เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1760 เอาชนะจักรพรรดิแดง (ฟรี)

ตอนที่ 1760 เอาชนะจักรพรรดิแดง (ฟรี)

ตอนที่ 1760 เอาชนะจักรพรรดิแดง (ฟรี)


ตอนที่ 1760 เอาชนะจักรพรรดิแดง

สีหน้าของจื่อเปี่ยวหนู่นั้นดูแย่ลง ศักดิ์ศรีของจักรพรรดิเทพนั้นไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าอาจารย์และศิษย์ ยิ่งไปกว่านั้นลูกสาวที่อกตัญญูของเขาก็ยังไม่เข้าข้างเขา การที่เห็นลูกสาวไม่สนใจและรังเกียจเขาทำให้อดที่จะรู้สึกแย่ไม่ได้ “นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องมายุ่ง” เขามองดูลู่โจวกล่าว

“เรื่องของเจ้าทำให้ศิษย์สองคนของข้าต้องเสียเวลา พวกเขาทำความเข้าใจเต๋าที่ยิ่งใหญ่ได้ล่าช้า แล้วมันจะไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะต้องมายุ่งได้ยังไงกัน?” ลู่โจวกล่าว

จื่อเปี่ยวหนู่ที่พูดไม่ออกใช้ความคิด ‘มีบางอย่างผิดปกติ’ “ในอดีตมีหลายคนที่แย่งชิงผู้ที่ครอบครองเมล็ดพันธุ์แห่งความว่างเปล่า ข้ารับพวกเขามาอยู่ในการดูแล ข้าปกป้องพวกเขา ข้าได้ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อที่จะฝึกฝนพวกเขา ข้ายังได้มอบหัวใจชีวิตที่ข้ารักษามันไว้ในทะเลเพลิงทางใต้มาหลายปีให้กับพวกเขาอีกด้วย ท่านน่าจะรู้ว่าการที่จะฝึกฝนใครสักคนให้เป็นถึงเซียนเต๋าผู้ยิ่งใหญ่นั้นยากแค่ไหน? การที่พวกเขาจะต้องช่วยข้าถือเป็นเรื่องปกติ” เขาโต้แย้ง

“หมิงซี่หยิน ต้วนมู่เฉิง ปกติแล้วข้าปฏิบัติตัวต่อพวกเจ้ายังไง?” จื่อเปี่ยวหนู่ที่หันไปหาหมิงซี่หยินกับต้วนมู่เฉิงถาม

“นี่มัน...”

หมิงซี่หยินกับต้วนมู่เฉิงพูดไม่ออก

‘อย่าได้ลากพวกเรามาเกี่ยวข้องจะดีกว่า เป้าหมายที่ท่านมาที่นี่ก็คือการเกลี้ยกล่อมลูกสาวของท่านไม่ใช่เหรอไง?’ หมิงซี่หยินใช้ความคิด

“เจ้าบังคับพวกเขา เจ้ายังกล้าพูดอีกเหรอว่าเจ้ารับพวกเขามาอยู่ในการดูแล?” ลู่โจวกล่าว

“เจ้าเป็นอาจารย์ของพวกเขา ทำไมเจ้าถึงได้ไร้เหตุผลแบบนี้?” จื่อเปี่ยวหนู่กล่าว

“สิ่งที่ข้าพูดทั้งหมดนั้นไม่สมเหตุสมผลตรงไหน?”

“จักรพรรดิแดง ทำไมท่านต้องโกรธด้วย?” หมิงซี่หยินที่รีบพูดขึ้นขัดจังหวะเมื่อจื่อเปี่ยวหนู่ที่ไม่พอใจและคิดที่จะโต้แย้ง

“ช่างเถอะ ข้าไม่อยากจะเถียงกับพวกเจ้า” จื่อเปี่ยวหนู่กล่าว

“จื่อเปี่ยวหนู่ ตอนที่พวกเราอยู่ที่ดินแดนเมฆา ข้าเห็นแก่มิตรภาพ วันนี้ข้าต้องการที่จะพาพวกเขาไป เจ้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า?” ลู่โจวถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

‘ทำไมคนๆ นี้ถึงได้ไร้เหตุผลแบบนี้นะ?’ จื่อเปี่ยวหนู่ที่ขมวดคิ้วใช้ความคิด

องค์หญิงหม่อนกำลังเฝ้าดูอยู่ จื่อเปี่ยวหนู่จะไม่สนใจภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตัวเองได้ยังไง? “เจ้าเอาชนะข้าไม่ได้” เขากล่าว

จื่อเปี่ยวหนู่เป็นถึงจักรพรรดิเทพ สิ่งมีชีวิตสูงสุดจะไปเทียบกับเขาได้ยังไง? มีสิ่งมีชีวิตสูงสุดมากมาย แต่มีกี่คนกัน? ที่มีชื่อเสียงและสถานะเหมือนกับสี่จักรพรรดิแห่งดินแดนที่สาบสูญ

“แต่บังเอิญข้ามีพลังพอที่จะทำแบบนั้น”

“???”

จื่อเปี่ยวหนู่ที่หายตัวไปปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งข้างๆ ลู่โจว เขาคิดที่จะตรวจสอบพลังฝึกฝนของลู่โจว แต่น่าเสียดาย ก่อนที่พลังลมปราณของเขาจะสัมผัสกับลู่โจว วิญญาณมังกรโบราณในเสื้อคลุมลายมังกรศักดิ์สิทธิ์ของลู่โจวก็ได้ปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

“บนโลกใบนี้มีเพียงแค่สองคนเท่านั้น ที่สามารถเอาชนะข้าได้ หนึ่งในนั้นก็คือหมิงซิน และอีกคนหนึ่งก็คือผู้มีมลทิน เจ้าแน่ใจนะว่าอยากจะต่อต้านข้า?” จื่อเปี่ยวหนู่ที่จ้องมองลู่โจวกล่าว

“อย่างน้อยเจ้าก็ยังรู้จักตัวเอง” ลู่โจวที่พยักหน้ากล่าว

จื่อเปี่ยวหนู่ได้ออกจากดินแดนเมฆาทันทีที่การแข่งขันแม่ทัพสิ้นสุดลง เขาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรือข่าวลือต่างๆ ในดินแดนแห่งความว่างเปล่า เขารีบมาที่นี่ก็เพราะว่าเขากังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกสาว

“หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ เจ้าก็พาพวกเขาไป” จื่อเปี่ยวหนู่ที่ได้ยินคำพูดของลู่โจวรู้สึกโกรธเล็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

ความจริงแล้วคำพูดพวกนี้ไม่จำเป็น ผู้ชนะคือราชา ผู้ชนะได้ครอบครองทุกอย่าง มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

“ย่อมได้” ลู่โจวที่กล่าวปลดปล่อยพลังแห่งเจตนารมณ์ออกมา

“โฮรก!”

วิญญาณมังกรโบราณบินออกมาจากเสื้อคลุมลายมังกรศักดิ์สิทธิ์ มันบินวนอยู่บนฟ้าหลายรอบ

“สิ่งมีชีวิตโบราณ? เป็นวิธีการที่ดีนี่” จื่อเปี่ยวหนู่ที่เงยหน้าขึ้นมองดูกล่าวอย่างตกใจ

จื่อเปี่ยวหนู่ที่เปิดใช้งานพลังป้องกันแสดงพลังอวตารที่สวมเสื้อคลุมเต๋าและจานแสงสว่างออกมา มันกำลังสกัดกั้นพลังแห่งเจตนารมณ์ของลู่โจว

ลู่โจวไม่ได้ใช้พลังงานจากภาพวาดผู้มีมลทิน เขาอยากจะรู้ว่าเขาจะสามารถต่อสู้กับจื่อเปี่ยวหนู่ด้วยพลังของตัวเองได้รึเปล่า?

พลังอวตารสีน้ำเงินที่ถือดาบปรากฏขึ้น มันยืนอย่างภาคภูมิอยู่กลางอากาศ มันโบกอาวุธนิรนาม ดาบพลังงานมากมายพุ่งออกไป

“สีน้ำเงิน?” จื่อเปี่ยวหนู่ที่เห็นพลังอวตารสีน้ำเงินถือดาบอุทานอย่างประหลาดใจ

“เห็นรึเปล่า? ข้าบอกแล้ว” หมิงซี่หยินที่บินกลับไปหายืนอยู่ข้างๆ ต้วนมู่เฉิงกล่าว

ต้วนมู่เฉิงตกตะลึง

แม้แต่องค์หญิงหม่อนที่กำลังเฝ้าดูอยู่ก็ยังคงตกใจ

ปัง! ปัง! ปัง!

ดาบพลังงานปรากฏขึ้นในมือของจื่อเปี่ยวหนู่ เขาใช้มันปัดป้องดาบพลังงานก่อนจะโจมตีพลังอวตารสีน้ำเงิน

พลังอวตารสีน้ำเงินใช้ดาบป้องกันการโจมตีจากดาบของจื่อเปี่ยวหนู่

ปัง!

“ว่องไวมาก” จื่อเปี่ยวหนู่ที่เห็นการเคลื่อนไหวตกใจ “เส้นทางการฝึกฝนของผู้มีมลทินงั้นเหรอ?” เขาตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสายฟ้าที่เปล่งประกายอยู่บนร่างกายของพลังอวตารสีน้ำเงิน

“ฝ่ามือไร้ความกลัว!”

ลู่โจวที่โจมตีด้วยฝ่ามือจากด้านบน

ผนึกฝ่ามือสีฟ้าฉีกมิติ

“จานแสงสว่าง!” จื่อเปี่ยวหนู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

ตูม!

จานแสงสว่างที่ขยายตัวบนฟ้าเหมือนกับดวงจันทร์

แรงกระแทกจากการปะทะกันแพร่กระจายไปไกลหลายพันลี้ เสาหลักแห่งหายนะจีหมิงที่ตอนนี้กำลังจะพังทลายลงพังทลายลงในทันที

หมิงซี่หยิน ต้วนมู่เฉิง และองค์หญิงหม่อน มองดูด้วยความกังวล พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองดูท้องฟ้าโดยสัญชาตญาณ

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเสาหลักพังทลายลง ทำให้หมอกดำบนท้องฟ้าค่อยๆ จางหายไป

สัตว์อสูรบางตัวบินอยู่บนท้องฟ้าที่มืดมิด แต่มันมืดเกินไป พวกเขามองไม่เห็นว่าสัตว์อสูรพวกนั้นเป็นตัวอะไร

จื่อเปี่ยวหนู่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เขาใช้จานแสงสว่างอีกสองอัน ตอนนี้เขามีจานแสงสว่างสามอัน

จานแสงสว่างที่แข็งแกร่งกว่าแอสโตรแลบพุ่งเข้าหาลู่โจว

ลู่โจวที่หยิบอาวุธนิรนามในรูปแบบโล่ขึ้นมาป้องกันตัวเอง

ตูม!

แรงกระแทกจากการปะทะกันทำลายท้องฟ้าและผืนดินที่มืดมิด ท้องฟ้าที่มืดมิดสว่างไสวในตอนที่อาวุธนิรนามปะทะกับจานแสงสว่าง

ลู่โจวที่กระเด็นถอยหลังไปเพราะแรงกระแทกอันมหาศาล

หมิงซี่หยิน ต้วนมู่เฉิง และองค์หญิงหม่อน ตกตะลึง

“หากเจ้ามีดีแค่นี้ เจ้าคงจะเอาชนะข้าไม่ได้หรอก” จื่อเปี่ยวหนู่กล่าวอย่างเสียงดัง

“จะใจร้อนไปหน่อยรึเปล่า? ข้าใช้พลังไปแค่หนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น” ลู่โจวตอบกลับอย่างใจเย็น

“หืม?”

จื่อเปี่ยวหนู่ไม่กล้าประมาท จานแสงสว่างที่สี่เบ่งบานบนท้องฟ้า มันปกคลุมโลก

พลังอวตารสีน้ำเงินของลู่โจวไม่ใช่พลังอวตารของสิ่งมีชีวิตสูงสุด มันไม่มีแม้แต่จานแสงสว่าง เขาเลือกที่จะสลายมันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้

“สลาย?” จื่อเปี่ยวหนู่กล่าวอย่างตกตะลึงอีกครั้ง

พลังอวตารสีน้ำเงินปรากฏขึ้นอีกครั้งหลังจากที่จานแสงสว่างโจมตีที่ว่างเปล่า

“ฝ่ามือไร้ที่ติ”

ผนึกฝ่ามือที่ตอนนี้มีพลังเต๋าแห่งสวรรค์ที่ถึงขีดสุดของลู่โจวมาถึงข้างหน้าจื่อเปี่ยวหนู่ในพริบตา

ตูม!

จื่อเปี่ยวหนู่ที่รีบเก็บจานแสงสว่างทั้งสี่อันกลับไปร่อนลงมา

ลู่โจวที่พุ่งลงมาโจมตีด้วยฝ่ามือ

พลังอวตารของลู่โจวเคลื่อนไหวตาม ตอนนี้พวกเขาทั้งสองเหมือนกับเป็นหนึ่งเดียวกัน

“ละทิ้งสติปัญญา!”

พลังเต๋าแห่งสวรรค์ที่ถึงขีดสุดทำให้ตัวอักษรบนผนึกฝ่ามือดูน่าสะดุดตาเป็นพิเศษ สายฟ้าสีฟ้ารอบๆ ทำให้มันดูเหมือนกับกำลังลุกไหม้ด้วยไฟนรก

“ข้าไม่คิดเลยว่าคนที่ไม่ได้เป็นถึงสิ่งมีชีวิตสูงสุดจะมีพลังแบบนี้ได้” จื่อเปี่ยวหนู่ที่มองดูทุกอย่างพูดด้วยความประหลาดใจ

พลังอวตารที่เปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้าที่มืดมิดนั้นดูน่าสะดุดตามาก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่พลังอวตารของสิ่งมีชีวิตสูงสุดก็ตาม แต่มันก็มีพลังที่ไม่ต่างกัน

“จานแสงสว่างหกอัน!” จื่อเปี่ยวหนู่ที่ยกมือขึ้นกล่าว จานแสงสว่างหกอันพุ่งออกไป พลังจากกฎในจานแสงสว่างนั้นแข็งแกร่งกว่าเดิม

ลู่โจวที่ถืออาวุธนิรนามแสดงแอสโตรแลบออกมา

แอสโตรแลบที่ใหญ่มากปกคลุมท้องฟ้าที่มืดมิด

ตูม!

ลู่โจวกับจื่อเปี่ยวหนู่บินขึ้นไป พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองบินสูงแค่ไหนแล้ว แต่ตอนนี้พลังงานรอบตัวนั้นค่อนข้างเบาบาง

“ตอนนี้ยอมแพ้ก็ยังไม่สาย ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า” จื่อเปี่ยวหนู่ที่จ้องมองลู่โจวกล่าว

‘พลังอวตารสีน้ำเงินสามารถต้านทานจานแสงสว่างหกอันได้ พอใจแล้วล่ะ’ ลู่โจวใช้ความคิด ‘เพราะยังไงซะมันก็มีพลังผังก่อเกิดแค่ 33 ผัง มันไม่ใช่พลังอวตารของสิ่งมีชีวิตสูงสุด’

“ยอมแพ้ซะเถอะ! หากข้าใช้พลังอีกหนึ่งในสิบส่วนเจ้าจะต้องบาดเจ็บสาหัสแน่ มันคุ้มค่าจริงๆ งั้นเหรอ?” จื่อเปี่ยวหนู่ที่กล่าวอีกครั้งโดยที่ไม่ได้รอคำตอบจากลู่โจว

“ข้าใช้พลังไปแค่สามในสิบส่วนเท่านั้น เจ้ามัน...อวดดีเกินไปแล้ว” ลู่โจวที่กล่าว ดวงตาของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้า

พลังลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่างกายของลู่โจว สายฟ้ามากมายปรากฏตัวขึ้น พวกมันส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ

อาวุธนิรนามและแอสโตรแลบขยายตัวขึ้นหลายเท่า

พลังของผู้มีมลทิน!

“หืม?”

จื่อเปี่ยวหนู่ที่ตกใจรีบแสดงจานแสงสว่างที่เจ็ดออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของลู่โจว

“สายไปแล้ว!”

ตูม!

พลังงานที่ค่อนข้างรุนแรงทำลายทุกอย่างบนท้องฟ้า

“ท่านอาจารย์ยังแข็งแกร่งเหมือนกับในอดีต!” หมิงซี่หยินที่มองดูจื่อเปี่ยวหนู่ที่ตอนนี้กำลังร่วงลงไปที่พื้นเพราะพลังงานอันทรงพลังพูดอย่างชื่นชม จื่อเปี่ยวหนู่ที่รู้สึกเหมือนกับว่าจานแสงสว่างของเขากำลังจะถูกทำลายรีบเก็บมันกลับไป เขาเสริมสร้างพลังป้องกันโดยสัญชาตญาณ

จื่อเปี่ยวหนู่ที่หยุดร่วงเมื่ออยู่ห่างจากพื้น 1,000 ฟุต มองดูท้องฟ้า “เป็นเขาจริงๆ ด้วย” เขากล่าวอย่างตกใจ

น้ำเสียงของจื่อเปี่ยวหนู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจและความสิ้นหวัง เขากำหมัดแน่น เส้นเลือดบนแขนปูดโปน เขารู้สึกเสียวซ่าที่วิญญาณ จุดพลังลมปราณหลักของเขาปั่นป่วนเพียงเพราะการโจมตีเมื่อครู่นี้ หากเขายังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร? เขาก็คงจะต้องเป็นจักรพรรดิเทพมาโดยเปล่าประโยชน์แน่

“ตอนนี้เจ้ารู้แล้วสินะ?” ลู่โจวที่มองลงมาถามอย่างไม่ใส่ใจ

“จนถึงตอนนี้ ข้าเพิ่งจะมั่นใจ” จื่อเปี่ยวหนู่ตอบ

“จะยอมแพ้รึยัง?” ลู่โจวถาม

“หากท่านบอกข้าตั้งแต่แรกว่าท่านเป็นใคร ข้าคงจะยอมแพ้ไปแล้ว ทำไมท่านต้องทำแบบนี้ด้วย? ท่านกำลังเล่นกับข้างั้นเหรอ?” จื่อเปี่ยวหนู่ที่ตอนนี้ไม่ได้หยิ่งผยองเหมือนกับเมื่อก่อนก้มหน้าลงถอนหายใจตอบกลับ

“ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า ข้าจะพาทั้งสองคนไป เจ้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า?” ลู่โจวกล่าว

“...”

จื่อเปี่ยวหนู่มองดูหมิงซี่หยินกับต้วนมู่เฉิงด้วยความไม่เต็มใจ

“ดินแดนแห่งความว่างเปล่าจะต้องล่มสลายลง ต่อให้ข้าจะทิ้งพวกเขาไว้กับเจ้า เจ้าก็ยังไม่สามารถกลับไปยังดินแดนแห่งความว่างเปล่าได้” ลู่โจวกล่าว

“มันจะล่มสลายลงจริงๆ งั้นเหรอ?”

“เจ้าเป็นถึงจักรพรรดิเทพ เจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้มานานแล้ว การที่เจ้าจะหลอกตัวเองต่อไปเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ เหมือนที่ข้าได้บอกไป หลิงเว่ยหยางได้ออกจากดินแดนแห่งความว่างเปล่าทันทีที่การแข่งขันแม่ทัพสิ้นสุดลง ไป๋เจาจุ้ยก็กลับไปยังอาณาจักรที่สาบสูญแล้ว” ลู่โจวกล่าว

‘หากข้าไม่สามารถกลับไปยังดินแดนแห่งความว่างเปล่าได้ การที่ข้าจะเก็บผู้ที่ครอบครองเมล็ดพันธุ์แห่งความว่างเปล่าเอาไว้ข้างๆ ตัวมันจะมีประโยชน์อะไร? การที่ข้าจะสร้างดินแดนแห่งความสมดุลในดินแดนแห่งความว่างเปล่าจะเป็นไปได้ยังไงกัน? ในเมื่อมันกำลังจะพังทลายลง’ จื่อเปี่ยวหนู่ที่ตอนนี้อยู่ในภวังค์ใช้ความคิด

“พวกเจ้าไปเถอะ” จื่อเปี่ยวหนู่ที่ดูค่อนข้างโดดเดี่ยวถอนหายใจโบกมือกล่าว

“ขอบคุณฝ่าบาทที่ฝึกฝนพวกเรามา 100 ปี” หมิงซี่หยินกับต้วนมู่เฉิงที่ยินดีเป็นอย่างมากโค้งคำนับจื่อเปี่ยวหนู่พร้อมเพรียงกัน

“องค์หญิงหม่อน” ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นพยักหน้าหันไปทางด้านข้างกล่าว

“ทะ...ท่านเรียกข้า?” องค์หญิงหม่อนที่ค่อนข้างประหม่ากล่าว

“กำแพงน้ำแข็งของเจ้าไม่อาจหยุดยั้งการล่มสลายของดินแดนแห่งความว่างเปล่าได้ หากเจ้ายังอยู่ที่นี่ เจ้าจะต้องกลายเป็นเนื้อบดแน่” ลู่โจวกล่าว

“มัน...มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” องค์หญิงหม่อนที่ปิดหน้ากล่าวอย่างหวาดกลัว นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด

“ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่เจ้ากลายเป็นเนื้อบดแล้ว ร่างกายของเจ้าจะเน่าเปื่อย แม้แต่หมามันก็ยังรังเกียจเจ้า!” หมิงซี่หยินกล่าวเสริม

จื่อเปี่ยวหนู่: “?”

“ถ้างั้น...ถ้างั้นข้าควรจะต้องทำยังไงดี?” องค์หญิงหม่อนที่ตัวสั่นกล่าว

“ข้าแนะนำให้เจ้าออกจากดินแดนที่ไม่รู้จัก” ลู่โจวกล่าว

องค์หญิงหม่อนมองดูลู่โจวที่ตอนนี้เปล่งประกายแสงสีฟ้า ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่?

‘ครั้งนี้ลูกสาวของข้าดูเหมือนกับว่าจะไม่ต่อต้านการจากไปมากนัก’ จื่อเปี่ยวหนู่ที่หัวใจเต้นแรงใช้ความคิด ‘ยังมีหวังอยู่’

“ท่านเป็นผู้มีมลทินจริงๆ งั้นเหรอ?” องค์หญิงหม่อนถาม

“คนพวกนั้นชอบเรียกข้าว่าผู้มีมลทิน ข้าก็เลยเป็นผู้มีมลทิน” ลู่โจวที่ยิ้มตอบกลับ

“ตกลง ข้าจะออกจากดินแดนที่ไม่รู้จัก แต่ข้ากลับไปที่ภูเขาลึกลับได้รึเปล่า? ตอนที่ข้ายังเด็ก ข้าเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับท่านบ่อยๆ! ข้าอยากจะเป็นเพื่อนบ้านกับท่าน” องค์หญิงหม่อนที่เบิกตากว้างด้วยความอยากรู้อยากเห็นถามลู่โจวกลับ

จบบทที่ ตอนที่ 1760 เอาชนะจักรพรรดิแดง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว