- หน้าแรก
- ฉันคือศัตรูระดับเทพของโลกแห่งฝันร้าย
- บทที่ 50 พบครึ่งแก่นฝันร้ายอีกครั้ง
บทที่ 50 พบครึ่งแก่นฝันร้ายอีกครั้ง
บทที่ 50 พบครึ่งแก่นฝันร้ายอีกครั้ง
บทที่ 50 พบครึ่งแก่นฝันร้ายอีกครั้ง
หลังจากที่หลีเกอใช้ความสามารถ [ฟื้นฟูเลือด] ช่วยระงับความเจ็บปวดให้ ทั้งสี่คนถึงได้รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา
"เจ็บจะตายอยู่แล้ว แทบจะเอาชีวิตหมาๆ ของฉันไปเลยล่ะ" หลินซือเถานึกถึงความเจ็บปวดนั้นแล้วก็ยังรู้สึกหวาดหวั่น แต่ก็อดสงสัยไม่ได้
"ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่งานคอนเสิร์ต ฉันกับพี่เจวียนก็เคยได้รับบาดเจ็บ พอรอดกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ก็ไม่รู้สึกอะไรแล้วนี่นา ทำไมครั้งนี้ถึงไม่เหมือนกันล่ะ"
"อาจจะเป็นเพราะว่าครั้งนี้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่หลอนมั้ง สิ่งที่เข้าไปไม่ได้มีแค่สติสัมปชัญญะ แต่เป็นร่างกายจริงๆ" หลีเกอพูดความจริงออกมาในเชิงคาดเดา
นอกจากจี้เฟยอวี๋แล้ว ก็ไม่มีใครรู้สึกแปลกใจเลยที่หลีเกอรู้ 'เบื้องลึกเบื้องหลัง' มากมายขนาดนี้
หลินซือเถาสูดปาก ล้วงกระจกบานเล็กออกมาจากกระเป๋า ส่องดูหน้าตัวเองซ้ายขวา "โชคดีนะเนี่ย โชคดีจริงๆ ที่หลงเหลือไว้แค่ความเจ็บปวด ขืนร่องรอยบาดแผลบนร่างกายยังอยู่ด้วย ฉันคงเสียโฉมไปแล้ว"
ระหว่างที่พูดคุยกัน พวกฉู่ฮั่นก็ลงมาจากรถพยาบาลอีกคัน คนที่มาด้วยคือฮั่วจวินหลาน
สายตาที่เธอมองหลีเกอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและร้อนแรง เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่พวกฉู่ฮั่นทั้งสี่คนกลายเป็นผู้ตื่นรู้ เธอคงจะรู้เรื่องแล้ว
"นักเรียนหลี ครั้งนี้ต้องขอขอบคุณพวกเธอมากจริงๆ!"
"ก็แค่การแลกเปลี่ยน" หลีเกอยักไหล่ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราก็ขอกลับบ้านก่อนนะ"
"ความจริงแล้วยังมีเรื่องนิดหน่อย..." ฮั่วจวินหลานยิ้มอย่างเก้อเขิน
"เอ่อ... ขอแลกเปลี่ยน [ซานฉาเลี้ยงฝันร้าย] กับเธอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม"
เห็นได้ชัดว่า การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ก็เพื่อ 'ผู้เล่นหน้าใหม่' ที่ยังไม่มีอาวุธอย่างพวกฉู่ฮั่นทั้งสี่คน
หลีเกอมองทั้งสี่คนแวบหนึ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้า "ได้ แต่ต้องรออีกสองสามวัน"
ฮั่วจวินหลานถอนหายใจอย่างโล่งอก "ตกลง! เอาตามเวลาที่เธอสะดวกเลย แล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง..."
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงมีความระมัดระวังมากขึ้น "ไม่ทราบว่าทางฝั่งเธอ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่หลอนมากกว่านี้อีกไหม ทางการยินดีจะเสนอราคาขอซื้อ"
"สิ่งที่ฉันรู้ ฉันก็บอกไปหมดแล้ว" หลีเกอส่ายหน้า เธอไม่ได้โกหก ชาติที่แล้วก็ไม่มีใครวิจัยจนได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลอนก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร
พูดได้แค่ว่าเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่จากการที่โลกฝันร้ายรุกรานโลกแห่งความเป็นจริงเท่านั้น
ฮั่วจวินหลานรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย อันที่จริงเธออยากจะซักไซ้ไล่เลียงถึงแหล่งที่มาของข่าวสารของหลีเกอมาก แต่สัญชาตญาณกลับบอกเธอว่า อย่าทำแบบนั้นจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นมันจะไปทำลาย 'ความไว้วางใจ' ระหว่างทั้งสองฝ่ายที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากได้ง่ายๆ
พวกฉู่ฮั่นทั้งสี่คนยืนเป็นท่อนไม้อยู่ข้างๆ หน้าแดงก่ำ ในที่สุดทั้งสี่คนก็เชิดหน้ายืดอกก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกัน เอ่ยขึ้นราวกับกำลังปฏิญาณตนว่า "ขอขอบคุณนักเรียนหลีและพวกคุณมาก ที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้!"
"ต่อไปนี้ ตราบใดที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ทำลายผลประโยชน์ของชาติ แค่คุณเอ่ยปากคำเดียว พวกเราทั้งสี่คนจะทุ่มเททำให้อย่างสุดความสามารถ!"
น้ำเสียงและท่าทางนั้น ราวกับเตรียมตัวจะไปออกรบเผชิญหน้ากับความตายอย่างไรอย่างนั้น
หลีเกอกะพริบตาตาปริบๆ ลองหยั่งเชิงถามดู "งั้นต่อไปถ้ามีการฝึกวิชาทหาร ฉันโดดร่มตามสบายได้เลยใช่ไหม"
ฉู่ฮั่นแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ "...เธออย่าทำตัวโจ่งแจ้งขนาดนั้นสิ"
หลีเกอ: เข้าใจละ แอบโดดเนียนๆ ก็ไม่มีปัญหา
เธอยืนท่าพักก่อนจะกลับมาตรงแน่ว "ไม่มีปัญหาค่ะครูฝึก ลาก่อนนะคะครูฝึก!"
หลินซือเถาทำวันทยหัตถ์ "บ๊ายบายค่ะครูฝึก!"
จี้เฟยอวี๋ทำตามแบบก๊อปปี้เพสต์ ฝึกวิชาทหารอะไรกัน ให้หมามันฝึกไปเถอะ
ท่ามกลางสายตาอันซับซ้อนของพวกฉู่ฮั่น ทั้งสามคนก็โดดเรียนกันอย่างเปิดเผย ตู้เจวียนเดินไปสตาร์ตรถรออยู่ก่อนแล้ว
"อ้อ จริงสิ ถามจนได้ความหรือยังว่าทำไมพี่ชายสายเก๊กถึงมาอยู่ที่นี่ได้" ก่อนจะไปหลีเกอก็ถามขึ้นอีกประโยค
ฮั่วจวินหลานมีสีหน้าแปลกประหลาด พูดอ้อมค้อมว่า "...เอ่อ... เขา... ยังไม่ฟื้นเลย"
หลีเกอ "...อ้อ วัยรุ่นก็คงจะหลับลึกแบบนี้แหละ"
ฮั่วจวินหลาน: ...เหรอ ไม่ใช่ว่าโดนเธอตบจนสมองกระทบกระเทือนหรอกเหรอ
...
ทั้งสี่คนกลับมาขึ้นรถ หลินซือเถาก็ล้วงเอาของที่ริบมาได้อย่างอารมณ์ดี "แหะๆ ครั้งนี้ฉันได้ผลึกฝันร้ายมาตั้งสามก้อนแน่ะ!"
ตู้เจวียนกับจี้เฟยอวี๋ก็ได้มาคนละสามก้อนเช่นกัน หลีเกอได้เยอะสุด ผลึกฝันร้ายสี่ก้อนกับ [ครึ่งแก่นฝันร้าย] อีกหนึ่งก้อน
"ฉันรู้สึกว่าผลึกฝันร้ายก็ไม่ได้หายากขนาดนั้นนะ สายพันธุ์ประหลาดที่พวกเราเจอสองสามครั้งที่ผ่านมา ในสมองก็มีไอ้ของแบบนี้อยู่ทั้งนั้นเลย"
จี้เฟยอวี๋พูดเสียงเนิบนาบ "เป็นไปได้ไหมว่าพวกเราแค่โชค 'ดี' สายพันธุ์ประหลาดที่เจอแต่ละครั้งถึงได้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย"
"ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ" หลีเกอหยิบ [ครึ่งแก่นฝันร้าย] ที่ล้วงออกมาจากสมองของเฉินหู่ออกมา
"เอ๊ะ นี่ใช่ก้อนที่ล้วงออกมาจากสมองของเฉินหู่หรือเปล่า ดูไม่ค่อยเหมือนผลึกฝันร้ายในมือพวกเราเลยนะ"
หลินซือเถาหยิบผลึกฝันร้ายออกมาเทียบ
ผลึกฝันร้ายก็คือหินผลึกธรรมดาๆ ที่มีรูปร่างไม่แน่นอน แต่ [ครึ่งแก่นฝันร้าย] ก้อนนั้นมีครึ่งหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นวงรี และบนพื้นผิวมีรอยหยักคล้ายกับวอลนัต
ตู้เจวียนก็กำลังเพ่งมองอยู่ "นี่คืออีกนิดเดียวก็จะกลายเป็นแก่นฝันร้ายแล้วใช่ไหม"
หลีเกอพยักหน้า "ไม่ใช่แค่ก้อนนี้หรอกนะที่แปลก ก้อนที่ขุดออกมาจากสมองของเถ้าแก่ร้านหม้อไฟก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน"
"แปลกจัง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ" หลินซือเถาคิดยังไงก็คิดไม่ออก
ความจริงแล้วหลีเกอก็พอจะเดาๆ ได้อยู่บ้าง เป็นไปได้ไหมว่า [ครึ่งแก่นฝันร้าย] ชนิดนี้แท้จริงแล้วคือตัวแทนของแถบความคืบหน้า
ถ้าหากในเมืองมีแก่นฝันร้ายที่สมบูรณ์ปรากฏขึ้น จะหมายความว่าการนับถอยหลังกำลังจะมาเยือนแล้วหรือเปล่า
[ครึ่งแก่นฝันร้าย] หมายความว่าโลกฝันร้ายในพื้นที่นั้นยังอยู่ในระหว่างการก่อตัวใช่ไหม
หลีเกอครุ่นคิด พลางล้วงโทรศัพท์มือถือที่ล็อกอินไอดีฝันร้ายคือค้อนออกมา ปากก็พูดไปเรื่อยเปื่อย "ช่างมันเถอะ โพสต์กระทู้แบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้หาคะแนนสะสมก่อนดีกว่า"
"พอดีเลยๆ! หลีเสี่ยวเกอ เธอยังไม่ได้กดติดตามฉันกลับเลยนะ!" หลินซือเถาก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา พอเห็นหน้าจอพื้นหลังของหลีเกอ เธอก็เบิกตากว้าง
"เดี๋ยวก่อน! ทำไมเธอถึงมีคนที่ติดตามอยู่หนึ่งคนล่ะ ใครกัน?! อ้อ... พี่เจวียนนี่เอง"
ตู้เจวียนยิ้มๆ ไอดีแอปพลิเคชันรุ่งอรุณของเธอคือ [รับซื้อขยะทุกชนิด] จำง่ายมาก
หลินซือเถาโวยวายด้วยความโมโห "บ้าที่สุด! ทำไมพวกเธอถึงแบนฉันล่ะ! ฉันจะเอาหน้าหนาวที่แผดเผา! ฉันจะเป็นคนที่สองที่เธอติดตาม!"
จี้เฟยอวี๋ที่อยู่ข้างๆ ทำหน้ารังเกียจ ภายนอกดูเหมือนไม่อยากจะเข้าร่วมวงด้วย แต่มือกลับขยับไม่หยุด
ไอดีของหลินซือเถาชื่อว่า [นักวิชาการรางวัลโนเบลกำลังอยู่ในช่วงหลบหนี] หลีเกอมองแล้วส่ายหน้าดิก "มหาวิทยาลัยชิงเป่ยคงไม่คู่ควรกับเธอแล้วล่ะ..."
นักวิชาการหลินเชิดจมูก: แน่นอนอยู่แล้ว~
"เอ๊ะ เมื่อกี้ใครเพิ่งจะกดติดตามฉันนะ? [เงือกหนุ่มรูปงามที่ความจำไม่เสื่อม]... โอ้มายก๊อดดด! พี่ศพจี้ นายโคตรร่านเลย! เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าเรียกตัวเองว่าหนุ่มรูปงามฮะ?"
จี้เฟยอวี๋: "...มือลื่นพิมพ์ผิดน่ะ"
หลินซือเถา: "...เหอะ ผู้ชายก็เงี้ย" ชี้หน้าด่า.jpg
เงือกหนุ่มรูปงามจี้ทำตัวเหลวไหล ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว "เธอยังมีความมั่นใจกล้าตั้งชื่อเป็นนักวิชาการรางวัลโนเบลเลย เรื่องหนุ่มรูปงามเธอก็อย่ามายุ่งเลยน่า!"
หลินซือเถา: (•́へ•́╬)
หลีเกอฟังพวกเขาเถียงกันไปพลาง ก็แก้ไขกระทู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว:
[หัวข้อ: ช็อก! เปิดกะโหลกพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี ฉันกลับพบว่า...
ผู้ตั้งกระทู้: ฝันร้ายคือค้อน
เนื้อหา: วันนี้แวะไปที่พื้นที่หลอนมา พื้นที่หลอนคืออะไรน่ะเหรอ อ้อ น่าจะเป็นรอยต่อระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกฝันร้ายนั่นแหละ
พื้นที่หลอนแห่งนี้ก่อตัวขึ้นโดยมีพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรีเป็นแกนกลาง ลูกค้าที่ให้รีวิวแย่ๆ จะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ประหลาด พลังทำลายล้างไม่สูงมาก แต่มาพร้อมกับสกิลสาดน้ำมันเดือดใส่หน้า ฟันฉับเดียว เลือดสาดกระเซ็นไปไกลถึงห้าก้าว รับประสบการณ์เสียโฉมไปแบบเต็มคาราเบล
รูปแบบการโจมตีหลักของพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรีคือการปนเปื้อนทางจิตใจ ขอแค่ทนรับให้ไหว ปัญหาก็ไม่ใหญ่มาก ทนไม่ไหวก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่วิ่งจนปอดแหก ส่วนจะตายหรือเปล่านั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
สุดท้าย ในสมองของพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรีพบสมองก้อนเล็กๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์
ภาพประกอบ: ภาพเปรียบเทียบระหว่าง [ครึ่งแก่นฝันร้าย] กับผลึกฝันร้ายธรรมดา]
กระทู้ถูกโพสต์ออกไป ยังไม่มีใครเข้ามาคอมเมนต์ หลีเกอปรายตามองตู้เจวียนที่กำลังตั้งใจขับรถ และหลินซือเถาที่กำลังเถียงกับจี้เฟยอวี๋จนหน้าดำหน้าแดง เอนตัวไปทางประตูรถเล็กน้อย แล้วรีบเปลี่ยนโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องอย่างรวดเร็ว
เธอกดเข้าไปในกระทู้ที่ตัวเองเพิ่งจะโพสต์โดยใช้ไอดี [ฝันร้ายคือค้อน] แล้วแสดงความคิดเห็นอย่างใจเย็นอยู่ด้านล่าง:
คอมเมนต์ 3 [หน้ากากลวงตา]:
[การคาดเดาแบบไม่รับผิดชอบ [ครึ่งแก่นฝันร้าย] อาจหมายความว่าโลกฝันร้ายในพื้นที่นั้นกำลังอยู่ในระหว่างการก่อตัวหรือเปล่า?
