เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 ข้าจะถอนหมั้น

บทที่ 92 ข้าจะถอนหมั้น

บทที่ 92 ข้าจะถอนหมั้น  


เมื่อเห็นว่าหลินเฟิงเหมียนดูมีความสนใจอยู่บ้าง จ้าวอวี้เฉิงก็ชี้ไปที่ลู่ซุ่นแล้วหัวเราะกล่าว

"เฟิงเหมียน ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก"

"นี่คือลู่ซุ่น อาจารย์ลู่แห่งไท่ซวีกวนที่อยู่นอกเมือง พวกเจ้าเป็นคนหนุ่มเหมือนกัน แถมต่างก็เป็นผู้บำเพ็ญวิชาซียน คงมีเรื่องให้พูดคุยกันไม่น้อย ต่อไปควรจะแลกเปลี่ยนกันให้มากขึ้น"

หลินเฟิงเหมียนยิ้มบางๆ พยักหน้ากล่าว

"ยินดีที่ได้รู้จัก ท่านอาจารย์ลู่ ข้ามีนามว่าหลินเฟิงเหมียน"

ลู่ซุ่นสังเกตเห็นนานแล้วว่าหลินเฟิงเหมียนเองก็มีพลังบำเพ็ญอยู่ในตัว แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเขามากกว่านั้นคือเซี่ยอวิ๋นซี สตรีข้างกายของหลินเฟิงเหมียน

เมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลเช่นนี้ เหตุใดจึงมีหญิงสาวที่งดงามดั่งเทพธิดาอยู่ด้วย?

เขาต้องการสร้างความโดดเด่นให้ตัวเอง จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

"คุณชายหลินก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียน ไม่ทราบว่าท่านเป็นศิษย์จากสำนักใด?"

หลินเฟิงเหมียนยิ้มเก้อๆ ตอบ

"สำนักเล็กๆ ไร้ชื่อเสียง ไม่คู่ควรแก่การกล่าวถึง ที่สำคัญข้าออกจากสำนักมานานแล้ว ถือเป็นอิสระ"

จะให้บอกว่าตัวเองมาจากสำนักเหอฮวนได้อย่างไร?

นั่นมันน่าอับอายเกินไป!

ลู่ซุ่นยังคงสงสัย

"เพราะเหตุใดจึงออกจากสำนัก?"

หลินเฟิงเหมียนหัวเราะพลางกล่าว

"ชีวิตบนภูเขานั้นลำบากเกินไป ข้าสติปัญญาต่ำต้อย อีกทั้งยังทนความเงียบเหงาไม่ไหว จึงตัดสินใจลงเขา ทำให้ท่านสหายผู้บำเบ็ญขบขันเสียแล้ว"

เมื่อได้ฟัง ลู่ซุ่นกลับเผยสีหน้าผู้สูงส่ง กล่าวส่ายศีรษะ

"คุณชายหลิน สุดท้ายท่านก็เป็นเพียงบุคคลที่จิตใจไม่มั่นคง จะมัวหลงใหลในความสุขทางโลกไปใย? สิ่งเหล่านี้จะเปรียบได้อย่างไรกับหนทางสู่ความเป็นเซียน?"

"ท่านก็เหมือนกับคนที่ละทิ้งแตงโมเพื่อเก็บเมล็ด โอกาสเข้าสู่เซียนกลับปล่อยหลุดมือไปเสีย"

ในสายตาของเขา คำว่า "ออกจากสำนัก" นั้นแท้จริงแล้วก็คือถูกขับไล่ออกมาไม่ต่างกัน คงเป็นเพราะพรสวรรค์อ่อนด้อย และจิตใจไม่มั่นคง

คนเช่นนี้ไม่มีวันประสบความสำเร็จใดๆ ได้ เขาจึงหมดความสนใจและไม่คิดใส่ใจอีกต่อไป

ที่สำคัญ เขามองไม่ออกเลยว่าเซี่ยอวิ๋นซีเป็นผู้บำเพ็ญ เขาเข้าใจว่าเป็นเพียงหญิงธรรมดาที่ถูกหลินเฟิงเหมียนล่อลวงมา

แต่หลินเฟิงเหมียนกลับไม่ถือโทษโกรธเคือง เพียงแค่หัวเราะเบาๆ

"สุดท้ายข้าก็เป็นเพียงปุถุชนที่ยังละวางโลกียสุขไม่ได้ ทำให้สหายบำเพ็ญหัวเราะเยาะแล้ว"

ลู่ซุ่นเพียงพยักหน้าอย่างเฉยเมย ไม่กล่าวอะไรอีก แสดงท่าทีเหมือนเป็นผู้ทรงธรรมจากโลกภายนอก

หลินเฟิงเหมียนตั้งใจไม่ตอบโต้ แต่จ้าวหยาจือกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ นางแค่นเสียงเย็นแล้วกล่าวอย่างประชดประชัน

"พูดเหมือนว่าตัวเองเคยประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง เจ้าคนไร้ความสามารถ!"

