- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 115 ประโยชน์อันแยบยลของโชคชะตา (4)
บทที่ 115 ประโยชน์อันแยบยลของโชคชะตา (4)
บทที่ 115 ประโยชน์อันแยบยลของโชคชะตา (4)
นิทานดำเนินต่อไป
สาเหตุที่สำนักเฮ่าเทียนสามารถผงาดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในสามสำนักบนแห่งทวีปโต้วหลัวได้ อย่างแรกเป็นเพราะวิญญาณยุทธ์ค้อนเฮ่าเทียนของสำนักเฮ่าเทียน ซึ่งค้อนเฮ่าเทียนนั้นคือวิญญาณยุทธ์ประเภทอาวุธระดับสูงสุด อย่างที่สองเป็นเพราะเคล็ดวิชาค้อนวายุสะบั้นที่ตระกูลถังคิดค้นขึ้นมาเอง
สองสิ่งนี้แหละคือรากฐานในการก่อตั้งสำนักของสำนักเฮ่าเทียน
เมื่อไม่มีเสียวอู่แล้ว สองพ่อลูกตระกูลถังก็จะได้ตั้งใจบำเพ็ญเพียรกันเสียที
ถังซานสมแล้วที่เป็นคนที่ราชันเทพซิวหลัวเลือก พรสวรรค์ของเขายอดเยี่ยมมากจริง ๆ เพียงไม่นานก็สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของเคล็ดวิชาค้อนวายุสะบั้น และฝึกฝนจนฟาดค้อนได้ถึงเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดครั้ง
แต่นี่ยังไม่พอหรอกนะ เคล็ดวิชาค้อนวายุสะบั้นไม่ได้เป็นแค่การซ้อนทับพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังเป็นการซ้อนทับกลิ่นอายสังหารด้วย นี่ต่างหากถึงจะเป็นแก่นแท้ที่แท้จริงของเคล็ดวิชาค้อนวายุสะบั้น
ลูกหลานตระกูลถังที่ผ่านเส้นทางนรกของเมืองแห่งการสังหารมาได้เท่านั้น ถึงจะได้รับการขนานนามว่าเป็นพรหมยุทธ์เฮ่าเทียน
ในตอนนี้ ถังฮ่าวไม่มีอะไรจะสอนให้ถังซานอีกแล้ว เขาจึงตัดสินใจให้ถังซานไปฝ่าเส้นทางนรก
ก่อนที่จะไปยังเส้นทางนรก ถังฮ่าวได้เตรียมของขวัญชิ้นสุดท้ายไว้ให้ถังซาน นั่นก็คือการปลุกสายเลือดของจักรพรรดิเงินคราม
ณ ป่าเงินคราม ถังซานไม่เพียงแต่ปลุกสายเลือดจักรพรรดิเงินครามได้สำเร็จ แต่รูปร่างหน้าตาของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับกลายเป็นคนละคนเลยทีเดียว
"ที่แท้ถังซานก็เป็นลูกชายของจักรพรรดิเงินคราม เขาก็นับว่าเป็นลูกของสัตว์วิญญาณแสนปีสิ แต่ว่าวิญญาจารย์กับสัตว์วิญญาณมันต้องเป็นศัตรูกันชนิดตายกันไปข้างนึงไม่ใช่เหรอ แล้ววงแหวนวิญญาณแสนปีของถังฮ่าวใช่ของจักรพรรดิเงินครามหรือเปล่า ถังฮ่าวใช้วิธีสกปรกครอบครองจักรพรรดิเงินคราม พอหล่อนคลอดลูกเสร็จ ก็ฆ่าหล่อนทิ้งเพื่อเอาวงแหวนวิญญาณมาใช่ไหมคะ" โหลวเสี่ยวเอ๋อยิงคำถามรัวเป็นชุดโดยไม่ยอมหยุดพัก
เหออวี่จู้ถึงกับมึนตึ้บ คำถามก่อนหน้านี้ยังพอรับได้ แต่ที่คุณคิดว่าถังฮ่าวใช้วิธีสกปรกครอบครองจักรพรรดิเงินครามนี่มันมาจากไหนกันเนี่ย
ถึงแม้ว่าถ้าเล่าตามที่โหลวเสี่ยวเอ๋อพูด มันจะยิ่งขับเน้นความชั่วร้ายของพวกถังซานได้ดีก็เถอะ แต่เหออวี่จู้คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจว่าช่างมันเถอะ
คำโกหกหนึ่งคำ ต้องใช้คำโกหกอีกนับไม่ถ้วนมาปกปิด
เช่นเดียวกัน การเปลี่ยนพล็อตเรื่องในนิทานแค่พล็อตเดียว ก็ต้องใช้พล็อตเรื่องอีกนับไม่ถ้วนมาคอยอุดรอยรั่ว
เหออวี่จู้รู้สึกว่ามันยุ่งยากเกินไป ไม่เปลี่ยนดีกว่า
"วิธีของถังฮ่าวก็ถือว่าพอทนได้ล่ะนะ ทั้งคู่ยังเป็นหนุ่มโสดสาวโสด ถังฮ่าวใช้คารมหวานหูหลอกฟันจักรพรรดิเงินคราม มันก็ไม่ได้ผิดกฎหมายสักหน่อย"
โหลวเสี่ยวเอ๋อไม่พอใจเอามาก ๆ เอ่ยว่า "จุดประสงค์ของถังฮ่าวก็คือวงแหวนวิญญาณของจักรพรรดิเงินคราม เจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นผู้ชายเฮงซวยเหมือนกับสวี่ต้าเม่านั่นแหละ เอาวงแหวนวิญญาณของหล่อนมา แล้วยังจะมาแสร้งทำเป็นรักล้นใจจะแก้แค้นแทนหล่อนอีก ไม่ใช่คนดีเลยจริง ๆ แล้วก็อวี้เสี่ยวกังคนนั้นด้วย คนที่เขานับถือที่สุดก็คือพรหมยุทธ์เฮ่าเทียน นี่เขานับถือในความสามารถด้านการเป็นผู้ชายเฮงซวยของมันหรือไง"
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เหออวี่จู้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารขุมหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากตัวโหลวเสี่ยวเอ๋อ
เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง เขาจึงรีบเออออห่อหมกไปว่า "ผมก็คิดว่าอวี้เสี่ยวกังกับถังฮ่าวไม่ใช่คนดีเหมือนกันนั่นแหละ ทั้งจอมสร้างภาพ บ้ากาม แล้วก็เหี้ยมโหดอำมหิต แทบจะเทียบชั้นสวี่ต้าเม่าได้อยู่แล้ว"
โหลวเสี่ยวเอ๋อค่อนข้างพอใจกับคำตอบของเหออวี่จู้ จึงประทับรอยจูบอันหอมหวานให้เป็นรางวัล
เหออวี่จู้รู้สึกว่าถ้าขืนคุยเรื่องนี้ต่อไปคงจะอันตรายไม่น้อย เลยรีบข้ามเนื้อหาส่วนนี้ไปอย่างไว
หลังจากนั้น ถังฮ่าวก็เฝ้ารอให้ถังซานไปที่เมืองแห่งการสังหาร
พอไปถึงเมืองแห่งการสังหาร ก็ได้เจอกับหูเลี่ยน่าที่ล่วงหน้ามาก่อนหนึ่งปี นางถูกปี่ปี๋ตงส่งมาฝึกฝนหาประสบการณ์
ถังซานจำหูเลี่ยน่าได้ แต่หูเลี่ยน่ากลับจำถังซานไม่ได้
หูเลี่ยน่าแบกรับภารกิจที่ปี่ปี๋ตงมอบหมายมา จึงไม่ได้สนใจเรื่องอื่นมากนัก
ทว่า ถังซานที่ใช้ชื่อปลอมว่าถังอิ๋น ก็ยังสามารถดึงดูดความสนใจของหูเลี่ยน่าได้อยู่ดี นางอยากจะดึงตัวศิษย์สำนักเฮ่าเทียนคนนี้มาเป็นพวก เพื่อเตรียมปูทางให้สำนักวิญญาณยุทธ์กวาดล้างสำนักเฮ่าเทียนในอนาคต
ทั้งสองคนจับคู่กันฝ่าเส้นทางนรกจนสำเร็จ และได้รับเขตแดนเทพสังหาร
โหลวเสี่ยวเอ๋อถามขึ้น "ทำไมปี่ปี๋ตงถึงไม่บอกหูเลี่ยน่าไปล่ะคะ ว่าถังอิ๋นก็คือถังซาน ฆ่าเขาทิ้งซะตรงนั้นก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ"
"เมืองแห่งการสังหารเป็นถิ่นของราชันเทพซิวหลัวนะ เขาจะยอมทนดูหมากของตัวเองตายด้วยน้ำมือของหูเลี่ยน่าได้ยังไงกัน"
"ราชันเทพซิวหลัวสร้างสถานที่ชั่วร้ายอย่างเมืองแห่งการสังหารขึ้นมาได้แบบนี้ ไม่ใช่คนดีจริง ๆ ด้วยสินะ ฉันก็นึกว่าเมืองแห่งการสังหารเป็นผลงานการสร้างของเทพหลัวซาซะอีก"
มันก็อาจจะเป็นฝีมือเทพหลัวซาสร้าง แล้วโดนราชันเทพซิวหลัวยึดครองไปก็ได้นะ
แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เหออวี่จู้จึงไม่ได้พูดออกไป
ปล.: ตอนพิเศษ 6 เมืองแห่งการสังหาร
การที่ปี่ปี๋ตงส่งหูเลี่ยน่ามาที่เมืองแห่งการสังหารนั้น มีจุดประสงค์อยู่สองอย่าง
อย่างแรกคือการทำให้หูเลี่ยน่าได้เห็นธาตุแท้ของถังซานอย่างทะลุปรุโปร่ง จะได้ไม่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมแบบเดิมอีก
สาเหตุที่หูเลี่ยน่าไปหลงรักถังซานเข้า ก็เพราะได้รับการช่วยเหลือจากถังอิ๋นหลายต่อหลายครั้งในเมืองแห่งการสังหาร
แต่หูเลี่ยน่าในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ไม่มีทางยอมสยบให้กับถังอิ๋นง่าย ๆ หรอก
จุดประสงค์อย่างที่สองก็คือ มุกในตัวของงูเพลิงสิบหัว
ตอนที่ปี่ปี๋ตงฝ่าเส้นทางนรกในสมัยก่อนนั้น ไม่มียักษ์อสรพิษสิบหัวหรอกนะ สัตว์วิญญาณที่เฝ้าเส้นทางนรกอยู่เป็นสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งมากตัวหนึ่ง
ทว่าในครั้งที่ถังซานฝ่าเส้นทางนรก สิ่งที่เฝ้าเส้นทางอยู่กลับไม่ใช่สัตว์วิญญาณ แต่ดันเป็นสัตว์ประหลาดที่ทวีปโต้วหลัวไม่เคยมีปรากฏมาก่อน
ปี่ปี๋ตงก็กะจะมาทำลายแผนการของราชันเทพซิวหลัวนี่แหละ นางอยากจะดูนักว่า สุดท้ายแล้วไอ้พี่เลี้ยงอย่างราชันเทพซิวหลัวจะหน้าด้านหน้าทนได้สักแค่ไหนเชียว
เรื่องราวก็เป็นไปตามที่ปี่ปี๋ตงคาดการณ์ไว้ หูเลี่ยน่าเพียงแค่มองถังอิ๋นเป็นเป้าหมายที่สามารถดึงตัวมาเป็นพวกได้เท่านั้น
ส่วนเรื่องที่ถังอิ๋นพยายามประจบเอาใจนาง ด้วยการบอกเรื่องที่ในบลัดดี้แมรี่มีสารพิษเจือปนอยู่นั้น หูเลี่ยน่ายิ่งไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด
ก่อนมา ปี่ปี๋ตงได้บอกวิธีสกัดล้างพิษเรื้อรังพวกนี้ให้นางฟังแล้ว
หูเลี่ยน่ากลั้นความขยะแขยง คอยรับมือกับถังซาน และพยายามเสนอให้ถังซานสวามิภักดิ์ต่อสำนักวิญญาณยุทธ์อยู่หลายต่อหลายครั้ง
ถังซานแค่อยากจะเอาเปรียบ มีหรือจะยอมสวามิภักดิ์ต่อสำนักวิญญาณยุทธ์ เขาใช้คำโกหกบ่ายเบี่ยงไปพลาง พร้อมกับสรรหาสารพัดวิธีมาเอาใจหูเลี่ยน่าไปพลาง
หูเลี่ยน่าก็ไม่ได้โง่ ย่อมดูออกว่าถังซานไม่มีทางสวามิภักดิ์ต่อสำนักวิญญาณยุทธ์แน่ จึงเลิกล้มความคิดที่จะปราบพยศเขา และตั้งใจจะคว้าชัยชนะร้อยครั้งรวดรวดเดียวจบ เพื่อตรงไปฝ่าเส้นทางนรกเลย
แต่หูเลี่ยน่าหารู้ไม่ ว่าเส้นทางนรกในครั้งนี้ ถูกเตรียมไว้ให้ถังซานเป็นพิเศษ จะยอมให้นางฮุบผลประโยชน์ไปคนเดียวได้อย่างไร
ตอนที่หูเลี่ยน่าชนะติดต่อกันถึงเก้าสิบเก้าครั้ง ก็ไม่มีใครกล้าขึ้นมาท้าประลองกับนางอีกเลย จนกระทั่งถังซานคว้าชัยชนะครบหนึ่งร้อยครั้ง จู่ ๆ ก็มีคนโผล่มาท้าประลองกับหูเลี่ยน่าเฉยเลย
เมื่อไม่มีทางเลือก หูเลี่ยน่าจึงจำต้องฝ่าเส้นทางนรกไปพร้อมกับถังซาน
เพื่อระบายความหงุดหงิดในใจ หูเลี่ยน่าจึงไม่ออมมือเลยสักนิด นางลุยแหลกบดขยี้ศัตรูไปตลอดทาง ทำเอาถังซานกลายเป็นแค่ตัวประกอบเดินตามต้อย ๆ ไปเลย
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนใกล้จะฝ่าเส้นทางนรกได้สำเร็จ ราชันเทพซิวหลัวก็ชักจะนั่งไม่ติด ขืนปล่อยให้ถังซานออกไปในสภาพนี้ เขตแดนเทพสังหารที่ถังซานได้รับไปก็แทบจะไร้ประโยชน์เลยน่ะสิ
ด้วยเหตุนี้ บททดสอบในเส้นทางนรกจึงถูกยกระดับความยากขึ้นมากะทันหัน
การเคลื่อนไหวของหูเลี่ยน่าถูกขัดขวาง จนต้องชะลอความเร็วลง ถังซานจึงมีโอกาสได้ลงมือบ้างเล็กน้อย
แต่หูเลี่ยน่าก็ชะลอความเร็วลงเพียงครู่เดียวเท่านั้น หลังจากกลืนโอสถที่ปี่ปี๋ตงให้มาเข้าไปหนึ่งเม็ด หูเลี่ยน่าก็ฟื้นฟูสภาพร่างกายกลับมาเต็มร้อย
จากนั้นก็ลุยแหลกบดขยี้ศัตรูต่อไป
ราชันเทพซิวหลัวแทบจะอยากยื่นมือมาฆ่าหูเลี่ยน่าให้ตายคามือ แต่เขาก็ทำไม่ได้ ในตอนนี้เขากำลังใช้สถานะผู้ควบคุมของตัวเองเจาะช่องโหว่กฎอยู่ จะลงมืออย่างโจ่งแจ้งไม่ได้เด็ดขาด
ส่วนความยากของเส้นทางนรกก็ไม่สามารถเพิ่มขึ้นไปได้มากกว่านี้แล้ว ไม่อย่างนั้นถังซานคงได้ตายตกอยู่ในเส้นทางนรกแน่ ๆ
ภายใต้ความคับแค้นใจของราชันเทพซิวหลัว หูเลี่ยน่าและถังซานก็ผ่านเส้นทางนรกไปได้สำเร็จ
การฝ่าเส้นทางนรกในครั้งนี้ ถังซานได้รับเพียงเขตแดนเทพสังหารมาเท่านั้น ส่วนเรื่องอานุภาพก็เรียกได้ว่าดีกว่าไม่มี ถือเป็นเทพสังหารที่อ่อนแอที่สุดเลยก็ว่าได้
ส่วนหูเลี่ยน่านั้น กลับกอบโกยผลประโยชน์ในครั้งนี้ไปได้มากกว่าเก้าส่วน
ราชันเทพซิวหลัวจะยอมทนให้หมากรับเคราะห์อย่างหูเลี่ยน่า ฮุบเอาแผนการของเขาไปได้อย่างไร เขาเตรียมจะลงมือด้วยตัวเอง เพื่อชิงเอาเขตแดนเทพสังหารในตัวนางกลับคืนมา
ปี่ปี๋ตงเองก็ไม่วางใจในตัวหูเลี่ยน่า และยิ่งไม่วางใจราชันเทพซิวหลัว นางจึงคอยซุ่มรออยู่แถวนั้นมาตลอด พอสัมผัสได้ว่าหูเลี่ยน่าออกมาจากเส้นทางนรกแล้ว นางก็รีบพุ่งไปรับตัวทันที
เพื่อไม่ให้เทพหลัวซาจับเอาไปเป็นข้ออ้างได้ ราชันเทพซิวหลัวจึงทำได้เพียงตัดใจล้มเลิกความคิดเดิมไปอย่างไม่สบอารมณ์
การปรากฏตัวของปี่ปี๋ตง ทำให้ถังฮ่าวไม่กล้าโผล่หัวออกมา ทำได้เพียงหลบมุมแอบชื่นชมเรือนร่างอันงดงามของสองศิษย์อาจารย์เงียบ ๆ
ถังซานเองก็แอบชื่นชมเรือนร่างอันงดงามของสองศิษย์อาจารย์อย่างลับ ๆ เช่นกัน ถึงขนาดเกิดความลังเลขึ้นมานิดหน่อย ว่าควรจะยอมสวามิภักดิ์ต่อสำนักวิญญาณยุทธ์ดีหรือไม่
ปี่ปี๋ตงกลืนความขยะแขยงในใจ พากันหูเลี่ยน่าเดินจากไป โดยไม่สนใจสองพ่อลูกตระกูลถังที่กำลังทำหน้าหื่นกามอยู่เลยสักนิด
ปล.: จบตอนพิเศษ 6
(จบบท)