- หน้าแรก
- ก็แค่คนขับรถเถื่อน ไหงสะเทือนไปทั้งกองทัพ
- บทที่ 19 - เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีต! รถเสียกลางทางอันสิ้นหวัง
บทที่ 19 - เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีต! รถเสียกลางทางอันสิ้นหวัง
บทที่ 19 - เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีต! รถเสียกลางทางอันสิ้นหวัง
วินาทีที่รถบัสจอดสนิท
ภายในรถก็เงียบกริบราวกับป่าช้า
เพื่อนร่วมชาติที่เมื่อกี้เพิ่งจะดีใจที่เอาชนะโดรนมาได้ รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไปในทันที
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แววตาเริ่มมีความสิ้นหวังที่แทบจะทำให้ขาดใจผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำมันเครื่องและควันดำโขมง
"น้อง... น้องกู้..."
จ้าวเถี่ยจู้กุมผ้าพันแผลที่หน้าอกซึ่งมีเลือดซึมออกมา เสียงสั่นเครือ
"รถ... ทำไมถึงหยุดล่ะ?"
กู้เหยียนนั่งอยู่บนเบาะคนขับ สองมือกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
เขาไม่ตอบ
สายตาของเขามองทะลุรอยแตกร้าวของกระจกบังลมออกไปข้างหน้า
ที่นี่คือพื้นที่รกร้างชานเมืองคาราล
มีแต่พุ่มไม้แห้งเหี่ยวและซากปรักหักพังเกลื่อนกลาดไปหมด
เรดาร์โฮโลแกรมแสดงให้เห็นว่า ระยะทางจากจุดนี้ไปถึงพิกัดที่กองกำลังรักษาสันติภาพจะมารอรับ ยังเหลืออีกตั้งสี่สิบกิโลเมตร
สี่สิบกิโลเมตร
ในยามสงบ ขับรถก็แค่ครึ่งชั่วโมง
แต่ในพื้นที่ปะทะที่เต็มไปด้วยห่ากระสุนและมีพวกฆาตกรกระหายเลือดอยู่ทุกหนทุกแห่งแบบนี้
ถ้าไม่มีรถ แล้วต้องพาคนแก่ ผู้หญิง เด็ก และคนเจ็บป่วยกว่าหกสิบชีวิตเดินเท้าฝ่าไป
ก็ไม่ต่างอะไรกับเดินไปส่งตัวตาย
"ลงไปดูหน่อย"
กู้เหยียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มความหงุดหงิดในใจ พลางผลักประตูรถกระโดดลงไป
จ้าวเถี่ยจู้กัดฟัน พาต้าหลิวกับพนักงานชาวต้าเซี่ยอีกสองสามคนที่พอมีความรู้เรื่องซ่อมรถ กระโดดตามลงไปดูด้วย
หลายคนวิ่งกรูกันไปที่หน้ารถ
กู้เหยียนกระชากฝากระโปรงรถบัสเปิดออกอย่างแรง
พรึ่บ!
วินาทีที่ฝากระโปรงถูกเปิดออก เปลวไฟร้อนระอุพร้อมกับควันดำโขมงก็พุ่งพรวดออกมา
เฉียดคิ้วกู้เหยียนไปหวุดหวิด
"ทราย! รีบเอาทรายมากลบ!"
ต้าหลิวไม่สนบาดแผลที่แขน ใช้สองมือตะกุยดินทรายข้างทางอย่างบ้าคลั่ง
ทุกคนช่วยกันโกยทรายสาดเข้าไปในห้องเครื่องอย่างลุกลี้ลุกลน
ในที่สุดเปลวไฟก็ดับลง
แต่พอควันดำจางหายไป ภาพความพินาศของเครื่องยนต์ก็ปรากฏแก่สายตา
หัวใจของทุกคนหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
ที่เสื้อสูบเครื่องยนต์ มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือน่าสยดสยองปรากฏอยู่
ก้านสูบข้างในบิดเบี้ยวจนเสียรูปทรง เข้าไปขัดแน่นอยู่กับผนังกระบอกสูบ
หม้อน้ำที่ถูกกระสุนเจาะทะลุก่อนหน้านี้ น้ำยาหล่อเย็นรั่วออกไปจนหมดเกลี้ยงตั้งนานแล้ว
จากการใช้งานอย่างหนักหน่วง ฝืนเร่งเครื่องและกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงมาตลอดทาง
เครื่องยนต์ดีเซลเก่ากึกตัวนี้ ในที่สุดก็ทนรับภาระไม่ไหว โอเวอร์ฮีตจนเสื้อสูบแตกกระจุยไปเรียบร้อย
ใบหน้าของจ้าวเถี่ยจู้เปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดำ
เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปลูบคลำเสื้อสูบที่ร้อนจัดและแตกร้าว
จากนั้น
ทหารผ่านศึกชาวต้าเซี่ยที่ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนผู้นี้ ก็เข่าอ่อน ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นทราย
ใบหน้าของเขาซีดเผือด ไร้สีเลือด
ราวกับแก่ลงไปสิบปีในพริบตา
"จบแล้ว..."
จ้าวเถี่ยจู้มองหน้ากู้เหยียน ส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง
"เสื้อสูบแตกแล้ว"
"ต่อให้เทวดาลงมา ก็ซ่อมไม่ได้หรอก"
ต้าหลิวทุบกำปั้นลงบนหน้ารถอย่างแรง สบถด่าออกมาทั้งน้ำตา
ในรถ นักศึกษาหญิงที่มองผ่านหน้าต่างรถที่แตกเสียหายเห็นเหตุการณ์นี้ ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เสียงสะอื้นไห้อย่างสิ้นหวังดังระงมไปทั่วทุ่งร้าง
ไม่มีรถแล้ว
พวกเขาก็เป็นแค่ลูกแกะรอการเชือดเท่านั้น
ในห้องไลฟ์สด
ผู้ชมกว่าสองร้อยล้านคนมองดูเครื่องยนต์ที่พังพินาศ
คอมเมนต์หยุดนิ่งไปในพริบตา
บรรยากาศดิ่งลงจุดเยือกแข็ง
ความตื่นเต้นดีใจจากการเอาชนะโดรนเมื่อกี้ ถูกความจริงอันโหดร้ายทุบจนแหลกสลายในพริบตา
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้วะ..."
"เหลืออีกแค่สี่สิบกิโลเมตรเองนะ! อีกแค่นิดเดียวแท้ๆ!"
"ไม่มีรถแล้วจะหนียังไงล่ะ? ข้างนอกมีแต่ทหารรับจ้างกับพวกกบฏนะ!"
"จบกัน คราวนี้ถึงทางตันของจริงแล้ว"
ที่เมืองหลวงเยียนจิง ศูนย์คุ้มครองกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ห้องโถงเงียบกริบ
หลี่เจี้ยนกั๋วจ้องมองภาพรถบัสที่ควันโขมงอยู่บนหน้าจอยักษ์เขม็ง
สองมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
ปัง!
หลี่เจี้ยนกั๋วทุบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งอย่างแรง จนถ้วยชาบนโต๊ะร่วงแตกกระจาย
"ติดต่อค่ายทหารรักษาสันติภาพได้หรือยัง?!"
เขาหันไปตวาดใส่เจ้าหน้าที่ข้อมูลตาแดงก่ำ
"ผอ. ครับ... กองกำลังรักษาสันติภาพเคลื่อนพลเต็มพิกัดแล้วครับ แต่ข้างหน้าเป็นดงระเบิดกับพื้นที่ปะทะ รถหุ้มเกราะทำความเร็วไม่ได้เลย..."
เจ้าหน้าที่ข้อมูลเหงื่อแตกพลั่ก "เร็วสุด... เร็วสุดก็ต้องใช้เวลาสี่สิบนาทีถึงจะไปถึงครับ!"
สี่สิบนาที
ในสนามรบที่พลิกผันได้ตลอดเวลา สี่สิบนาทีนานพอให้คนตายเป็นร้อยรอบได้เลย
ที่ทุ่งร้างชานเมืองคาราล
กู้เหยียนยืนอยู่หน้ารถ
เขาล้วงบุหรี่ห่วยๆ ที่ชุ่มเหงื่อและถูกฟันกัดจนเละออกมาจากกระเป๋า
คาบไว้ในปาก
แต่ไม่ได้จุดไฟ
เพราะเรดาร์โฮโลแกรมบนจอประสาทตาของเขา กลับส่งเสียงเตือนภัยแหลมปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
ติ๊ดๆๆๆๆ!
กู้เหยียนก้มมองแผนที่เรดาร์
รูม่านตาของเขาหดเล็กลงเท่ารูเข็มทันที
ห่างออกไปทางด้านหลังรถบัสไม่ถึงสามกิโลเมตร
ตรงขอบเรดาร์ จู่ๆ ก็ปรากฏจุดสีแดงยั้วเยี้ยหนาแน่นโผล่ขึ้นมา
จุดสีแดงพวกนั้นกำลังเคลื่อนที่เข้าหาอย่างรวดเร็ว โดยจัดรูปขบวนเป็นรูปพัด
นั่นคือทหารรับจ้าง "ตู๋เสอ"!
มันพากองกำลังหลักของพวกกบฏ ตามรอยแสงเพลิงจากโดรนที่ตกและพิกัดที่ถูกกำหนดไว้
ไล่กวดมาติดๆ ราวกับฝูงหมาป่าหิวโซที่ได้กลิ่นคาวเลือด!
อย่างมากก็อีกแค่ห้านาที
ขบวนรถออฟโรดที่ติดปืนกลหนักและจรวดอาร์พีจีพวกนั้น ก็จะโผล่พ้นเส้นขอบฟ้ามาให้เห็นแล้ว
กู้เหยียนคายบุหรี่ทิ้ง
เขาหันหลัง ก้าวยาวๆ ไปที่ด้านข้างรถบัส
ดึงประตูรถให้เปิดออก
เขาไม่ได้ขึ้นไปบนรถ
แต่เอื้อมมือเข้าไปใต้เบาะคนขับ ควานหาปืน AK47 ที่ยึดมาได้ออกมากระบอกหนึ่ง
แกร๊ก
กู้เหยียนดึงคันรั้งด้วยมือข้างเดียว
ลูกกระสุนสีทองเหลืองถูกดันเข้ารังเพลิง
ส่งเสียงโลหะขบกันดังคลิก เย็นเยียบจับใจ