หลินเฟิงเหมียนถึงกับพูดไม่ออก ปากนางคมยิ่งนัก

แต่ที่แย่กว่านั้นคือ... นางพูดถูกเสียด้วย! เขาเถียงไม่ออกจริงๆ

จ้าวอวี้เฉิงกลับช่วยพูดให้เขา กล่าวว่าอย่างใจดี

"คนเรากลับตัวกลับใจไม่มีคำว่าสาย เฟิงเหมียนมิใช่บุคคลธรรมดา ขอเพียงรอโอกาส วันหนึ่งต้องโดดเด่นเป็นแน่"

จ้าวหยาจือเบะปาก "เขาน่ะหรือ?"

จ้าวอวี้เฉิงไม่ได้สนใจนาง แต่กลับหันไปกล่าวกับหลินเฟิงเหมียน

"เฟิงเหมียน ประตูหนึ่งปิดลง อีกประตูก็เปิดออก ไม่ต้องท้อแท้"

"หากบำเพ็ญเซียนไม่สำเร็จ ก็ตั้งใจสอบเข้ารับราชการ แต่งงานมีครอบครัว ใช้ชีวิตให้มีความสุข ก็มิได้ไร้ความหมาย"

หลินเฟิงเหมียนรู้ว่าจ้าวอวี้เฉิงกล่าวด้วยความจริงใจ จึงพยักหน้ารับ

"ท่านลุง ข้าจะพิจารณาให้ดี"

จ้าวอวี้เฉิงหัวเราะแล้วกล่าว

"ว่าไปแล้ว เจ้ากับยาจือก็โตพอสมควรแล้ว เรื่องแต่งงานที่เลื่อนมานาน คิดเห็นอย่างไร?"

เซี่ยอวิ๋นซีที่ได้ฟังถึงกับเบิกตากว้างมองหลินเฟิงเหมียน ส่วนเขาเองก็ถือจอกเหล้าแน่น ค้างไปทันที

เขากล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง

"ท่านลุง ข้ากับนางยังไม่ได้ถอนหมั้นหรือ!?"

เขาหันขวับไปมองบิดามารดาของตนเอง นี่มันเรื่องอะไรกัน!?

หลินเหวินเฉิงสีหน้าดูแปลกประหลาด กล่าวอย่างกระอักกระอ่วน

"พวกข้าตกลงกันไว้ว่าหากเจ้าหายไปเกินสามปี การหมั้นหมายก็จะเป็นโมฆะ"

"แต่ใครจะรู้ว่าเจ้ากลับมาทันเวลาพอดี ตอนนี้เหลืออีกแค่สิบวันก็ครบกำหนดสามปี ดูท่าฟ้ากำหนดไว้เช่นนี้แล้ว"

หลินเฟิงเหมียนยกมือกุมหน้าผากอย่างหมดแรง "เช่นนั้น พวกท่านทำเป็นว่าไม่เห็นข้ากลับมาได้หรือไม่? ข้าออกไปเดินเที่ยวอีกสักรอบก็แล้วกัน?"

สวรรค์! รู้แบบนี้ข้าไม่น่ากลับมาเร็วเลย!

หลินเหวินเฉิงตบโต๊ะเสียงดัง "เหลวไหล! เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ จะมาเล่นสนุกเช่นนี้ได้อย่างไร?"

จ้าวอวี้เฉิงหัวเราะฮาฮา "ท่านอย่าได้โกรธไปเลยเหวินเฉิง เฟิงเหมียนก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น"

"เฟิงเหมียน เจ้าเองก็โตแล้ว ถึงเวลาต้องเป็นผู้เป็นคนเสียที"

เขากล่าวอย่างจริงจัง "แต่งงานสร้างครอบครัวก่อน จึงค่อยสร้างอนาคต คนเราต้องเริ่มจากครอบครัว งานวันนี้ก็ถือว่าผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลอยู่พร้อมหน้า พวกเราใช้โอกาสนี้ตัดสินใจกันเสียดีหรือไม่?"

หลินเฟิงเหมียนปวดศีรษะหนักกว่าเดิม หากว่าจ้าวอวี้เฉิงเป็นคนที่ดูถูกเขาหรือไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา เขาคงสามารถปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาได้

แต่จ้าวอวี้เฉิงปฏิบัติต่อเขาดีมาตลอด ตั้งแต่เด็กก็ดูแลเหมือนลูกหลานตนเอง เป็นคนที่ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้พ่อแม่ของเขายอมให้เขาออกเดินทางไปบำเพ็ญเซียน

ในสถานการณ์เช่นนี้ หากปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวเกินไปคงไม่เหมาะสม ดูท่าคงต้องถ่วงเวลาไว้ก่อน

แม้ว่ายุคนี้จะไม่ได้เข้มงวดเรื่องการแต่งงานเหมือนยุคก่อนๆ แต่โดยมากก็ยังคงต้องเป็นไปตามความเห็นของพ่อแม่และผู้ใหญ่ในตระกูล

แม้จะอยากถอนหมั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่สามารถตัดสินใจเองได้ ต้องหารือกับพ่อแม่และผู้ใหญ่ก่อนเสมอ

ขณะที่หลินเฟิงเหมียนกำลังคิดหาข้ออ้างที่จะใช้ถ่วงเวลา ทันใดนั้น จ้าวหยาจือก็ลุกพรวดขึ้นทันที

"ข้าไม่ยอมรับการแต่งงานนี้!"

