เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 534 ผูกกรรม (ฟรี)

ตอนที่ 534 ผูกกรรม (ฟรี)

ตอนที่ 534 ผูกกรรม (ฟรี)


ตอนที่ 534 ผูกกรรม

ยามค่ำคืน

ใต้แสงดวงดาว ณ ลานเรือนหัวหน้าเผ่า ใต้ต้นไม้ต้นนั้น มีน้ำชาสะอาดวางอยู่หนึ่งกา

ผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเจียงหราน ก็คือเถียนโหยวฟาง ไม่สิ อาหนาน ผู้เพิ่งขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าตี๋

เจียงหรานรินชาหนึ่งถ้วย เลื่อนถ้วยไปตรงหน้าเขา

“รู้สึกอย่างไรบ้าง”

“ราวกับความฝัน”

อาหนานถอนหายใจ

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้กลับเผ่าตี๋ในเวลาเช่นนี้ ยิ่งไม่เคยคิดว่าจะได้ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่า”

“อดีตหัวหน้าเผ่ายอมรับความผิดทั้งหมดของตน …แล้วปลิดชีพตนเอง”

“เดิมทีข้าควรรู้สึกว่าได้ชำระแค้นแล้ว แต่ไม่รู้เหตุใด กลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด”

“ที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือหลังจากเขาตายไป ข้ากลับเริ่มเข้าใจในตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ”

“ไม่รู้ว่าวันหนึ่งในอนาคต ข้าจะกลายเป็นคนแบบนั้นหรือเปล่า”

เจียงหรานยกถ้วยชาขึ้น เป่ากลีบชาลอยผิวเบาๆ

“หมื่นขุนเขาก็มิได้ไร้สิ่งดีงาม ชานี้… ดีจริง”

“หากท่านชอบ ข้าจะส่งไปให้มากกว่านี้”

“ของดี ไม่ควรโลภมาก”

เจียงหรานยิ้ม ส่ายหน้าเล็กน้อย

“เขาเป็นคนมีความสามารถ มีความทะเยอทะยาน และรู้จักอดทน”

“แม้มีความเห็นแก่ตน แต่ก็ยังมีความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าเผ่า”

“สิ่งที่เขาทำ ข้าไม่อาจตัดสินได้”

“ความแค้นระหว่างเจ้าและเขา ก็ยิ่งไม่ใช่สิ่งที่คนนอกจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ ทุกอย่างล้วนต้องให้เจ้าตระหนักเอง”

“สิ่งเดียวที่ข้าพอแนะนำได้ คือพยายามก้าวข้ามมันให้เร็วที่สุด”

“สิ่งที่องค์หญิงใหญ่รับปากไว้ ล้วนจะทำตาม”

“แต่…หมื่นขุนเขาก็หาใช่ดินแดนรกร้างทุรกันดารไร้ค่าอย่างที่ว่ากันไว้จริงๆ”

“แน่นอน สุดท้ายจะเลือกเช่นไร เป็นเรื่องของเจ้า ข้าสนับสนุนทั้งสิ้น”

“ขอบคุณท่านมาก”

อาหนานมองเจียงหราน

“หลังจากนี้ ท่านจะมุ่งหน้าไปยังถ้ำหมื่นพิษใช่หรือไม่”

“อืม”

เจียงหรานพยักหน้า

“เรื่องนี้ ยังต้องให้เจ้าช่วยข้า”

“เป็นหน้าที่อยู่แล้ว”

อาหนานกล่าว

“ถ้ำหมื่นพิษเป็นเขตหวงห้ามของเผ่าตี๋ แต่ก็ไม่ถึงกับลึกลับนัก

“ตามความหมายของท่าน สิ่งนั้นอยู่ในถ้ำหมื่นพิษหรือ เหตุใดตลอดหลายปีที่ผ่านมา เผ่าข้าจึงไม่มีใครพบเห็นมันเลย”

“จากที่ตู้โม่หมิงกล่าว การเปิดสถานที่แห่งนั้น ต้องใช้เลือดของข้า”

เจียงหรานหัวเราะเบาๆ

“ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ… แรกพบตู้โม่หมิง ยังรู้สึกว่าเจ้าเฒ่านี่พอใช้ได้ สมสมญาราชาทมิฬ”

“แต่พอคบหานานเข้า กลับรู้สึกว่า…”

“ช่างเถิด ไม่ต้องคิดมาก และอย่าพูดถึงเลย”

“เรื่องที่ข้าสั่งไว้ก่อนหน้านี้ เป็นอย่างไรบ้าง”

“จัดการเรียบร้อยแล้ว”

อาหนานกล่าวถึงตรงนี้ ก่อนจะมองเจียงหรานด้วยแววตาฉงนอยู่บ้าง

“เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจ หากในถ้ำหมื่นพิษยังมีความลับซ่อนอยู่ และตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยถูกค้นพบ”

“อันตรายภายใน เกรงว่าจะประเมินค่าไม่ได้”

“เหตุใดไม่ให้พวกเขาไปด้วย”

“อีกอย่าง…คำเตือนที่ท่านได้รับในวันนี้ ก็อยู่ในความคาดหมายของท่านอยู่แล้วหรือ”

เจียงหรานมิได้ตอบ เขายกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มเอ่ย

“หากวันหนึ่ง เผ่าตี๋ไม่ต้องกังวลเรื่องการอยู่รอดอีกต่อไป ไม่ต้องเผชิญภัยธรรมชาติของหมื่นขุนเขา”

“เมื่อเจ้ามีเวลาว่าง จะคิดทำสิ่งใด”

“คงจะ… ทำนา”

อาหนานยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา

“นางไม่อยู่ข้างกาย ข้ากลับรู้สึกว่า ไม่ว่าทำสิ่งใด ก็ไร้ความหมาย…”

“หญิงสาวที่ปลอมเป็น ‘อาจู๋’ คนนั้น จากไปแล้วหรือ”

เจียงหรานเอ่ยถามอย่างไม่เกี่ยวข้องนัก

อาหนานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“เมื่อคืน ข้านึกว่า… น่าเสียดาย สุดท้ายก็เป็นเพียงความฝัน”

“ผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ปล่อยให้ล่วงลับเถิด ควรมองไปข้างหน้า”

เจียงหรานยกมือแตะไหล่อาหนานเบาๆ

“อนาคตของเผ่าตี๋อยู่ในกำมือเจ้า…หากเจ้าหยุดยืน คนอื่นจะเดินหน้าต่อได้อย่างไร”

“…ท่านกล่าวถูกแล้ว”

“แล้วเทพกู่จะจัดการอย่างไร”

เจียงหรานถามต่อ

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ เถียนโหยวฟางก็ยิ้มแห้ง

“ตอนนี้ ข้าไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับนางยังไงดี”

“คงต้องให้พักอยู่เช่นนี้ไปก่อน”

“แต่ดูจากสภาพแล้ว นางคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปีเท่านั้น”

คำกล่าวนี้ไม่ผิด อามู่ถูกหัวหน้าเผ่าเฒ่าชิงทุกสิ่งไป ก่อนจะถูกเจียงหรานตัดขาด

บัดนี้พลังของนางพร่องหนัก แม้อาหนานจะมีจิตใจอ่อนโยน แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เทพกู่ผู้แข็งแกร่งฟื้นคืนสู่จุดสูงสุดได้ง่ายๆ

ยิ่งไปกว่านั้น จุดสูงสุดของนาง ยังต้องแลกด้วยชีวิตผู้คนมากมาย

ดังนั้นจึงถูกสกัดจุด ล็อกลมปราณ และวรยุทธ์ ให้นางพักอยู่ในห้องชั่วคราว

แม้แต่ฐานะ ‘เทพกู่’ อาหนานก็ยังไม่ยอมรับ

เจียงหรานเข้าใจความกังวลของเขา

พันปีที่ผ่านมา โซ่ตรวนของเผ่าตี๋เกิดขึ้นเพราะเทพกู่ แต่ก็อาจไม่ใช่ความตั้งใจจริงแท้ของนาง

สตรีผู้นี้ ในใจมีเพียงสงคราม และการพิชิตไม่มีสิ่งอื่น สิ่งที่นางทำทั้งหมด ก็เพียงหวังให้มีผู้ชุบชีวิตตนเอง

แน่นอน วิธีการของนางโหดเหี้ยม และแปลกพิสดาร นี่ก็เป็นความจริง

การวางแผนชะตากรรมของร้อยชนเผ่ามาตั้งแต่พันปีก่อน แสดงถึงความสามารถของนางได้อย่างชัดเจน

ดังนั้นเจียงหรานจึงกล่าวเสียงเบา

“ในเมื่อมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ก็ปล่อยไว้ก่อนเถิด”

“เมื่อเจ้านำร้อยชนเผ่าแล้ว คนผู้นี้ยังมีประโยชน์อยู่”

“อืม”

ทั้งสองสนทนากันเรื่อยเปื่อย จนหมดชาหนึ่งกา อาหนานจึงขอตัวกลับ

เมื่อเขาจากไปแล้ว เจียงหรานก็เอ่ยขึ้น

“ดูมานานขนาดนี้แล้ว ยังไม่คิดจะลงมาพบกันสักหน่อยหรือ”

รอบข้างมีเพียงเสียงลม เสียงแมลงและนก ไม่เห็นร่องรอยผู้ใด

เจียงหรานไม่ใส่ใจ เขายกนิ้วงอเล็กน้อย

ใบไม้หนึ่งใบร่วงลงมา ค้างอยู่ระหว่างสองนิ้ว เขาดีดนิ้วเบาๆ

ได้ยินเสียงหึ่งหนึ่งดังขึ้น

เสียงนั้นดับกลางทาง และเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้าเจียงหราน

ผู้นั้นยืนตัวตรง เอียงหน้าเล็กน้อย เผยให้เห็นหน้ากากบนใบหน้า

“เป็นเจ้านี่เอง…”

เจียงหรานยิ้ม พบคนผู้นี้ในที่เช่นนี้ เขากลับไม่ประหลาดใจเลย

“ดูท่า…ข้าจะประเมินกุนเหอจายสูงเกินไป”

“ก็ยังไม่แน่หรอก”

ชายสวมหน้ากากหันกลับมามองเจียงหราน แผ่วเบา…สองนิ้วเคาะลงบนมืออีกข้างหนึ่ง

ใบไม้ร่วงลงสู่พื้นทันที

“คุยกันหน่อยมั้ย”

ชายสวมหน้ากากเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน

เจียงหรานกลับส่ายหน้า

“ระหว่างเจ้าและข้า มีอะไรให้คุยกันหรือ”

“เจ้าไม่มีคำพูดสักประโยค ที่อยากบอกข้าหรือ”

“มีสิ”

เจียงหรานกล่าวเสียงแผ่ว

“ตอนเด็กๆ เคยคิดไว้ว่า อาจจะอยาก… มากเสียด้วยซ้ำ”

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องโกหก

เขาเป็นผู้ข้ามภพ รู้ทุกอย่างตั้งแต่กำเนิด จะไปคิดถึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไรเล่า

“แต่ตอนนี้รู้สึกว่า บางคำ…ไม่พูดก็ได้”

“งั้นก็ไม่ต้องพูดเรื่องนั้น”

ชายสวมหน้ากากกล่าว

“คุยเรื่องอื่นดีมั้ย”

“ก็ดี”

เจียงหรานพยักหน้า ลุกขึ้นยืน

“เข้าไปคุยในเรือนเถิด”

“ได้หรือ”

ชายสวมหน้ากากชะงักไปเล็กน้อย คล้ายจะรู้สึกเกินคาด

“ได้สิ”

“ดื่มสักหน่อย”

ชายสวมหน้ากากเริ่มได้คืบจะเอาศอก

เจียงหรานครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“งั้นก็ดื่มสักหน่อย”

……

……

เมื่อคืนวาน เจียงหรานกับถังซือฉิง ถังฮว่าอี้ และคนอื่นๆ แยกห้องพักกัน

ท้ายที่สุด หลังอาหนานขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าตี๋แล้ว หากเจียงหรานยังพักอยู่ห้องเดียวกับพวกนาง ต่อให้จะหาเหตุผล ก็ยากจะหาคำอธิบายที่เหมาะสมไม่ได้จริงๆ

ส่วนเวลาที่เจียงหรานดื่มสุรากับชายสวมหน้ากากนั้น ก็ไม่ได้ยาวนานนัก

เพียงกว่าหนึ่งชั่วยาม ชายผู้นั้นก็ออกจากห้องของเจียงหรานไป

จากนั้นเขาไปที่ใด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้

นอกเหนือจากเรื่องนี้ เผ่าตี๋หลังอาหนานกุมอำนาจ ก็ได้ต้อนรับคืนที่สงบที่สุดคืนหนึ่ง

เช้าวันถัดมา เจียงหรานลุกจากที่นอน ก็ได้พบกับคนสองคน

อาเหมย และชายร่างอ้วนผู้นั้น

บุปผาโลหิตในร่างของชายอ้วน ได้กลับคืนสู่แผ่นหลังของเขาแล้ว

เพียงแต่บุปผาโลหิตนั้น เช่นเดียวกับกู่ชีวิตของอาหนานและคนอื่นๆ ได้รับความเสียหายไม่น้อย

จนทำให้ชายอ้วนดูผอมลงไปถนัดตา

หลักฐานที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ เสื้อผ้าที่เขาสวม ดูหลวมขึ้นหนึ่งขนาด เขามาเพื่อขอบคุณ

“ข้าได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว หากไม่ใช่เพราะท่าน ข้าคงตายไปแล้ว”

“บุญคุณนี้ เผ่าชิงมิอาจบอกปัด”

“ข้าเป็นรองหัวหน้าเผ่าชิง หากท่านต้องการสิ่งใด เพียงเอ่ยมา ตราบใดที่เผ่าชิงนำออกมาได้ ข้ายินดีมอบให้เป็นการตอบแทน”

ส่วนอาเหมย ก็มาเพื่อขอบคุณเช่นกัน

พอพิจารณาเหตุการณ์ก่อนหลังแล้ว ก็ไม่ยากจะเดาได้ว่า เหตุใดอดีตหัวหน้าเผ่าตี๋จึงแสร้งยอมให้พวกนางจากไป แต่กลับลอบสั่งให้คนมาดักจับพวกนางกลับมา

ทั้งหมดก็เพราะคัมภีร์ฝ่าชีวิตนิรันดร์ที่เทพกู่ฝังไว้เมื่อพันปีก่อน

ร้อยชนเผ่าคือหมากตัวสำคัญ

เพียงแต่คืนนั้น เพื่อถ่วงเวลาเจียงหราน จึงจงใจกล่าวว่าเผ่าเหยาไม่สลักสำคัญ

แท้จริงแล้ว ขาดไม่ได้แม้แต่ชนเผ่าเดียว เพียงแต่สามารถสลับลำดับก่อนหลังได้อยู่

เจียงหรานสัมผัสได้ว่ามีเงื่อนงำบางอย่าง ปากยอมปล่อยอาเหมย และพวกไป แต่กลับกังวลว่าจะถูกเล่นงานลับหลัง จึงมอบโอสถป้องกันกู่ให้ตู้โม่หมิง และสั่งให้เขาคุ้มกันอยู่ข้างๆ

เพื่อให้เทพกู่ที่ฟื้นคืนชีพในภายหลัง ขาดบางสิ่งไปทำให้พลังที่มีไม่สมบูรณ์พร้อม

มิฉะนั้น อดีตหัวหน้าเผ่าตี๋คงจะไม่มีทางเอาชนะนางได้จริงๆ

หากไร้ช่องโหว่นั้น เขาก็ไม่อาจทำร้ายเทพกู่ได้ หากอวัยวะภายในของเทพกู่ไม่ถูกแรงภายในสั่นสะเทือน ก็ย่อมไม่มีเลือดไหลออกมา และกู่ถ่ายทอดชีวิตก็จะไร้ผล

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นการคิดคำนวณไว้ล่วงหน้า

ดังนั้น การที่อาเหมยมาขอบคุณเจียงหราน จึงเป็นเรื่องสมควรแล้ว

ไม่เช่นนั้น เพียงพวกนางไม่กี่คน เดินทางมาเองยังไม่ทันถึงเผ่าตี๋ ก็คงตกตายด้วยน้ำมือนผู้อื่นแล้ว และนอกจากการขอบคุณแล้ว ก็คือการลาจาก

เดิมคิดว่าจะได้ผลประโยชน์ บวกกับถูกเผ่าตี๋เรียกตัว จึงจำต้องมา

ผลคือมาแล้วไม่ได้อะไรสักอย่าง แถมเกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ

บัดนี้ปลอดภัยแล้ว แน่นอนว่าต้องรีบกลับ

แค่ยังไม่ทันออกจากหมื่นขุนเขา ก็อันตรายถึงเพียงนี้ หากวันหนึ่งออกไปจากหมื่นขุนเขาจริงๆ ภายนอกจะเป็นเช่นไร ก็ยากจะคาดเดา

เจียงหรานไม่ได้รับของตอบแทนจากชายอ้วน และกับอาเหมยก็ไม่ได้เกรงใจอะไรมาก

ตอบรับคำขอบคุณแล้ว ก็ปล่อยให้พวกเขาจากไป

แต่ถึงกระนั้น ชายอ้วนกับอาเหมยก็ยังฝากของบางอย่างไว้ให้เจียงหรานเป็นการขอบคุณ

ชายอ้วนมอบเมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ด บอกเจียงหรานว่า ปกติสามารถปลูกในกระถางใช้น้ำสะอาดรดก็พอ

แต่ทุกเที่ยงวัน ต้องหยดเลือดหนึ่งหยดเลี้ยงมัน

ไม่นานนัก มันก็จะออกดอกออกผล ดอกมีเพียงดอกเดียว ผลก็มีเพียงผลเดียว

ผลนี้สามารถถอนพิษได้สารพัด รักษาโรคได้นับร้อยพัน คนธรรมดากินแล้ว ร่างกายแข็งแรง เส้นเอ็นแกร่งกล้า

ผู้มีวรยุทธ์กินแล้ว ปรับลมปราณฝึกพลัง สามารถเพิ่มกำลังภายในได้สูงสุดถึงสามสิบปี

ของสิ่งนี้ล้ำค่ายิ่ง วิธีสร้างก็ซับซ้อน และยังแฝงความบังเอิญอยู่มาก

ดังนั้น แม้ในเผ่าชิงเองก็มีไม่กี่เมล็ด ตัวเขาในฐานะรองหัวหน้าเผ่า ก็มีอยู่เพียงเมล็ดเดียว

จึงมอบให้เจียงหราน

ของสิ่งนี้สำหรับเจียงหราน แม้ประโยชน์จะไม่มากนัก แต่ก็ล้ำค่าอย่างยิ่ง เขาจึงรับไว้

ชายอ้วนยังย้ำกับเจียงหรานอีกว่า

ผลไม้นี้เป็นของที่ ‘จดจำผู้เลี้ยง’

มีเพียงผู้ที่ใช้เลือดเลี้ยงมันทุกวันเท่านั้น ที่กินผลแล้วจะเพิ่มกำลังภายในได้

หากผู้อื่นกินเข้าไป จะต้องตายทันที ไร้หนยารักษา

เจียงหรานจดจำไว้โดยละเอียด

ส่วนของที่อาเหมยมอบให้เจียงหราน คือแมงป่องหนึ่งตัว กับวิชาควบคุมสัตว์พิษของเผ่าเหยา

ที่เป็นแมงป่องนั้น เป็นเพราะเห็นว่าเจียงหรานชื่นชอบงูตัวน้อยของเผ่าซางมาก

แต่งูตัวนั้น หลังจากไปกินมดอสูรในลานบ้านของชายอ้วนแล้ว ก็สิ้นชีพ

นางจึงมอบแมงป่องน้อยตัวนี้ให้แทน

ส่วนวิชาควบคุมสัตว์พิษนั้น เป็นเพราะก่อนหน้านี้ เจียงหรานได้สะสมวิชาลักษณะเดียวกันไว้ไม่น้อย

อาเหมยรู้ดีว่าด้วยฝีมือของเจียงหราน วิชาเล็กน้อยของเผ่าเหยา ย่อมไม่อยู่ในสายตาเขา จึงมอบให้โดยไม่ปิดบัง

กลับกลายเป็นว่า สิ่งนี้ถูกใจเจียงหรานยิ่งนัก เขารับไว้ด้วยความยินดี

จากนั้นก็ให้อาหนานส่งคนไปคุ้มกันอาเหมยและพวกกลับเผ่าเหยาโดยสวัสดิภาพ

เรื่องในช่วงเช้า คือการพบปะคนเหล่านี้

ส่วนอาหนาน ตลอดช่วงเช้าก็ยุ่งวุ่นวายไม่หยุด

เวลาส่วนใหญ่ ล้วนใช้ไปกับการพูดคุยกับเทพกู่

สตรีนามอามู่สามารถรวบรวมหมื่นขุนเขาเป็นหนึ่งได้ตั้งแต่อายุยังน้อย การที่นางยินดีสั่งสอนอาหนาน ย่อมถือเป็นเรื่องดี

นอกจากการสั่งสอนแล้ว ทั้งสองยังร่วมกันวางแผนหลายอย่าง

เตรียมรอให้พวกเขากลับออกมาจากถ้ำหมื่นพิษ แล้วเริ่มดำเนินการตามแผนการเหล่านั้น

ครึ่งวันเช้าผ่านไป ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้ว

คณะของเจียงหรานก็ออกเดินทางไปยังถ้ำหมื่นพิษเสียที

เส้นทางครั้งนี้ แตกต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง

ทิศทางของถ้ำหมื่นพิษ อยู่ทิศเดียวกับถ้ำเทพกู่ แต่ต้องเลยผ่านถ้ำเทพกู่ไปอีก จึงไม่อาจเดินตามช่องเขาเส้นฟ้าเดียวได้ จำเป็นต้องอ้อมไปอีกทางหนึ่ง

ครั้งนี้ ผู้นำทางคืออาหนาน

อู๋ตี๋ถูกทิ้งไว้ในเผ่าตี๋ รับหน้าที่ดูแลการจัดการเรื่องต่างๆ ในเผ่าระหว่างที่อาหนานไม่อยู่

เสี่ยวจิ่วก็ถูกจัดให้อยู่ช่วยอู๋ตี๋ ส่วนอาจัว เดินทางออกมากับทุกคน

ถังฮว่าอี้ในยามเช่นนี้ มักควบคุมจิตวิญญาณแห่งความอยากรู้อยากเห็นของตนไม่ค่อยได้

“ข้ารู้สึกตลอดเลยว่าเสี่ยวจิ่วกับอู๋ตี๋ ดูจะไม่ค่อยชัดเจนนะ”

นางถามอาหนาน

“อู๋ตี๋ไม่ใช่ว่าชอบหญิงที่เจ้าชอบหรอกหรือ”

“หรือว่ารู้ตัวว่าไร้ความหวัง เลยเปลี่ยนใจไปหาหญิงอื่น หรือไม่ก็… อยากเอาอย่างพี่เขยข้า รับความสุขพร้อมกันหลายคน”

อาหนานสมกับเป็นอาหนาน ได้ยินเช่นนี้ก็ไม่เศร้าเพราะคิดถึงอาจู๋ เพียงยิ้มบางๆ ยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็ได้ยินอาจัวกล่าวขึ้น

“แม่นาง เจ้าอาจไม่รู้…

“พวกเราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก อาจู๋กับอาหนานรักใคร่กัน ใครๆ ก็มองออก”

“อาซ่างชอบอาจู๋ นั่นก็เห็นได้ชัดไม่แพ้กัน”

“ส่วนเสี่ยวจิ่ว…นางชอบอาซ่าง”

“แต่เพราะอาซ่างชอบอาจู๋ นางเลยไม่กล้าพูด”

“คิดว่าปิดบังได้ดี ที่ไหนได้ พวกเราก็มองออกกันหมด แต่ตัวอาซ่างเอง กลับไม่รู้อะไรเลย”

“หัวใจทั้งดวง ทุ่มให้กับอาจู๋ โชคดีที่เขารักอาจู๋ แต่ก็ไม่ถึงกับแย่งอาหนาน เอาแต่เศร้าเหงาอยู่คนเดียว สุดท้ายก็เป็นเสี่ยวจิ่วที่คอยปลอบเขา”

“ชายหญิงอยู่ใกล้กันทุกวัน เขากลับไม่เคยมองเสี่ยวจิ่วดีๆ เลย เจ้าว่าเรื่องนี้น่าหงุดหงิดมั้ยล่ะ”

“…เจ้าหนุ่มนี่ มีโชควาสนาแท้ๆ กลับไม่รู้คุณค่าเอาเสียเลย”

ถังฮว่าอี้จุ๊ปาก

“ข้าว่าเสี่ยวจิ่วก็น่ารักดีนะ ถึงจะไม่ค่อยฉลาด แต่ก็น่าจะเป็นภรรยาที่ดีเลยทีเดียว”

อาจัวพยักหน้า

“นั่นสิ แต่อาซ่างกลับไม่รู้ตัว เสี่ยวจิ่วไม่กล้าให้ใครรู้ว่าตนชอบอาซ่าง ลับหลังยังแอบร้องไห้เพราะเรื่องนี้หลายครั้ง ข้าเห็นกับตาอย่างน้อยสองหน”

ถังฮว่าอี้ฟังแล้ว ก็อดเหลือบมองอาจัวไม่ได้

“พวกเจ้าโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แล้วเจ้าไม่เคยชอบอาจู๋หรือเสี่ยวจิ่วบ้างเลยหรือ”

อาจัวรีบโบกมือ

“อย่าพูดสุ่มสี่สุ่มห้า อาจู๋… เฮ้อ ใจของอาจู๋อยู่ที่อาหนานทั้งหมด”

“ใจของเสี่ยวจิ่ว ก็อยู่ที่อาซ่างทั้งหมด ข้าโตมากับพวกเขา แต่ไม่อยากเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงเช่นนี้”

“รู้สึกว่าสับสนวุ่นวาย และช่างอ่อนไหวเหลือเกิน”

พูดจบ ก็พบว่าอาหนานกำลังเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

อาจัวหัวเราะแห้งๆ

“อีกอย่าง ข้าแต่งงานตั้งแต่ปีก่อน ตอนนี้บุตรชายก็ครบหนึ่งขวบแล้ว… ยิ่งไม่มีเหตุผลจะเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก”

ถังฮว่าอี้ฟังแล้วชะงัก มองอาจัวทีหนึ่ง แล้วมองเจียงหรานอีกที

จากนั้นสายตาก็ไปหยุดที่ท้องของถังซือฉิง สีหน้าค่อยๆ ปรากฏแวว ‘โกรธที่ไม่เอาการเอางาน’

ถังซือฉิงแม้จะไม่เหลือบมอง แต่แก้มกลับแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ถังฮว่าอี้ถอนหายใจเงียบๆ ลูบท้องตนเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าคิดถึงเรื่องใด

เยี่ยจิงเสวี่ยอดไม่ได้ต้องหยิกถังฮว่าอี้หนึ่งที

“ไม่ต้องแสดงออกโจ่งแจ้งขนาดนี้ก็ได้มั้ง”

“ข้าไปแสดงอะไรตรงไหน”

ถังฮว่าอี้กลอกตา กำลังจะพูดต่อ แต่กลับขมวดคิ้วขึ้นกะทันหัน

นางมองไปทางเจียงหราน ก็เห็นว่าเขากำลังมองอาหนาน

“เสียงนี้… ฟังคุ้นหูหรือไม่”

เสียงขอความช่วยเหลือแผ่วเบา ลอยมาจากมุมหนึ่ง

ระยะทางน่าจะไกลมาก มิฉะนั้น คนอื่นคงได้ยินไปแล้ว

ความจริงในเวลานี้ นอกจากเจียงหราน ถังซือฉิง ถังฮว่าอี้ เยี่ยจิงซวง และตู้โม่หมิง คนอื่นยังไม่ได้ยินอะไรเลย

เจียงหรานตบไหล่อาหนาน แล้วชี้ไปทางหนึ่ง

“ไปทางนั้น ระยะทางไม่ถึงสามลี้ มีคนต้องการความช่วยเหลือ”

อาหนานมองเจียงหรานอย่างงุนงง มีคนต้องการความช่วยเหลือ ฟังดูเป็นเรื่องปกติ

แต่เหตุใดต้องเป็นเขาด้วย

อย่างไรก็ดี คำพูดของเจียงหราน ย่อมมีเหตุผล

อาหนานครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะออกเดินทางไปตามทิศทางนั้นอย่างเชื่อฟัง

ระยะทางสามลี้ ผ่านไปในพริบตา

คณะของเจียงหรานรออยู่ที่เดิม

ไม่นานนัก ก็เห็นอาหนานกลับมาด้วยสีหน้าซับซ้อน อุ้มคนผู้หนึ่งไว้ในอ้อมแขน

เขาวางร่างนั้นลงบนก้อนหิน มิใช่ใครอื่นคือ ‘อาจู๋’ คนนั้นนั่นเอง

เพียงแต่ยามนี้ นางขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเขียวคล้ำ กัดฟันแน่น ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด

ริมฝีปากสั่นไหว เปล่งเสียงแผ่วเบา

“ช่วย… ช่วยด้วย…”

“นางน่าจะ… โดนพิษเข้าแล้ว”

อาจัวมองดูครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองอาหนาน

“ได้พบกันอีกครั้งเช่นนี้ พวกเจ้านี่ ถือว่าผูกกรรมกันแล้วหรือเปล่า”

จบบทที่ ตอนที่ 534 ผูกกรรม (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว