เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 ขอบคุณนะ นั่นมันบทของฉันต่างหาก!

บทที่ 70 ขอบคุณนะ นั่นมันบทของฉันต่างหาก!

บทที่ 70 ขอบคุณนะ นั่นมันบทของฉันต่างหาก!


บทที่ 70 ขอบคุณนะ นั่นมันบทของฉันต่างหาก!

หลังจากที่ฉู่เทียนทานอาหารเช้ากับพวกเขาสร็จ ก็ต้องรีบกลับไปที่ภูเขาชิงจวินอีกครั้ง

ช่วงเวลาสั้นๆ นี้เขายังคงปลีกตัวออกมาไม่ได้

หลินซือเถาถอนหายใจ พูดด้วยน้ำเสียงของผู้อาวุโสที่กำลังสั่งสอนผู้น้อย "เสี่ยวฉู่เอ๊ย คนที่เก่งเกินไปมักจะต้องทำงานหนักตลอดแหละ งานของนายมันจิปาถะเกินไปแล้วนะ หมาเหลืองนั่นก็ทำตัวเป็นหมาสมชื่อจริงๆ ตัวเองไม่ยอมโผล่หน้ามา เอาแต่ชี้นิ้วสั่งให้นายทำงานอยู่คนเดียว"

ฉู่เทียนขบกรามแน่น เด็กบ้าเอ๊ย

"ผมก็เป็นแค่ก้อนอิฐก้อนหนึ่ง พวกคุณต่างหากที่เป็นหัวหน้า หัวหน้าชี้ไปทางไหนผมก็ไปทางนั้นแหละ"

เขาเองก็จนใจเหมือนกัน "ผู้ตื่นรู้ของทางการก็มีคนไม่พออยู่แล้ว ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงได้ถูกยืมตัวไปหมด"

"ผู้ตื่นรู้ภาคประชาชนพวกคุณก็รู้ดีว่าจัดการยากมาตั้งแต่แรกแล้ว เดิมทีก็กำลังมีปัญหาเรื่องกฎใหม่ บวกกับแผนการสร้างศูนย์พักพิงก็มีการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ก็เลยกำลังงัดข้อกับทางการอยู่"

"ทางฝั่งเมืองซีช่วงนี้ก็มีพวกหัวรั้นหลายคนออกมาก่อเรื่องวุ่นวายหนักเหมือนกัน"

พอฉู่เทียนพูดจบ ก็พบว่าบรรยากาศเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด

เรื่องที่เหยียนจวิ้นถูกพวกของหลีเกอจัดการไปนั้น ยังคงถูกปิดเป็นความลับ คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มากนัก

ฉู่เทียนเห็นได้ชัดว่าไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง

หลินซือเถาโบกมือ "ไอ้หนูปากสว่าง หยุดพูดได้แล้ว นายรีบไปทำงานของนายเถอะ"

ฉู่เทียน: กัดฟันกรอด.jpg

หลีเกอเปลี่ยนเรื่องคุย "นายเคยเจอหมาเหลืองไหม?"

ฉู่เทียนชะงักไปเล็กน้อย ส่ายหน้าตอบ "ไม่เคยเจอครับ ผมก็ติดต่อกับเขาทางโทรศัพท์เหมือนกัน" หมาเหลืองก็คือหัวหน้าของฉู่เทียน

"ช่วงก่อนหน้านี้แถวภูเขาชิงจวินเกิดเหตุการณ์สายพันธุ์ประหลาดขึ้นใช่ไหม? ใครเป็นคนนำทีมไปจัดการ?"

"น่าจะเป็นหมาเหลืองนะ" ฉู่เทียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไป

"มณฑลเทียนฝู่ นอกจากเมืองจวนแล้ว ยังมีเมืองระดับจังหวัดอีกสิบเจ็ดแห่ง และเขตปกครองตนเองอีกสามแห่ง ความจริงแล้วก็ไม่ถือว่าสงบสุขเท่าไหร่ มีเหตุการณ์สายพันธุ์ประหลาดเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ"

"หมาเหลืองและลูกทีมของเขารับผิดชอบในการดูแลความสงบเรียบร้อยของทั้งยี่สิบพื้นที่นี้แหละ"

หลินซือเถาเบิกตาขวากอ้าปากค้าง "เขาเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? มีความสามารถอะไรล่ะ? ที่เขาชื่อหมาเหลืองเป็นเพราะเขายุ่งจนหัวหมุนเหมือนหมาหรือเปล่า?"

มุมปากของฉู่เทียนกระตุก เขาส่ายหน้า ความสามารถของหมาเหลืองนั้น เขาไม่รู้จริงๆ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้ดี ฉู่เทียนลอบมองหลีเกอแวบหนึ่ง

หมาเหลืองเคยพูดเอาไว้ว่า คดีสายพันธุ์ประหลาดหลายคดีในเมืองจวน ต่อให้เขาและลูกทีมทุกคนออกปฏิบัติการพร้อมกัน ก็อาจจะไม่สามารถดับไฟตั้งแต่ต้นลมได้

แต่หลีเกอกลับนำทีมจัดการได้อย่างราบรื่นสุดๆ!

ขั้นตอนการจัดการกับเหตุการณ์ผีเดลิเวอรีที่พวกฉู่ฮั่นนำเสนอไปนั้น ถูกส่งต่อให้ทุกคนในองค์กรได้อ่านกันถ้วนหน้า ทั้งสี่คนนี้อาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ตอนนี้พวกเขามีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่เจ้าหน้าที่ของทางการมากแค่ไหน!

โดยเฉพาะหลีเกอ

ระดับความสำคัญของเธอนั้น เป็นรองแค่ลูกพี่หน้ากากลวงตาผู้ลึกลับเพียงคนเดียวเท่านั้น

จู่ๆ ฉู่เทียนก็บรรลุสัจธรรมขึ้นมา ว่าทำไม [หน้ากากลวงตา] ถึงยอมแชตส่วนตัวกับหลีเกอ หรือว่านี่จะเป็นความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันระหว่างลูกพี่ด้วยกัน?

เรื่องที่ต้องสั่งเสียก็สั่งเสียหมดแล้ว

ทว่าก่อนที่ฉู่เทียนจะจากไป หลีเกอก็ยังคงกำชับอีกประโยคหนึ่ง "ทางที่ดีพวกนายจับตาดูนักเรียนห้องสิบสี่เอาไว้ให้ดีนะ"

จู่ๆ ฉู่เทียนก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ลองหยั่งเชิงถามดู "เรื่องที่เธอพูดเมื่อวานว่าจะฆ่าพวกเขา... พูดเล่นใช่ไหม?"

"ในกระทู้ของ [หน้ากากลวงตา] เคยพูดเอาไว้ว่า ผู้ตื่นรู้ก็สามารถเสื่อมถอยได้เหมือนกัน" หลีเกอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ถ้าหากผู้ตื่นรู้เกิดการกลายพันธุ์ อันตรายที่จะเกิดขึ้นก็จะยิ่งมากกว่าคนธรรมดาที่กลายเป็นสายพันธุ์ประหลาดเสียอีก"

การที่หลีเกอมาที่นี่ในครั้งนี้ ความตั้งใจเดิมก็ไม่ได้มาเพื่อช่วยคนจริงๆ หรอก

เธอแค่ไม่อยากให้องค์กรกู่ฝันร้ายได้ผลึกฝันร้ายสีเลือดพวกนั้นไปก็เท่านั้น

"ผมเข้าใจแล้ว เรื่องนี้ผมจะรายงานเบื้องบนให้ทราบ" ฉู่เทียนขมวดคิ้วครุ่นคิด แล้วถามต่ออีกประโยค

"การจะจัดการกับ [ไหมผีเชิด] บนตัวเด็กพวกนั้น มีแค่วิธีเดียวคือต้องฆ่านักเชิดหุ่นผีจริงๆ เหรอ?"

หลีเกอคิดอย่างจริงจัง แล้วพ่นออกมาสองคำ "แข็งแกร่งขึ้น"

ฉู่เทียนฝืนยิ้ม นี่มันเป็นคำพูดที่ถูกต้องแต่ก็ไร้ประโยชน์จริงๆ

เขาขับรถออกไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเต็มประดา นึกถึงตอนที่หลีเกอยังไม่กลับมาเมื่อวาน เขายังแอบกังวลว่าหลีเกอจะโทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนร่วมชั้นต้องตายอยู่เลย

ก็ไอ้ความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิต' อะไรนั่นน่ะแหละ...

พอมาคิดดูตอนนี้ เขาช่างคิดมากไปจริงๆ

'ลูกพี่หลี' ที่อายุยังน้อยคนนี้ ช่างเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดและมีเป้าหมายที่ชัดเจนจริงๆ จะพุ่งชนแต่ศัตรูเท่านั้น ไม่มีทางมานั่งบั่นทอนตัวเองเด็ดขาด!

เรื่องทางฝั่งภูเขาชิงจวินจัดการเรียบร้อยแล้ว ทั้งสี่คนก็หมดอารมณ์จะเที่ยวเล่น ซื้อของฝากประจำท้องถิ่นมานิดหน่อยแล้วก็เดินทางกลับเมืองจวน

ระหว่างทาง จี้เฟยอวี๋เอาแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา หลินซือเถาจึงเอาศอกกระทุ้งเขา "ก่อนไปเสี่ยวฉู่บอกว่าส่งข้อมูลให้นายนี่ ในนั้นเขียนว่าอะไรบ้างล่ะ?"

จี้เฟยอวี๋ไม่ได้ปิดบัง ส่งข้อมูลฉบับนั้นลงไปในกลุ่มของทั้งสี่คน

"พวกเธอจำโรงแรมซานฉาที่เมืองซีได้ใช่ไหม เถ้าแก่คนนั้นเป็นฆาตกรโรคจิต แถมยังลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์อีกด้วย"

"จำได้สิ" ตอนนี้หลินซือเถากลับไปนึกถึงทีไรก็ยังคงรู้สึกหวาดผวา เถ้าแก่คนนั้นที่กลายเป็นสายพันธุ์ประหลาดทำเอาค่าความมีสติลดฮวบ พอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ก็ขุดเจอโครงกระดูกมนุษย์มากมายใต้ต้นซานฉาที่สวนหลังโรงแรมแห่งนั้น

หลินซือเถาเปิดดูข้อมูล ปรากฏว่าเป็นข้อมูลของผู้ตายในโรงแรมซานฉา "นายคิดว่า... นายเป็นหนึ่งในศพพวกนั้นงั้นเหรอ?"

"ตอนแรกก็คิดแบบนั้นแหละ" จี้เฟยอวี๋อ่านข้อมูลจบหมดแล้ว ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร

"แต่พออ่านจบแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย"

"แปลกจัง" หลินซือเถาลูบคาง มองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

"พี่ศพ ตกลงว่านายเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย?"

"งั้นเราลองคิดให้กว้างขึ้นอีกนิดดีไหม นายว่านายจะเป็นมังกรกลับชาติมาเกิด หรือทะลุมิติมาตอนวันสิ้นโลกหรือเปล่า?"

มุมปากของหลีเกอที่นั่งอยู่เบาะผู้โดยสารด้านหน้ากระตุก ขอโทษทีนะ นั่นมันบทของฉันต่างหาก

จี้เฟยอวี๋กลอกตา "เวลาทำข้อสอบของเธอยังมีไม่พอเลย ยังจะมีเวลาไปอ่านนิยายออนไลน์อีกเหรอ?"

หลินซือเถาหัวเราะแหะๆ ทำมือเป็นสัญลักษณ์ "วิสัยทัศน์ต้องเปิดกว้าง!"

"หลายวันมานี้ฉันคิดตกแล้ว ใครบอกว่าข้อสอบเลือกตอบจะต้องยากระดับรางวัลโนเบลด้วยล่ะ?"

เธอพูดพลางโยนคำถามออกมาข้อหนึ่ง "จงใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่า ทำไมสีหน้า 'เย็นชาสามส่วน เยาะเย้ยสี่ส่วน ดูแคลนห้าส่วน' ของประธานจอมเผด็จการเมื่อรวมกันแล้วถึงได้มากกว่าสิบส่วน?"

จี้เฟยอวี๋ตกตะลึง

"คำถามของเธอมันเกินหลักสูตรไปแล้วนะ!"

หลินซือเถาได้ใจสุดๆ "แน่นอนอยู่แล้ว!"

จี้เฟยอวี๋แก้โจทย์ไม่ได้ เขาหันไปถามหลีเกอ "เธอแก้ได้ไหม?"

สีหน้าของหลีเกอไม่เปลี่ยน "สามารถอ้างอิงทฤษฎีทอพอโลยีหรือเรขาคณิตนอกระบบยุคลิดมาอธิบายได้..."

เธอเริ่มพูดจาภาษามนุษย์ต่างดาว จี้เฟยอวี๋ฟังจนเวียนหัวตาลาย สุดท้ายก็สรุปได้แค่ข้อเดียว

เขาชี้ไปที่หลีเกอ แล้วถามหลินซือเถา "เธอดูเหมือนมังกรกลับชาติมาเกิดมากกว่าฉันอีกนะ"

หลีเกอ: อะไรคือขั้นตอนผิดหมด แต่คำตอบถูกหมด...

เธอหันกลับไปมองจี้เฟยอวี๋แวบหนึ่ง ความรู้สึกอยากจะฆ่าปิดปากเริ่มก่อตัวขึ้นมา...

จี้เฟยอวี๋ "สายตาของเธอดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่เลยนะ"

"ก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นห้องเดียวกัน ระดับสติปัญญาก็พอๆ กันนั่นแหละ" หลีเกอยิ้ม

"การที่เถาจื่อสามารถเอาโจทย์ข้อนี้มาเขียนลงในข้อสอบเลือกตอบได้ ก็แสดงว่าเธอก็สามารถแก้โจทย์ได้เหมือนกัน แล้วทำไมทำไมนายถึงทำไม่ได้ล่ะ? ปัญหาอยู่ที่ใครกันแน่?"

จี้เฟยอวี๋ "...ขอความกรุณาช่วยทำตัวเป็นคนดีหน่อย อย่ามาดูถูกศพเลย"

พี่ตู้เจวียนฟังพวกเด็กๆ หยอกล้อกัน ก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น "ฟังเพลงไหม?"

"เอาๆๆ!"

หลินซือเถาเชื่อมต่อบลูทูธ เปิดเพลงประกอบ คอของคนทั้งสี่บนรถก็เริ่มขยับตามจังหวะ พออินโทรจบ ก็พากันร้องเพลงเสียงหลงอย่างพร้อมเพรียง:

"ในสนามรบที่ลมพัดแรงและเมฆพัดพาแห่งนี้

หนุ่มน้อยพายุหมุนปรากฏตัวขึ้นแล้ว

เอาชนะเสียงคำรามท่ามกลางกองเพลิง

ทำให้ทั้งโลกต้องอึกทึกครึกโครม

……

Come On! สงครามสวนกระแส สงครามสวนกระแสมาแล้ว

ไพ่ตายต้องบ้าคลั่ง

ท่องไปในจักรวาล จัดการโลกใบนี้~~"

……

แก๊งวัยรุ่นพายุหมุนและวัยกลางคนเดินทางกลับมาถึงเมืองจวนแล้ว

เมื่อมองดูรถราที่สัญจรไปมาอย่างไม่ขาดสาย และผู้คนที่เดินขวักไขว่บนท้องถนนด้วยสีหน้าเรียบเฉย จิตใจของคนทั้งสี่ก็ค่อยๆ สงบลง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยรู้สึกว่าแสนจะธรรมดาในอดีต ตอนนี้กลับดูมีสีสันที่อบอุ่นขึ้นมา

ไม่อยากให้ความสงบสุขเช่นนี้ถูกทำลายลงเลย

ไม่อยากให้เมืองแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว และไม่อยากให้มันต้องถูกปกคลุมไปด้วยเงามืดสีเลือดของการนับถอยหลังด้วย

จบบทที่ บทที่ 70 ขอบคุณนะ นั่นมันบทของฉันต่างหาก!

คัดลอกลิงก์แล้ว