- หน้าแรก
- ไร้พ่ายในใต้หล้า ภรรยาผู้จุติมาขอรับมรดกสืบทอด!
- ตอนที่ 155 กองทัพผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำ จอมมารเทียนคุ่ยหวนคืน
ตอนที่ 155 กองทัพผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำ จอมมารเทียนคุ่ยหวนคืน
ตอนที่ 155 กองทัพผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำ จอมมารเทียนคุ่ยหวนคืน
ตอนที่ 155 กองทัพผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำ จอมมารเทียนคุ่ยหวนคืน
บรรยากาศภายในหุบเขาเยือกเย็นยิ่งนัก กลุ่มผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำในชุดคลุมลายดวงดาว กำลังตั้งหน้าตั้งตาสำรวจตรวจสอบทัศนียภาพรอบกายอย่างละเอียด
ในหมู่พวกเขานั้น มีผู้ที่แววตาฉายความประหลาดใจ มีผู้ที่สีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึม ทว่าผู้คนส่วนใหญ่กลับแสดงท่าทีสบายๆ ไร้ความกังวลออกมาให้เห็น
สำหรับมหาแดนเซียนเสวียนฮวางที่ว่านี้ ดูเหมือนพวกมันจะมิได้มีความยำเกรงหรือหวาดกลัวเป็นพิเศษอันใดเลย
ท้ายที่สุดแล้ว การที่พวกเขาคอยติดตามอยู่ข้างกายของเกาเจี้ยนเสีย มารวมกันได้ระยะหนึ่งแล้ว
โลกมิติสังสารวัฏที่ย่างก้าวเข้าไป ล้วนเป็นโลกที่เกาเจี้ยนเสียผู้เป็นผู้ข้ามภพสายตกต่ำผู้นี้ เคยข้ามภพไปเผชิญมาทั้งสิ้น
ภารกิจย่อมราบรื่นง่ายดายยิ่งนัก เรียกได้ว่าทำลายล้างทำลายจนราบคาบ ขอเพียงทำตามคำสั่งของเกาเจี้ยนเสีย ออกตามหาของวิเศษล้ำค่าที่เคยได้รับในอดีต นำเอาทรัพยากรของโลกมิติต่างๆ ไปให้สิ้นก็พอแล้ว
ส่วนอุปสรรคที่พบเจอในระหว่างกระบวนการนี้ ย่อมมิใช่ปัญหาร้ายแรงอันใดเลย
หากผู้ใดมิยอมทำตาม ก็สังหารคนผู้นั้นเสีย
แนวคิดที่มหาเทพผู้ตกต่ำฝังหัวมา ย่อมเป็นเช่นนี้เสมอมา
ยิ่งไปกว่านั้น เกาเจี้ยนเสียทุกคราที่หวนคืนสู่โลกมิติข้ามภพ ต่างก็สามารถฟื้นฟูพลังฝีมือในชาตินั้นๆ ได้ล่วงหน้า
ว่ากันว่า ครานี้คือชาติภพที่แข็งแกร่งที่สุดของเกาเจี้ยนเสียเลยทีเดียว
ในมหาแดนเซียนเสวียนฮวางแห่งนี้ เขาเคยครอบครองสมญานามว่าจอมมารเทียนคุ่ย สะกดข่มคนทั้งยุคสมัยมาแล้ว ทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ไร้เทียมทาน
ยากที่จะจินตนาการได้ ว่านี่คือเกียรติยศอันสูงสุดระดับใด
"สหายเกา พวกเรายังคงทำเหมือนเช่นในอดีตใช่หรือไม่?"
ผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำรุ่นอาวุโสท่านหนึ่งที่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับครึ่งก้าวสู่ผู้ปกครองมิติแล้ว เอ่ยถามเสียงเบา
เปิดใช้งานของวิเศษ เพื่อทำกระบวนการกอบโกยทรัพยากรครั้งใหญ่ นี่คือขั้นตอนสำคัญอันดับแรกทุกคราที่ก้าวเข้าสู่โลกมิติต่างๆ
"รอสักครู่ มหาแดนเซียนเสวียนฮวางแห่งนี้ แตกต่างจากโลกมิติอื่น"
เกาเจี้ยนเสียเอ่ยปากอย่างเรียบสงบ กระแสจิตค่อยๆ แผ่กวาดผ่านเขตแดนแล้วแผ่ขยายออกไปด้านนอกอย่างช้าๆ มิได้กระทำการอันใดให้ผู้ใดตื่นตระหนก
จนกระทั่งแน่ใจว่ามิมีผู้ยิ่งใหญ่ขั้นกลั่นแปลงจิตคนใดลอบแอบดูสถานที่แห่งนี้อยู่ จึงได้ยกมือขึ้นสะบัดแขนเสื้อชกออกไป ร่ายคาถาผนึกวิชาประโยคหนึ่ง
ผ่านไปมินาน เบื้องหน้าของผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำจำนวนมาก มิติพลันเกิดระลอกคลื่น ปรากฏร่างของเด็กรับข้อมารคนหนึ่งเดินออกมาอย่างไร้เค้าลางใดๆ
เขามีสีหน้าทึ่งและสงสัย จ้องมองเกาเจี้ยนเสียพลางประสานมือค้อมกาย เอ่ยถามหยั่งเชิงว่า "ท่านคือ... ท่านจอมมารเทียนคุ่ยใช่หรือไม่ขอรับ?"
เกาเจี้ยนเสียพยักหน้าเล็กน้อย เด็กรับข้อมารผู้นั้นในชั่วพริบตาก็ตัวสั่นเทา รีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
"เด็กรับส่งสารรุ่นที่เก้าสิบหก ขอกราบไหว้ท่านจอมมารขอรับ!"
เกาเจี้ยนเสียหรี่ตาทั้งสองข้างลง รุ่นที่เก้าสิบหกงั้นรึ? นับจากเวลาที่เขาเดินทางออกจากมหาแดนเซียนเสวียนฮวาง กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายยุคสมัยแล้วสินะ?
"ของวิเศษแห่งเซียนเสวียนฮวางที่ข้าผู้เฒ่าสะสมไว้ในกาลก่อน ยังคงอยู่หรือไม่?"
"อยู่ครับ อยู่ครบทุกชิ้น ชาวเผ่าของพวกเราคอยหลบซ่อนปกป้องรักษามาโดยตลอด มิเคยย่างก้าวออกจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียวเลยขอรับ!"
ภายในใจของเด็กรับข้อมารตื่นเต้นยินดียิ่งนัก รีบตอบกลับทันที
เกาเจี้ยนเสียเห็นดังนั้น ก็มิลังเลใจอีก นำพาผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำจำนวนมาก ก้าวเข้าสู่ค่ายกลโบราณปิดกั้นทันที
เพียงชั่วพริบตานี้ ในทิศทางของสามพันเขตแดน ของมหาแดนเซียนเสวียนฮวาง พลันมีกลิ่นอายซ่อนเร้นสายแล้วสายเล่า จุติลงมาอย่างต่อเนื่อง
กลิ่นอายซ่อนเร้นเหล่านี้ ล้วนเป็นกองกำลังผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำอันแข็งแกร่งทั้งสิ้น
แม้พวกเขาจะหาได้อยู่กลุ่มเดียวกับเกาเจี้ยนเสียไม่ ทว่าเป้าหมายสำคัญกลับเหมือนกันไม่มีผิด
ในเวลาเดียวกัน ณ บริเวณบนผืนแผ่นดินอันโล่งกว้าง ก็ปรากฏกองกำลังผู้ข้ามสังสารวัฏจากสหพันธรัฐจำนวนมหาศาลขึ้นเช่นกัน
จำนวนคนมากมายนับร้อยชีวิต ประกอบด้วยกองกำลังผู้ข้ามสังสารวัฏรวมทั้งสิ้นสิบห้ากลุ่ม
นอกเหนือจากกองกำลังระดับแนวหน้ารุ่นอาวุโสของวิหารสังสารวัฏแล้ว ก็ยังมีกองกำลังรุ่นใหม่รวมอยู่ด้วย
เฉินเซ่าไป๋ เซียวอวี้โหรว รวมถึงจีเยี่ยเตี๋ย หนำซ้ำยังมีลำดับขั้นที่หนึ่ง ลำดับขั้นที่สอง ลำดับขั้นที่สาม และกองกำลังรุ่นใหม่อื่นๆ ล้วนรวมอยู่ในนั้นอย่างไร้ข้อยกเว้น
ผู้นำกลุ่มสวมชุดคลุมลายดวงดาวแห่งวิหารสังสารวัฏ รูปร่างสูงโปร่ง รูปร่างหน้าตาประณีตงดงาม ท่วงท่ามิธรรมดา กลิ่นอายยิ่งลึกล้ำสุดหยั่งคาด
ยามนี้ดวงตาคู่สวยเย็นชา ปรายตากวาดมองผู้ข้ามสังสารวัฏทุกคน
"ขอย้ำอีกครั้ง ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเจ้าจำเป็นต้องรายงานให้ข้ารับทราบ นี่มิใช่ภารกิจสังสารวัฏธรรมดาสามัญ พวกเจ้ากำลังจะต้องเผชิญหน้าต่อกรกับ ผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำภายใต้บังคับบัญชาของมหาเทพผู้ตกต่ำ เข้าใจใช่ไหม?"
ผู้ข้ามสังสารวัฏทุกคนมิมีข้อคัดค้าน ต่างพากันรับคำ
ต่อให้ในจำนวนนี้ จะมีกองกำลังระดับราชันผู้ทรงพลัง พลังฝีมือบรรลุถึงระดับผู้ปกครองมิติแล้วก็ตามที ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคำกล่าวของนาง ก็จำต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ท้ายที่สุดแล้ว ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งท่านนี้ ก็คือทูตสังสารวัฏที่วิหารสังสารวัฏส่งมาประจำการยังเขตแดนดารากู่เจีย มีนามว่า อวิ๋นเนี่ยนจื่อ
มิต้องกล่าวถึงสถานะตำแหน่ง ที่สูงส่งกว่าบุคคลระดับเจ้าแห่งดาราทั่วไปมิน้อย พละกำลังในปัจจุบันของนาง ก็บรรลุถึงระดับผู้ปกครองมิติขั้นที่สี่แล้วด้วย
นับตั้งแต่หลายปีก่อน ยามที่มหาเทพผู้ตกต่ำเริ่มลงมือสังหารผู้ข้ามสังสารวัฏของสหพันธรัฐในโลกมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนวิหารแห่งสังสารวัฏเปิดฉากโต้กลับมาจนถึงปัจจุบัน อวิ๋นเนี่ยนจื่อได้นำพากองกำลังจำนวนมาก ปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างงดงามนับครั้งมิถ้วน
พวกเขากองกำลังเหล่านี้ ก็นับเป็นครั้งแรกที่ได้คอยติดตามอยู่เบื้องหลังของอวิ๋นเนี่ยนจื่อ
"กองกำลังหลัวเทียน เหตุใดพวกเจ้าจึงขาดคนไปคนหนึ่งเล่า?"
อวิ๋นเนี่ยนจื่อในระหว่างการตรวจสอบจำนวนคนในกองกำลัง พบว่ากองกำลังหลัวเทียนที่มีกำหนดสี่คน ขาดหายไปหนึ่งคน
เฉินเซ่าไป๋รีบตอบกลับทันที "เรียนท่านทูต ยามนี้หัวหน้าทีมของพวกเรายังคงเก็บตัวฝ่าด่านอยู่ขอรับ ดังนันครานี้จึงมีเพียงพวกเราสามคนเดินทางมาขอรับ"
สิ้นคำกล่าว อวิ๋นเนี่ยนจื่อขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย
นางจำได้ลางๆ ว่าหัวหน้าทีมของกองกำลังหลัวเทียนกลุ่มนี้ ก็คือลำดับขั้นหมายเลขศูนย์ประจำเขตแดนดารากู่เจีย เก็บตัวฝ่าด่านมาหลายปีแล้ว ยามนี้ยังมิออกมาอีกงั้นหรือ?
