆ ปรากฏเป็นฉากอบอุ่นของเขาที่อยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์ แฮร์รี่ และพ่อแม่ของแฮร์รี่
จากนั้นภาพก็เปลี่ยนไป กลายเป็นดัดลีย์ในร่างดุจเทพเจ้าที่สามารถควบคุมและเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งด้วยเวทมนตร์ ภาพนั้นงดงามอย่างถึงขีดสุด แต่ในขณะเดียวกันก็ดูว่างเปล่าและไร้เนื้อหา
มันยังห่างไกลจากภาพที่ดัดลีย์เคยจินตนาการถึงตัวเองมาก แรงดึงดูดไม่ใช่ว่าไม่มีเลย แต่ก็น้อยนิดมาก
เขาหลุดออกจากสภาวะที่ถูกกระจกเวทมนตร์ดึงดูดได้อย่างง่ายดาย สมองไม่ได้ถูกครอบงำแม้แต่น้อย
“ดูเสร็จแล้วก็สามารถดึงความทรงจำออกมาทำเป็นภาพเวทมนตร์ไว้เป็นที่ระลึกได้ หรือจะใช้เพื่อกระตุ้นแรงผลักดันของคนก็ได้ มันยังมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องหลอมรวมกับมัน ความคุ้มค่ายังต่ำเกินไป
การมองเห็นความปรารถนาลึกที่สุดในใจคน เหมาะมากสำหรับผู้มีอำนาจที่จะใช้ควบคุมลูกน้องและวางกลยุทธ์เข้าหาเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถเติมเต็มความปรารถนาเหล่านั้นได้หรือเปล่า
จิตใจมนุษย์หยั่งลึกเกินคาด และความปรารถนาก็ไม่มีวันสิ้นสุด รอนวัยสิบเอ็ดปีแค่อยากเป็นพรีเฟ็คกับกัปตันควิดดิช แต่ถ้าเป็นพ่อมดโตเต็มวัย สิ่งสวยหรูที่พวกนั้นจินตนาการคงหลุดโลกกว่านี้มาก”
ดัดลีย์คำนวณประโยชน์ของกระจกเงาแห่งเอริเซดในใจ แล้วพบว่ามันมีประโยชน์ก็จริง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสำคัญมากนัก
แต่ถึงประโยชน์จะจำกัด ดัดลีย์ก็ไม่มีความคิดจะปล่อยมันไป ถ้าดัมเบิลดอร์เฒ่าไม่เอา งั้นมันก็เป็นของเขา
ดัดลีย์สะบัดไม้กายสิทธิ์กระจกเงาแห่งเอริเซดในมือ ก่อนจะวาดวงรีแบนยาวกลางอากาศ เปิดทางเชื่อมมิติของพื้นที่ส่วนตัว แล้วเก็บกระจกเงาแห่งเอริเซดเข้าไปข้างใน
ถึงกระจกจะใหญ่ แต่มันสูงแค่สามเมตรกว่าๆ และกว้างประมาณสองเมตรเท่านั้น พื้นที่ส่วนตัวขนาดหนึ่งพันลูกบาศก์เมตรของเขาเหลือเฟือสำหรับเก็บมัน และกินพื้นที่น้อยมาก
หลังดัดลีย์เก็บกระจกเงาแห่งเอริเซดเรียบร้อย เขาก็หันหลังกลับไปหอพักเพื่อนอน
...
กว่าสองชั่วโมงต่อมา ภายในหอพักเด็กชายปีหนึ่งกริฟฟินดอร์
ดัดลีย์กับแฮร์รี่ถูกปลุกด้วยนาฬิกาปลุกที่ดัดลีย์ใช้ไม้เท้าแปลงขึ้นมา และในเวลาเดียวกัน นาฬิกาปลุกก็ปลุกเนวิลล์กับเชมัสด้วย
มีแค่รอนที่ยังนอนหลับสนิททั้งที่ใต้ตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า
เชมัสต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะเขย่าเขาให้ตื่นได้
“หา? เกิดอะไรขึ้น? ฉันต้องทำตามสัญญา ฉันต้องเปลี่ยนแปลง…”
“จะเปลี่ยนอะไรล่ะ? ไปเรียนได้แล้ว!”
เสียงพึมพำงัวเงียของรอนถูกดัดลีย์ขัดขึ้นทันที
หลังรอนถูหน้าจนตื่นเต็มตา เขาก็พลันเห็นไม้กายสิทธิ์ ‘ใหม่เอี่ยม’ ที่วางอยู่ข้างเตียง มันมีดีไซน์ประณีตและเต็มไปด้วยเสน่ห์
เขาตกหลุมรักมันทันทีตั้งแต่แรกเห็น
เขาหยิบมันขึ้นมาโบก แล้วดอกไม้ไฟสีแดงก็พุ่งออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ มันสวยมากและเข้ากับเขาสุดๆ!
“นี่… นี่คือไม้กายสิทธิ์ของฉันเหรอ?”
“ใช่แล้ว! ฉันดัดแปลงมันให้นาย แล้วก็สลักชื่อนายไว้ด้วย!”
ดัดลีย์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาสลักชื่อ Ron Weasley ด้วยอักษรรูนลงบนด้ามไม้กายสิทธิ์ ซึ่งทั้งช่วยเพิ่มเสถียรภาพของไม้กายสิทธิ์และเพิ่มความเข้ากันได้กับรอน
“นี่คือชื่อฉันเหรอ? ทำไมฉันอ่านไม่ออก?”
พอดัดลีย์เตือน รอนก็เห็นตัวอักษรสีเงินบนตัวไม้กายสิทธิ์เช่นกัน แต่เขาอ่านไม่เข้าใจ จึงได้แต่ถามอย่างสับสน
ดัดลีย์ตอบว่า “นั่นคืออักษรรูน อ่านไม่ออกก็ต้องเรียน! เหมือนตอนนี้ไง พวกเรากำลังจะไปเรียนวิธีปรุงยา! ถ้าสเนปยอมสอนดีๆ ล่ะนะ”
รอนที่ความคิดเปิดกว้างขึ้นแล้ว และเพิ่งจัดการเรื่อง ‘สัญญา’ ไป ก็ตอบรับสิ่งที่ดัดลีย์พูดด้วยการพยักหน้าเห็นด้วย
แต่ไม่มีใครในหอพักเข้าใจความหมายลึกๆ ในคำพูดของดัดลีย์เลย แม้แต่แฮร์รี่ก็เข้าใจแค่ครึ่งเดียว
ไม่มีใครใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ทุกคนรีบล้างหน้าแต่งตัวให้เรียบร้อย หยิบหนังสือวิชาปรุงยา รวมถึงวัตถุดิบและอุปกรณ์ปรุงยาที่ซื้อไว้ก่อนเข้าเรียน เช่น หม้อปรุงยาและตาชั่ง แล้วออกจากห้องไปด้วยกัน มุ่งหน้าสู่ชั้นใต้ดินของปราสาท
ห้องหลายแห่งรวมถึงห้องเรียนวิชาปรุงยา ห้องทำงานของสเนป และห้องนั่งเล่นรวมของสลิธีรินกับฮัฟเฟิลพัฟต่างก็อยู่ชั้นใต้ดินของปราสาท
ที่นี่ทั้งมืด หนาว และชื้น แม้แต่นอกหน้าต่างของห้องนั่งเล่นรวมสลิธีรินก็ยังเป็นส่วนใต้น้ำของทะเลสาบดำ ซึ่งมักจะมองเห็นปลาหมึกยักษ์กับชาวเงือกหน้าตาน่าเกลียดดุร้ายได้บ่อยๆ
มีแค่ห้องนั่งเล่นรวมฮัฟเฟิลพัฟที่อยู่สูงขึ้นมาหน่อยบนชั้นใต้ดินชั้นหนึ่ง ติดกับห้องครัว จึงอบอุ่นและสว่างกว่า
ห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์ที่อยู่บนชั้นแปดของปราสาทนั้นห่างจากชั้นใต้ดินมาก
ต่อให้บันไดเคลื่อนที่และทางลับต่างๆ ของปราสาทไม่จงใจทำให้ลำบาก ดัดลีย์กับพวกก็ยังใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมาถึงจุดหมาย
พวกนักเรียนปีหนึ่งสลิธีรินที่เรียนร่วมกับพวกเขา อาศัยข้อได้เปรียบเรื่องระยะทาง มาถึงก่อนเรียบร้อยแล้ว
มัลฟอยที่นั่งอยู่ตรงกลางกลุ่มเด็กปีหนึ่งสลิธีริน พอเห็นดัดลีย์กับแฮร์รี่มาถึง ก็เผยสีหน้าลำพองปนยั่วยุ
ส่วนนักเรียนปีหนึ่งสลิธีรินคนอื่นๆ ก็เริ่มกระสับกระส่ายเมื่อเห็นเด็กกริฟฟินดอร์มาถึง
ถ้าดัดลีย์ไม่อยู่ ก็ยากจะรับประกันว่าพวกนั้นจะไม่พูดจาเหน็บแนมอะไรแย่ๆ ออกมา
เห็นได้ชัดว่าคลาสของศาสตราจารย์สเนป ในฐานะหัวหน้าบ้านสลิธีริน มอบความมั่นใจมหาศาลให้เด็กสลิธีรินพวกนี้
พวกเขาดูอยากใช้โอกาสนี้สั่งสอนเด็กกริฟฟินดอร์สักหน่อย และหวังจะกู้หน้าที่เสียไปจากดัดลีย์กลับคืนมาด้วย
แต่ดัดลีย์ไม่สนใจพวกนั้นเลย เขานั่งรวมกับเด็กกริฟฟินดอร์ จัดวางหม้อปรุงยา ตาชั่ง วัตถุดิบปรุงยา และของอื่นๆ ของตัวเอง แล้วรอศาสตราจารย์สเนปมาถึงอย่างเงียบๆ
ไม่แน่ใจว่าสเนปจงใจวางท่าหรือมีนิสัยชอบมาตรงเวลาพอดีเป๊ะกันแน่
ยังไงก็ตาม กว่าจะถึงเวลาเรียนจริงๆ ชายแก่ผมมันจมูกงุ้มที่สวมเสื้อคลุมยาวคล้ายปีกค้างคาวแบบสั่งตัดเฉพาะก็เดินส่ายไปส่ายมาเข้ามาในห้องเรียนวิชาปรุงยา
ทันทีที่เข้าห้อง เขาก็สะบัดไม้กายสิทธิ์ปิดประตู ปิดหน้าต่าง แล้วดึงม่านลง ทำให้ห้องเรียนที่มืดอยู่แล้วมืดยิ่งกว่าเดิม ราวกับเป็นแวมไพร์ที่ทนแสงไม่ได้
แต่นั่นยังไม่จบ หลังเดินขึ้นแท่นสอน เขาก็เปิดรายชื่อแล้วเริ่มเช็กชื่อ
ตอนเรียกชื่อแฮร์รี่ เขาพูดประชดว่า “มิสเตอร์พอตเตอร์ผู้โด่งดัง! ฉันหวังว่าเธอจะโดดเด่นด้านการปรุงยาได้เหมือนตอนกล่าวสุนทรพจน์ในห้องโถงใหญ่นะ!”
ทันทีที่พูดจบ ก็มีเสียงหัวเราะคิกคักที่พยายามกดเอาไว้ดังขึ้นจากฝั่งเด็กปีหนึ่งสลิธีริน
ดัดลีย์หันกลับไปมอง และเสียงซุบซิบทั้งหมดก็เงียบลงทันที
เขาบอกตัวเองว่า “ครั้งแรก ฉันจะทนไว้ก่อน!”
แล้วเรื่องก็เป็นอย่างที่คิด หลังสเนปเช็กชื่อเสร็จ เขาก็พบว่าไม่มีชื่อดัดลีย์อยู่ในรายชื่อ
ทั้งที่เขารู้ดีว่าดัดลีย์มีสถานะพิเศษ สามารถเข้าเรียนวิชาไหนของศาสตราจารย์คนไหนก็ได้ตามใจ โดยไม่จำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในรายชื่อก่อน แต่เขาก็ยังคว้าเรื่องนี้มาหาเรื่อง
“โอ้! นี่มันผู้ช่วยอาจารย์เดอร์สลีย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะแห่งวาจานี่นา? ทำไมถึงมาคลาสของฉันโดยไม่แจ้งล่วงหน้าล่ะ? หรือจะบอกว่าด้วยความรู้ของเธอ ยังต้องการคำชี้แนะจากฉันอีก? นี่ช่างเป็นเรื่องหายากจริงๆ!”
สเนปพ่นคำประชดประชันพวกนี้ออกมาราวกับงูพิษพ่นพิษ พร้อมจ้องดัดลีย์ด้วยดวงตากลวงโบ๋ พยายามกดดันทางจิตวิทยาใส่เขา
ดัดลีย์ดูถูกลูกไม้เล็กๆ ของสเนปอย่างถึงที่สุด เขาแค่นหัวเราะแล้วเริ่มโต้กลับทันที
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……….