เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 360 ทำให้สองคนคลั่งไคล้มากขึ้น

บทที่ 360 ทำให้สองคนคลั่งไคล้มากขึ้น

บทที่ 360 ทำให้สองคนคลั่งไคล้มากขึ้น


เมื่อฉือเฟยฉือเดินออกมาหลังจากล้างมือ สาวใช้ก็ชงกาแฟมาเสิร์ฟเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเดินตรงไปที่ห้องอาหาร นั่งจิบกาแฟรออย่างสบายอารมณ์

ผ่านไปไม่นาน ทั้งสามคนที่เดินขึ้นไปชั้นบนก็เดินออกจากห้องพักมาเจอกันตรงบันได พวกเขาสบตากันแวบหนึ่งก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมกัน

โซดะ อิคุมิถอนหายใจ "ก็แค่ไปเช็กดูให้แน่ใจ ไม่เห็นจะเสียเวลาอะไรเท่าไหร่เลยแฮะ"

"ใช่ครับ แต่ในห้องที่จัดไว้ให้ผม ผมดันไปเจอของอันตรายซุกอยู่ใต้หมอนน่ะสิครับ" ฮาคุบะ ซางุรุเอ่ยขึ้น

"ช่างบังเอิญจังเลยนะ" โซดะ อิคุมิพูดกลั้วหัวเราะ "ฉันเองก็เจอเหมือนกันค่ะ ดูเหมือนเจ้าภาพจะใจดีเตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้เข่นฆ่ากันเองไว้ให้พวกเราพร้อมสรรพเลยล่ะ"

"เอ่อ..." สาวใช้ อิชิฮาระ อากิ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวาดๆ "มีของอันตรายซ่อนอยู่ในห้องงั้นเหรอคะ?"

"อ้อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" โซดะ อิคุมิกวาดสายตามองไปรอบๆ "แล้วคุณฉือล่ะคะ?"

"อยู่ที่ห้องอาหารค่ะ" สาวใช้ตอบ

...

ภายในห้องอาหาร ศพของโอกามิ ชูคุเซน ร่างของหุ่นจำลอง และส่วนหัวที่ยังคงมีเครื่องบันทึกเสียงเชื่อมต่ออยู่ ทั้งหมดนั้นยังคงนอนระเกะระกะอยู่บนพื้น

บนโต๊ะอาหารมีถาดวางเหยือกกาแฟและถ้วยกาแฟจัดเตรียมไว้พร้อม

ที่ข้างโต๊ะ ชายหนุ่มในชุดดำนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ พลางยกกาแฟขึ้นจิบด้วยท่าทางสงบนิ่ง

เมื่อโคนันและอีกสองคนเดินมาถึงหน้าประตูห้องอาหาร และได้เห็นภาพตรงหน้า พวกเขาก็ถึงกับพูดไม่ออกไปตามๆ กัน

แต่ในฐานะนักสืบ การต้องมาเห็นใครสักคนนั่งจิบกาแฟอยู่ข้างๆ ศพมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรนักหรอก เพียงแต่ออร่าความผ่อนคลายสบายอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวฉือเฟยฉือ มันช่างดูขัดกับบรรยากาศอันน่าสยดสยองของห้องนี้ซะจนทำให้พวกเขาต้องยืนอึ้งไปชั่วขณะ...

"ดูเหมือนพวกเราควรจะหาอะไรมาคลุมศพของคุณโอกามิสักหน่อยนะ" ฮาคุบะ ซางุรุเอ่ยขึ้น พลางเดินเข้าไปหาฉือเฟยฉือแล้วดึงเก้าอี้มาทรุดตัวลงนั่ง

"ก็จริงนะคะ" โซดะ อิคุมิก้าวเดินไปรินกาแฟ ก่อนจะหันไปถามโคนัน "หนุ่มน้อย รับสักถ้วยไหมจะ จะได้แก้เซ็ง?"

"ครับ!" โคนันพยักหน้ารับ และเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้อีกฝั่งของฉือเฟยฉืออย่างรู้หน้าที่

"พวกคุณล้างมือกันหรือยังครับ?" ฉือเฟยฉือเอ่ยถาม

"เรียบร้อยแล้วค่ะ" โซดะ อิคุมิตอบ

"ผมล้างตั้งแต่อยู่ข้างบนแล้วล่ะครับ" ฮาคุบะ ซางุรุหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา "นี่ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะกลับมากันหรือยัง ผมชักอยากจะลองเอาคำตอบนั้นไปใช้ดูแล้วสิครับ"

คำตอบที่เขาหมายถึงก็คือปริศนาที่ซ่อนอยู่ในรหัสลับนั่นเอง

"ไม่เอาน่าๆ" โซดะ อิคุมิยื่นถ้วยกาแฟที่รินเสร็จแล้วให้โคนันพร้อมกับรอยยิ้ม "พวกเราต้องรอให้ตัวละครเอกของฉากนี้ปรากฏตัวพร้อมหน้าพร้อมตากันก่อนสิคะ"

เมื่อเห็นว่าทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ สาวใช้ก็เดินตามเข้ามาในห้องอาหาร หล่อนยืนแอบอยู่ตรงมุมห้อง พลางแอบเหงื่อตกในใจกับท่าทีทองไม่รู้ร้อนของพวกนักสืบเหล่านี้

บางที พวกนักสืบนี่คงไม่ใช่คนปกติธรรมดาๆ กันจริงๆ นั่นแหละ...

ในช่วงเวลาที่เหลือ ฮาคุบะ ซางุรุ โซดะ อิคุมิ และโคนัน ต่างก็ไม่มีอะไรทำ นอกเสียจากการนั่งจิบกาแฟเป็นเพื่อนฉือเฟยฉือ เพื่อรอคอยให้กลุ่มคนที่เดินทางไปสำรวจสะพานแขวนกลับมา

เมื่อเห็นทั้งสามคนนั่งเบื่อ ยกกาแฟดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า สาวใช้จึงขอตัวหลบฉากกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อชงกาแฟมาเพิ่มให้

หลังจากนั่งกร่อยกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดโมกิ ฮารุฟุมิ และ 'โมริ โคโกโร่' ก็เดินทางกลับมา พร้อมกับหอบเอาข่าวใหญ่ติดมือมาด้วย

"อะไรนะ?!" โซดะ อิคุมิอุทานด้วยความตกใจ "คุณพี่เซ็นมะเสียชีวิตแล้วงั้นเหรอ?"

คนสองคนร่วมมือกันวางแผนลวงให้กลุ่มนักสืบมาติดกับ คนหนึ่งลงมือฆ่าอีกคน แล้วจากนั้นตัวเองก็ดันมาตายตามไปซะงั้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? คิดจะใช้ชีวิตของตัวเองมาท้าทายพวกเขางั้นเหรอ?

ฮาคุบะ ซางุรุแอบประหลาดใจเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันควันว่า เซ็นมะ คาซึโยะยังต้องการให้พวกเขาสืบหาคำตอบจากรหัสลับนั่นอยู่ หล่อนไม่มีทางยอมมาตายง่ายๆ แบบนี้แน่ๆ เพราะฉะนั้น...

โซดะ อิคุมิเองก็ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ได้เช่นกัน หล่อนจึงหลุบตาลงต่ำ

วางแผนแกล้งตายเพื่อแฝงตัวเข้าไปซ่อนอยู่ในเงามืด และคอยจับตาดูทุกฝีก้าวของพวกเราสินะ...

"อืม..." โมกิ ฮารุฟุมิเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "รถคันนั้นโดนตุกติกน่ะ ทันทีที่เปิดไฟหน้ารถ รถก็ระเบิดบึ้มขึ้นมาทันทีเลย..."

ฮาคุบะ ซางุรุและโซดะ อิคุมิหันมาสบตากันแวบหนึ่ง

โซดะ อิคุมิหันไปส่งยิ้มให้โมกิ ฮารุฟุมิ "คุณโมกิคะ..."

"คุณโมริคร้าบ~" ฮาคุบะ ซางุรุก็ส่งยิ้มให้ 'โมริ โคโกโร่' เช่นกัน

โมกิ ฮารุฟุมิ: "..."

คุโรบะ ไคโตะ: "..."

เฮ้ยๆ...

ทำไมสองคนนี้ถึงได้ทำหน้าตาเหมือนกำลังวางแผนชั่วร้ายอยู่แบบนั้นล่ะน่ะ?

มันพิลึกกึกกือเกินไปแล้วนะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นตอนที่คนพวกนี้อุดอู้อยู่แต่ในคฤหาสน์หรือเปล่าเนี่ย?

โคนันเข้าใจความหมายเบื้องหลังรอยยิ้มเหล่านั้นในทันที เขาแอบหัวเราะคิกคักอยู่ในใจ

โดนสปอยล์คำตอบจนอดใช้สมองไขคดีเอง คนพวกนี้ก็เลยกะจะลากอีกสองคนที่เหลือให้หมดสนุกตามไปด้วยงั้นสิ?

แต่จะว่าไป รอยยิ้มของพวกเขามันแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตมากเกินไปหรือเปล่านะ? ดูๆ ไปแล้วเหมือนพวกซาดิสต์ไม่มีผิดเลยแฮะ

ยินดีด้วยนะพี่ฉือเฟยฉือ พี่เพิ่งจะปั่นหัวคนให้บ้าเพิ่มขึ้นมาได้อีกสองคนแล้วล่ะ

พอลองมานั่งคิดดู ตัวเขาเองต้องทนใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงาความน่ากลัวของฉือเฟยฉือมาตั้งนานนม มีอาการจิตตกวิกฤตไปแค่ครั้งสองครั้งเอง แถมสภาพจิตใจในตอนนี้ก็ยังปกติดีอยู่ เรียกได้ว่าเขาอึดถึกทนสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง!

"ทริกที่คนร้ายใช้ก็คือ..." ฮาคุบะ ซางุรุเปิดฉากสปอยล์เนื้อหาทันทีอย่างไร้ความปรานีและตรงไปตรงมา

พอฮาคุบะ ซางุรุพูดจบ โดยไม่ปล่อยให้อีกสองคนได้มีโอกาสอ้าปากทักท้วง โซดะ อิคุมิก็รีบสปอยล์ต่อทันควัน "เพราะฉะนั้น ตัวคนร้ายก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก..."

เมื่อเห็นทั้งสองคนสนุกสนานกับการแกล้งคนอื่นขนาดนี้ โคนันก็รู้สึกว่ามันถึงเวลาที่เขาต้องระบายความอัดอั้นตันใจของตัวเองออกมาบ้างแล้วล่ะ "ส่วนรหัสลับข้อนี้น่ะ คำตอบก็คือ..."

หลังจากที่โคนันเฉลยจนเสร็จสรรพ ฮาคุบะ ซางุรุก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบสำทับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "อ้อ พี่เฟยฉือส่งอีกาไปแจ้งตำรวจให้มาช่วยพวกเราเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"

นั่นก็หมายความว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่งกังวลเรื่องวิธีหนีออกไปจากที่นี่เลยสักนิดงั้นเหรอ?

โมกิ ฮารุฟุมิเอื้อมมือจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบตามสัญชาตญาณ แต่มือของเขากลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เขาเกือบจะลืมไปเลยว่าตัวเองยังไม่ได้ล้างมือ เขาจึงเก็บซองบุหรี่เข้ากระเป๋าด้วยความหงุดหงิด "นี่พวกเธอ ฉันว่ามันจะเกินไปหน่อยแล้วมั้ง? ฉันกับคุณโมริอุตส่าห์ยอมเหนื่อยเดินทางไปสำรวจสะพานแขวน ต่อให้พวกเธอจะเจอเบาะแสอะไรเข้า อย่างน้อยก็ช่วยรอให้พวกเรากลับมาสรุปสถานการณ์ตรงนี้ก่อนสิ แล้วค่อยมาช่วยกันวิเคราะห์และพิสูจน์ข้อสันนิษฐานพร้อมๆ กัน..."

"แหม ต้องขอโทษด้วยนะคะ" โซดะ อิคุมิยิ้มบางๆ พลางเหลือบมองฉือเฟยฉือแวบหนึ่ง "ก็คุณฉือนั่นแหละค่ะที่เป็นคนโพล่งคำตอบออกมาตรงๆ สปอยล์พวกเราซะหมดเปลือกตั้งแต่แรก ฉันก็เลยแค่รู้สึกว่าต้องลากพวกคุณสองคนมาหมดสนุกเป็นเพื่อนกันก็เท่านั้นเองค่ะ"

"โอ้?" โมกิ ฮารุฟุมิหันขวับไปจ้องฉือเฟยฉือทันที เขามองว่าหมอนี่แหละคือตัวทำลายกฎเหล็กที่รู้กันเฉพาะในแวดวงนักสืบจนย่อยยับ

ฉือเฟยฉือเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ถ้าผมไม่ชิงบอกไปก่อน พวกคุณก็คงจะคิดว่าผม ฮาคุบะ แล้วก็โคนัน กำลังสงสัยว่าพวกคุณคือคนร้ายน่ะสิครับ"

โซดะ อิคุมิ: "..."

มันก็จริงอย่างที่หมอนี่พูดแฮะ...

หล่อนเริ่มจะนึกเสียใจขึ้นมาตงิดๆ แล้วล่ะ ที่ตอนนั้นดันเกิดอยากรู้อยากเห็นว่าฉือเฟยฉือไปเจออะไรเข้า จนสุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นของหล่อนก็ถูกดับสิ้นไม่เหลือชิ้นดีแบบนี้

"แต่ทว่า ปัญหาในตอนนี้ก็คือ" แววตาของฮาคุบะ ซางุรุเริ่มจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง "คุณพี่เซ็นมะแกล้งตายแล้วแอบไปซ่อนตัวอยู่แบบนี้ พวกเราควรจะนั่งรอให้ตำรวจมาถึงแล้วค่อยเริ่มค้นหา หรือว่า..."

"ล่อหล่อนให้ออกมาเองเลยดีกว่าครับ" โมกิ ฮารุฟุมิมองไปที่นาฬิกาในห้องอาหาร "พวกเราก็มีเหยื่อล่อชั้นดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?"

"แล้วใครจะเป็นคนรับหน้าที่ตกเบ็ดล่ะครับ?" ฮาคุบะ ซางุรุกวาดสายตามองทุกคนในห้อง "ไม่มีใครรับประกันได้หรอกนะครับว่าคุณพี่เซ็นมะจะลงมือทำร้ายทุกคนหรือเปล่าหลังจากที่หล่อนรู้คำตอบแล้ว โดยเฉพาะถ้าเราต้องการจะล่อหล่อนให้ออกมา คนคนนั้นก็ต้องยอมทำอะไรบางอย่างเพื่อให้หล่อนร้อนรนจนทนไม่ไหว แถมยังต้องเผชิญหน้ากับหล่อนตรงๆ อีก เพราะงั้น คนที่รับหน้าที่เป็นเหยื่อล่อจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดเลยนะครับ..."

ฉือเฟยฉืออดไม่ได้ที่จะปรายตามองไปทางโคนัน

โคนันสัมผัสได้ถึงสายตาอันหนาวเหน็บที่จับจ้องมา เขาเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยสีหน้าเอือมระอา "ทำไมพี่ต้องชอบส่งผมไปเป็นเหยื่อล่อคนร้ายอยู่เรื่อยเลยฮะ?"

