- หน้าแรก
- ไร้พ่ายในใต้หล้า ภรรยาผู้จุติมาขอรับมรดกสืบทอด!
- ตอนที่ 175 ยอดคนรวมตัว องค์จักรพรรดิมหาเซวียนอวี่อยู่ที่งานเลี้ยงฉลองอายุขัยงั้นรึ?
ตอนที่ 175 ยอดคนรวมตัว องค์จักรพรรดิมหาเซวียนอวี่อยู่ที่งานเลี้ยงฉลองอายุขัยงั้นรึ?
ตอนที่ 175 ยอดคนรวมตัว องค์จักรพรรดิมหาเซวียนอวี่อยู่ที่งานเลี้ยงฉลองอายุขัยงั้นรึ?
ตอนที่ 175 ยอดคนรวมตัว องค์จักรพรรดิมหาเซวียนอวี่อยู่ที่งานเลี้ยงฉลองอายุขัยงั้นรึ?
"โอ้?"
เจ้าแห่งดาราไจฝ่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะรู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
จากนั้นก็เผยรอยยิ้มบางๆ แฝงความหมายอันลึกซึ้ง นำพากลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากเดินตรงไปยังตำหนักรับรองแขกวีไอพีที่อยู่ส่วนลึกยิ่งกว่า
จ้าวแห่งดาราฉางจิ้นละสายตากลับมา จิบชาร้อนอย่างสงบนิ่ง
ส่วนเจ้าแห่งดาราไฉ่เวยกลับมิแม้แต่จะปรายตามองแวบเดียว เห็นได้ชัดว่าภาพจำที่มีต่อเจ้าแห่งดาราไจฝ่าผู้นี้ มิดีเอาเสียเลย
"เมื่อร้อยปีก่อนพบเจอเขา ยังอยู่ระดับขั้นที่ห้าอยู่เลย มินึกเลยว่ายามนี้จะก้าวเข้าสู่ขั้นที่หกแล้วสินะ"
เจ้าแห่งดาราจื่อเวยดวงตาลึกล้ำ ย่อมเคยได้ยินเรื่องเล่าบางอย่างเกี่ยวกับเจ้าแห่งดาราไจฝ่ามาบ้างเช่นกัน
"ก็หาใช่เพราะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากอาจารย์เจียงที่อยู่เบื้องหลังหรอกรึ"
"ครอบครองรากฐานทรัพยากรเส้นสายพรรคพวกมหาศาลทำหน้าที่เป็นที่พึ่งพา เพียงแค่ทำเรื่องสกปรก ลับหลังให้แก่บรรดาบุคคลระดับบิ๊กเบิ้มเหล่านั้น"
"วาสนาวิเศษก็ย่อมหลั่งไหลพรั่งพรูเข้ามาเองโดยอัตโนมัติ"
เจ้าแห่งดาราเป่ยโต่วส่ายหน้า คล้ายจะนึกถึงเรื่องราวในอดีตบางเรื่องที่ไม่น่าจดจำขึ้นมาได้ แค่นเสียงเย็นชาคำหนึ่ง
เจ้าแห่งดาราไจฝ่าครองอำนาจล้นฟ้า จัดอยู่ในกลุ่มระบบดาวไจฝ่าผู้มีอำนาจอันดับหนึ่งในระบบดาวในเขตอำนาจโดยตรงแห่งนี้
เรื่องราวมากมายที่มิอาจเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ตัวเขาจัดการได้อย่างสะดวกโยดียิ่งนัก
เนิ่นนานเข้า จึงได้ครอบครองรากฐานทรัพยากรเส้นสายพรรคพวกจำนวนมหาศาล
"ข้าได้ยินมาว่า เมื่อครึ่งปีก่อนเขาได้ไปติดต่อสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่โตผู้ทรงอำนาจในระบบดาวแห่งหนึ่ง สินทรัพย์มหาศาล เบื้องหลังลึกล้ำสุดหยั่งคาด"
"เกรงว่าจะได้รับมอบหมายเรื่องราวอันลี้ลับที่มิอาจเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ มิล่วงรู้ว่าในดินแดนแห่งความมืดมิดอีกฝั่งของสหพันธรัฐ มีผู้ใดต้องได้รับเคราะห์ร้ายเพราะเหตุนี้อีก"
เจ้าแห่งดาราไฉ่เวยเอ่ยทอดถอนใจยาว มิวาจะเป็นผู้ใดตราบใดที่เอาตนเองไปผูกมัดกับผลประโยชน์ ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาทำนองนี้เหมือนกันหมด
คนหลายคนกำลังสนทนากันอยู่ เหนือท้องฟ้าอันไกลโพ้นของลานกว้างส่วนกลาง พลันปรากฏยานรบระดับสูงขึ้นมาสายหนึ่ง ปรากฏร่างเงาหลายสายก้าวเดินออกมาจากภายใน
ผู้นำกลุ่มสวมชุดคลุมยาวสไตล์โบราณ ราวกับเป็นคนที่เดินทางมาจากโลกสายเซียนยุทธ์
เพียงชั่วพริบตาที่ปรากฏตัว ก็ดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมากในลานกว้างส่วนกลางทันที
จ้าวแห่งดาราฉางจิ้นเองก็หันไปมองเช่นกัน "ผู้อาวุโสเฟิงซื่อเซียน?"
ลานประลองเกิดเสียงฮือฮา พลันมีบุคคลสำคัญระดับแกนหลักของคฤหาสน์ เดินทางออกไปต้อนรับด้วยตนเองในทันที
"ผู้กลับชาติมาเกิดใหม่แห่งระบบดาวไท่เยว่ ก็เดินทางมาด้วยงั้นรึ!"
"ผู้อาวุโสเฟิงและผู้อาวุโสเหวินดูเหมือนจะรู้จักมักคุ้นกันมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้ว ทั้งสองคนเคยร่วมเป็นร่วมตายทำศึกมาด้วยกัน"
"ข้าจำได้ระบบวิชายุทธ์สายที่สี่ของสหพันธรัฐของพวกเรา ก็คิอสิ่งที่ผู้อาวุโสเฟิงคิดค้นขึ้นในโลกมิติต่างๆ ใช่หรือไม่ขอรับ?"
"ถูกต้อง ในกาลก่อนตัวท่านผู้เฒ่าคือบุคคลในเทพนิยายแห่งยุทธภพ ในภายหลังฟื้นคืนความทรงจำจากการข้ามภพขึ้นมาอีกครา บรรลุระดับพลังในขอบเขตเซนยุทธ์"
"ขอบเขตเซนยุทธ์แห่งมหาโลกสายแฟนตาซีระดับสูงงั้นรึ? นั่นมิเท่ากับระดับผู้ปกครองมิติขั้นที่ห้าหรอกหรือ?"
"เรื่องราวตั้งหลายปีมาแล้ว ยามนี้ผู้อาวุโสเฟิงน่าจะบรรลุถึงขั้นที่หกแล้วล่ะ"
ทั่วทุกทิศทางของลานกว้างส่วนกลาง เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นต่อเนื่อง หลายคนมีแววตาฉายความเคารพเทิดทูนและความโหยหา
นั่นคือยอดคนรุ่นอาวุโสผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ผู้เคยทิ้งเรื่องราวระดับตำนานไว้ในโลกมิติต่างๆ
"สหายเจียง มิได้พบเจอกันเสียเนิ่นนาน ช่วงนี้สบายดีหรือไม่?"
ภายในสายตา เฟิงซื่อเซียนก้าวยาวๆ เดินเข้ามา เดินทางมาถึงภายในตำหนักริมระเบียงของท่านมหาอุดมศึกษาธิการเจียงซวีจื่อ
พลางประสานมือเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
"เรียบร้อยดี ทุกอย่างเรียบร้อยดี"
เจียงซวีจื่อภายในใจมีความรู้สึกอันหลากหลายผุดขึ้นมา ในความทรงจำเฟิงซื่อเซียนยังคงแข็งแรงบึกบึนยิ่งนัก ทว่ายามนี้จอนผมทั้งสองข้างก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวแล้ว
"เจ้าไปเยี่ยมเยียนชิวหลิ่วก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก กับผู้กลับชาติมาเกิดใหม่คนใหม่แห่งเขตแดนดารากู่เจียของพวกเรา"
เจียงซวีจื่อเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง ยามที่เอ่ยถึงหนิงชิงเสวียน ภายในดวงตาเต็มไปด้วยประกายแสงเจิดจ้า
"มีผู้กลับชาติมาเกิดใหม่คนใหม่รึ?"
เฟิงซื่อเซียนรู้สึกประหลาดใจมิน้อย ตัวเขาพำนักอยู่ในระบบดาวไท่เยว่ สำหรับเรื่องที่เขตแดนดารากู่เจียปรากฏผู้กลับชาติมาเกิดใหม่คนใหม่ขึ้นมานั้น เขากลับมิค่อยล่วงรู้ชัดแจ้งนัก
"ดีๆๆ ในเมื่อเป็นผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ ข้าผู้เฒ่าก็ย่อมต้องไปสนทนาด้วยสักครา เพื่อเฝ้าฟังประสบการณ์ของเขา"
เฟิงซื่อเซียนประสานมือเอ่ยลา เดินทางมุ่งหน้าไปยังเรือนโบราณสำหรับพักผ่อนที่อยู่เบื้องหลังลานกว้างส่วนกลาง
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ตกอยู่ในสายตาของท่านมหาอาจารย์ซือคงที่เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงฉลองอายุขัยในครานี้เช่นกัน
อดมิได้ที่จะมีสีหน้ามิพอใจอย่างยิ่ง หนำซ้ำยังแค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง
"เฟิงซื่อเซียนผูี้้ี้้ีนี้ตาบอดหรืออย่างไร ไม่มองเห็นว่าข้าผู้เป็นมหาอาจารย์ก้อยูที่นี่ด้วย? ถึงกับมิยอมมาทักทายพูดคุยด้วยสักสองคำ"
คำกล่าวของท่านมหาอาจารย์ซือคง ถูกลำดับขั้นที่หนึ่งที่อยู่ข้างกายได้ยิน จึงได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความจนใจในทันที
"ท่านผู้เฒ่า แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็ยังคิดจะเปรียบเทียบอีกหรือขอรับ?"
ไม่ว่าจะอยู่ในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ของสหพันธรัฐมนุษย์ หรือภายในเขตแดนดารากู่เจีย สถานะของท่านมหาอุดมศึกษาธิการย่อมประจักษ์ชัด
สถานะตำแหน่งสูงส่งยิ่งนัก ระดับชั้นพลังย่อมมิมีผู้ใดต่ำกว่าระดับผู้ปกครองมิติขั้นที่เจ็ด
พวกเขารับช่วงต่อหน้าที่สำคัญในการสั่งสอนอบรมระดับลำดับขั้นมาจากรุ่นสู่รุ่น บุคคลระดับเจ้าแห่งดาราจำนวนมากล้วนเคยเป็นศิษย์ของพวกเขา
และในเขตแดนดารากู่เจียในปัจจุบัน ท่ามกลางฝูงผู้ข้ามสังสารวัฏจำนวนมหาศาล ก็มีท่านมหาอุดมศึกษาธิการอยู่เพียงยี่สิบกว่าท่านเท่านั้นเอง
ท่านมหาอาจารย์ซือคงรวมถึงท่านมหาอาจารย์เจียง ย่อมเป็นท่านมหาอาจารย์ระดับแนวหน้าอย่างมิต้องสงสัย ยากจะแยกมิตรแยกศัตรู
การที่เฟิงซื่อเซียนไปกราบไหว้ท่านมหาอาจารย์เจียง ทว่ามิยอมมากราบไหว้ตัวเขา เรื่องนี้ทำให้ท่านมหาอาจารย์ซือคงรู้สึกเสียหน้ามิน้อยจริงๆ
"ศิษย์รัก เรื่องนี้เจ้าคงยังมิเข้าใจหรอก"
ท่านมหาอาจารย์ซือคงกล่าวอย่างราบเรียบ
"คนเรายิ่งแก่ตัวลง ก็ยิ่งชอบการเปรียบเทียบ เปรียบเทียบสถานะตำแหน่ง เปรียบเทียบเกียรติยศ เปรียบเทียบลูกหลาน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องนำมาเปรียบเทียบ"
"มิฉะนั้นข้าจะอยู่ยืนยาวมาถึงยามนี้ไปเพื่ออันใด?"
ลำดับขั้นที่หนึ่งถึงกับบื้อใบ้ มิอาจหาคำมาโต้แย้ง
"ท่านพ่อ ท่านพ่อ ข้ามองเห็นพี่สาวไฉ่เวยแล้วเจ้าค่ะ"
มีน้ำเสียงอันไร้เดียงสาดังก้องขึ้น ลำดับขั้นที่หนึ่งหันกลับไปมอง พลันมองเห็นภายนอกลานกว้างมีศิษย์ของสำนักศึกษาปรากฏตัวขึ้นเป็นจำนวนมาก
บุตรสาวของท่านจ้าวถ้ำหลัวเทียน หนิงชิงเสวียน รวมอยู่ในหมู่คนเหล่านั้นพอดิบพอดี
"ไปเล่นเถิด"
เมื่อลำดับขั้นที่หนึ่งกล่าวจบ บุตรสาวตัวน้อยก็บังคับกระบี่บิน เหาะเหินทะยานไปด้วยความโหดเหี้ยมดีใจ มุ่งตรงเข้าไปหาทันที
ท่านมหาอาจารย์ซือคงมองส่งแผ่นหลัง ภายในดวงตามีรอยยิ้มประดับอยู่เช่นกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลำดับขั้นที่หนึ่งเป็นทั้งอาจารย์และบิดา สำหรับบุตรสาวตัวน้อยของอีกฝ่ายย่อมต้องมีความรู้สึกผูกพันแน่นอนอยู่แล้ว
มิได้เอ่ยถามว่าคนทั้งสองทำความรู้จักกันได้อย่างไร เขานำเอาของวิเศษระดับสุดยอดชิ้นหนึ่งออกมาจากมิติสังสารวัฏ
"รับไว้ นี่คือของวิเศษแห่งเซียนเสวียนฮวางที่ข้าซื้อมาจากท่านทูตอวิ๋น ตามข่าวลือระบุว่าเป็นของวิเศษขององค์จักรพรรดิตัวเสอแห่งมหาแดนเซียนเสวียนฮวางเชียวนะ"
"ต้องเสียสละแต้มคะแนนของข้าไปมิน้อยเลยล่ะ ประเดี๋ยวเจ้านำไปส่งมอบให้แก่เหวินชิวหลิ่ว ของขวัญวันเกิดของพวกเราจะยอมเสียหน้ามิได้เด็ดขาด"
เมื่อท่านมหาอาจารย์ซือคงกล่าวจบ ลำดับขั้นที่หนึ่งก็พลันตกตะลึง
ของวิเศษแห่งเซียนขององค์จักรพรรดิตัวเสองั้นรึ?
ท่านมหาอาจารย์ความเร็วในเรื่องนี้ ช่างรวดเร็วเกินไปแล้ว!
เพียงชั่วพริบตา ลานกว้างส่วนกลางก็บังเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาอีกครา
"ท่านผู้เฒ่าเหวินเสด็จออกมาแล้ว"
สายตานับหมื่นคู่ต่างพร้อมใจกันหันไปมอง เห็นเหวินชิวหลิ่วมีรอยยิ้มประดับใบหน้า ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับเฟิงซื่อเซียน
"ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านผู้เฒ่าเหวินท่วงท่าสง่างามมิได้ลดน้อยลงไปจากในอดีตเลยนะขอรับ"
"ยาลูกกลอนเสริมความงามชั้นเลิศชิ้นนี้ สมควรตกเป็นของท่านอย่างแท้จริงขอรับ"
มีผู้สำเร็จราชการดาวแห่งชีวิตระดับสูงแห่งระบบดาวหงยวิ่น ส่งเสียงหัวเราะลั่นออกมาทันที นำเอาของขวัญวันเกิดที่จัดเตรียมไว้รอท่านตั้งนานแล้วส่งมอบไปให้
เพียงชั่วพริบตา ผู้ส่งของขวัญภายในลานกว้างก็หลั่งไหลเข้ามามิขาดสาย
และในวินาทีนี้ ณ บริเวณขอบเขตอาณาเขตของระบบดาวหงยวิ่น ท่ามกลางห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล อวิ๋นเนี่ยนจื่อกำลังก้าวยาวๆ เดินทางอย่างรวดเร็ว
มีระบบภาพเสมือนจริงเปิดใช้งาน ส่งผ่านมาจากทูตสังสารวัฏภายในงานเลี้ยงฉลองอายุขัย
"ผู้คนจำนวนมากเริ่มส่งของขวัญกันแล้วนะ ไฉนท่านจึงยังเดินทางมามิถึงอีกเล่า?"
"ตกลงกันแล้วว่าจะเก็บของวิเศษแห่งเซียนเสวียนฮวางไว้ให้ข้าชิ้นหนึ่งมิใช่หรือ? หากจนปัญญาจริงๆ นำเอาคัมภีร์เพลงกระบี่ของศิษย์เอกหลิงกระบี่มามอบให้แก่ข้าก็ยังดีนะ"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงบ่นว่าสายนี้ อวิ๋นเนี่ยนจื่อรู้สึกจนปัญญาอย่างยิ่ง
"เมื่อครู่นี้กำลังปฏิบัติภารกิจ ยามนี้กำลังเดินทางไปแล้ว"
นับตั้งแต่ข่าวดังเรื่องที่เหล่าผู้ไร้เทียมทานแห่งมหาแดนเซียนเสวียนฮวางอันเป็นสมรภูมิต่างแดนในครานี้ กวาดล้างเจ้าแห่งดาราและท่านเจ้าสำนักแห่งวิหารเทพสายตกต่ำไปจนสิ้น
แพร่กระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง
บุคคลระดับบิ๊กเบิ้มผู้ทรงอำนาจและมีหน้ามีตาจำนวนมาก ต่างก็พากันมาหาตัวนางเพื่อขอซื้อของวิเศษและสิ่งของล้ำค่าที่เกี่ยวข้อง
ราคาค่างวดย่อมแพร่หลายลิบ ทว่ากลับมิมีผู้ใดแสดงความลังเลใจเลยแม้แต่คนเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งของวิเศษขององค์จักรพรรดิตัวเสอและศิษย์เอกซ่ง ล้วนแต่เป็นของยอดฮิตแย่งชิงกันทั้งสิ้น
หลังจากตัดการเชื่อมต่อ อวิ๋นเนี่ยนจื่อยังคงก้าวเดินอยู่ภายในห้วงอวกาศต่อไป
ทว่ากลับพบว่าภายในมิติสังสารวัฏ ธนูประหารเซียน หอกลิขิตสวรรค์ และเจดีย์ตี๋ซ่าของวิเศษแห่งเซียนเสวียนฮวางทั้งสามชิ้นที่ให้กำเนิดจิตวิญญาณแห่งของวิเศษขึ้นมา
จู่ๆ ก็พลันฟื้นคืนชีพเจตจำนงขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"มีกลิ่นอายขององค์จักรพรรดิ!"
เจตจำนงถูกถ่ายทอด อวิ๋นเนี่ยนจื่อทั่วร่างสั่นสะเทือน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและยากจะเชื่อสายตา
นางรีบปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งของวิเศษทั้งสามออกไปในทันที
"อยู่ที่ใดกัน! เป็นร่องรอยขององค์จักรพรรดิมหาเซวียนอวี่ หรือว่าเป็นของวิเศษที่เขาเคยใช้ หรือว่าเป็นสายเลือดเชื้อพระวงศ์?"
อวิ๋นเนี่ยนจื่อลมหายใจเริ่มถี่รัว หัวใจเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง รีบตะโกนถามทันที
ตามทิศทางที่จิตวิญญาณแห่งของวิเศษทั้งสามชิ้นจับจ้องไป นางทอดสายตามองไปยังดาวจักรพรรดิหงยวิ่นอันห่างไกล
"หรือว่าภายในงานเลี้ยงฉลองอายุขัย จะมีคนครอบครองของวิเศษขององค์จักรพรรดิมหาเซวียนอวี่อยู่?"
อวิ๋นเนี่ยนจื่อขมวดคิ้วมุ่น แอบรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย
"คือองค์จักรพรรดิมหาเซวียนอวี่ร่างต้นที่แท้จริง! คือร่างต้นที่แท้จริงขอรับ/เจ้าค่ะ!"
จิตวิญญาณแห่งของวิเศษทั้งสามชิ้นมีสีหน้าตื่นตระหนกและคลั่งไคล้อย่างถึงที่สุด
เมื่อคำกล่าวนี้สิ้นสุดลง ในหัวสมองของอวิ๋นเนี่ยนจื่อพลันเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาทันที