- หน้าแรก
- ขีดเขียนบทกวี พลิกปฐพีโลกแดนกลาง
- บทที่ 95 - เขียนคัมภีร์แห่งปราชญ์อีกครา!
บทที่ 95 - เขียนคัมภีร์แห่งปราชญ์อีกครา!
บทที่ 95 - เขียนคัมภีร์แห่งปราชญ์อีกครา!
บทที่ 95 - เขียนคัมภีร์แห่งปราชญ์อีกครา!
นครหลวงฮ่าวจิง
การต่อสู้ระหว่างฟ้าดินดำเนินไปอย่างไม่หยุดหย่อน
คลื่นพลังสารพัดรูปแบบสั่นสะเทือนฟ้าดิน
ค่ายกลเวทของนครหลวงฮ่าวจิงทำงานเต็มกำลัง เพื่อต่อต้านคลื่นกระแทกเหล่านี้!
ราษฎรในเมืองต่างหวาดผวาสั่นสะท้าน คนขี้ขลาดหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านไม่กล้าออกมา ส่วนคนใจกล้าก็ออกมายืนดูเหตุการณ์!
"คัมภีร์โบราณกล่าวไว้ว่า ก่อนยุคบรรพกาล ฟ้าดินก็โกลาหลเช่นนี้แล! ยอดฝีมือและเผ่าพันธุ์ต่างๆ มีอยู่มากมาย ความขัดแย้งระหว่างกันไม่อาจประนีประนอมได้ เอะอะก็เปิดศึกใหญ่! ภูเขาถล่มทลาย ฟ้าดินแตกสลาย แม่น้ำและมหาสมุทรไหลย้อนกลับ..."
"นครหลวงฮ่าวจิง... ต้องขอบคุณปฐมกษัตริย์ ต้องขอบคุณบรรพชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา! เป็นเพราะพวกท่านที่ยอมสละชีพเพื่อบุกเบิกความสงบสุขให้แก่เผ่าพันธุ์มนุษย์! เป็นเพราะเลือดเนื้อของพวกท่าน เราถึงได้มีชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเช่นนี้!"
"พวกเจ้าดูสิ ท้องฟ้ากำลังปั่นป่วน ห้วงมิติแตกสลาย คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่าน แต่ทว่าราษฎรอย่างพวกเรา กลับไม่มีใครได้รับผลกระทบเลยแม้แต่คนเดียว! เป็นเพราะเหตุใดกัน นครหลวงฮ่าวจิงมีค่ายกลเวทที่ปฐมกษัตริย์ทรงวางเอาไว้! และยิ่งไปกว่านั้น... นี่คือฝีมือของมหาปราชญ์!"
บัณฑิตผู้มีความรู้เปี่ยมล้นกำลังกล่าวบรรยาย
โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์และนักเรียนจากสำนักศึกษา
รวมไปถึงบัณฑิตคนอื่นๆ ด้วย
พวกเขาพากันยกย่องสรรเสริญวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างไม่หยุดปาก และชื่นชมความสำเร็จของปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรเฉียนในอดีต!
การวางค่ายกลเวทสะท้านฟ้าไว้ที่นครหลวงฮ่าวจิง ทำให้สำนักศึกษาชั้นรองเจ็ดสิบสองแห่งและสำนักศึกษาชั้นสูงสามสิบหกแห่งแห่งอาณาจักรเฉียน ได้ครอบครองค่ายกลเวทที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอดีต!
ดินแดนที่มั่นคงปลอดภัยที่สุดในมัชฌิมทวีป ย่อมหนีไม่พ้นอาณาจักรเฉียน
และสถานที่ที่มั่นคงปลอดภัยที่สุดในอาณาจักรเฉียน ก็คือ นครหลวงฮ่าวจิง แห่งนี้นี่เอง!
"บรรพชน! ปฐมกษัตริย์! เป็นเพราะพวกท่าน เป็นเพราะพวกท่านนี่เอง! พวกเรา... พวกเรากราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง แล้วไยเราถึงไม่กราบไหว้พวกท่านด้วยเล่า"
เหล่าราษฎรต่างซาบซึ้งใจ
อดไม่ได้ที่จะคิดไปไกล และตั้งปณิธานแน่วแน่ในใจว่า หลังจากเรื่องนี้ผ่านพ้นไป เวลาที่ไปกราบไหว้เจ้าพ่อหลักเมือง จะต้องกราบไหว้อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์ และบรรพชนของอาณาจักรเฉียนด้วย!
ปฏิกิริยาของราษฎร ราวกับได้ส่งต่อพลังอันเร้นลับเข้าไปหล่อเลี้ยงค่ายกลเวท ทำให้ค่ายกลเวทยิ่งทวีความแข็งแกร่งและมั่นคงมากขึ้นไปอีก
บนท้องฟ้า
เงาร่างหลายสายพุ่งทะยานตัดกันไปมา
แสงหลากสีสันเปล่งประกายเจิดจ้า
แต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนถูกกลืนกินด้วยแสงสีทองอันเข้มข้นจนหมดสิ้น!
จิตวิญญาณดั้งเดิมของจ้าวเจิ้งเปล่งแสงสีทองอร่ามยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเขาดำดิ่งลงไปลึกขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าพลังวัตรของตนกำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
บัณฑิตขั้นสาม!
บัณฑิตขั้นสี่!
บัณฑิตขั้นห้า!
ยังคงพุ่งทะยานไม่หยุดหย่อน!
ในขณะที่พลังกำลังพุ่งทะยาน สายตาของจ้าวเจิ้งก็มองไปทางกรมโหรหลวง เช่นเดียวกับคำพูดขององค์จักรพรรดินีหลี่ชิงเฉิงและหลี่เสินจง เขาปลดปล่อยพลังเนตรและใช้วิชาเนตรออกไป
และแน่นอนว่า จ้าวเจิ้งก็ได้เห็นชายชราร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาผู้นั้นเช่นกัน!
ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์!
ท่านมาแล้วจริงๆ!
"เหล่าบัณฑิตกล่าวไว้ว่า ผู้ที่บรรลุธรรมก่อนคือผู้อาวุโส ตามหลักแล้ว ชายชราผู้นี้สมควรจะเรียกท่านว่าสหายนักพรตถึงจะถูก แต่ดูเหมือนชายชราผู้นี้จะอายุมากกว่าสหายนักพรตอยู่หลายปี! แถมกายเนื้อของสหายนักพรตก็..."
ชายแก่ตัวเล็กหน้าตาใจดี ยิ้มแย้มกล่าวกับปรมาจารย์ขงชิว
เพียงประโยคเดียว ก็แทงใจดำเข้าอย่างจัง
อายุของปรมาจารย์ขงชิว ไม่ได้แก่ไปกว่าชายแก่ตัวเล็ก หรือก็คือเจ้ากรมโหรหลวงผู้นี้!
และกายเนื้อของปรมาจารย์ขงชิว... ก็มีปัญหา!
"สหายนักพรต ขงชิวขอคารวะ!"
เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้ากรมโหรหลวง แม้อีกฝ่ายจะชี้จุดอ่อนของตน แต่ใบหน้าของปรมาจารย์ขงชิวก็ยังคงนิ่งสงบดุจบ่อน้ำลึก ดูเยือกเย็นไร้กังวล
"ลูกศิษย์ของท่านช่างโอหังนัก! อาศัยว่ามีดวงตาซ้อนกัน ก็กล้าแอบมองมาที่นี่!"
เจ้ากรมโหรหลวงหัวเราะร่วน
ดวงตาทั้งสองข้างหยีลงจนเป็นสระอิ เขาสูดไปป์ยาสูบหนึ่งคำ พร้อมกับปรายตามองไปทางจ้าวเจิ้งอย่างจงใจ
ร่างอันสูงใหญ่ของปรมาจารย์ขงชิวยิ่งดูสูงใหญ่ขึ้นไปอีก บดบังสายตาของเจ้ากรมโหรหลวงเอาไว้จนมิด
"ความผูกพันระหว่างสหายนักพรตกับเขา ช่างลึกซึ้งเสียจริงนะ!" เจ้ากรมโหรหลวงหัวเราะ
"ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว!" ขงชิวตอบรับด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าของเจ้ากรมโหรหลวงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
"สหายนักพรตตัดสินใจแน่วแน่แล้วสินะ ว่าวันนี้จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับชายชราผู้นี้ให้จงได้" เจ้ากรมโหรหลวงกล่าวต่อ
ดวงตาคู่นั้นดูลึกล้ำสุดหยั่งคาด
ขงชิวส่ายหน้า ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด แต่ไม้เรียวปราชญ์ในมือกลับลอยขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะ
บรรยากาศ...
กลายเป็นตึงเครียดจนถึงขีดสุด!
แม้แต่หลี่เสินจงยังต้องหรี่ตาลง!
ส่วนองค์จักรพรรดินีและคนอื่นๆ ยิ่งใจเต้นระทึก
"ตาแก่นั่นแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวมาก มหาปราชญ์ผู้ลึกลับผู้นี้ จะสู้เขาได้หรือ"
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะคาดเดาไปต่างๆ นานาในใจ
"อาจารย์ ข้าจะไปฆ่ามันเอง!"
ทันใดนั้น
ณ กรมโหรหลวง
บนหอดูดาว นักพรตเฒ่าผมขาวที่นั่งขัดสมาธิมาตลอดได้เอ่ยปากขึ้น พร้อมกับค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
"นั่งลง!"
เจ้ากรมโหรหลวงตวาดลั่น
นักพรตเฒ่าผมขาวก็ทิ้งตัวนั่งลงไปอีกครั้งอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
"มอบทำเนียบแต่งตั้งเทพนั่นมาให้ข้าเถอะ! แล้วบัญชีแค้นในอดีตจนถึงวันนี้ เอาไว้ค่อยชำระกันวันหลัง!"
เจ้ากรมโหรหลวงกล่าวขึ้นอีกครั้ง
ดูเหมือนเขาจะเห็นว่าปรมาจารย์ขงชิวไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย แถมยังเตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ เขาจึงเป็นฝ่ายยอมประนีประนอม
สีหน้าขององค์จักรพรรดินีและคนอื่นๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
จากเขตหวงห้ามลึกเข้าไปในพระราชวัง ก็มีสายตาแห่งความปีติยินดีส่งมาหลายคู่
ส่วนลึกของสุสานหลวง ยิ่งมีเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นมา
แต่ปรมาจารย์ขงชิวกลับยังคงส่ายหน้า ยิ้มมองเจ้ากรมโหรหลวง
สีหน้าของเจ้ากรมโหรหลวงมืดครึ้มลง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง
"นี่คือชาชั้นเลิศที่ชายชราผู้นี้อุตส่าห์ไปเก็บมาจากทวีปโบราณนอกทะเลตะวันออก มีสรรพคุณช่วยบำรุงจิตใจ ต่ออายุขัย และยังช่วยเพิ่มพูนพลังวิญญาณอีกด้วย! เชิญปรมาจารย์ขงชิวลิ้มรสดูเถิด!"
เจ้ากรมโหรหลวงหัวเราะ
พร้อมกับสะบัดมือขวา
ถ้วยชาหล่อเลี้ยงความร้อนสองใบปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า วางอยู่ตรงหน้าเขาและปรมาจารย์ขงชิว
เขายกถ้วยชาขึ้นมา
ปรมาจารย์ขงชิวก็ยกถ้วยชาขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน
แต่ในวินาทีนั้นเอง ผิวน้ำในถ้วยชาของเจ้ากรมโหรหลวงก็กลายสภาพเป็นโลกที่สวยงามราวกับภาพวาด
โลกใบนั้นสั่นไหว ผิวน้ำสะท้อนภาพหลังคาของกรมโหรหลวง และทะลุผ่านหลังคาไปสะท้อนภาพท้องฟ้าเบื้องบน!
ทันใดนั้น
ท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ ก็คล้ายกับจะแปรสภาพกลายเป็นโลกแห่งผิวน้ำใบนั้น
เท้าข้างหนึ่ง ก้าวออกมาจากโลกผิวน้ำอย่างฉับพลัน
จากนั้น
หลังจากที่เท้าอีกข้างและร่างทั้งร่างก้าวข้ามออกมา สิ่งที่ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฟ้าดินก็คือ ชายหนุ่มคิ้วเข้มตาดุจดวงดาว ผู้เหยียบกระบี่เหินเวหา!
ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง หว่างคิ้วเปล่งประกาย ราวกับกำลังรวบรวมแสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุด ตามมาด้วยการระเบิดของแสงสว่างนั้น กลายเป็นรังสีปราณกระบี่เส้นแล้วเส้นเล่า พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งเป้าไปที่ตงฟางเฮ่าหราน เซียนกระบี่ปราชญ์ที่กำลังกดดันแม่มดสาวจนต้องล่าถอย!
ตงฟางเฮ่าหรานขมวดคิ้วหันขวับกลับมา ใช้กระบี่ยาวในมือต้านทานรังสีปราณกระบี่เหล่านั้น
แม่มดสาวสบโอกาส จึงเตรียมพุ่งเข้าไปแย่งชิงทำเนียบแต่งตั้งเทพจากมือจ้าวเจิ้งอีกครั้ง
แต่ตงฟางเฮ่าหรานกลับเคลื่อนกายมาขวางหน้านางเอาไว้!
รับมือศัตรูสองคนพร้อมกัน!
"เจ้าโอหังเกินไปแล้ว!"
ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามกล่าว
แสงสีทองตรงหว่างคิ้ว ยิ่งทวีความเจิดจ้าและแหลมคมมากขึ้น!
ภาพสะท้อนของโลกบนท้องฟ้าที่เดิมทีสวยงามราวกับภาพวาด หลังจากชายหนุ่มผู้ขี่กระบี่เดินออกมา มันก็แปรสภาพเป็นสีเลือดแดงฉาน ภายในสีเลือดนั้น ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีแดงขึ้น
หลังจากปรากฏตัว โดยไม่พูดอะไรสักคำ พลังวิญญาณสีเลือดอันไร้ขอบเขตบนร่างก็พวยพุ่งเข้าใส่เฉินจุนหรู!
ท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง สีเลือดแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ หญิงสาวผมขาวคนหนึ่งเดินออกมา พลังวิญญาณห่อหุ้มหมัดของนาง พุ่งเข้าชกพานเซิ่ง!
ตามมาด้วย
เงาร่างของหญิงสาวผู้มีท่วงท่าสง่างาม สวมมงกุฎหงส์และชุดคลุมวิจิตรตระการตา แค่นหัวเราะเสียงเย็น จ้องมองไปที่ องค์จักรพรรดินี!
ตูม!
"องค์ราชินี!"
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างตกตะลึงหน้าถอดสี!
แม้แต่หลี่เสินจงก็ยังสีหน้าเปลี่ยน
ท้องฟ้ายังคงเปลี่ยนแปลงไม่หยุด!
ทุกคนได้เห็นกับตาว่า เด็กหนุ่มชุดขาวผู้มีดวงตาราวกับมีโลกนับไม่ถ้วนลอยล่องอยู่ภายใน ให้ความรู้สึกเลื่อนลอยและลึกล้ำสุดหยั่งคาด ได้ปรากฏตัวขึ้น
สายตาของเด็กหนุ่มกวาดมองทุกคน
ท้ายที่สุด
ก็หยุดนิ่งอยู่ที่จ้าวเจิ้ง
"ศิษย์เอ๋ย! พลังของอาจารย์ใกล้จะหมดลงแล้ว เจ้าช่วยเขียนคัมภีร์แห่งปราชญ์ส่วนที่เหลือให้จบทีได้หรือไม่ เพื่อที่อาจารย์จะได้แสดงความยิ่งใหญ่ในอดีตให้ประจักษ์อีกครั้ง! จะได้ไม่ถูกใครหน้าไหนมาดูถูกเอาได้!"
เสียงของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ ดังก้องกังวานในห้วงสำนึกของจ้าวเจิ้งในเวลานี้
ร่างของจ้าวเจิ้งสั่นสะท้าน
ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า
ในตอนนี้ เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับบัณฑิตขั้นแปดแล้ว!
การบำเพ็ญเพียรยังคงดำเนินต่อไป
คำพูดของอาจารย์ ทำให้เขาเกิดความมุ่งมั่นขึ้นมาในใจอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้ อาจารย์ยืนอยู่ตรงหน้า คัมภีร์แห่งปราชญ์เล่มนี้ จะเขียนต่อไม่ได้เชียวหรือ
เขียน!
ปราชญ์กล่าวว่า: การปกครองด้วยคุณธรรม เปรียบดั่งดาวเหนือที่ตั้งมั่นอยู่กับที่ โดยมีหมู่ดาวคอยรายล้อม!
ปราชญ์กล่าวว่า: กวีสามร้อยบท สรุปสั้นๆ ได้เพียงประโยคเดียวว่า 'ความคิดไร้ความชั่วร้าย'!
ปราชญ์กล่าวว่า: หากนำประชาชนด้วยกฎหมาย และควบคุมด้วยบทลงโทษ ประชาชนจะเพียงแค่หลีกเลี่ยงการทำผิด แต่จะไร้ซึ่งความละอาย หากนำประชาชนด้วยคุณธรรม และควบคุมด้วยจารีตประเพณี ประชาชนจะมีความละอาย และรู้จักปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง!
จ้าวเจิ้งไม่รอช้า
ห้วงจิตแห่งปัญญากว้างไกล พู่กัน หมึก และแท่นฝนหมึกพุ่งทะยานออกมา เขาหยิบพู่กันขึ้นมา ตวัดเขียนลงบนกระดาษเปล่าบนโต๊ะอย่างรวดเร็วและทรงพลัง
คัมภีร์แห่งปราชญ์ บทการปกครอง!
[จบแล้ว]