เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 เดลิเวอรีผีสิง

บทที่ 45 เดลิเวอรีผีสิง

บทที่ 45 เดลิเวอรีผีสิง


บทที่ 45 เดลิเวอรีผีสิง

หมู่บ้านอวิ๋นหลานวานถูกขึงแนวกั้น ผู้พักอาศัยในหมู่บ้านถูกพาตัวออกไปส่งยังจุดกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ด้วยความเร็วที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาในพื้นที่เพื่อทำการสำรวจลิฟต์ที่เกิดเหตุ

พวกหลีเกอทั้งสี่คนยืนอยู่หน้าตึก กำลังซุบซิบกันเสียงเบา

"ลิฟต์นั่นสรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" หลินซือเถาถามเสียงเบา

"ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมลพิษที่หนักหน่วงมาก มันล้นทะลักออกมาตลอดเวลาเลย พี่ศพ นายได้ยินอะไรบ้างไหม"

จี้เฟยอวี๋ส่ายหน้า "ไม่ได้ยิน แต่สัญชาตญาณฉันบอกว่าเรื่องนี้รับมือยากแน่"

หลินซือเถามองบน นี่มันกำปั้นทุบดินชัดๆ!

หลีเกอไม่ได้เอ่ยปาก เธอกำลังพยายามนึกทบทวนว่าในชาติที่แล้วมีเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่ความทรงจำกลับเลือนรางเกินไป ท้ายที่สุดแล้วในช่วงเวลานี้ของชาติที่แล้ว เธอก็ยังเป็นแค่เด็กมัธยมปลายธรรมดาที่ยังไม่ตื่นรู้

อาศัยอยู่ในห้องแห่งข้อมูลข่าวสารที่ถูกจำกัด แถมยังมุ่งมั่นตั้งใจกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จึงไม่ได้สนใจโลกภายนอก

ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด คนกลุ่มหนึ่งก็เดินจ้ำพรวดเข้ามา พวกหลีเกอทั้งสี่คนหันไปมอง หลินซือเถาตื่นตระหนกเป็นคนแรก "ไม่จริงน่า! แค่โดดเรียนเอง ทำไมถึงตามมาถึงที่นี่ได้ล่ะ"

ผู้ที่มาถึงก็คือหน่วยปฏิบัติการพยัคฆ์ที่เพิ่งจะกลายมาเป็นครูฝึกของพวกเขานั่นเอง

ฉู่ฮั่นเพิ่งจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า หลินซือเถาก็ยืนตรงตะเบ๊ะพร้อมตะโกนทันที "สวัสดีค่ะครูฝึก! รายงานครูฝึก พวกเราไม่ได้โดดเรียนนะคะ พวกเรามาเพื่อกอบกู้โลกต่างหาก!"

พวกฉู่ฮั่น "..."

ฉู่ฮั่นมีสายตาซับซ้อน นึกในใจว่า พวกแกตั้งใจโดดเรียนกันจริงๆ สินะ!

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอาผิดเรื่องนี้

"สถานการณ์ตอนนี้พวกเราเข้าใจแล้ว เรื่องนี้หน่วยปฏิบัติการพยัคฆ์จะคอยช่วยเหลือหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการจัดการ"

หลินซือเถาสงสัย "พวกคุณไม่สนเรื่องฝึกวิชาทหารแล้วเหรอคะ"

ฉู่ฮั่น "มีครูฝึกคนอื่นมารับช่วงต่อแล้ว"

เดิมทีที่พวกเขามารับหน้าที่เป็นครูฝึกก็เพื่อพุ่งเป้ามาที่นักเรียนพิเศษอย่างพวกหลีเกออยู่แล้ว หนึ่งก็เพื่อดึงตัวมาร่วมทีม สองก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดตัวปัญหาอย่างพี่ชายสายเก๊ก

แต่เห็นได้ชัดว่า ตัวปัญหาบางคนก็ยากที่จะป้องกันได้

ซานจีเหลือบไปเห็นพี่ชายสายเก๊กที่ถูกมัดและยังคงสลบเหมือดอยู่อีกด้านหนึ่ง จึงสอดปากถามขึ้น "เขาเป็นอะไรน่ะ"

หลินซือเถาแค่นเสียง "เก๊กเกินเบอร์น่ะสิ คิดว่าตัวเองเป็นยอดฝีมือแห่งเผ่ามนุษย์ หลีเสี่ยวเกอของพวกเราเลยสั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูงซะหน่อย"

พวกฉู่ฮั่นเคยเห็นผู้ตื่นรู้ประเภทนี้ที่เมืองซีมาไม่น้อย จึงพอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนนั้นเอง ฮั่วจวินหลานก็เดินออกมาจากตึกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เธอพยักหน้าทักทายพวกฉู่ฮั่น แล้วเข้าประเด็นทันทีว่า

