เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 เปิดการประชุม

บทที่ 43 เปิดการประชุม

บทที่ 43 เปิดการประชุม


ตอนที่เหออวี่จู้เดินทอดน่องกลับมาถึงลานสี่ประสาน การประชุมครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของลานบ้านก็เตรียมพร้อมเสร็จสรรพแล้ว

"จู้จื่อ รอเธอคนเดียวนี่แหละ"

วินาทีที่เหออวี่จู้ปรากฏตัว ลุงทั้งสามและฉินหวยหรูต่างก็จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ประสงค์ดี

เริ่มแรก หลิวไห่จงก็ชิงพูดขึ้นก่อน

"ทุกคนก็รู้กันแล้วนะ ว่าเมื่อเช้านี้ล้อรถจักรยานของลุงสามหายไป ลานบ้านเราเป็นลานสี่ประสานดีเด่นประจำสำนักงานเขต ไม่เคยเกิดเรื่องเลวร้ายขนาดนี้มาก่อน ลุงทั้งสามคนปรึกษากันแล้ว ก็เลยคิดว่าต้องเปิดประชุมหารือกันหน่อย ตอนนี้ ให้ลุงใหญ่เป็นคนชี้แจงเนื้อหาการประชุมก็แล้วกัน"

ก่อนที่อี้จงไห่จะพูด เขาเอาแต่จ้องมองเหออวี่จู้ พอเห็นอีกฝ่ายหลับตาลงดื้อ ๆ ราวกับหลับไปแล้ว ในใจก็เกิดไฟโกรธปะทุขึ้นมา

มาถึงตอนนี้แล้ว เหออวี่จู้ยังไม่รู้จักสำนึกผิดอีก นี่มันไม่เห็นหัวลุงใหญ่อย่างเขาเลยชัด ๆ

"ล้อรถของลุงสามหายไป นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ตอนนี้ได้แจ้งเรื่องให้ผู้กำกับจางทราบแล้ว ผู้กำกับจางกำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่ ขอแค่สืบเจอความจริง เขาไม่มีทางปล่อยคนเลวไปแน่ แต่หลังจากที่ลุงทั้งสามคนปรึกษากันแล้ว ก็พบว่าเรื่องนี้น่าจะไม่ได้เป็นฝีมือของคนนอก"

"ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในลานเดียวกัน ถ้าเป็นคนในลานบ้านเราขโมยไป ฉันก็หวังว่าเขาจะกล้าลุกขึ้นมายอมรับผิด แล้วก็ชดใช้ค่าเสียหายให้ลุงสาม ขอแค่เขากล้าลุกขึ้นมา พวกเราก็จะไม่เอาเรื่องเด็ดขาด"

คำพูดของอี้จงไห่แทบจะชี้ชัดอยู่แล้วว่าเป็นฝีมือคนในลานสี่ประสาน มีหรือที่ทุกคนจะไม่เข้าใจ ด้วยความเคยชินที่สั่งสมมานาน ทุกคนจึงพลอยคิดไปด้วยว่าเป็นฝีมือคนในลานบ้านจริง ๆ

ทุกคนนึกถึงเรื่องที่ป้างเกิงขโมยไก่ขึ้นมาได้ทันที จึงพากันหันไปมองฉินหวยหรู

ฉินหวยหรูเริ่มนั่งไม่ติด อยากจะลุกขึ้นมาบีบน้ำตา แล้วปฏิเสธว่าไม่ใช่ฝีมือป้างเกิงใจจะขาด

อี้จงไห่เห็นทุกคนกำลังสงสัยฉินหวยหรู ก็รู้สึกโกรธจัด นี่คือฉินหวยหรูนะ คนดีขนาดนี้ พวกเธอไปสงสัยบ้านหล่อนได้ยังไง

อี้จงไห่กระแอมไอเบา ๆ แล้วพูดขึ้นว่า "นิสัยใจคอของฉินหวยหรูทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว ไม่มีทางเป็นหล่อนที่ขโมยล้อรถไปหรอก ลุงสาม นายว่าจริงไหมล่ะ"

ตอนนี้เหยียนปู้กุ้ยกำลังจ้องมองเหออวี่จู้ราวกับจ้องมองศัตรูคู่อาฆาต ก่อนเริ่มการประชุม อี้จงไห่กับหลิวไห่จงไปหาเขา แล้วพูดใบ้ว่าเหออวี่จู้เป็นคนขโมยล้อรถไป

เหยียนปู้กุ้ยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดี ก็เชื่อข้อสงสัยของพวกเขา และบอกทันทีว่าจะไปแจ้งเรื่องให้ผู้กำกับจางทราบ

การส่งตัวเหออวี่จู้ให้ผู้กำกับจาง มันขัดต่อผลประโยชน์ของอี้จงไห่ เขาไม่มีทางยอมให้ไปแจ้งผู้กำกับจางเด็ดขาด เพื่อล้มเลิกความคิดของเหยียนปู้กุ้ย อี้จงไห่จึงรับปากว่าจะให้เหออวี่จู้ชดใช้ล้อรถเส้นใหม่ให้เขา แถมยังต้องชดใช้ค่าเสียหายอื่น ๆ ด้วย

เหยียนปู้กุ้ยพูดขึ้นว่า "ขโมยแบกรถจักรยานของฉันออกไปนอกลานบ้าน แต่กลับถอดไปแค่ล้อเดียว แบบนี้มันน่าจะเป็นการแก้แค้นกันชัด ๆ ฉันกับฉินหวยหรูไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกัน คงไม่ใช่ฝีมือหล่อนหรอก"

อันที่จริง อี้จงไห่อยากให้เหยียนปู้กุ้ยพูดถึงความขัดแย้งระหว่างเขากับเหออวี่จู้ออกมาใจจะขาด แต่เหยียนปู้กุ้ยไม่ยอม ขืนให้คนอื่นรู้ว่าเขาเอาเรื่องแนะนำคู่ดูตัวมาอ้างเพื่อหลอกกินหลอกดื่ม มันจะขายหน้าขนาดไหนล่ะ

ถ้าอี้จงไห่ยอมเสนอผลประโยชน์ให้ เหยียนปู้กุ้ยก็ไม่สนเรื่องหน้าตาหรอก ปัญหาคือเขาไม่ยอมลงทุนน่ะสิ ต่อให้เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ว่าสุดท้ายเหออวี่จู้ต้องเป็นคนจ่าย แต่ถ้าเหออวี่จู้ไม่มีเงิน คนที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายก็คือลุงใหญ่อย่างเขาอยู่ดี

เพื่อฉินหวยหรู ต่อให้เหออวี่จู้ต้องยืมเงินเยอะแค่ไหน เขาก็ยินดี แต่ตอนนี้มันเป็นการเอาเงินไปให้เหยียนปู้กุ้ยไม่ใช่หรือไง

จะให้เขาเป็นคนวางแผนจัดประชุมลานบ้านครั้งนี้ ก็เพื่อเอาเงินไปประเคนให้เหยียนปู้กุ้ยงั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก

พอเหยียนปู้กุ้ยพูดจบ ทุกคนก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ป้างเกิงที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนขโมยมากที่สุดถูกปัดตกไป แล้วจะมีใครอีกล่ะที่ขโมยล้อรถไป?

ทั่วทั้งลานบ้านตกอยู่ในความเงียบ

แต่มันไม่ถูกสิ จะเป็นแบบนี้ได้ยังไง

อี้จงไห่รีบขยิบตาให้หลิวไห่จง เป็นการส่งซิกให้เขาลุกขึ้นมาพูด แต่หลิวไห่จงน่ะแค่โง่ ไม่ได้บ้า เหออวี่จู้เป็นถึงรองหัวหน้าโรงอาหาร นั่นก็ถือว่าเป็นหัวหน้าคนนึง ปกติก็โดนเขย่าทัพพีใส่อยู่บ่อย ๆ ขืนลุกขึ้นไปล่วงเกินเขาอีก วันข้างหน้าก็อย่าหวังว่าจะได้กินอิ่มเลย

อี้จงไห่เองก็ไม่มีทางลุกขึ้นมาพูดเองหรอก ขืนพูดออกไป ภาพลักษณ์ที่สร้างไว้ก็ป่นปี้หมดสิ แถมยังเป็นการล่วงเกินเหออวี่จู้ด้วย ซึ่งมันขัดกับเป้าหมายของเขา

มองไปรอบ ๆ อี้จงไห่ก็เจอตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด นั่นก็คือสวี่ต้าเม่า สวี่ต้าเม่าเป็นศัตรูคู่อาฆาตของเหออวี่จู้ ขอแค่เรื่องไหนที่ทำให้เหออวี่จู้ไม่สบอารมณ์ได้ เขาไม่มีทางถอยแน่

ดังนั้น อี้จงไห่จึงเอาแต่ขยิบตาให้สวี่ต้าเม่าไม่หยุด

ส่วนสวี่ต้าเม่าน่ะเหรอ กลัวจนหัวหดหลบอยู่หลังโหลวเสี่ยวเอ๋อไปแล้ว

ทำไมสวี่ต้าเม่าถึงกลัวน่ะเหรอ?

ทุกปีพอถึงช่วงสิ้นปี สวี่ต้าเม่าจะต้องลงพื้นที่ไปฉายหนังที่ชนบท แล้วก็ไม่เคยกลับมามือเปล่าเลยสักครั้ง เหยียนปู้กุ้ยที่เอาแต่เฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านทั้งวัน ก็จะคอยดักรอสวี่ต้าเม่า แถมยังข่มขู่เขาอีก สวี่ต้าเม่าจึงต้องจำใจจ่ายค่าปิดปากให้เหยียนปู้กุ้ยทุกครั้ง

แต่สวี่ต้าเม่าเป็นคนยังไงล่ะ จะยอมเสียเปรียบง่าย ๆ ได้ยังไง ช่วงนี้เขาก็กำลังหาโอกาสสั่งสอนเหยียนปู้กุ้ยอยู่เหมือนกัน

สวี่ต้าเม่ายังไม่ทันได้ลงมือ เหยียนปู้กุ้ยก็โดนกรรมตามสนองซะก่อน ทำเอาเขาแอบหัวเราะสะใจอยู่บ้านทั้งวัน

พออี้จงไห่มองมาทางเขา สวี่ต้าเม่าก็เกิดอาการกินปูนร้อนท้อง กลัวว่าจะโดนยัดเยียดข้อหาขโมยล้อรถให้ เรื่องเสียเงินยังพอทน แต่จะให้คนอื่นมองว่าเป็นขโมยนี่รับไม่ได้เด็ดขาด

ในใจสวี่ต้าเม่ายังคงสงสัยป้างเกิงอยู่ จึงกลัวว่าอี้จงไห่จะปกป้องฉินหวยหรู แล้วจับเขาไปรับเคราะห์แทน

อี้จงไห่ก็แอบด่าในใจ ทำไมสวี่ต้าเม่าถึงได้ปอดแหกขนาดนี้ โอกาสดี ๆ แบบนี้ยังไม่รู้จักคว้าไว้ มิน่าล่ะถึงได้เสียเปรียบเหออวี่จู้ทุกครั้งที่มีเรื่องกัน

เห็นได้ชัดว่าอี้จงไห่ลืมไปแล้ว ว่าถ้าไม่ใช่เพราะความลำเอียงของเขา สวี่ต้าเม่าก็คงไม่เสียเปรียบเยอะขนาดนี้หรอก

ไม่ใช่อเค่อี้จงไห่ที่ร้อนใจ เหออวี่จู้เองก็ร้อนใจเหมือนกัน อุตส่าห์จัดฉากซะใหญ่โต แต่นักแสดงดันไม่ให้ความร่วมมือ ดูท่าแล้วคงต้องล้มเลิกกลางคันแน่ ๆ อี้จงไห่นนี่มันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย มีเวลาตั้งวันนึงเต็ม ๆ ยังเตี๊ยมกันไม่เสร็จอีก

ฉินหวยหรูเองก็แอบด่าอี้จงไห่ในใจเหมือนกัน ปกติเห็นชอบคุยโวว่าตัวเองเก่งนักเก่งหนา พอถึงเวลาสำคัญกลับพึ่งพาไม่ได้เลย

จะยอมแพ้แค่นี้เหรอ?

ฉินหวยหรูไม่ยอมแพ้หรอก หล่อนมั่นใจเต็มร้อยว่าเหออวี่จู้เป็นคนขโมยล้อรถไป ถ้าปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไป แล้วช่วงปีใหม่จะทำยังไงล่ะ ยังไม่ทันถึงสิ้นปี นี่แหละคือโอกาสทองในการกอบโกยผลประโยชน์

เมื่อก่อนตอนช่วงปีใหม่ เหออวี่จู้ไม่เพียงแต่จะรับผิดชอบเรื่องกินเรื่องดื่มของบ้านหล่อนเท่านั้น แต่ยังให้แต๊ะเอียเด็ก ๆ อีกด้วย ถ้าในกระเป๋าเขายังมีเงินเหลือ แค่พูดจาหว่านล้อมนิดหน่อย เงินก็ตกมาอยู่ในมือหล่อนอย่างง่ายดายแล้ว

ถ้าตอนนี้ไม่รีบสานสัมพันธ์กับเหออวี่จู้ให้ดี เงินพวกนั้นก็คงหายวับไปกับตา

ฉินหวยหรูมองไปที่อี้จงไห่ อี้จงไห่ก็มองไปที่ฉินหวยหรู ทั้งสองคนมองสบตากันราวกับหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าที่กำลังส่งซิกให้กัน

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนี้เตี๊ยมกันยังไง สุดท้ายฉินหวยหรูก็เป็นฝ่ายก้าวออกมายืนข้างหน้า

"ฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นฝีมือเด็ก ๆ ในลานบ้านเราหรอกจ้ะ เด็ก ๆ อย่างมากก็แค่หยิบของกินไปนิดหน่อย นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาหิวจนทนไม่ไหว ถ้าไม่มีเหตุผลพิเศษ พวกเขาจะเอาล้อรถไปทำไมล่ะจ๊ะ"

แค่ประโยคแรกที่เอ่ยปาก ก็ปัดความผิดให้พ้นตัวป้างเกิงซะแล้ว

หลายคนถึงกับเบ้ปาก เด็กบ้านอื่นแอบหยิบของคนอื่นไป อาจจะเพราะหิวจริง แต่ป้างเกิงบ้านหล่อนน่ะ มันทำจนเป็นนิสัยแล้วต่างหาก

คำพูดพวกนี้ก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ ไม่มีใครกล้าพูดออกมาหรอก

ฉินหวยหรูพูดต่อ "เรื่องที่ล้อรถของลุงสามถูกขโมย ก็แจ้งความไปแล้ว ถ้าใครรู้อะไร ก็รีบ ๆ บอกมาเถอะจ้ะ ลุงสามก็เป็นคนดีคนนึง พวกเราจะทนดูแกเดือดร้อนได้ยังไง"

เหออวี่จู้ยังคงหลับตาพักผ่อนอย่างสบายใจ ไม่ได้สนใจการแสดงของพวกนั้นเลยสักนิด

ฉินหวยหรูรู้สึกหงุดหงิดในใจ จึงพูดขึ้นว่า "จู้จื่อ เธอช่วยคิดหาทางหน่อยสิ จะมามัวโกรธแค้นลุงสาม แค่เพราะแกรับปากว่าจะแนะนำคู่ดูตัวให้ แล้วยังไม่ได้ทำแค่นั้นไม่ได้นะ"

แม่ม่ายนี่ร้ายกาจจริง ๆ

พอเปิดประชุมลานบ้าน ก็ตีตราว่าคดีขโมยล้อรถเป็นการแก้แค้นทันที แถมฉินหวยหรูยังพูดโต้ง ๆ เลยว่าเหออวี่จู้มีความขัดแย้งกับเหยียนปู้กุ้ย และยังเป็นความขัดแย้งที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ อีกต่างหาก

นี่มันไม่ได้แปลว่าจงใจบอกทุกคนโต้ง ๆ เลยเหรอ ว่าล้อรถเนี่ยเป็นฝีมือเขาขโมยไปน่ะ?

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 43 เปิดการประชุม

คัดลอกลิงก์แล้ว