- หน้าแรก
- ก็แค่คนขับรถเถื่อน ไหงสะเทือนไปทั้งกองทัพ
- บทที่ 23 - ทะลวงพายุทราย! การพรางตัวจากธรรมชาติ
บทที่ 23 - ทะลวงพายุทราย! การพรางตัวจากธรรมชาติ
บทที่ 23 - ทะลวงพายุทราย! การพรางตัวจากธรรมชาติ
ลมกรรโชกแรง
เพียงชั่วพริบตาเดียว สีสันของโลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
แสงแดดแผดเผาของเส้นศูนย์สูตรถูกทรายสีเหลืองคลุ้งฟ้าบดบังจนมิด โลกทั้งใบราวกับถูกคลุมด้วยฟิลเตอร์สีเหลืองหม่นหนาทึบ
ทัศนวิสัยลดฮวบลงอย่างน่าใจหายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
หนึ่งร้อยเมตร
ห้าสิบเมตร
จนสุดท้ายเหลือไม่ถึงสิบเมตร!
พายุทรายเบื้องหน้า ราวกับอสูรกายยุคดึกดำบรรพ์ที่อ้าปากกว้างรอขย้ำ ขวางกั้นเส้นทางสู่ค่ายรักษาสันติภาพเอาไว้
ภายในกำแพงสีเหลืองที่เชื่อมฟ้าจรดดินนั้น มีเสียงคำรามกึกก้องราวกับม้านับหมื่นตัวกำลังควบตะบึงดังแว่วมา
นั่นคือเสียงของสายลมที่ฉีกกระชากอากาศ และเสียงทรายหินที่เสียดสีกันจนเกิดเป็นซิมโฟนีแห่งมัจจุราช
ส่วนทางด้านหลังของรถบัส
จุดสีแดงยั้วเยี้ยบนหน้าจอเรดาร์ไม่ได้หยุดการไล่ล่าเพียงเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
ถึงแม้ขบวนรถหลักของกบฏจะถูกชนพังไปคันหนึ่ง แต่รถกระบะหุ้มเกราะกับรถหุ้มเกราะที่เหลือก็ยังตามเกาะติดหนึบราวกับปลิง
ระยะห่าง ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร!
ในห้องไลฟ์สด ภาพเริ่มแตกเป็นสโนว์บ่อยครั้งเพราะโดนพายุทรายรบกวน
คอมเมนต์ที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการผุดขึ้นมากลางหน้าจออย่างร้อนรน
ID: ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติแห่งต้าเซี่ย
"คุณสตรีมเมอร์! ห้ามขับเข้าไปในพายุทรายเด็ดขาด!"
"ตามภาพถ่ายดาวเทียม ความเร็วลมตรงศูนย์กลางพายุทรายลูกนี้ทะลุระดับสิบไปแล้ว!"
"รถบัสคันใหญ่ มีพื้นที่รับลมเยอะ แถมจุดศูนย์ถ่วงก็สูง! ถ้าขับเข้าไปในพายุ มีสิทธิ์พลิกคว่ำได้ง่ายๆ เลย!"
"แถมฝุ่นทรายหนาแน่นขนาดนี้ จะเข้าไปอุดตันไส้กรองอากาศของเครื่องยนต์ในพริบตา ทำให้เครื่องยนต์ดูดเอาทรายเข้าไปจนลูกสูบติด แล้วรถก็จะพังอีกรอบ!"
"รีบหาที่หลบลมแข็งแรงๆ เดี๋ยวนี้! ห้ามฝืนลุยเข้าไปเด็ดขาด!"
ภายในห้องโดยสาร
ซูชิงหานเพิ่งจะช่วยทำแผลเบื้องต้นให้จ้าวเถี่ยจู้เสร็จ เธอเงยหน้ามองภาพวันสิ้นโลกนอกหน้าต่าง ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
ทรายที่ปลิวมากระทบแผ่นเหล็กของรถบัส ส่งเสียงเป๊าะแป๊ะดังลั่นชวนให้เสียวฟัน
รถบัสทั้งคันสั่นโอนเอนอย่างรุนแรงท่ามกลางพายุ ราวกับจะถูกถอนรากถอนโคนขึ้นไปได้ทุกเมื่อ
"กู้เหยียน... ข้างหน้าไม่มีทางแล้ว..." เสียงของซูชิงหานเบาหวิวไปกับเสียงลมหวิวๆ
กู้เหยียนนั่งอยู่บนเบาะคนขับ
เขามองกำแพงสีเหลืองอันน่าสิ้นหวังเบื้องหน้า พลางก้มลงมองหน้าจอเรดาร์ที่พวกตามล่ากำลังรุกคืบเข้ามาใกล้
จู่ๆ เขาก็หัวเราะ
ใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับกระดาษเพราะความอ่อนเพลียอย่างหนัก เผยให้เห็นรอยยิ้มบ้าคลั่งและเด็ดเดี่ยว
"ที่หลบเหรอ?"
กู้เหยียนจ้องกล้องไลฟ์สด เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายเสียดสีกัน
"บนถนนโล่งๆ แบบนี้ ขืนจอดรถก็เท่ากับเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงถล่มด้วยปืนกลหนักสิ!"
"ถอยก็ตาย จอดก็ตาย"
"พายุทรายลูกนี้ ไม่ใช่ยันต์เรียกผี"
แววตาของกู้เหยียนในวินาทีนี้ ดุดันราวกับหมาป่าหิวโซ
"แต่มันคือเกราะพรางตัวชั้นยอด ที่สวรรค์ประทานมาให้เราต่างหาก!"
สิ้นเสียง
กู้เหยียนไม่ได้แตะเบรก
เขาเอื้อมมือไปกดสวิตช์ดังแกร๊ก เปิดไฟสูงและไฟฉุกเฉินทั้งหมดของรถบัส
แสงไฟสลัวๆ สองดวง พยายามสาดส่องฝ่าพายุทรายไปได้เพียงไม่กี่เมตร
จากนั้น เหยียบคันเร่งจมมิดติดพื้น
รถบัสหนักสิบสองตัน แบกชีวิตคนต้าเซี่ยกว่าหกสิบชีวิต
พุ่งทะยานเข้าไปในกำแพงสีเหลืองที่เชื่อมฟ้าจรดดินนั่นอย่างบ้าคลั่ง!
บรืน!
วินาทีที่พุ่งเข้าสู่พายุทราย โลกทั้งใบก็ตกอยู่ในความโกลาหล
นอกหน้าต่างกลายเป็นสีเหลืองขุ่นมัวไปหมดในพริบตา
มองอะไรไม่เห็นอีกเลย
ถนน ต้นไม้ ซากปรักหักพัง ล้วนถูกพายุและทรายกลืนกินจนสิ้น
รถบัสเปรียบเสมือนเรือแจวลำน้อยที่กำลังแล่นอยู่ท่ามกลางพายุไต้ฝุ่นระดับสิบสอง
ลมกรรโชกพุ่งกระแทกด้านข้างตัวรถอย่างจัง
เอี๊ยด——!
รถบัสเอียงซ้ายอย่างแรง ล้อขวาถึงกับรู้สึกลอยเคว้ง
"กรี๊ด——!"
เสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังดังลั่นห้องโดยสาร ทุกคนกอดเบาะไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองปลิวออกไป
"จับให้แน่น! ตายก็ห้ามปล่อยมือเด็ดขาด!"
กู้เหยียนแผดเสียงคำราม สองมือกำพวงมาลัยแน่น หักหันไปทางขวาสุดแรงเพื่อใช้แรงเครื่องยนต์ต้านไม่ให้รถคว่ำ
ในพายุทรายที่มืดจนมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง สายตามนุษย์ก็หมดประโยชน์ไปโดยปริยาย
มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็มีแต่ทรายและทราย
กู้เหยียนตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่น
เขาหลับตาลงดื้อๆ
ละทิ้งการมองเห็นด้วยตาเปล่าไปเลย
เขาทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่เรดาร์โฮโลแกรมสนามรบของระบบบนจอประสาทตา
ภายใต้การสแกนของเรดาร์
โลกดิจิทัลสามมิติที่สร้างจากเส้นสีเขียวนับไม่ถ้วน แผ่ขยายออกในสมองของกู้เหยียนอย่างชัดเจน
ทิศทางของถนนเบื้องหน้า หลุมลึกบนพื้น ซากรถเก่า
หรือกระทั่งทิศทางลมที่เปลี่ยนไป ความแรงลม ก็แสดงออกมาเป็นข้อมูลตัวเลขอย่างแม่นยำตรงขอบเรดาร์
"เลี้ยวซ้ายสิบองศา หลบรถบรรทุกร้าง"
"ทิศทางลมเปลี่ยน หักพวงมาลัยขวาต้านลม"
กู้เหยียนคำนวณอย่างบ้าคลั่งในหัว
เขากำลังขับรถแบบตาบอด!
ท่ามกลางซูเปอร์พายุทรายความเร็วหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่มองเห็นได้ไม่ถึงสิบเมตร เขากลับหลับตาขับรถบรรทุกหนักทะยานไปอย่างบ้าเลือด!
นี่คือการกระทำที่สูบพลังจิตใจอย่างมหาศาล โดยเฉพาะกู้เหยียนที่เบิกพลังกายล่วงหน้าไปแล้วสามวัน
เลือดกำเดาไหลเป็นทางออกมาจากจมูก หยดแหมะลงบนหน้าอก แต่เขากลับไม่รู้สึกตัว
ภายใต้การนำทางของเรดาร์ รถบัสก็พลิ้วไหวราวกับปลาไหลในบ่อโคลน
หลบหลีกสิ่งกีดขวางอันตรายถึงตายไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างแม่นยำ
จังหวะที่กู้เหยียนคิดว่าจะอาศัยพายุทรายสลัดพวกตามล่าให้หลุดนั่นเอง
ติ๊ดๆๆ!
เรดาร์ด้านหลัง ก็ส่งเสียงเตือนภัยบาดหูขึ้นมา
กู้เหยียนลืมตาโพลง เหลือบมองเรดาร์
หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
เรดาร์แสดงให้เห็นว่า ขบวนรถของกบฏที่อยู่ข้างหลัง กลับทะยานเข้ามาในพายุทรายด้วย!
แถมจุดสีแดงพวกนั้นไม่เพียงแต่จะไม่หลงทาง กลับยังพุ่งตามท้ายรถบัสมาติดๆ ด้วยความเร็วแสง
ระยะห่างกำลังหดสั้นลงเรื่อยๆ!
ห้าร้อยเมตร
สามร้อยเมตร
"เป็นไปได้ยังไง?"
กู้เหยียนกัดฟันแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ในทัศนวิสัยแบบนี้ พวกมันไม่มีเรดาร์ จะตามมาได้แม่นขนาดนี้ได้ยังไง?
เว้นเสียแต่ว่า...
พวกมันมีวิธีสะกดรอยบางอย่าง ที่พายุทรายก็กลบไม่มิด!