- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตดันเจี้ยนไร้ขีดจำกัดด้วยระบบเลือกพลังขั้นเทพ
- บทที่ 29: ผลพวงหลังการระเบิด
บทที่ 29: ผลพวงหลังการระเบิด
บทที่ 29: ผลพวงหลังการระเบิด
ที่ด้านนอกประตู ห้อง 301 ที่พังยับเยินกลับไม่ถูกรบกวนจากอสุรกายตนใดเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
ไม่ว่าจะเป็นอสุรกายที่อาศัยอยู่ในอาคารหอพัก พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ลาดตระเวนอยู่ในนิคม หรือแม้กระทั่งเบื้องบนของบริษัทคัดสรรสีเลือด ต่างก็ไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งใดเลย
ราวกับว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่ได้รับความสนใจเลยแม้แต่น้อย
... ...
ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ
"กริ๊ง~~~!"
"กริ๊ง~~~!"
ตอนเวลา 05:30 น. นาฬิกาปลุกของมู่หรูเฟิงก็ดังขึ้นตรงเวลาเป๊ะ
"หาว~~! หลับสบายชะมัด"
มู่หรูเฟิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ขยี้ตาพลางอ้าปากหาว
ด้านนอกยังคงส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจอยู่บ้าง แต่มู่หรูเฟิงไม่ได้ใส่ใจ
หลังจากลุกจากเตียง มู่หรูเฟิงก็เดินไปที่ระเบียง
เขาเหลือบมองห้องน้ำแต่ไม่ได้เดินเข้าไป
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่จำเป็นต้องขับถ่ายอีกต่อไป
ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่โลกดันเจี้ยนแห่งนี้ เวลาผ่านไปแล้วประมาณ 22 ชั่วโมง ทว่าเขากลับไม่มีความรู้สึกปวดปัสสาวะหรืออุจจาระเลยแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่านี่คือความสะดวกสบายที่ได้มาจากกายาซอมบี้ของเขา
เมื่อเดินมาที่อ่างล้างหน้า มู่หรูเฟิงก็เปิดก๊อกน้ำ
ทว่านิ่งสนิทไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ที่นี่ไม่มีน้ำไหล
"ช่างเถอะ เดี๋ยวไปโรงอาหารแล้วเอาน้ำจากตู้ขายของอัตโนมัติมาล้างหน้าแทนละกัน"
มู่หรูเฟิงส่ายหัวแล้วเดินออกจากห้องพักไปทันที
ตอนที่มู่หรูเฟิงเดินออกมา ห้อง 302 และห้อง 304 ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทางเดินยังคงอยู่ในสภาพเดิม
ทว่ากลับมีอสุรกายจำนวนมากมาออกันอยู่ตรงนี้
พวกมันทั้งหมดเป็นพนักงานอสุรกายที่อาศัยอยู่ในอาคารหอพัก และกำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
"นี่พวกแก เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวขนาดนั้น"
"ใช่เลย แรงระเบิดนั่นทำเอาตึกสั่นสะเทือนอยู่ตั้งหลายรอบ ขนาดฉันนอนอยู่บนเตียงยังร่วงลงมาเลย"
"เมื่อคืนฉันออกไปล่าเหยื่อข้างนอก พอดีเจอพนักงานรักษาความปลอดภัยลาดตระเวนเข้าเลยต้องเตลิดหนีกลับมาที่หอพัก พอมาถึงระเบียงตึกปุ๊บก็เกิดระเบิดปั๊บ ทำเอาฉันขวัญหนีดีฝ่อไปหมด"
"ดูเหมือนผู้จัดการหอพักจะสู้กับอสุรกายตนหนึ่งนะ แต่ไม่รู้ว่าใครชนะ"
พวกอสุรกายพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างเซ็งแซ่
ตอนที่ประตูห้อง 301 เปิดออก มันจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากใครเลย
ความสนใจของพวกมันล้วนจดจ่ออยู่กับห้องที่เกิดการระเบิด
อสุรกายพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้พักอยู่ชั้นนี้ พวกมันไม่มาจากชั้นบนก็คงมาจากชั้นล่าง
ส่วนอสุรกายที่พักอยู่ชั้นนี้ดูเหมือนจะพากันไปกินข้าวที่โรงอาหารตั้งแต่ตอนเวลา 05:00 น. แล้ว
"ขอทางหน่อยครับ ขอทางหน่อย"
"ขอโทษนะครับ ขอทางผ่านหน่อย"
มู่หรูเฟิงเอ่ยกับฝูงอสุรกายที่เบียดเสียดกันอย่างสุภาพ
"ไสหัวไป! ระวังข้าจะจับแกกลืนลงท้องทั้งตัว!" อสุรกายหัวหมูตัวหนึ่งแผดเสียงคำราม
"มนุษย์เป็นๆ เหรอ? ยังไม่ตายอีกเร้า? ถ้ายังไม่ตายก็อยู่เงียบๆ ไปสิ จะมาเบียดหาพระแสงอะไร!" อสุรกายอีกตนตวาดแหว
"ถอยไปซะ!"
มู่หรูเฟิงชักมีดปังตอออกมาแล้วฟันฉับเข้าใส่ประตูห้อง 303 ทันที
เสียง "ฉึก!" ทึบๆ ดังขึ้น มีดปังตอจมลึกเข้าไปในบานประตูโดยตรง
การกระทำของมู่หรูเฟิงทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งกิมกี่ไปในพริบตา
นี่มันประตูหอพักนะ ขนาดผู้จัดการหอพักยังพังมันได้ยากเลย แต่กลับถูกฟันแบะออกง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
อีกอย่าง ทำไมมีดปังตอเล่มนี้ถึงดูคุ้นตานักล่ะ? นี่มันไม่ใช่มีดปังตอที่ปักอยู่บนหัวของผีมีดหรอกเหรอ?
ผีมีดถูกมนุษย์เป็นๆ คนนี้ฆ่าตายงั้นเหรอ?
ในชั่วพริบตา พวกอสุรกายพากันคิดไปไกล จากนั้นพวกมันก็ค่อยๆ ถอยฉากหลบไปข้างทางเพื่อเปิดทางเดินให้เขาทีละตน
"ให้เกียรติแล้วไม่ชอบ ชอบให้ใช้กำลังกันจริงนะพวกแก"
มู่หรูเฟิงแค่นเสียงหึ เก็บมีดปังตอ แล้วสาวเท้าเดินตรงไปยังบันได
มู่หรูเฟิงรู้สึกว่าช่วงนี้อารมณ์ของเขาดูจะฉุนเฉียวง่ายขึ้นกว่าเดิม
"เป็นเพราะเมื่อคืนฉันดูดเลือดเข้าไปงั้นเหรอ" มู่หรูเฟิงพึมพำกับตัวเอง
เมื่อคืนเขาดูดซับพลังงานและเลือดสดเข้าไปมากมายมหาศาล ประกอบกับอิทธิพลจากกายาซอมบี้ มันจึงส่งผลให้บุคลิกภาพของมู่หรูเฟิงเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ไม่นานนัก มู่หรูเฟิงก็เดินลงมาถึงชั้นล่าง
และในจังหวะนั้นเอง อสุรกายกลุ่มหนึ่งที่สวมหมวกนิรภัยและแต่งกายด้วยชุดยูนิฟอร์มก็เดินเข้ามาในอาคารหอพักจากทางประตูหลักพอดี
มู่หรูเฟิงเดินสวนกับคนกลุ่มนั้นไป
เขาคาดเดาว่าคนพวกนี้น่าจะมาจัดการกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนชั้น 3
ไม่กี่นาทีต่อมา มู่หรูเฟิงก็มาถึงโรงอาหาร
ตอนนี้เป็นเวลา 05:40 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนสำหรับอาหารเช้า โรงอาหารจึงคึกคักและส่งเสียงจอแจเป็นพิเศษ
อสุรกายส่วนใหญ่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
แม้กระทั่งตอนที่มู่หรูเฟิงเดินเข้ามาในโรงอาหาร เขาก็ดึงดูดสายตาของอสุรกายเพียงไม่กี่ตนเท่านั้น
ในเวลาไม่นาน มู่หรูเฟิงก็เดินมาหยุดอยู่ที่ข้างตู้ขายของอัตโนมัติ
ตู้ขายของอัตโนมัติเริ่มเปิดทำงานตอนเวลา 05:00 น. เป๊ะ ดังนั้นพอเห็นมู่หรูเฟิงเดินเข้ามาใกล้ ทั่วทั้งตัวตู้ก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันทีด้วยความผวา
"โอ้ ฟื้นตัวเร็วดีนี่? แถมสินค้าที่หมดเกลี้ยงตู้ไปยังถูกเติมจนเต็มอีกรอบแล้วด้วยเหรอ" มู่หรูเฟิงเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
ในเวลานี้ ตู้ขายของอัตโนมัติไม่มีร่องรอยความเสียหายหลงเหลืออยู่เลย แม้กระทั่งสินค้าที่มู่หรูเฟิงเคยมกวาดซื้อไปจนหมดเกลี้ยงก็ถูกนำมาเติมจนเต็มอีกครั้ง
"อรุณสวัสดิ์ครับพี่ชาย เชิญเลือกดูได้เลยครับ วันนี้อยากทานอะไรดี"
"มีทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนปัง แล้วก็นมสดครับ"
ตู้ขายของอัตโนมัติแสดงท่าทีประจบประแจงเอาอกเอาใจอย่างถึงที่สุด
มือของมันยื่นออกมาเตรียมพร้อม คอยหยิบจับสิ่งของทุกอย่างที่มู่หรูเฟิงต้องการได้ในทันที
"หืม ไปจัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาให้ฉันทุกรสชาติเลย แล้วก็เอาขนมปังมาอีกสองสามก้อนไว้กินรองท้อง ส่วนนมเอาแบบกล่องขนาด 1 ลิตรนะ"
มู่หรูเฟิงออกคำสั่ง
"ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา"
ตู้ขายของอัตโนมัติเปลี่ยนประเด็นได้อย่างราบรื่น จากนั้นมันก็เริ่มจัดเตรียมอาหารเช้าให้มู่หรูเฟิงอย่างขยันขันแข็ง
"อ้อ จริงด้วย เอาน้ำเปล่ามาให้ฉันขวดหนึ่งก่อน"
มู่หรูเฟิงพูดเสริม
ไม่นานนัก น้ำแร่ขวดหนึ่งก็ถูกมู่หรูเฟิงบิดเปิดฝาออก
เขาเทน้ำใส่มือเล็กน้อย แล้วนำมาลูบหน้าโดยตรง
ทำซ้ำแบบเดิมประกอบกับบ้วนปากไปอีกสองสามที น้ำก็หมดไปครึ่งขวดแล้ว
มู่หรูเฟิงไม่ได้ปล่อยให้เสียของ เขาจัดแจงกระดกน้ำที่เหลืออีกครึ่งขวดลงคอไปรวดเดียว
หลังจากกินขนมปังไปได้สามสี่ก้อน ตู้ขายของอัตโนมัติก็เดินยกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้ามาหา
"พี่ชาย บะหมี่ได้แล้วครับ"
ตู้ขายของอัตโนมัติกล่าวด้วยรอยยิ้มสอพลอ
"อืม"
มู่หรูเฟิงขานรับ
และในจังหวะนั้นเอง อสุรกายร่างสูงใหญ่บึกบึนตนหนึ่งก็เดินตรงมาที่โต๊ะของมู่หรูเฟิง
เสียง "ปัง!" ดังสนั่น
ชามและจานถูกกระแทกซัดลงบนโต๊ะอาหารอย่างแรง
"เมื่อวานข้าได้ยินมาว่ามีมนุษย์เป็นๆ เข้ามาใหม่อีกคน นึกว่าจะไม่รอดพ้นคืนนี้ไปได้เสียแล้ว ไม่คิดเลยว่าแกจะยังอึดมีชีวิตอยู่ได้จริงๆ"
"พอดีอาหารเช้าของข้ายังไม่ค่อยอิ่มท้องเท่าไหร่ เห็นแกสนิทสนมกับตู้ขายของอัตโนมัตินี่ดีนักนี่ บอกมันให้ไปหยิบหมูหยองมาให้ข้าสักสองสามซอง กับขนมปังไส้ซอสเนื้อมาด้วยซิ"
อสุรกายตนนี้มีความสูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตร รูปร่างหนากำยำ และทั่วทั้งร่างอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ
ทว่าหัวของมันกลับไม่ใช่หัวมนุษย์ แต่เป็นหัวม้า
รูปลักษณ์ของมันถอดแบบมาจากยมทูตหน้าม้าในตำนานแห่งยมโลกไม่มีผิดเพี้ยน
ผีหน้าม้านั่งลงฝั่งตรงข้ามมู่หรูเฟิง ดวงตาขนาดใหญ่ของมันจ้องมองมู่หรูเฟิงด้วยสายตาหยอกเย้ากวนประสาท
เมื่อได้ยินดังนั้น มู่หรูเฟิงก็เงยหน้าขึ้นมองผีหน้าม้าแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "ฉันเคยเจอขอทานมาก็เยอะนะ แต่ไม่เคยเจอขอทานที่ทำตัวกร่างขนาดแกมาก่อนเลยว่ะ ไปหาที่เย็นๆ นั่งสงบสติอารมณ์ตรงนู้นไป"
"หืม?" สายตาหยอกล้อของผีหน้าม้าแข็งค้างไปในทันที
หลังจากจับใจความคำพูดได้ ไฟโทสะในใจของมันก็ปะทุเดือดขึ้นมาทันควัน
มนุษย์เป็นๆ ตัวจ้อยที่เป็นเพียงแค่มดปลวกคู่ควรเป็นแค่อาหารเลือด กลับบังอาจมาพูดจาสามหาวกับเขาเช่นนี้
"ฮี่ๆ ไอ้หนู ปากดีไม่เบานี่หว่า แต่ไม่เป็นไรหรอก ข้าละชอบกินไอ้พวกมนุษย์ปากดีนักเชียว ฮ่าๆๆ...!"
---