- หน้าแรก
- ปฐมบทแห่งเหอฮวน ชะตาชีวิตในเงื้อมมือศิษย์พี่หญิง
- บทที่ 87 ข้าจะกลับมากินเต้าหู้ท่านคราวหน้า!
บทที่ 87 ข้าจะกลับมากินเต้าหู้ท่านคราวหน้า!
บทที่ 87 ข้าจะกลับมากินเต้าหู้ท่านคราวหน้า!
ซ่งโย่วเว่ยเงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง ก่อนจะเห็นกลุ่มบุคคลที่ดูราวกับเซียนยืนอยู่ตรงหน้า
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางกำลังยิ้มให้กับนาง ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า "พี่โย่วเว่ย ไม่เจอกันนานเลย!"
ซ่งโย่วเว่ยอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เป็นเจ้าจริงๆ หรือ? เจ้าไม่ไปฝึกเซียนแล้วหรือ?"
หลินเฟิงเหมียนกล่าวหยอกเย้า "ข้าทนคิดถึงเจ้าไม่ไหวเลยกลับมาเพื่อกินเต้าหู้เจ้าสักหน่อย"
ใบหน้าของซ่งโย่วเว่ยขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะจิ๊ปากเบาๆ "สามปีแล้ว เจ้าก็ยังปากเสียเหมือนเดิม!"
หลินเฟิงเหมียนยิ้มบาง ความรู้สึกบางอย่างพลันก่อเกิดขึ้นในใจ
ตั้งแต่เด็ก เขาชอบไปกินเต้าหู้ที่ร้านของซ่งโย่วเว่ย พร้อมกับออดอ้อนนาง พวกเขารู้จักกันมาเป็นเวลานาน
ตอนเด็กๆ เขามักทำตัวเป็นคุณชายตระกูลเศรษฐีที่เอาเงินฟาดหัวผู้อื่น และเพราะว่าเขาใช้เงินไม่อั้น หญิงชราตระกูลจู้ที่เห็นแก่เงินจึงไม่เข้มงวดกับเขามากนัก
เขาจึงเป็นชายเพียงคนเดียวในเมืองนี้ที่ได้กินเต้าหู้ของซ่งโย่วเว่ยอย่างแท้จริง
แต่เมื่อเขาโตขึ้น หญิงชราตระกูลจู้ก็เริ่มระแวงเขามากขึ้น
หญิงชราตัวแสบรีบพุ่งมายืนขวางกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ราวกับอยากจะกระโจนเข้าไปตีเขา
"เจ้าสองคนคิดว่าข้าตายไปแล้วหรือ? ยังจะมายืนส่งสายตาให้กันต่อหน้าธารกำนัลอีก! เจ้ายังมีความละอายอยู่หรือไม่?"
หลินเฟิงเหมียนเกาหัวอย่างขัดเขิน ก่อนจะยิ้มแหยๆ "ป้าจู้ ไม่ใช่ว่าท่านเองเป็นคนพูดว่าจะให้พี่โย่วเว่ยแต่งเข้าตระกูลข้าหรือ?"
หญิงชราตระกูลจู้ถึงกับอารมณ์ขึ้น ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป นางตวาดลั่น "ฝันไปเถอะ! นางเกิดเป็นคนของตระกูลข้า ก็ตายไปพร้อมตระกูลข้า!"
"ข้าจะบอกเจ้าไว้เลย ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย อย่าหวังว่าจะมีใครมาแตะต้องนางได้!"
อารมณ์โกรธทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัด จนดูเหมือนว่านางจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อ
ซ่งโย่วเว่ยรีบก้มลงประคองหญิงชราพร้อมกับตบหลังเบาๆ เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น นางกล่าวปลอบโยน "ท่านแม่ อย่าโมโหเลย เขาแค่ล้อเล่นเท่านั้น"
ท่าทางของนางในตอนที่โน้มตัวลงข้างๆ หญิงชราทำให้ส่วนโค้งเว้าของร่างกายยิ่งดูโดดเด่น ดึงดูดสายตาของบุรุษมากมายที่แอบกลืนน้ำลายลงคอ
ในขณะเดียวกันก็สร้างความอิจฉาให้กับสตรีคนอื่นๆ ไม่น้อย
นางเปรียบได้กับลูกท้อฉ่ำหวานที่สุกเต็มที่ พร้อมให้ผู้คนเด็ดมาลิ้มลอง แต่ในขณะเดียวกัน กลับเป็นเป้าหมายของความริษยา
หลินเฟิงเหมียนเห็นท่าทางของหญิงชราแล้วก็ตระหนักได้ว่าหากเขาพูดอะไรผิดไป อาจทำให้นางโกรธจนสิ้นใจจริงๆ และถ้าเป็นเช่นนั้น มารดาของเขาคงหักขาเขาแน่
เขากะพริบตาสองสามครั้ง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ "พี่โย่วเว่ย ข้าจะกลับมากินเต้าหู้ท่านคราวหน้า!"