มิได้ตกอยู่ในห้วงความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก สีหน้าของนางเคร่งขรึม เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง
"นอกเหนือจากพวกเจ้าต้องต่อกรกับพวกผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำแล้ว ยังจำเป็นต้องระมัดระวังพวกผู้ยิ่งใหญ่ขั้นกลั่นแปลงจิตแห่งมหาแดนเซียนเสวียนฮวางด้วย คนเหล่านี้ในมหาจักรวาลอันกว้างใหญ่ คือผู้แข็งแกร่งระดับผู้ปกครองมิติที่สามารถทำลายดาวแห่งชีวิตระดับกลางลงได้อย่างง่ายดาย"
"ในหมู่พวกเขานั้น มีผู้ที่ไปแตะขอบเขตระดับผู้ปกครองมิติขั้นที่สองอยู่ด้วย หากเป็นผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ไร้เทียมทานแห่งยุคสมัยแล้วละก็ อย่างน้อยที่สุดย่อมต้องบรรลุถึงระดับผู้ปกครองมิติขั้นที่สามขึ้นไปแน่นอน"
แม้ว่าอวิ๋นเนี่ยนจื่อเองก็นับเป็นครั้งแรกที่ได้เหยียบย่างเข้าสู่มหาแดนเซียนเสวียนฮวางแห่งนี้
ทว่าข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ ล้วนเป็นข้อมูลลับที่วิหารสังสารวัฏลอบเจาะสืบมาจากอารยธรรมมนุษย์ของมหาเทพผู้ตกต่ำ โดยได้มาจากร่างของคนที่มีนามว่าเกาเจี้ยนเสียทั้งสิ้น
คนผู้นี้คือผู้กลับชาติมาเกิดใหม่สายตกต่ำคนหนึ่งแห่งมหาเทพผู้ตกต่ำ และมหาแดนเซียนเสวียนฮวางแห่งนี้ ก็คือหนึ่งในมิติโลกข้ามภพของเขา
สิ่งเดียวที่ทำให้นางรู้สึกถึงแรงกดดันอยู่บ้าง ก็คือเกาเจี้ยนเสียผู้นี้แหละ
"ท่านทูตขอรับ เกาเจี้ยนเสียผู้ข้ามสังสารวัฏสายตกต่ำแห่งเสาหลักแห่งอัปสรสวรรค์ผู้นั้น ก็เดินทางมายังมหาแดนเซียนเสวียนฮวางแห่งนี้ด้วยใช่หรือไม่ขอรับ?"
ลำดับขั้นที่หนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาทันที คนผู้นี้เขาให้ความสนใจมานานแสนนานแล้ว
"ถูกต้อง"
อวิ๋นเนี่ยนจื่อมิได้ปิดบัง ข้อมูลข่าวสารภารกิจที่สำคัญเช่นนี้ นางย่อมตั้งใจจะบอกกล่าวให้ทุกคนได้รับทราบเช่นกัน
"ผู้ข้ามภพเกาเจี้ยนเสีย จอมมารเทียนคุ่ย... คนผู้นี้ในมหาแดนเซียนเสวียนฮวางได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ไร้เทียมทาน สังหารผู้ยิ่งใหญ่ขั้นกลั่นแปลงจิตไปมิมิถ้วน ว่ากันว่าเคยสะกดข่มยุคสมัยมาแล้วทั้งยุคเชียวนะขอรับ"
ในหมู่กองกำลังผู้ข้ามสังสารวัฏ พลันบังเกิดเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาดังขึ้นมิน้อย แววตาของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและหวาดกลัวอย่างรุนแรง
หากข้อมูลระบุไว้มิผิดพลาด เช่นนั้นเกาเจี้ยนเสียผู้นี้ เกรงว่าจะต้องเป็นตัวตนอันแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่สืบหามาได้ของทั่วทั้งมหาแดนเซียนเสวียนฮวางแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
การหวนคืนมาของเขาในครานี้ ย่อมต้องก่อให้เกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำแน่นอน
เมื่อลำดับขั้นที่หนึ่งได้ฟัง แววตาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเฉียบคมขึ้นมาทันที
หลายปีก่อน เขาก็สามารถก้าวเข้าสู่ระดับผู้ปกครองมิติขั้นที่หนึ่งได้อย่างประสบความสำเร็จ และยามนี้บรรลุถึงขั้นที่สองแล้วด้วย
เนื่องจากเขายังมิเคยตอบรับตำแหน่งเจ้าแห่งดาราของสหพันธรัฐ สมญานามยศจึงยังคงแขวนอยู่บนตัวเขามาโดยตลอด
มิล่วงรู้ว่าด้วยพลังฝีมือในปัจจุบันของเขา เสริมด้วยของวิเศษจำนวนมหาศาลและวิธีการจากหมื่นโลกมิติ จะสามารถต่อกรกับเกาเจี้ยนเสียผู้นั้นได้หรือไม่
"ทุกท่าน ยามนี้แยกย้ายกันไป จำต้องระมัดระวังให้ดี หากพบเป้าหมายห้ามผลีผลามลงมือเด็ดขาด"
อวิ๋นเนี่ยนจื่อเอ่ยขึ้นอีกครั้ง กองกำลังทั้งสิบห้ากลุ่มทยอยกันแยกย้ายจากไปในทันที