"โอ้?" ฮาคุบะ ซางุรุแอบประหลาดใจเล็กน้อย "พี่เฟยฉือชอบส่งเธอไปเป็นเหยื่อล่อคนร้ายบ่อยๆ งั้นเหรอครับ? โหดร้ายจังแฮะ"

"จะว่าไป ฉันเคยได้ยินมาว่าตอนที่จับตัวคนร้ายคดีกราดยิงตำรวจต่อเนื่องได้ ก็มีเด็กคนนึงคอยช่วยดึงความสนใจของคนร้ายไว้เหมือนกันนะ แล้วจากนั้นชายหนุ่มนัยน์ตาสีม่วงก็โผล่มาจู่โจมทีเผลอ" โซดะ อิคุมิเอ่ยแซวติดตลก "คุณฉือคะ การปล่อยให้เด็กตัวเล็กๆ ต้องไปเผชิญหน้ากับอาชญากรเนี่ย มันโหดร้ายทารุณเกินไปหน่อยมั้งคะ"

"เด็กช่วยทำให้คนร้ายลดความระแวดระวังลงได้ง่ายที่สุดครับ" ฉือเฟยฉือจ้องเขม็งไปที่โคนันด้วยสายตาเย็นชา

ตามโครงเรื่องดั้งเดิม มันก็เป็นหน้าที่ของโคนันอยู่แล้วที่จะต้องเป็นคนล่อคนร้ายออกมา แล้วไอ้เด็กนี่จะมาเล่นใหญ่อะไรตรงนี้กันฮะ?

โคนัน: "..."

เขาแอบระแวงว่าฉือเฟยฉือกกำลังใช้สายตาข่มขู่บังคับให้เขาตอบตกลงอยู่แน่ๆ

เขาอยากจะล้มโต๊ะแล้วประกาศกร้าวว่าเขาจะไม่ยอมเล่นตามเกมของฉือเฟยฉืออีกต่อไปแล้วจริงๆ เลย แต่ทว่า...

"ที่พี่เฟยฉือพูดมาก็มีเหตุผลนะครับ" ฮาคุบะ ซางุรุกล่าว "การเผชิญหน้ากับเด็กมันช่วยทำให้คนร้ายลดความระแวดระวังลงได้ง่ายจริงๆ นั่นแหละ เดี๋ยวพอโคนันคุงล่อคนร้ายมาถึงที่นี่ พวกเราก็แค่แอบซุ่มอยู่ข้างนอกประตู คอยระวังความปลอดภัยให้เขาก็สิ้นเรื่อง"

"เผลอๆ พวกเราอาจจะลองตะล่อมถามวิธีหนีออกไปจากที่นี่จากคุณพี่เซ็นมะได้ด้วยนะคะ" โซดะ อิคุมิเห็นดีเห็นงามด้วย

"ถ้าอย่างนั้น หนุ่มน้อย..." โมกิ ฮารุฟุมิหันไปมองโคนัน กะจะเอ่ยปากถามว่าโคนันมั่นใจไหม หรือรู้สึกหวาดกลัวหรือเปล่า อะไรทำนองนั้น...

"ผมรู้แล้วล่ะน่า!" โคนันพูดด้วยสีหน้าเอือมระอาขั้นสุด ไอ้คนพวกนี้ เมื่อกี้นี้ยังรุมประณามว่าฉือเฟยฉือโหดร้ายทารุณอยู่หยกๆ แต่พอมาตอนนี้กลับแท็กทีมมารุมกดขี่ข่มเหงเขาซะงั้น หน้าไม่อายกันจริงๆ โหดเหี้ยมยิ่งกว่าฉือเฟยฉือซะอีก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "จะให้ผมเป็นคนล่อหล่อนออกมามันก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ตราบใดที่พวกพี่ยังมีชีวิตอยู่ คุณพี่เซ็นมะก็ต้องระแวดระวังตัวแจแน่นอน เพราะงั้น ช่วยกรุณาทำตามบทละครที่หุ่นจำลองบอกไว้เถอะครับ พวกพี่ทุกคนช่วยแกล้งตายไปก่อนก็แล้วกัน"

"ฉากเข่นฆ่ากันเองงั้นเหรอ? แบบนั้นพวกเราคงต้องจัดการกับคุณอากิก่อนล่ะนะ หล่อนไม่ควรมาเห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าสยดสยองแบบนั้นหรอกค่ะ" โซดะ อิคุมิกล่าว ก่อนจะหันไปมองฉือเฟยฉือ "หลังจากนั้น เป้าหมายแรกของฉันก็คือคุณฉือค่ะ"

"ซวยหน่อยนะคร้าบ" ฮาคุบะ ซางุรุก็มองไปที่ฉือเฟยฉือด้วยเช่นกัน "ผมเองก็อยากจะกำจัดพี่เฟยฉือเป็นคนแรกเหมือนกันล่ะครับ"

โมกิ ฮารุฟุมิหัวเราะในลำคอ "ดูเหมือนทุกคนจะมีความคิดเห็นตรงกันเลยแฮะ ฉันเองก็อยากจะเลือกคุณฉือเป็นเป้าหมายเหมือนกัน สสรุปว่าเราจะร่วมมือกันรุมถล่มเขาดี หรือว่าจะต่างคนต่างใช้แผนของตัวเองดีล่ะ?"

โคนันหัวเราะแห้งๆ พลางเหลือบมองฉือเฟยฉือ ตอนนี้หมอนี่กลายเป็นศัตรูสาธารณะของเหล่านักสืบไปซะแล้วล่ะ

สีหน้าของฉือเฟยฉือยังคงไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขาซดกาแฟจนหมดแล้ววางถ้วยลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยเตือน "ต่างคนต่างใช้แผนของตัวเองไม่ได้หรอกครับ พวกคุณต้องเตรียมบทละครให้พร้อมสรรพก่อน สคริปต์มันจะได้ไม่มั่วซั่วพิลึกพิลั่น"

คนอื่นๆ: "..."

นี่หมอนี่จะรับมุกตลกหรือเล่นตามน้ำกับคนอื่นเขาบ้างไม่ได้เลยหรือไงฮะ?

อยู่ดีๆ ก็วกกลับมาคุยเรื่องจริงจังด้วยน้ำเสียงเย็นชาหน้าตายแบบนี้ มันดูไม่น่ารักเอาซะเลย...

ช่างเถอะ เล่นก็เล่นสิ

โซดะ อิคุมิ ฮาคุบะ ซางุรุ และโมกิ ฮารุฟุมิ เดินแยกตัวไปแอบเป่ายิ้งฉุบกันอยู่ข้างๆ เพื่อตัดสินว่าใครจะได้สิทธิ์ในการเป็นคน 'ฆ่า' ฉือเฟยฉือ

ส่วน 'โมริ โคโกโร่' หรือก็คือคุโรบะ ไคโตะ ไม่ว่าจะในฐานะตัวจริงหรือตัวปลอมก็ไม่เหมาะที่จะเข้าไปร่วมวงด้วยอยู่แล้ว เขาจึงทำได้เพียงยืนทำตัวเป็นมนุษย์ล่องหนอยู่ข้างๆ เท่านั้น

โคนันที่ต้องรับบทเป็นเด็กน้อยผู้ทำหน้าที่ล่อเซ็นมะ คาซึโยะออกมาในตอนจบ ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมสนุกด้วยเหมือนกัน ซึ่งมันก็แอบน่าเสียดายอยู่นิดหน่อยล่ะนะ

ความจริงแล้ว เขาต่างหากล่ะคือคนที่คู่ควรกับสิทธิ์ในการเป็นคนฆ่าฉือเฟยฉือมากที่สุด...

การเป่ายิ้งฉุบจบลงอย่างรวดเร็ว โซดะ อิคุมิชูมือที่เป็นรูป 'กรรไกร' ให้สหายศึกอีกสองคนดู ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ฉือเฟยฉือ "ฉันชนะค่ะคุณฉือ ฉันอนุญาตให้คุณจัดแจงบทละครการตายของตัวเองได้ตามใจชอบเลยค่ะ"

"น่าเสียดายจังนะครับ" ฮาคุบะ ซางุรุพูดปนรอยยิ้ม "อุตส่าห์เป็นคนพาพี่เฟยฉือมาแท้ๆ ผมควรจะได้เป็นคนส่งพี่เขาเดินทางไปปรโลกด้วยตัวเองซะหน่อย"

"คุณโซดะครับ" ฉือเฟยฉือหันไปพูดกับโซดะ อิคุมิ "เดี๋ยวผมจะไปจัดการกับคุณอากิเอง คุณก็หาโอกาสเดินตามมาละกัน อ้อ แล้วก็ช่วยส่งฮาคุบะไปทัวร์นรกด้วยนะครับ โดยใช้อ้างเหตุผลว่าเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดน่ะ"

รอยยิ้มบนใบหน้าของฮาคุบะ ซางุรุถึงกับแข็งค้างไปทันที

จากนั้นฉือเฟยฉือก็หันมาสบตากับฮาคุบะ ซางุรุ "มาด้วยกัน ก็ต้องไปด้วยกันสิครับ"

ฮาคุบะ ซางุรุ: "..."

คุโรบะ ไคโตะแอบหัวเราะคิกคักสะใจอยู่เงียบๆ ดูเหมือนฮาคุบะจะยังไม่รู้จักนิสัยใจคอของพี่เฟยฉือดีพอแฮะ ในฐานะคนที่ร่วมนั่งรถมาด้วยกันแท้ๆ แทนที่จะยืนอยู่เคียงข้างพี่เฟยฉือ ดันไปกระโดดโลดเต้นร่วมมือกับคนอื่นซะงั้น แบบนี้มันก็เข้าทางโดนพี่เฟยฉือเอาคืนแบบเจ็บแสบได้ง่ายๆ เลยน่ะสิ...

โมกิ ฮารุฟุมิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ 'โมริ โคโกโร่' "ถ้าอย่างนั้น ฉันกับคุณโมริมาร่วมมือกันดีกว่านะ เดินทางไปสำรวจสะพานแขวนด้วยกัน แล้วก็มรณภาพไปพร้อมๆ กันเลย เป็นไงครับ?"

คุโรบะ ไคโตะภายใต้ร่างของโมริ โคโกโร่ ย่อมไม่มีข้อคัดค้านอะไรอยู่แล้ว เขาพยักหน้ารับคำทันที "ถ้าอย่างนั้นก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ คุณโมกิ!"

โคนัน: "..."

ขนาดจะตาย ก็ยังต้องมาจับคู่แท็กทีมไปตายพร้อมกันอีกเรารนี่ยเนี่ยนะ?

ไอ้พวกตลกคาเฟ่พวกนี้! ทำเอาเขาจู่ๆ ก็แอบอยากจะร่วมวงเล่นละครน้ำเน่าแบบนี้ไปด้วยเลยแฮะ...

โซดะ อิคุมิแบมือทั้งสองข้างออกอย่างช่วยไม่ได้ "ดูเหมือนจะมีแค่ฉันคนเดียวสินะคะที่ต้องโดดเดี่ยวอ้างว้าง ถ้าอย่างนั้น เอาเป็นว่าเมื่อกี้นี้ฉันบังเอิญไปเจอกลไกอะไรบางอย่างเข้า หลังจากจัดการกับคุณฉือและคุณฮาคุบะเรียบร้อยแล้ว ฉันก็จะหาทางหนีเอาตัวรอดออกไปคนเดียวก็แล้วกันค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 360 ทำให้สองคนคลั่งไคล้มากขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว