- หน้าแรก
- My Disciples Are All Villains
- ตอนที่ 1770 อายุขัยนับล้านปี (ฟรี)
ตอนที่ 1770 อายุขัยนับล้านปี (ฟรี)
ตอนที่ 1770 อายุขัยนับล้านปี (ฟรี)
ตอนที่ 1770 อายุขัยนับล้านปี
ลู่โจวตกใจกับคำพูดของผู้มีมลทิน
เต๋าที่ยิ่งใหญ่สิบสายก็คือกฎเต๋าที่ยิ่งใหญ่สิบข้อที่แก่นพลังระดับสูงของเสาหลักแห่งหายนะ พลังของเสาหลักแห่งหายนะมาจากเหวลึกที่อยู่ข้างใต้
ตอนนี้กฎที่ยิ่งใหญ่สิบข้อได้ถูกศิษย์ของเขาทำความเข้าใจแล้ว
ผู้มีมลทินทิ้งสิบคัมภีร์ที่ตอนนี้ตรงกับบทกวีที่เกี่ยวข้องกับศิษย์ของเขาเอาไว้
ตอนนี้ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัวของลู่โจว
“อีกนิดเดียว ข้าก็จะสามารถทำลายพันธนาการไปสู่ชีวิตนิรันดร์และไขปริศนาของศิลานิยมได้ อีกแค่นิดเดียว ข้าได้ทิ้งสิบคัมภีร์เอาไว้ ข้าได้เกิดใหม่ด้วยพลังนับสิบครั้ง แต่มันก็ยังคงล้มเหลว...บนโลกใบนี้มักจะมีคนที่เก่งกว่าเราเสมอ...มีเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายเกิดขึ้นบนโลกใบนี้...ข้าได้ไปยังมากมายหลายสถานที่ ข้าได้พบเห็นเรื่องราวต่างๆ มามากมาย...มีศาลาที่สูงเสียดฟ้า โลหะมากมายที่บินอยู่บนฟ้า อิฐที่สามารถส่งเสียงได้ไกลหลายพันลี้...และยังมีบทกวีที่น่าตกใจ...” ผู้มีมลทินที่พูดถึงสิบคัมภีร์ตามที่ลู่โจวคาดการณ์เอาไว้กล่าว
อารมณ์ของลู่โจวเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำพูดพวกนี้
‘คำพูดพวกนี้หมายความว่าฉันก็เป็นหนึ่งในผู้มีมลทินงั้นเหรอ? เขาบอกว่าเขาได้เกิดใหม่นับสิบครั้งแต่ก็ล้มเหลว...จีเทียนเต๋ากับลู่เทียนตงเองก็มีที่มาแบบนั้นงั้นเหรอ?’
ความจริงแล้วลู่โจวก็เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่มันค่อนข้างไร้สาระเมื่อเขานึกถึงตอนที่เขามาจากสถานที่อื่น เขายังจำได้อย่างแม่นยำว่าเขาเกิดที่ไหน เขาเรียนที่ไหน ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ เพื่อนร่วมชั้น และอาจารย์ของเขาเป็นใคร เรื่องราวในอดีตนั้นค่อนข้างสมจริง แล้วเขาจะเป็นผู้มีมลทินได้ยังไงกัน?
ลู่โจวยอมรับเรื่องนี้ได้ยาก
“ข้าพยายามมาโดยตลอด แต่สุดท้ายแล้วข้าก็ยังทำลายพันธนาการไม่ได้ การเกิดใหม่นั้นมีข้อผิดพลาด...ข้าหวังว่านี่จะเป็นข้อผิดพลาดสุดท้าย...” ผู้มีมลทินพูดต่อ
‘ข้อผิดพลาด? ข้อผิดพลาดอะไร? หมายความว่าฉันเป็นข้อผิดพลาดงั้นเหรอ?’ ลู่โจวที่กำลังสับสนใช้ความคิด ในเมื่อผู้มีมลทินไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับข้อผิดพลาด มันก็คงจะเป็นปริศนาของคัมภีร์ปลุกชีพ
“ข้าได้ทิ้งคัมภีร์ปลุกชีพเอาไว้ หากผู้มีวาสนาได้มันมา ข้าหวังว่าเขาจะสามารถทำลายพันธนาการและมีชีวิตนิรันดร์ได้...”
ลู่โจวยิ่งสับสน
ลู่เทียนตงได้คัมภีร์ปลุกชีพไป เขาซ่อนมันไว้ในเขตแดนพลังเก้ามายา แบบนี้หมายความว่าลู่เทียนตงเป็นผู้มีวาสนางั้นเหรอ?
คำพูดของผู้มีมลทินนั้นค่อนข้างกำกวม มันสามารถตีความได้หลายแบบ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ
“ข้าได้บ่มเพาะร่างกายที่สมบูรณ์แบบได้สำเร็จ ร่างกายที่สมบูรณ์แบบนั้นเกี่ยวข้องกับกฎที่ยิ่งใหญ่สิบข้อ กฎนั้นมีอยู่ในธรรมชาติและในหมู่มนุษย์ ผู้ที่ได้รับวัฏจักรต้องอดทน ผู้ที่ได้รับการทำลายล้างต้องมั่นใจและยืดหยุ่น ผู้ที่ได้รับพลังต้องกล้าหาญและซื่อสัตย์ ผู้ที่ได้รับห้าธาตุต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะต้องรุก เมื่อไหร่ควรจะต้องถอย ผู้ที่ได้รับสมดุลต้องยุติธรรมและเคารพกฎ ผู้ที่ได้รับมิติต้องมีความมุ่งมั่นและแน่วแน่ ผู้ที่ได้รับโชคชะตาต้องฉลาด ผู้ที่ได้รับอนันต์ต้องสามารถปรับตัวได้ ผู้ที่ได้รับกรรมต้องใจกว้างและใจดี ผู้ที่ได้รับความว่างเปล่าต้องไม่ฟุ้งซ่าน กฎที่ยิ่งใหญ่สิบข้อนี้ได้ให้กำเนิดจานแสงสว่างสิบอัน...”
“แต่น่าเสียดาย ข้ามีจานแสงสว่างเพียงแค่แปดอันเท่านั้น ข้าไม่สามารถไปต่อได้...” ผู้มีมลทินที่ถอนหายใจกล่าว
ลู่โจวตกใจ “การที่ฉันจะเปิดใช้งานพลังผังก่อเกิดสามผังสุดท้ายของพลังอวตารสีน้ำเงินต้องสูญเสียอายุขัยไปมากเท่าไหร่?” เขาอดไม่ได้ที่จะถามหลังจากที่เวลาผ่านไป
ภาพฉายตอบคำถามของลู่โจวโดยอ้อม เหมือนกับว่าคำสำคัญบางคำจะกระตุ้นการตอบสนองที่เฉพาะเจาะจง
“ข้าได้ฝึกฝนพลังอวตารสีน้ำเงิน แต่พลังงานของข้าไม่บริสุทธิ์ ข้าจึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงได้...บางทีการดูดซับพลังงานจากเหวลึกอาจจะเป็นเรื่องที่ผิดพลาด หากผู้มีวาสนาเลือกที่จะเดินบนเส้นทางนี้ เขาจะต้องมีอายุขัยอย่างน้อยสิบล้านปี...”
ลู่โจวตกใจ
‘สิบล้านปี?! จบกัน! คิดว่าการมีอายุขัยมากกว่าหนึ่งล้านปีก็คงจะปลอดภัยแล้ว ไม่คิดเลยว่าข้าจะต้องมีอายุขัยถึงสิบล้านปี! ตอนนี้ฉันกำลังเปิดใช้งานพลังผังก่อเกิดสามผังสุดท้าย ฉันหยุดไม่ได้แล้ว!’
“หลังจากที่เปิดใช้งานพลังผังก่อเกิด 36 ผังแล้ว การสร้างจานแสงสว่างแต่ละอันต้องใช้อายุขัยหนึ่งล้านปี จานแสงสว่างสิบอันต้องใช้อายุขัยสิบล้านปี”
ลู่โจวที่โล่งใจ โชคดีที่สิบล้านปีหมายถึงการสร้างจานแสงสว่างสิบอัน
“พลังอวตารที่ไม่มีข้อจำกัดนั้นไม่ได้ถูกจำกัดโดยกฎของเส้นทางการฝึกฝนใดๆ เจ้าไม่อาจขัดจังหวะการฝึกฝนของพลังอวตารได้ เจ้าต้องจำเอาไว้!”
จากนั้นร่างก็หายไปในความมืดมิด
“ฉันเข้าใจแล้ว” ลู่โจวพึมพำกับตัวเองหลังจากที่ฟังประโยคสุดท้าย
พลังอวตารสีน้ำเงินนั้นแตกต่าง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ความเร็ว อายุขัยที่ต้องใช้ และกลีบที่ผลิออกมานั้นแตกต่างจากพลังอวตารสีทอง
พลังงานของผู้มีมลทินไม่บริสุทธิ์
“หมายความว่า...สิ่งที่ฉันกำลังเผชิญอยู่เป็นอะไรที่ไม่อาจจะล่วงณู้ได้ ฉันอาจจะต้องมีอายุขัยมากกว่าสิบล้านปีหรืออาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ ฉันยังสามารถมีอายุขัยเพิ่มขึ้นจากมันได้ สรุปก็คือมันไม่มีข้อจำกัด แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามกฎ?” ลู่โจวพึมพำ
น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้พลังอวตารสีน้ำเงินไม่ได้เพิ่มอายุขัยให้กับลู่โจวมากนัก แต่มันกลับดูดอายุขัยจากพลังอวตารสีทอง หากเขาไม่มีพลังอวตารสองตน เขาก็คงจะต้องตายไปนานแล้ว
“ผู้มีมลทินไม่มีพลังอวตารสองตน แล้วเขาจะมีชีวิตรอดได้ยังไง?” ลู่โจวที่กำลังสับสนใช้ความคิด
ลู่โจวที่ตอนนี้แยกความทรงจำของผู้มีมลทินออกจากหัวของเขาได้สำเร็จ
เขากลับมาสับสนอีกครั้งเมื่อเห็นศิลานิยมสีทองที่ตอนนี้ปรากฏขึ้นในความมืดมิด เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นคนที่ยืนอยู่ในความมืดและพูดคุยเมื่อครู่นี้
ภาพต่างๆ มากมายปรากฏตัวขึ้น พวกมันเชื่อมต่อเข้าหากันก่อนจะกลายเป็นความทรงจำ พวกมันพุ่งเข้าไปในหัวของเขา
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ...
ลู่โจวอยู่ในคัมภีร์ปลุกชีพอยู่นาน เขาอยู่จนกระทั่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ก่อนจะดึงพลังลมปราณออกจากคัมภีร์ปลุกชีพ
อัศวินวิหารสิบคนปรากฏตัวขึ้นที่ขอบฟ้าทางทิศเหนือของภูเขาทองคำ พวกเขาไม่ได้แสดงพลังอวตารออกมาเหมือนกับในตอนที่พวกเขามาถึงดินแดนดอกบัวทองคำ พวกเขายืนเรียงแถว มองดูภูเขาทองคำ
สภาพแวดล้อมของภูเขาทองคำนั้นค่อนข้างดี พลังชีวิตที่นี่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะศาลาทางทิศตะวันออกที่ปกคลุมไปด้วยหมอก พลังชีวิตที่นั่นค่อนข้างเข้มข้น
“พลังชีวิตช่างอุดมสมบูรณ์จริงๆ! ไม่แพ้ดินแดนแห่งความว่างเปล่าเลย!” อัศวินวิหารคนหนึ่งกล่าวอย่างประหลาดใจ
“ไม่แปลก เพราะยังไงซะที่นี่ก็เป็นสถานที่ๆ ผู้มีมลทินอาศัยอยู่ เขามีพลังที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง พวกเราต้องระวังตัวให้มาก”
อัศวินวิหารสามารถทำตัวโอหังต่อหน้าผู้ฝึกยุทธจากดินแดนดอกบัวทองคำได้ก็จริง แต่พวกเขาเป็นเพียงแค่รุ่นน้องเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้มีมลทิน พวกเขาไม่ต่างอะไรจากมดปลวก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีหมิงซินและวิหารศักดิ์สิทธิ์หนุนหลัง พวกเขาก็ยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามต่อหน้าผู้มีมลทิน
“อย่าได้สร้างความขัดแย้งใดๆ ตามที่ฝ่าบาทได้กล่าวเอาไว้ พวกเราแค่ต้องแสดงพลังเท่านั้น”
“ครับ”
อัศวินวิหารหวงแหนชีวิต พวกเขาพอจะเดาเหตุผลเบื้องหลังคำสั่งของหมิงซินได้ พลังที่ตาชั่งแห่งความยุติธรรมมอบให้นั้นไม่ใช่พลังที่แท้จริง ต่อให้ตอนนี้พวกเขาจะมีพลังเทียบเท่ากับจักรพรรดิเทพก็ตาม แต่ความหวาดกลัวที่พวกเขามีต่อผู้มีมลทินก็ยังทำให้พวกเขาไม่มั่นใจมากพอ
“ไปกันเถอะ”
อัศวินวิหารสิบคนที่หายตัวไปปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้าเหนือศาลาปีศาจลอยฟ้า “ข้าหนานผิงจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ ข้าอยากจะพบกับผู้มีมลทิน” พวกเขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างชัดเจน มันดังก้องไปทั่วภูเขาทองคำ
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
“การที่เจ้าเรียกเขาโดยที่ไม่มีคำนำหน้านั้นไม่เท่ากับว่าเจ้ากำลังหาเรื่องใส่ตัวงั้นเหรอ?” อัศวินวิหารที่ยืนอยู่ข้างๆ หนานผิงพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
ผู้มีมลทินเป็นเพียงแค่ฉายาที่ดินแดนแห่งความว่างเปล่าตั้งให้กับเขา
“เขาเป็นถึงเจ้าแห่งภูเขาลึกลับ ในอดีตสถานะของเขานั้นสูงส่งไม่แพ้จักรพรรดิหมิงซินและสี่จักรพรรดิแห่งดินแดนที่สาบสูญ”
“เจ้าพูดถูก แล้วในอดีตทุกคนเรียกเขาว่าอะไร?” หนานผิงที่พยักหน้ากล่าว
“นี่มัน...”
อัศวินวิหารอีกเก้าคนที่กำลังสับสนส่ายหัวหลังจากที่เวลาผ่านไป
ผู้มีมลทินเป็นเหมือนกับข้อห้ามในดินแดนแห่งความว่างเปล่า คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนที่อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์รู้แค่เพียงว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างชั่วร้ายและน่ากลัว นอกจากนี้แล้วพวกเขาก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก
“นั่นอะไร?” อัศวินวิหารคนหนึ่งที่ชี้ไปทางทิศตะวันตกกล่าวอย่างกะทันหัน
แสงเจิดจร้าพุ่งเข้ามาหาจากทิศตะวันตก มันดูน่าสะดุดตามากเพราะผลกระทบจากความไม่สมดุล
“สัตว์ร้าย?”
“มันเป็นสัตว์มงคล...”