- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 805 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 49
บทที่ 805 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 49
บทที่ 805 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 49
บทที่ 805 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 49
หลังจากวิ่งไปตามซอกซอยต่างๆ อีกหลายแห่ง อวี๋สวินเกอก็กลับมาที่บ่อน้ำพุอีกครั้ง
ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะหมดเวลาหยุดนิ่งแล้ว
เธอเทคริสตัลสีฟ้าทั้งหมดในกระเป๋าเป้กลับลงไปในบ่อน้ำพุ
คริสตัลแค่นี้เปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก เอาไปรังแต่จะทำให้ความแตกเสียเปล่าๆ
ผลักคิวบอนให้ขยับไปด้านข้างนิดหน่อย แล้วอวี๋สวินเกอก็ลงไปนอนแทนที่คิวบอนตัวนั้น
ด้วยความกลัวว่าจะโดนจับได้ เธอยังโกยคริสตัลบางส่วนมากองๆ ไว้รอบตัวด้วย ยังไงซะคิวบอนตัวเดิมก็เกือบจะโดนคริสตัลทับตายอยู่แล้ว
ใช้ [การเรียบเรียงหลักฐาน] ตรวจสอบอีกรอบ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว เธอถึงได้ใช้สกิล [ด้านมืดของพระจันทร์] ใส่คิวบอน!
[ด้านมืดของพระจันทร์]: ด้านมืดของพระจันทร์คืออะไร? กำหนดเป้าหมายหนึ่งเป้าหมาย แล้วส่งเป้าหมายนั้นไปยังสถานที่ที่อีกฝ่ายหวาดกลัวที่สุด
บ่อน้ำพุอธิษฐานนี้มีเต่าแค่ตัวเดียวก็พอแล้ว
ในวินาทีที่เธอส่งคิวบอนไป โลกก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อวี๋สวินเกอก็หลับตาลง
......
เมื่อผู้เข้าแข่งขันทุกคนเข้าไปในม่านแสงสีฟ้าอ่อนจนหมด ม่านแสงก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ กางออกจนกลายเป็นม่านท้องฟ้า ทว่าในชั่วพริบตาต่อมามันก็แตกสลายออกเป็นหน้าจอเล็กๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวนหนึ่งร้อยจอ ร่วงหล่นลงมาเหนือแม่น้ำสายยาว
สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือ ไม่ว่าผู้ชมจะนั่งอยู่ตรงไหน สิ่งที่เห็นก็คือด้านหน้าของหน้าจอเสมอ
หน้าจอเหล่านั้นจัดเรียงสลับซับซ้อน ขนาดไม่เท่ากัน บางครั้งก็ยังสลับตำแหน่งกันด้วย
แต่ยิ่งหน้าจออยู่ด้านหน้ามากเท่าไหร่ ขนาดก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น และตัวเลขบนหัวของลูกศิษย์ในหน้าจอก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ขนาดและลำดับของหน้าจอถูกจัดเรียงตามอันดับของผู้เข้าแข่งขันอย่างสมบูรณ์
ผู้ชมทุกคนสามารถแยกแยะอันดับได้อย่างง่ายดาย และผู้ชมในสถานที่จริงยังสามารถเลือกหน้าจอใดหน้าจอหนึ่ง แล้ว "ดึง" มาดูใกล้ๆ ได้ด้วย
ซึ่งโหมดนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ชมคนอื่นๆ
ตอนที่อู้เริ่นเล่าเรื่องโหมดการรับชมนี้ให้สวินเกอฟังเมื่อปีที่แล้ว ยัยนั่นก็บ่นตั้งแต่ต้นจนจบ
อะไรทำนองว่า "ถ้าคอนเสิร์ตมีฟังก์ชันแบบนี้ก็คงดี" หรือไม่ก็ "หา? เกมเทพเจ้ามีโหมด 'แฟนแคม' ด้วยเหรอเนี่ย?" ซึ่งเป็นคำที่เธอฟังไม่เข้าใจเลยสักนิด
เธอถามเพื่อนที่อยู่ข้างๆ "หาเธอเจอไหม"
เฟิงถังมองหน้าจอทั้งร้อยหน้าจอกลับไปกลับมาหลายรอบแล้ว "ไม่เจอเลย"
เฝยเอ๋อที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็ส่ายหน้า "ฉันก็ไม่เห็นเหมือนกัน"
ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ พวกเธอหัวเราะ "มูนไลท์เวทแลนด์เหรอ"
ผู้ชมในแถวเดียวกันหลายคนหันมามอง สายตาของผู้ใหญ่เหล่านั้นจับจ้องไปที่ชุดนักเรียนของลูกศิษย์ทั้งสามคน แล้วก็พากันหัวเราะออกมา
"มูนไลท์เวทแลนด์นี่เอง"
"มูนไลท์เวทแลนด์"
น้ำเสียงที่พูดไม่ได้แหลมคมหรือหยาบคายเลย แถมยังมีรอยยิ้มเจืออยู่ด้วยซ้ำ
ดูเหมือนเป็นการหยอกล้อ แต่พวกอู้เริ่นกลับสัมผัสได้ถึงความรุนแรงที่มองไม่เห็นบางอย่าง ซึ่งมีชื่อว่าความโกรธแค้นและความไม่ยินยอม
ไม่ได้พุ่งเป้ามาที่พวกเธอ แต่มันกลับทำให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าการถูกมุ่งเป้ามาเสียอีก
เฟิงถังจ้องมองคนเผ่าดาบที่พูดคำว่า "มูนไลท์เวทแลนด์" เป็นคนแรกด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยถาม "มูนไลท์เวทแลนด์แล้วมันทำไมล่ะ"
อู้เริ่นกับเฝยเอ๋อก็จ้องไปที่ใครคนใดคนหนึ่งเหมือนกัน
อู้เริ่นพูดขึ้นว่า "เทียนหูหาวชีก็อยู่มูนไลท์เวทแลนด์นะ!"
ผู้ใหญ่หลายคนย่อมไม่หวาดกลัวกับสายตาของเด็กๆ ทั้งสามคนอยู่แล้ว พวกเขามองหน้ากันแล้วก็เริ่มหัวเราะลั่น
หัวเราะไปหัวเราะมาจู่ๆ ก็เริ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ปฏิกิริยาแบบนี้ยิ่งทำให้ทั้งสามคนรู้สึกอึดอัดมากขึ้นไปอีก
เฟิงถังกำหมัดที่วางอยู่บนเข่าแน่น ในใจคิดว่าถ้าวันนี้สวินเกอไม่ปรากฏตัวบนหน้าจอทั้งร้อยนี้ กลับไปเธอจะต้องซ้อมยัยนั่นสักตั้งแน่ๆ!!
บังเอิญเหลือเกินที่อู้เริ่นกับเฝยเอ๋อก็คิดแบบเดียวกัน
มิโนทอร์ที่นั่งอยู่ข้างเฝยเอ๋อและเงียบมาตลอดเอ่ยปากขึ้น "ก็เพราะว่าเทียนหูหาวชีอยู่มูนไลท์เวทแลนด์น่ะสิ ทุกคนถึงได้ผิดหวังขนาดนี้ มูนไลท์เวทแลนด์มันไม่เหมือนที่อื่นหรอกนะ"
นี่คือคำวิจารณ์ที่ปราศจากอารมณ์และจุดยืนใดๆ
"นั่นสิ 35 ปีแล้วนะ อย่าว่าแต่เปิดฉากเทียนหูหาวชีเลย แค่แชมป์สักรายการยังไม่มีเลย ไม่รู้ว่ามัวทำอะไรอยู่"
"มีแต่ตกต่ำลงเรื่อยๆ"
"ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากจะเยาะเย้ยมูนไลท์เวทแลนด์ของพวกเธอหรอกนะ พวกเธอมีเทียนหูหาวชีก็จริง แต่พวกเธอก็มีแค่เทียนหูหาวชีเท่านั้นแหละ"
"การจัดอันดับโรงเรียนใหม่ในทุกๆ 6 ปี ล้วนพิจารณาจากคะแนนและอันดับในเกมเทพเจ้า เทียนหูหาวชีสามารถช่วยให้มูนไลท์เวทแลนด์รอดพ้นจากการจัดอันดับได้แค่ 6 ครั้งเท่านั้น พวกเธอยังเหลือโอกาสอีกกี่ครั้งกันล่ะ"
"จริงด้วย! เทียนหูหาวชีมันเรื่องของเกมเทพเจ้าครั้งที่ 132 แล้ว การจัดอันดับใหม่ครั้งล่าสุดคือปี 168 แห่งอัสตรานา นั่นคือโอกาสสุดท้ายที่มูนไลท์เวทแลนด์จะได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเข้าร่วมการจัดอันดับแล้วนะ"
"ปีนี้ปี 170 ปี 174 ก็ต้องจัดอันดับใหม่แล้ว คำนวณจากคะแนนในตอนนี้ ขอแค่มูนไลท์เวทแลนด์เข้าร่วมการจัดอันดับ ก็ต้องร่วงไปอยู่อันดับ 30 กว่าแน่ๆ"
เมื่อเห็นท่าทางเบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อของลูกศิษย์ทั้งสามคน มิโนทอร์ก็ถอนหายใจ อธิบายเสียงเบาว่า "เธอไม่ได้ขู่พวกเธอหรอกนะ แล้วความโกรธของเธอก็ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่พวกเธอด้วย เธอแค่... พวกเราก็แค่ผิดหวังมากเกินไปเท่านั้นเอง"
เอลฟ์เลือดที่เป็นคนพูดมากที่สุดเมื่อครู่หันไปมองพวกลูกศิษย์อย่างอู้เริ่น น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยว่า "เมื่อไหร่ที่ถูกประเมินให้เป็นสถาบันขนาดเล็ก มูนไลท์เวทแลนด์กับต้นไม้แห่งปัญญาจะถูกอัปเปหิออกจากดรานอร์ไปด้วยกัน"
ผู้ชมแถวนี้พากันเงียบไป
ความแค้นเคืองที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าแทบจะก่อตัวเป็นรูปร่างได้เลยทีเดียว
อู้เริ่น เฟิงถัง เฝยเอ๋อ เบียดตัวเข้าหากันแน่น จับมือกันเงียบๆ
โกรธเหรอ ไม่มีทาง
พวกเธอเริ่มกังวลแล้วว่าถ้าปีนี้ผลงานไม่ดี จะโดนผู้ชมเก่าแก่ของมูนไลท์เวทแลนด์พวกนี้รุมประชาทัณฑ์เอาหรือเปล่า
...
เทียนหูหาวชีนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของต้นแม่น้ำ โซนที่นั่งผู้ชมตรงนี้มีที่นั่งไม่ถึงห้าสิบที่
แถวแรกเตรียมไว้สำหรับเทียนหูหาวชีในอดีต
และที่นั่งพิเศษแบบนี้ มีเพียงห้าที่เท่านั้น
ปีก่อนๆ มักจะมีแค่ฮวางจิ้นนั่งอยู่แถวแรกเพียงลำพัง โดยมีอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนทั้ง 46 แห่งนั่งอยู่ด้านหลัง...
ไม่มีใครเข้าใจแรงกดดันที่เธอต้องเผชิญจากการถูกอาจารย์ใหญ่ทั้ง 46 คนจ้องมองหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผลงานของมูนไลท์เวทแลนด์ที่ย่ำแย่มาตลอดหลายสิบปีนี้เลย ประสบการณ์การรับชมนี่เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤต
แต่ใครใช้ให้เธอยังทำงานที่มูนไลท์เวทแลนด์อยู่ล่ะ เธอก็เลยต้องมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยังดีที่ปีนี้มีเพื่อนร่วมโต๊ะเพิ่มมาอีกคน ถึงแม้ว่าเพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้จะเป็นอายฮาวก็เถอะ...
มันก็จะอึดอัดหน่อยๆ น่ะนะ
สู้มาคนเดียวยังจะดีซะกว่า
ความสัมพันธ์ของเธอกับอายฮาวจะพูดยังไงดีล่ะ...
ตั้งแต่เธอได้เป็นเทียนหูหาวชี จู๋รื่อก็ไม่ได้พูดอะไรหรอกนะ แต่อายฮาวนี่สิ ทุกครั้งที่เจอกันก็เอาแต่ขโมยของของเธอตลอด...
อย่างเช่นตอนนี้ เพิ่งจะนั่งลงได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ในกระเป๋าของเทียนหูหาวชีก็มีเหรียญทองหายไปหลายพัน สวมใส่สองชิ้น แล้วก็เหล้าอีกหนึ่งแก้วแล้ว
อายฮาวกำลังเล่น [ฤดูกาลที่ผิดเพี้ยน] ที่เพิ่งขโมยมาได้ พลางขมวดคิ้ว "เธอมีเจ้านี่ได้ยังไง"
เทียนหูหาวชี: "ลูกศิษย์ของจู๋รื่อให้ฉันมาน่ะ"
นั่นเป็นเด็กที่รู้จักบุญคุณคนจริงๆ ต่อให้เธอจะแค่ทำตามหน้าที่อาจารย์ ต่อให้การสอนแบบตัวต่อตัวจะเป็นแค่การชดเชย ต่อให้การที่เธอสอนสกิลให้สวินเกอจะแฝงความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง ทั้งเพราะจู๋รื่อและเพราะมูนไลท์เวทแลนด์...
เด็กคนนั้นเดาออก แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สมควรได้รับ
ขอแค่ดีกับเธอ เธอก็จะจดจำไว้ในใจ และไม่มีวันลบเลือนไปง่ายๆ
ถ้าเพียงแต่เลิกเอาลูกอมรสชาติประหลาดๆ พวกนั้นมาให้เธอจะดีกว่านี้มาก
แถมยังบอกว่าเป็นรางวัลที่จู๋รื่อให้มา เธอเลยอยากเอามาแบ่งให้เธอบ้าง ทำเอาเทียนหูหาวชีปฏิเสธไม่ลงเลย...
ความผิดของจู๋รื่อล้วนๆ เอาของมั่วซั่วอะไรให้เด็กกินเนี่ย!