จ้าวอวี้เฉิงหันขวับไปมองบุตรีของตนด้วยสีหน้าตกตะลึง ก่อนจะขมวดคิ้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

"ยาจือ เจ้ากำลังพูดอะไรเหลวไหล?"

จ้าวหยาจือเบือนหน้าหนีสายตาของบิดา แต่สีหน้าเต็มไปด้วยความดื้อรั้น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ท่านพ่อ วันนี้ที่ข้ามา ไม่ได้มาเพราะเรื่องอื่น ข้ามาเพื่อถอนหมั้น ขอท่านพ่อและลุงหลินโปรดอนุญาต"

จ้าวอวี้เฉิงตบโต๊ะดังปัง กล่าวด้วยความโกรธ "ยาจือ หุบปาก! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะเป็นคนตัดสินใจ!"

ปกติหากเห็นบิดาโกรธขนาดนี้ จ้าวหยาจือคงจะสงบลงแล้ว แต่วันนี้นางกลับมีท่าทางเด็ดเดี่ยวเป็นพิเศษ

นางก้าวขึ้นไปกลางเวที พร้อมกับชี้นิ้วไปที่หลินเฟิงเหมียน

"ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านกับลุงหลินเป็นสหายกัน ข้าเองก็เคารพลุงหลิน"

"แต่ท่านลองดูชายคนนี้ให้ดีสิ? เขาไม่เอาไหน วันๆ เอาแต่เล่นสนุกกับสตรีในเมือง ฝึกเซียนก็ล้มเหลว ถูกขับไล่ออกจากสำนัก ขยะเช่นนี้มีอะไรดีพอให้ข้าแต่งงานด้วย?"

"ข้ายอมอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต ดีกว่าต้องแต่งกับเขา! ข้าจะถอนหมั้น!"

จ้าวอวี้เฉิงโกรธจนหน้าแดง กำหมัดแน่นกล่าวเสียงต่ำ

"เจ้าพูดอะไร? การแต่งงานนี้มารดาเจ้ากำหนดไว้แต่แรก!"

จ้าวหยาจือโกรธมากขึ้นไปอีก กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"แล้วอย่างไร? หากมารดายังอยู่ นางก็ไม่มีทางบังคับให้ข้าแต่งกับเขา!"

"เขาไม่มีค่าคู่ควรกับข้า ท่านพ่อ ข้าคิดมาดีแล้ว ข้าจะถอนหมั้น!"

จ้าวอวี้เฉิงยังคงจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในตอนนั้นเอง ลู่ซุ่นก็ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าว

"ท่านเจ้าเมือง ข้าขออนุญาตกล่าวสักสองสามคำได้หรือไม่?"

จ้าวอวี้เฉิงพยายามระงับความโกรธ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างตระกูลเจ้าและตระกูลหลิน อาจารย์ลู่เข้ามาเกี่ยวข้องคงไม่เหมาะกระมัง?"

ลู่ซุ่นกลับยิ้มบางๆ แล้วกล่าว

"ไม่มีอะไรไม่เหมาะ จ้าวอวี้เฉิงศิษย์น้องของข้าได้เข้าสำนักไท่ซวีกวนของอาจารย์หวงหลงเจินเหรินแล้ว ข้าก็เพียงทำตามคำสั่งอาจารย์ นำคำขอถอนหมั้นมาแจ้งให้ทราบ"

จ้าวอวี้เฉิงสีหน้าดูไม่ดี หันไปจ้องมองจ้าวหยาจือ น้ำเสียงเย็นชา

"เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?"

จ้าวหยาจือเชิดหน้าขึ้น สีหน้าภาคภูมิ

"ถูกต้อง ข้าได้เข้าสำนักของหวงหลงเจินเหรินแล้ว ข้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนเช่นกัน!"

"หลินเฟิงเหมียนเป็นแค่คนที่ล้มเหลวในการฝึกเซียน เขาจะมีคุณสมบัติใดมาเป็นคู่ครองของข้า?"

ลู่ซุ่นพยักหน้า กล่าวเสริม

"อาจารย์ข้าก็เห็นว่าการแต่งงานนี้ไม่เหมาะสม หวังว่าเจ้าเมืองจะพิจารณาให้ถี่ถ้วน อย่าได้ขัดขวางอนาคตของศิษย์น้องจ้าว"

จบบทที่ บทที่ 92 ข้าจะถอนหมั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว