- หน้าแรก
- ทิ้งชีวิตเมืองกรุง ไปมุ่งทำฟาร์มดันเจี้ยน
- บทที่ 9 ชีวิตที่แม้แต่เศรษฐียังต้องอิจฉา
บทที่ 9 ชีวิตที่แม้แต่เศรษฐียังต้องอิจฉา
บทที่ 9 ชีวิตที่แม้แต่เศรษฐียังต้องอิจฉา
บทที่ 9 ชีวิตที่แม้แต่เศรษฐียังต้องอิจฉา
"ดูอะไรอยู่น่ะ?"
"บ้านของผู้อำนวยการเย่เหรอ?"
"อะไรนะ? ขอฉันดูด้วยคนสิ!"
"รอเดี๋ยว อย่าเบียดสิ เดี๋ยวฉันเปิดดูในคอมพิวเตอร์ให้"
คนคนนั้นเปิดคอมพิวเตอร์ คลิกเข้าไปที่เวยป๋อของเย่หยาง แล้วกดเล่นวิดีโอ
เมื่อเข้ามา ทุกคนก็เห็นกลุ่มคนกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ภาพพื้นหลังนั้นสามารถอธิบายได้คำเดียวเลยว่ามันคือสถานที่ที่ห่างไกลความเจริญแบบสุดๆ
บนผืนดินที่แห้งแล้งโดยมีภูเขาอยู่ลิบๆ ถึงแม้ทิวทัศน์จะดูสวยงาม แต่มองยังไงมันก็ดูเป็นสภาพแวดล้อมที่รกร้างและทุรกันดารอยู่ดี
เมื่อวิดีโอเล่นไปเรื่อยๆ เหล่านักออกแบบก็เห็นรถแม็คโครกำลังขุดเปิดหน้าดินเพื่อทำฐานราก มีการเทปูนซีเมนต์ จากนั้นบ้านทั้งหลังก็ค่อยๆ ก่อตัวสูงขึ้นมาจากพื้นดิน
โครงสร้างภายนอกถูกสร้างขึ้นมาทีละละน้อย และมันดูพิถีพิถันเป็นอย่างมาก
ทั้งชั้นกันไฟ ชั้นฉนวนกันความร้อน ชั้นกันน้ำ
คนในวงการย่อมรู้ดีว่าต้องดูตรงไหน เพียงปรายตามองแค่แวบเดียว พวกเขาก็รู้ทันทีว่าสิ่งที่เรียกว่า "บ้านไม้" หลังนี้ น่าจะอยู่ในระดับคฤหาสน์หรูเลยทีเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่โครงสร้างภายนอกสร้างเสร็จสมบูรณ์ คฤหาสน์ไม้สไตล์ชนบทที่แฝงไปด้วยความหรูหราสง่างามก็ปรากฏสู่สายตาของพวกเขา
บริเวณลานกว้างของบ้านไม้ยังมีการออกแบบสนามหญ้า สระว่ายน้ำ ชิงช้า และอื่นๆ อีกมากมาย
ถัดมา กล้องก็แพนเข้าไปที่การตกแต่งภายใน
ซึ่งยังคงใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบไทม์แลปส์ เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากห้องเปล่าๆ กลายเป็นห้องที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ
ทั้งตัวห้องและเฟอร์นิเจอร์ด้านในล้วนดูน่าประทับใจ
วิดีโอที่ผ่านการตัดต่อมานี้มีความยาวประมาณห้านาที รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็ดูจนจบและรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
"ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฝีมือการออกแบบของผู้อำนวยการเย่พัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นแล้วล่ะเนี่ย?"
"หรือนี่จะเป็นจุดสูงสุดของวงการในตำนาน? ตอนนี้ผู้อำนวยการเย่ได้หวนคืนสู่สามัญแล้วสินะ"
"อิจฉาชะมัด ตอนแรกฉันก็นึกว่าการที่ผู้อำนวยการเย่กลับไปอยู่ชนบทคือการไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาและไม่ได้เป็นชนชั้นนำอีกต่อไปแล้วซะอีก แต่พอมาเห็นแบบนี้ ฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองมองตื้นเกินไป เขาไปที่นั่นเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่แม้แต่เศรษฐียังต้องอิจฉาต่างหากล่ะ"
"นี่ต้องใช้เงินอย่างน้อยๆ ก็หลายล้านแน่ๆ ผู้อำนวยการเย่รวยจริงๆ!"
อารมณ์ของเหล่านักออกแบบกำลังพลุ่งพล่าน พวกเขาเริ่มหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อคอมเมนต์ใต้โพสต์ของเย่หยาง
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบคนใหม่ก็ยังรู้สึกตกตะลึงเช่นกัน
"ในสายอาชีพนักออกแบบ พวกที่อยู่ระดับล่างมักจะคิดว่าแค่ขยันก็พอแล้ว แต่ในความเป็นจริง วงการนี้ต้องพึ่งพาพรสวรรค์อย่างแท้จริง พรสวรรค์ของเย่หยางคนนี้มันช่างน่ากลัวจริงๆ!"
โชคดีที่คนเก่งกาจขนาดนี้ลาออกจากบริษัทไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีทางเอาตัวรอดในสายงานนี้ได้แน่
บนโลกออนไลน์ โพสต์นี้ถูกแชร์ออกไปและไม่นานก็ไปสะดุดตาแอคเคานต์สายการตลาดเข้า
พวกเขาดูดวิดีโอไปดื้อๆ แล้วตั้งชื่อคลิปให้น่าดึงดูดใจ
[นักออกแบบหนีความกดดันจากเมืองกรุง กลับบ้านเกิดไปสร้างดินแดนในอุดมคติ]
แถมพวกเขายังซื้อพื้นที่บนเทรนด์การค้นหายอดฮิตให้ตัวเองอีกด้วย
ไม่นานนัก วิดีโอก็ถูกค้นพบโดยชาวเน็ตจำนวนมากขึ้น และในช่วงเวลาหนึ่ง ทุกคนต่างก็รู้สึกทึ่ง
[แอคเคานต์การตลาดหน้าด้านมาก ให้เครดิตเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย -> เย่หยาง]
[ฉันตามวาร์ปมาถึงเวยป๋อของพี่ชายเย่หยางแล้ว วิดีโอทุกคลิปสวยงามมากเลย]
[ในฐานะคนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ การได้ดูขั้นตอนการสร้างบ้านมันรู้สึกฟินมาก ฉันรักวิดีโอแนวนี้สุดๆ]
[สวยงามมากเลย ให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังใช้ชีวิตแบบเทพเซียนอยู่เลย]
ในเวลาไม่นาน เย่หยางก็มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นนับไม่ถ้วน ชาวเน็ตเหล่านี้พากันไปไล่ดูวิดีโอไทม์แลปส์ทั้งหมดที่เย่หยางเคยทำไว้ในอดีต ราวกับกำลังขุดคุ้ยโพสต์เก่าๆ
เย่หยางซึ่งกำลังหลับสนิทอย่างมีคุณภาพ ย่อมไม่มีทางรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกออนไลน์บ้าง
เช้าวันรุ่งขึ้นตอนที่เขาตื่นมา เขาก็ไม่ได้คิดที่จะเช็กวิดีโอเลยด้วยซ้ำ
แต่กลับกลายเป็นว่า หลังจากที่เขาลุกขึ้น ข้อความของระบบก็เลื่อนผ่านสายตาของเขาไป
【ติง! เควสต์การเจริญวัยเสร็จสิ้น】
【กำลังแจกจ่ายเงินสด 3,000,000 หยวน...】
【รางวัลถูกโอนเข้าสู่บัตรธนาคารที่ผูกไว้เรียบร้อยแล้ว】
【ติง! เนื่องจากโฮสต์ทำผลงานได้เกินเป้าและทำเควสต์สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ จึงปลดล็อกรางวัลพิเศษ: เคล็ดวิชาพฤกษาคราม】
【เคล็ดวิชาพฤกษาคราม: เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังที่ดูดซับธาตุไม้เพื่อเสริมสร้างพลังชีวิตของตนเอง】
"ทำไมเควสต์นี้ถึงเสร็จเร็วนักล่ะเนี่ย?"
เย่หยางไม่แม้แต่จะล้างหน้าแปรงฟัน เขามุ่งหน้าตรงไปยังฟาร์มทันที
จากระยะไกล เย่หยางมองเห็นแสงสีม่วงแดงเรืองรอง โดยมีบ้านไม้ผสมผสานเข้ากับมันได้อย่างลงตัว
ทะเลดอกไม้แห่งนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน
แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่คืนเดียวเองนะ
"เชี่ยเอ๊ย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
ต่อให้มีการเติบโตแบบเร่งด่วน มันก็ไม่น่าจะโตเร็วขนาดนี้ไหม?
ถ้ามีคนมาเห็นเข้าจะทำยังไง? แบบนี้ได้เกิดเรื่องใหญ่แน่!
เพื่อหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น เย่หยางถึงกับเลิกสนใจรางวัลจากระบบไปชั่วขณะ
เขาตรวจสอบสภาพดิน และพบต้นตอของปัญหาอย่างรวดเร็ว
"มันเป็นเพราะน้ำพุวิญญาณขั้นสุดยอดนี่เอง ฉันจิบไปแค่จิบเดียวยังช่วยเพิ่มค่าร่างกายได้ตั้ง 0.1 เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่เกิดกับพืชก็ต้องดีกว่าอย่างแน่นอน นี่มันบ้าไปแล้ว"
ผ่านไปหนึ่งคืนเทียบเท่ากับการเติบโตครึ่งปี ถ้าหนึ่งวันก็คือหนึ่งปีเต็ม
ถ้าฉันปลูกโสม มันจะไม่เหมือนกับการปลูกหัวไชเท้า ที่ปลูกแค่สามเดือนก็เก็บเกี่ยวได้แล้วเหรอเนี่ย?
นี่มันเป็นเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ นี่เป็นวัฏจักรแห่งความเจริญงอกงาม
เพราะเย่หยางสร้างคฤหาสน์ไม้ เขาจึงได้รับน้ำพุวิญญาณขั้นสุดยอดมา
และเพราะเขาได้น้ำพุวิญญาณขั้นสุดยอดมา เควสต์ต่อๆ ไปจึงกลายเป็นเรื่องง่ายดายขึ้นมาก
เย่หยางถึงกับสันนิษฐานว่า สาเหตุที่เควสต์เพาะปลูกก่อนหน้านี้ทำผลงานได้เกินเป้า ก็เป็นเพราะเขาใส่เมล็ดพันธุ์ลาเวนเดอร์ป่าลงไปเป็นจำนวนมากนั่นเอง
เพราะถึงยังไง เมล็ดพันธุ์ที่ดรอปในดันเจี้ยนแบบนี้เท่านั้น ที่จะสามารถนำมาใช้บนกระบะทรายจำลองฟาร์มได้โดยตรง
จู่ๆ เย่หยางก็รู้สึกว่าเขาควรจะสร้างระบบป้องกันอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้คนอื่นมองเห็นสถานการณ์ภายในฟาร์มได้
ไม่อย่างนั้น การที่ดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งได้ภายในวันเดียวจะต้องดึงดูดความสนใจอย่างแน่นอน ถ้าเขาล้อมรั้วฟาร์มเอาไว้ เขาจะอ้างว่าเพิ่งย้ายต้นกล้ามาปลูกก็ได้ถ้ามีใครถาม
คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทำทันที
เย่หยางเดินเข้าไปในห้องทำงานของบ้านไม้และเปิดคอมพิวเตอร์
แม้ว่าบ้านไม้จะยังไม่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ แต่มันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหมดแล้ว
หลังจากเปิดคอมพิวเตอร์ เย่หยางก็ร่างแบบแปลนดีไซน์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้กำแพงอิฐล้อมรอบฟาร์มทั้งหมด แต่เขาวางแผนที่จะใช้แนวพุ่มไม้สีเขียวแทน
แนวพุ่มไม้สีเขียวคือกำแพงไม้พุ่มสไตล์โมเดิร์น มันไม่ดูทื่อเหมือนกำแพงทั่วไป แถมยังให้ความเป็นส่วนตัวและมีความสวยงามน่าดึงดูดใจมากกว่า
เย่หยางไม่เพียงแต่ล้อมรั้วรอบฟาร์มเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภูเขาทั้งสามลูกที่อยู่ด้านหลังด้วย
สำหรับพืชที่จะนำมาทำเป็นแนวพุ่มไม้ นอกเหนือจากพวกไม้พุ่มแล้ว เย่หยางยังวางแผนที่จะเพิ่มเมล็ดพันธุ์เถาวัลย์ล่าล่าและกุหลาบป่าเข้าไปด้วย
แน่นอนว่าเถาวัลย์ล่าล่ามีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาทำลายแนวพุ่มไม้หรือพยายามจะปีนข้ามเข้ามา
ส่วนกุหลาบก็มีไว้เพื่อความสวยงาม
จากนั้น ก็ต้องมีประตูใหญ่
ด้านหลังประตู เย่หยางออกแบบให้มีถนนคดเคี้ยวทอดยาวไปสู่ตัวบ้านไม้ โดยมีต้นไม้ปลูกเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทาง
สำหรับต้นไม้ เขาเลือกต้นวิสทีเรียที่สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ซึ่งจะช่วยปกคลุมพื้นที่ภายในคฤหาสน์เอาไว้ราวกับเป็นม่านบังตา
ด้วยวิธีนี้ ต่อให้คนที่อยู่หน้าประตูจะสงสัยว่าข้างในฟาร์มมีอะไร พวกเขาก็จะมองเห็นแค่ต้นวิสทีเรียที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นเท่านั้น
เมื่อออกแบบมาถึงตรงนี้ เย่หยางก็นำเข้าแบบแปลนดีไซน์ลงในกระบะทรายจำลอง
"เริ่มการก่อสร้างได้"
【ติง! การสร้างนี้จะต้องใช้เงิน 200,000 หยวน ต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?】
"ตกลง!"
เย่หยางไม่รู้สึกเสียดายเงินจำนวนนี้เลยแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก ก็มีคนมาส่งของ
ต้นไม้ถูกปลูกเรียงรายไปรอบๆ พื้นที่หมู่บ้านและบนยอดเขา ทอดยาวกินระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร
หลังจากผ่านโครงการก่อสร้างมาหลายครั้ง เย่หยางก็ไม่กังวลอีกต่อไปว่าคนพวกนี้จะลักไก่ทำงานชุ่ยๆ เพราะทุกอย่างล้วนอยู่ในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดภายใต้การควบคุมของระบบ
เย่หยางเพียงแค่ขับรถตามพวกเขาไป ออกจากตำบลต้าจี๋ซานมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังเมืองซี
วันนี้เป็นวันที่เขาสัญญาว่าจะไปเยี่ยมเย่ซิน
จบบท