- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 14 สำนักงานเขตตรวจสอบ
บทที่ 14 สำนักงานเขตตรวจสอบ
บทที่ 14 สำนักงานเขตตรวจสอบ
ลานสี่ประสานแจ้งเรื่องนี้ขึ้นไปเป็นครั้งแรก คนจากสำนักงานเขตและตำรวจก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
ลุงทั้งสามที่เคยวางมาดใหญ่โต ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนลูกน้องเดินตามประจบประแจงล้อมหน้าล้อมหลังหัวหน้าหวัง คอยพูดโอ้อวดผลงานของตัวเองเป็นระยะ
เหออวี่จู้นับถือหัวหน้าหวังจริง ๆ ทั้งที่รู้ธาตุแท้ของลุงทั้งสามดี แต่ก็ยังส่งยิ้มพูดคุยด้วย แถมบางทียังจงใจพูดชมเชยผลงานของพวกเขากลับไปอีก
ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุเสร็จอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ก็แน่นอนว่าไม่พบเบาะแสอะไรเลย
"หัวหน้าหวังครับ รบกวนมาทางนี้หน่อย พวกเรามีเรื่องจะคุยด้วยครับ"
หัวหน้าหวังมองลุงทั้งสามที่เดินตามมาติด ๆ แล้วพูดว่า "ฉันมีธุระจะคุยกับสหายตำรวจ พวกคุณจะตามมาทำไม"
เหยียนปู้กุ้ยขี้ขลาดที่สุด จึงรั้งท้ายอยู่ตลอด
หลิวไห่จงเป็นพวกบ้าอำนาจอยากเป็นใหญ่ที่สุด แต่ก็กลัวข้าราชการที่สุดเช่นกัน ที่ยอมเดินตามหัวหน้าหวังต้อย ๆ ก็แค่ไม่อยากน้อยหน้าอี้จงไห่เท่านั้น
อี้จงไห่เหนือกว่าลุงอีกสองคนมาก หลัก ๆ เป็นเพราะเขามีเส้นสายเยอะ ความกล้าก็เลยเยอะตามไปด้วย
"หัวหน้าหวังครับ พวกเราเป็นลุงผู้จัดการลานบ้าน เรื่องคดีขโมยของ พวกเราก็ควรจะได้รับฟังด้วยนะครับ"
ถ้ามันพูดต่อหน้าคนอื่นได้ สหายตำรวจจะเรียกหัวหน้าหวังไปคุยแยกทำไม ลุงทั้งสามไม่เข้าใจเหตุผลข้อนี้ แต่มีหรือที่หัวหน้าหวังจะไม่เข้าใจ
"สหายตำรวจตามฉันไปคุยเรื่องอื่น พวกคุณก็รอฟังข่าวอยู่ที่นี่ดี ๆ เถอะ"
คราวนี้ลุงทั้งสามยอมสงบปากสงบคำ ไม่กล้าเรียกร้องอะไรอีก
"หัวหน้าหวังครับ จากการตรวจสอบของเรา แทบจะตัดความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนนอกเข้ามาขโมยไปได้เลย จากผลการตรวจ เราสรุปได้สองอย่าง คือไม่คนในบ้านขโมยเอง ก็แปลว่าไม่เคยมีเงินก้อนนี้อยู่เลยตั้งแต่แรก พวกเราเอนเอียงไปทางข้อหลังมากกว่า เพราะดูจากค่าใช้จ่ายในบ้านหลังนี้แล้ว ไม่น่าจะเป็นครอบครัวที่เก็บเงินได้เยอะขนาดนั้นครับ"
หัวหน้าหวังสับสน ทำไมถึงฟันธงได้ว่าบ้านนี้ใช้จ่ายเยอะล่ะ?
"สหายตำรวจ พวกคุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ ฐานะของบ้านนี้ถึงจะไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้ใช้จ่ายเยอะอะไรขนาดนั้นนะคะ"
"หัวหน้าหวัง ลองไปดูที่โอ่งแป้งบ้านพวกเขาสิครับ ยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ บ้านใครจะมีแป้งสาลีเยอะขนาดนั้น บ้านพวกเขามีผู้หญิงทำงานแค่คนเดียว เงินเดือนเดือนละยี่สิบเจ็ดหยวนห้าเหมา คุณลองคิดดูสิครับ รายได้แค่นี้ จะมีปัญญาซื้อแป้งสาลีมาตุนไว้เยอะขนาดนั้นได้ยังไง แถมคุณลองดูหน้าตาคนในบ้านสิครับ อวบอ้วนหน้ามันแผล็บกันทุกคนเลย"
หัวหน้าหวังกวาดสายตามองไป ก็เข้าใจทันทีว่าตำรวจเดาไม่ผิดเลย ในลานบ้านนี้ เจี่ยจางซื่ออ้วนที่สุด ขนาดฉินหวยหรูที่ต้องทำงานในโรงงานรีดเหล็กทั้งวัน ก็ยังดูขาวอวบมีน้ำมีนวล
"หัวหน้าหวังครับ เรื่องที่เหลือคงต้องรบกวนคุณช่วยตรวจสอบดูหน่อยนะครับ ว่าของในบ้านพวกเขาได้มายังไง"
พอเห็นตำรวจเดินจากไปเงียบ ๆ อี้จงไห่ก็ร้อนรน เงินบ้านฉินหวยหรูยังหาไม่เจอเลย ทำไมสหายตำรวจถึงกลับไปแล้วล่ะ
"หัวหน้าหวัง เงินของบ้านฉินหวยหรูหาเจอหรือยังครับ"
หัวหน้าหวังมองสีหน้าร้อนรนของอี้จงไห่แล้วก็รู้สึกทะแม่ง ๆ คุณเป็นแค่ลุงประจำลานบ้าน ทำไมถึงดูเดือดเนื้อร้อนใจยิ่งกว่าเจ้าทุกข์เสียอีก
"อี้จงไห่ ฉันขอถามหน่อย บ้านฉินหวยหรูมีเงินเยอะขนาดนั้นจริงเหรอ รวมกันตั้งสองพันหนึ่งร้อยแปดสิบหยวน เงินพวกนี้ได้มายังไง"
หัวหน้าหวังหันไปถามหลิวไห่จงกับเหยียนปู้กุ้ยต่อ "พวกคุณบอกว่าบ้านฉินหวยหรูลำบาก งั้นพวกคุณลองบอกฉันมาสิ ว่าทำไมบ้านฉินหวยหรูถึงมีเงินเยอะขนาดนี้"
อี้จงไห่ร้อนรนจนเหงื่อแตกพลั่ก เขารู้อยู่แล้วว่าบ้านฉินหวยหรูมีเงิน เงินชดเชยจากโรงงานตอนที่เจี่ยตงซวี่ตาย เขาก็เป็นคนจัดการให้ แต่ถ้าจะให้ตอบว่าทำไมบ้านฉินหวยหรูถึงมีเงินเยอะขนาดนั้น เขาก็ตอบไม่ได้จริง ๆ
หลิวไห่จงกับเหยียนปู้กุ้ยยิ่งแล้วใหญ่ แทบอยากจะมุดหัวหนีลงดิน
"ฉันได้ยินคนในลานบ้านบอกว่า ลุงทั้งสามอย่างพวกคุณเป็นตัวตั้งตัวตีจัดรับบริจาคเงินให้บ้านฉินหวยหรูอยู่หลายครั้ง ฉันขอถามหน่อยเถอะ บ้านฉินหวยหรูจำเป็นต้องรับเงินบริจาคจากทุกคนจริง ๆ เหรอ"
เมื่อเห็นน้ำเสียงของหัวหน้าหวังเริ่มจริงจังและดุดันขึ้น อี้จงไห่ก็จนปัญญา
"หัวหน้าหวังครับ ผมก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าบ้านฉินหวยหรูไปเอาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหน เดี๋ยวผมเรียกฉินหวยหรูมาถามดู คุณเห็นว่าไงครับ"
"ใช่ครับ หัวหน้าหวัง พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่าบ้านฉินหวยหรูไม่ได้ขัดสน ให้ฉินหวยหรูเป็นคนพูดเองดีกว่าครับ" หลิวไห่จงกับเหยียนปู้กุ้ยประสานเสียงตอบพร้อมกัน
"ตกลง พวกคุณไปเรียกเธอมา"
"หวยหรู เธอมานี่หน่อย หัวหน้าหวังมีเรื่องจะถาม"
"ลุงใหญ่ หัวหน้าหวัง พวกคุณมีอะไรจะถามฉันเหรอคะ"
อี้จงไห่ไม่อยากล่วงเกินฉินหวยหรู จึงหันไปมองหัวหน้าหวัง
"ฉินหวยหรู ฉันขอถามเธอหน่อย เธอมีเงินเดือนแค่ยี่สิบเจ็ดหยวนห้าเหมา แล้วไปเก็บหอมรอมริบเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหน"
ฉินหวยหรูจะตอบได้ยังไง ขืนบอกไปว่าหลอกชาวบ้านมา มีหวังซวยแน่ ๆ เธอจึงงัดไม้ตายเดิมออกมาใช้ ก้มหน้าก้มตาร้องไห้กระซิก ๆ
พอเห็นฉินหวยหรูบีบน้ำตา อี้จงไห่ก็ปวดใจขึ้นมาทันที แต่หัวหน้าหวังไม่มีทางหลงกลลูกไม้นี้แน่ ๆ และตัวเขาเองก็ไม่กล้าออกรับแทนต่อหน้าหัวหน้าหวังด้วย
"หวยหรู หัวหน้าหวังถามเธอน่ะ เธอมีความจริงอะไรก็บอกหัวหน้าหวังไปเถอะ"
ฉินหวยหรูช็อกไปเลย เมื่อก่อนขอแค่เธอบีบน้ำตา ถ้าไม่ใช่เหออวี่จู้ออกมารับหน้าแทน ก็ต้องเป็นอี้จงไห่ที่ใช้ศีลธรรมมากดดันคนอื่น ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอต้องมานั่งแก้ปัญหาเองแบบนี้เลย
เมื่อเห็นอี้จงไห่ขยิบตาให้ไม่หยุด ฉินหวยหรูก็จำใจต้องตอบ "หัวหน้าหวังคะ เงินในส่วนของแม่สามี เป็นเงินชดเชยของตงซวี่ แล้วก็เงินบำนาญที่ให้แม่สามีเก็บไว้ค่ะ"
"แล้วเงินในส่วนของเธอล่ะ"
ฉินหวยหรูไม่อยากพูด แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ "หัวหน้าหวังคะ เงินในส่วนของฉัน เป็นเงินเดือนของฉันเองค่ะ"
"เธอหาเงินได้เยอะขนาดนั้นเชียว ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอได้เงินเดือนแค่ระดับเด็กฝึกงาน เพิ่งจะปรับเป็นช่างระดับหนึ่งเมื่อปีนี้เองไม่ใช่เหรอ"
ฉินหวยหรูหน้าเหวอ หัวหน้าหวังไปรู้เรื่องนี้ละเอียดขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย
"หัวหน้าหวังคะ เงินพวกนั้นฉันช่วยซาจู้เก็บไว้ค่ะ ถ้าไม่เชื่อ คุณลองถามซาจู้ดูก็ได้นะคะ"
หัวหน้าหวังเห็นเหออวี่จู้ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ไม่ไกล จึงตะโกนเรียก "ซาจู้ เธอมานี่หน่อยสิ"
"หัวหน้าหวัง เรียกผมมีอะไรเหรอครับ"
"ฉันขอถามหน่อย เงินของฉินหวยหรู เป็นเงินที่เธอฝากไว้หรือเปล่า"
"เอ่อ หัวหน้าหวังครับ ผมไม่เคยฝากเงินไว้กับพี่สะใภ้ตงซวี่เลยนะครับ ตั้งแต่พี่ตงซวี่เสียไป ลุงใหญ่ก็มาบอกผมว่าบ้านพี่สะใภ้ตงซวี่ลำบาก ให้ผมช่วยดูแลบ้านนั้นหน่อย ทุกเดือนพี่สะใภ้ตงซวี่ก็เลยมาขอยืมเงินผมสิบหยวน แล้วลุงใหญ่ก็ให้ผมให้ยืมอีกสิบหยวน รวม ๆ แล้วก็ตกเดือนละอย่างน้อยยี่สิบหยวน เป็นแบบนี้มาสี่ปีปีกว่าแล้วครับ"
คนอื่นยังไม่ทันได้พูดอะไร อี้จงไห่ก็ร้อนตัวขึ้นมาทันที "ซาจู้ ฉันไปบอกให้เธอยืมเงินหวยหรูเยอะขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!"
"อ้าว ลุงใหญ่ ลุงบอกเองนี่ครับว่าบ้านฉินหวยหรูลำบาก ให้ผมช่วยดูแลหน่อย แล้วของที่บ้านฉินหวยหรูขาดที่สุดก็คือเงิน ลุงจะให้ผมทำยังไงล่ะ จะช่วยหรือไม่ช่วยล่ะ ถ้าไม่ช่วย ลุงทั้งสามก็ไม่พอใจ แต่ถ้าให้ช่วย มันก็มีแค่วิธีให้ยืมเงินนี่แหละครับ"
หลิวไห่จงกับเหยียนปู้กุ้ยชักจะไม่พอใจ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับพวกเขาล่ะ
"ซาจู้ พวกเราสองคนไม่ได้บอกให้เธอไปช่วยบ้านฉินหวยหรูซะหน่อย"
"ทำไมจะไม่มีล่ะครับ ตอนประชุมใหญ่ลานบ้าน ลุงเป็นคนพูดเองนี่นาว่าลุงทั้งสามปรึกษากันแล้วว่าบ้านฉินหวยหรูลำบาก ให้ทุกคนช่วยกันดูแลหน่อย หรือว่าพวกลุงทั้งสามไม่เคยช่วยอะไรเลยเหรอครับ โหย ทำแบบนี้ไม่ใจเลยนี่นา เอาแต่สั่งคนอื่น แต่พอถึงเวลา กลับปล่อยให้ผมควักกระเป๋าอยู่คนเดียวซะงั้น"
"ซาจู้ เธออย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!" ลุงทั้งสามตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน
"ผมพูดเหลวไหลตรงไหน ตอนประชุมพวกคุณพูดกันเองแท้ ๆ คนทั้งลานบ้านก็รู้กันหมด แต่ก็นะ ลุงทั้งสาม ถ้าบ้านพวกคุณลำบาก ก็บอกกันตรง ๆ สิครับ ทุกคนก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่พวกคุณทำแบบนี้มันหมายความว่าไงล่ะครับเนี่ย ช่วงนี้ผมต้องทนแทะหมั่นโถวแป้งข้าวโพดก้อนเท่ากำปั้นทุกวัน ช่างมันเถอะ วันหลังถ้ามีเรื่องพรรค์นี้อีก ก็อย่ามาเรียกผมแล้วกัน"
(จบบท)