"สถานการณ์ใต้ลิฟต์ยังไม่แน่ชัด โดรนขาดการติดต่อหลังจากหย่อนลงไปได้สิบเมตร พวกเราลองใช้เชือกวัดความลึกเพื่อตรวจสอบทางกายภาพแล้ว แต่หย่อนลงไปหนึ่งพันเมตรก็ยังไม่ถึงก้น"

"ถ้าจะแก้ปัญานี้ เกรงว่าคงต้องพึ่งพาให้ผู้ตื่นรู้ยื่นมือเข้ามาสอดแทรกเท่านั้น"

ฮั่วจวินหลานสูดหายใจเข้าลึกๆ หันไปมองหลีเกอ "นักเรียนหลี ฉันในนามของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ขอร้องให้พวกเธอช่วย"

หลีเกอไม่ได้ตอบรับในทันที แต่กลับหันไปมองพวกหลินซือเถาทั้งสามคน ทั้งสามคนกะพริบตามองเธอ ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้วว่า จะรับภารกิจนี้หรือไม่ ให้หลีเกอเป็นคนตัดสินใจ

"ได้ แต่ฉันไม่รับประกันว่าจะแก้ปัญหาได้นะ และในขณะเดียวกัน ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง ฉันขอสงวนสิทธิ์ในการรับรางวัลของภารกิจครั้งนี้" หลีเกอพูดจบก็หันไปมองฮั่วจวินหลาน

"ส่วนเรื่องรางวัลจะเป็นอะไรนั้น ฉันจะเป็นคนเสนอเอง"

ฮั่วจวินหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลังเลนานนัก "ตกลง!"

"อีกอย่าง ลากคอหมอนี่ออกไปที" หลีเกอชี้ไปที่พี่ชายสายเก๊กที่ยังคงสลบไสลไม่ได้สติ

"ตรวจสอบดูหน่อยว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วก็ ฉันขอข้อมูลของผู้พักอาศัยทุกคนในตึกนี้ รวมถึงประวัติการสั่งอาหารเดลิเวอรีในช่วงนี้ของพวกเขาด้วย"

ฮั่วจวินหลานรีบยื่นโทรศัพท์มือถือให้ทันที "ข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว!"

เห็นได้ชัดว่าเธอเตรียมการไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว

หลีเกอเหลือบมองเธออีกครั้ง พูดตามตรงเลยนะ ความเร็วในการรับมือกับวิกฤตของฮั่วจวินหลานนั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ

ข้อมูลระบุว่า ผู้พักอาศัยแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในหมู่บ้านอวิ๋นหลานวานล้วนเป็นผู้เช่า ในนั้นมีข้อมูลบางส่วนที่มีมูลค่ามาก อย่างเช่น ตอนนี้มีสิบแปดคนที่ขาดการติดต่อ แม้แต่ที่ทำงานก็ยังหาตัวไม่พบ

สิบแปดคนนี้เพิ่งจะสั่งอาหารเดลิเวอรีในช่วงนี้ และทั้งหมดล้วนถูกจัดส่งโดยพนักงานส่งอาหารคนเดียวกัน

"พวกเราตรวจสอบแล้ว ชายหนุ่มคนที่หลี่เทียนซื่อเข้าใจผิดว่าเป็นสายพันธุ์ประหลาดนั่น อาหารเดลิเวอรีของเขาก็ถูกส่งมาโดยเฉินหู่เหมือนกัน"

"แต่เพื่อนร่วมงานของเฉินหู่กลับบอกว่า พวกเขาไม่เห็นเฉินหู่มาสามวันแล้ว ออเดอร์พวกนี้ที่ผ่านมือเฉินหู่ พวกเราไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางร้านมาแล้ว ภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลานั้นหายไปหมดเลย"

หลินซือเถาสูดหายใจเข้า "เดลิเวอรีผีสิงเหรอ แต่ว่า ถ้าปัญหาอยู่ที่ตัวเฉินหู่ แล้วทำไมสิบแปดคนนั้นถึงหายตัวไป แต่คนที่สู้กับพี่ชายสายเก๊กถึงไม่เป็นอะไรล่ะ"

ฮั่วจวินหลานเม้มริมฝีปาก "ตามบันทึกของแพลตฟอร์ม สิบแปดคนนั้นเคยให้รีวิวแย่ๆ กับเฉินหู่มาก่อน"

"นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง... เฉินหู่เคยส่งออเดอร์ของร้านหม้อไฟของสด และถูกร้องเรียนเพราะส่งช้าเกินเวลา ลูกค้าคนนั้นยังได้ร้องเรียนร้านหม้อไฟด้วย โดยอ้างว่าวัตถุดิบไม่สดใหม่ และเนื้อก็เป็นเนื้อสังเคราะห์"

พอได้ยินคำว่าเนื้อสังเคราะห์ มุมปากของจี้เฟยอวี๋ก็กระตุกราวกับมีปฏิกิริยาตอบสนอง นานๆ ทีถึงจะสอดปากถามขึ้นมา "แล้วลูกค้าคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ไหม"

ฮั่วจวินหลานมีสีหน้าแปลกประหลาด "หลังจากนั้นทางร้านก็ติดต่อลูกค้าคนนี้ผ่านทางแอปแช็ตสีเขียว มอบคูปองเงินสดให้เขา แล้วเชิญเขาไปกินข้าวที่ร้าน จากนั้น..."

จากนั้นทุกคนก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ลูกค้าคนนั้นคงจะหั่นเนื้อตัวเองลวกกินเองแบบพึ่งพาตัวเองไปเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง

อ่านข้อมูลจบแล้ว หลีเกอก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลาอีกต่อไป ก่อนจะหันหลังกลับ เธอเหลือบมองพวกฉู่ฮั่นที่เดินตามมาติดๆ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

"พวกคุณจะไปด้วยกันหมดเลยเหรอ"

พวกฉู่ฮั่นรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันทีที่ถูกมองข้าม

ซานจีกัดฟัน "นี่ดูถูกครูฝึกกันแล้วเหรอ"

"พวกเราไม่มีความสามารถพิเศษแบบพวกเธอหรอกนะ" ฉู่ฮั่นทำหน้าตึงรับคำ

"แต่ถ้าพูดถึงการต่อสู้ระยะประชิด ในบรรดาพวกเธอสี่คนก็มีแค่เธอที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ ถ้าเจอสิ่งมีชีวิตที่ไม่ปกติ พวกเราสามารถประสานงานร่วมรบกันได้ พวกเราจะเป็นฝ่ายดึงความสนใจ ส่วนพวกเธอรับหน้าที่ปลิดชีพมัน"

หลีเกอเงียบไปอึดใจหนึ่ง ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ เพียงแค่พูดเรียบๆ ว่า

"ลิฟต์จำกัดจำนวนคนขึ้นแปดคน พวกคุณมีตั้งเจ็ดคน"

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป

ทุกคนในหน่วยปฏิบัติการพยัคฆ์ตกอยู่ในความเงียบอันละเอียดอ่อนในทันที

สรุปก็คือ... หญิงสาวเขาไม่ได้กังขาในฝีมือของพวกเขาสักนิด แต่เป็นเพราะลิฟต์มันจะรับน้ำหนักเกินแค่นั้นเองเหรอ

โวยวายอยู่ตั้งนาน ที่แท้ก็เป็นพวกชายฉกรรจ์หยาบกระด้างอย่างพวกเขาที่ใจแคบและคิดเล็กคิดน้อยไปเองงั้นสิ

ซานจีตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ "ฉันยอมใจเลยจริงๆ..."

ฉู่ฮั่นเองก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว รีบสุ่มเลือกคนออกมาสี่คนทันที

"ซานจี กระต่าย จิ้งจอกทิเบต ตามฉันมา ส่วนคนที่เหลือสแตนด์บายรออยู่ที่นี่ คอยให้ความร่วมมือกับหัวหน้าฮั่ว"

ทั้งสี่คนรีบก้าวตามหลังหลีเกอไปทันที

บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้อพยพออกจากตึกไปแล้ว ตู้เจวียนล้วงค้อนเหล็กออกมาจากถังขยะแล้วยื่นให้หลีเกอ หลินซือเถากอดหนังสือปกแข็งเอาไว้แน่น จี้เฟยอวี๋ก็สวมสนับมือแล้วเช่นกัน

หลีเกอก้าวออกไปยืนอยู่หน้าช่องลิฟต์ที่มืดมิดราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งเป็นคนแรก เธอหันหน้าไปพยักหน้าให้เพื่อนร่วมทีม "ไปกันเถอะ"

เธอก้าวเท้าออกไป แล้วกระโดดลงไป

"ฉันมาแล้ว!" หลินซือเถาร้องตะโกนแล้วกระโดดตามลงไป

จี้เฟยอวี๋และตู้เจวียนก็กระโดดตามลงไปติดๆ

พวกฉู่ฮั่นที่อยู่ด้านหลังซึ่งกำลังสวมใส่อุปกรณ์โรยตัว "..."

"กระโดดลงไปโดยไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำเลยเนี่ยนะ?! นี่มันมาสำรวจหรือมากระโดดตึกฆ่าตัวตายกันแน่?!"

"เวรเอ๊ย! เด็กสมัยนี้มันบ้าบิ่นกันขนาดนี้เลยเหรอ?!"

"หัวหน้า อุปกรณ์นี่พวกเรายังต้องใส่อยู่ไหมอะ"

ฉู่ฮั่นกัดฟัน "จะใส่หาพระแสงอะไรอีกล่ะ! ตามไป!"

จบบทที่ บทที่ 45 เดลิเวอรีผีสิง

คัดลอกลิงก์แล้ว