ซ่งโย่วเว่ยกลอกตาอย่างจนใจ นี่เขาคิดจะทำให้แม่สามีของนางโกรธตายจริงๆ หรือ?
หลินเฟิงเหมียนไม่รอให้สถานการณ์เลวร้ายลง เขารีบเผ่นแนบออกจากตรงนั้นทันที
เซี่ยอวิ๋นซีถามอย่างอยากรู้ "ศิษย์พี่ นางคือใครกัน?"
หลินเฟิงเหมียนมองย้อนกลับไป ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยอารมณ์บางอย่าง "ก็แค่สตรีโชคร้ายคนหนึ่ง"
เมื่อข่าวการกลับมาของเขาแพร่กระจายออกไป ชาวบ้านที่รู้จักเขาตั้งแต่เด็กก็พากันเข้ามาทักทาย
หลินเฟิงเหมียนที่ได้พบกับคนบ้านเดียวกัน ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาภายในใจ เขายิ้มแย้มพลางกล่าวทักทายกับทุกคน
แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงอุทานอย่างตกใจดังขึ้นจากในฝูงชน
"คุณชาย! เป็นท่านจริงๆ หรือ?!"
หญิงสาวผู้หนึ่งเดินออกมา ก่อนจะมองเขาขึ้นๆ ลงๆ ด้วยสายตาตื่นเต้น
เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเขียวที่หน้าตาน่ารัก หลินเฟิงเหมียนก็ตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน "เสี่ยวเตี๋ย? ไม่เจอกันหลายปี เจ้าดูโตขึ้นมาก!"
หญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวเตี๋ยมีใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ "คุณชายกลับมาแล้วจริงๆ! ดีเหลือเกิน ข้าต้องรีบกลับไปแจ้งนายท่านกับนายหญิง พวกท่านต้องดีใจมากแน่ๆ!"
พูดจบ นางก็รีบหันหลังแล้ววิ่งกลับไปทันที
หลินเฟิงเหมียนมองตามพลางหัวเราะ "นางยังคงรีบร้อนเหมือนเดิม"
เหวินชินหลินที่อยู่ข้างๆ มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ "ดูเหมือนว่าบ้านเจ้าจะเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองนี้สินะ?"
หลินเฟิงเหมียนรีบโบกมือ "ความมั่งคั่งของคนธรรมดา ไม่มีค่าให้ใส่ใจนัก"
คฤหาสน์ตระกูลหลิน
หลินเหวินเฉิงกำลังนั่งเอนกายบนเก้าอี้โยกในลานบ้าน จิบชาอย่างผ่อนคลาย แต่ทันใดนั้น กลับมีเสียงวุ่นวายดังมาจากหน้าจวน
สาวใช้เสี่ยวเตี๋ยรีบวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้นจนหอบ หลินเหวินเฉิงเหลือบมองนางก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ "เหตุใดถึงวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนกเช่นนี้? ช่างไม่สำรวมเลย"
เสี่ยวเตี๋ยที่ยังหายใจไม่ทันกล่าวด้วยความตื่นเต้น "นายท่าน! คุณชายกลับมาแล้ว!"
เก้าอี้โยกของหลินเหวินเฉิงหยุดนิ่งทันที เขาหรี่ตา มองเสี่ยวเตี๋ยก่อนจะกล่าว "เจ้าพูดจริงหรือ? เจ้าเด็กอกตัญญูนั่นกลับมาแล้ว?"
เสี่ยวเตี๋ยพยักหน้ารัวๆ "จริงเจ้าค่ะ ข้าเห็นกับตา! จึงรีบกลับมาแจ้งข่าว"
แม้บนใบหน้าของหลินเหวินเฉิงจะปรากฏรอยยิ้มบาง แต่เขาก็ยังคงบ่นออกมา "เจ้าหนูนั่น แปดส่วนต้องก่อเรื่องแล้วหนีกลับมาแน่ๆ"
เขาวางถ้วยชาลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบรุดออกไปยังหน้าประตูจวน มองไปรอบๆ อย่างคาดหวัง
ไม่นาน ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปถึงหูของฮูหยินหลิน หลี่จู๋เสวียน นางรีบร้อนเดินออกมาเช่นกัน
"ท่านพ่อบ้าน! เจ้าหนูนั่นอยู่ที่ไหน?" นางกล่าวพลางกวาดสายตาหาลูกชาย
หลินเหวินเฉิงกล่าวอย่างจนใจ "ข้ายังไม่เห็นเขาเลย ไม่รู้ว่ามัวทำอะไรอยู่"
หลี่จู๋เสวียนหันไปถามเสี่ยวเตี๋ย "เจ้าแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด?"
เสี่ยวเตี๋ยพยักหน้าทันที "แน่นอนเจ้าค่ะ คุณชายยังคุยกับข้าอยู่เลย"
หลี่จู๋เสวียนขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวอย่างหัวเสีย "เจ้าเด็กบ้า! กลับถึงบ้านแล้วก็ยังไม่รีบเข้ามาอีก!"
หลินเหวินเฉิงเห็นภรรยาเริ่มมีโทสะ ก็รีบกล่าวปลอบ "ฮูหยิน เจ้าก็พูดให้น้อยลงหน่อย ถ้าเขากลัวจนหนีไปอีก เจ้าจะทำอย่างไร?"
หลี่จู๋เสวียนเม้มริมฝีปากเหมือนจะกล่าวอะไร แต่สุดท้ายก็กดอารมณ์ลงไป นางกัดฟัน "รอให้เขากลับมา ข้าจะจัดการเขาเอง!"
แล้วนางก็ถามต่อ "เขากลับมาคนเดียวหรือ?"
เสี่ยวเตี๋ยส่ายหน้า "ไม่เจ้าค่ะ คุณชายมากับสหายหนึ่งชายสองหญิง ทุกคนดูราวกับเซียน ข้ากลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้เลย"
หลี่จู๋เสวียนขมวดคิ้ว "จริงหรือ? ไม่ธรรมดาจริงๆลูกคนนี้?"
เสี่ยวเตี๋ยกล่าวยืนยันหนักแน่น "จริงเจ้าค่ะ สตรีสองคนนั้นงดงามมาก โดยเฉพาะนางที่อยู่ข้างคุณชาย นางดูราวกับเซียนหญิงบนสวรรค์!"
หลี่จู๋เสวียนแค่นเสียง "งดงามกว่ากลุ่มเซียนที่เคยมาเยือนบ้านเราคราวก่อนหรือ?"
นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา นางรู้จักลูกชายตัวเองดี
เขามักจะทำตัวเจ้าชู้ พูดว่าอยากไปแสวงหาเซียนก็เพราะถูกสตรีงามล่อลวงไปมากกว่า ไม่ใช่เพราะต้องการบรรลุจริงๆ
เสี่ยวเตี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "มีคนหนึ่งงดงามกว่าผู้ที่มาเยือนคราวก่อนเสียอีก นางแค่ยิ้ม โลกทั้งใบก็ดูหมองลงไป!"
หลินเหวินเฉิงเอ่ยแก้ "นั่นเรียกว่า หันมายิ้มหนึ่งครั้ง ดุจหมื่นบุปผาบานสะพรั่ง"
เสี่ยวเตี๋ยพยักหน้า "ใช่ๆ นั่นแหละเจ้าค่ะ!"
หลี่จู๋เสวียนพลันรู้สึกว่าตนเองกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ เหตุใดในโลกนี้ถึงมีสตรีงามนัก?
ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ลูกชายของนางจะยอมกลับบ้านง่ายๆ ได้เช่นไร?
แม้นางจะหงุดหงิด แต่นางก็ยังคงสั่งคนใช้ให้จัดเตรียมอาหารและเหล้าไว้ต้อนรับลูกชาย ไม่ให้เสียมารยาท
ไม่นาน พวกเขาก็เห็นกลุ่มคนเดินตรงมายังคฤหาสน์ตระกูลหลิน
ชายหนุ่มรูปงามถูกห้อมล้อมจากชาวเมือง เขากล่าวทักทายและหัวเราะไปพร้อมกับทุกคน
เขาหล่อเหลาขึ้นกว่าตอนที่จากบ้านไปมาก แม้ว่าจะดูซูบลงเล็กน้อย แต่แววตาของเขากลับเจิดจ้าดุจดวงดาว สะดุดตาอย่างยิ่ง
ข้างกายเขามีบุรุษหนึ่งคนและสตรีสองคน ทั้งหมดล้วนโดดเด่นเหนือคนธรรมดา
โดยเฉพาะสตรีที่ยืนข้างหลินเฟิงเหมียน แม้แต่หลี่จู๋เสวียนที่เป็นสตรีด้วยกันก็ยังต้องยอมรับ
มีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้บนโลกด้วยหรือ?
แค่ยิ้มก็ทำให้สตรีอื่นหมดรัศมีไปหมด นี่สินะที่เรียกว่า ‘หันมายิ้มหนึ่งครั้ง ดุจหมื่นบุปผาบานสะพรั่ง’