ถ้าหากมี [แก่นฝันร้าย] ที่สมบูรณ์ปรากฏขึ้นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง นั่นจะหมายความว่าสถานที่แห่งนั้นกำลังจะตกต่ำลงอย่างสมบูรณ์ และกำลังจะเกิดการนับถอยหลังขึ้นใช่หรือไม่?]
พอคอมเมนต์นี้ถูกส่งออกไป การแจ้งเตือนก็เด้งรัวๆ เข้ามาในระบบหลังบ้านทันที หลีเกอเหลือบมองแวบหนึ่ง มีคนรีบเข้ามาคอมเมนต์ต่อท้ายคอมเมนต์ของ [หน้ากากลวงตา] อย่างรวดเร็ว และยังมีไอดีที่ได้รับการยืนยันจากทางการอีกหลายไอดีด้วย
"กรี๊ดดดดด!" เสียงไก่ขันของหลินซือเถาดังขึ้นจากเบาะหลัง
หลีเกอแกล้งทำเป็นตกใจ รีบยัดโทรศัพท์มือถือกลับเข้าไปในกระเป๋า
จี้เฟยอวี๋เอามือข้างหนึ่งอุดหู "เธอจะร้องหาผีอะไร ไก่โอ๊คติดคอหรือไง"
"ไอดอลของฉันออนไลน์แล้ว! เดี๋ยวนะ กระทู้นี้มัน... กรี๊ด~ หลีเสี่ยวเกอ~ ไอดอลของฉันมาคอมเมนต์ใต้กระทู้ของเธอด้วย! กรี๊ดดดด ฉันอิจฉาตาร้อนไปหมดแล้ว! ฉันก็จะตั้งกระทู้เหมือนกัน! ฉันก็อยากให้ไอดอลมาคอมเมนต์หาฉันบ้าง!"
"ใครคือไอดอลของเธออะ"
"จะเป็นใครได้อีกล่ะ! ก็ต้องเป็นเทพหน้ากากลวงตาอยู่แล้ว!!"
พอได้ยินชื่อ [หน้ากากลวงตา] จี้เฟยอวี๋ก็หูผึ่ง ตู้เจวียนถึงกับหาที่จอดรถข้างทาง ทั้งสามคนสุมหัวกันเลื่อนดูกระทู้ หลีเกอก็แกล้งทำเป็นอยากรู้อยากเห็น ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมามุงดูด้วย
"ซี๊ด... สมกับที่เป็นไอดอลของฉัน ดูบารมีนั่นสิ!" หลินซือเถาตื่นเต้นจนมือสั่น
"หลีเสี่ยวเกอ กระทู้ของเธอยังมีคอมเมนต์แค่สามสิบกว่าคอมเมนต์เอง แต่ชั้นของเทพหน้ากากลวงตานี่มีคนมาต่อท้ายเป็นร้อยๆ ชั้นแล้วเนี่ย~"
จี้เฟยอวี๋มองบนใส่เธอ "เก็บอาการคลั่งไคล้ดาราของเธอไปซะ ประเด็นมันอยู่ที่จำนวนคอมเมนต์ตอบกลับหรือไง มันอยู่ที่เนื้อหาที่หน้ากากลวงตาคาดเดาเอาไว้ต่างหากล่ะ!"
หลินซือเถาไม่ยอมรับ "ฉันนี่มันพวกคลั่งคนเก่งต่างหาก!... แต่พูดจริงๆ นะ ถ้าเทพเดาถูกล่ะก็ งั้นเมืองจวนก็ใกล้จะเข้าสู่ 'การนับถอยหลัง' แล้วใช่ไหม"
ภายในรถพลันตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