เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: ถอนรากถอนโคน บ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยาง

บทที่ 23: ถอนรากถอนโคน บ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยาง

บทที่ 23: ถอนรากถอนโคน บ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยาง


หลังจากเอ่ยลาท่านย่า บิดามารดา และท่านอาเรียบร้อยแล้ว จวงซิงอวี่ก็ออกเดินทางผ่านทางอุโมงค์ลับของตระกูลทันที

ทว่าในสายตาของคนนอก จวงซิงอวี่กลับยังคงเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ภายในตระกูลอย่างเงียบเชียบ สำรับอาหารที่ถูกจัดส่งไปยังเรือนพักของเขาทุกวันไม่เคยขาด และถ้วยชามก็ถูกส่งคืนกลับมาในสภาพที่สะอาดหมดจดเสมอ

เด็กหนุ่มสวมหน้ากากหนังมนุษย์พรางใบหน้า ค่อยๆ ก้าวเดินสลับหยุดพักผ่อนหย่อนใจไปตามทางโดยไม่ได้พึ่งพารถม้า ระหว่างทางเขาลอบสังเกตขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น ทั้งผู้คนที่กำลังทะเลาะเบาะแว้ง เสียงหัวเราะหยอกล้อ ทารกที่กำลังลืมตาดูโลก และผู้เฒ่าผู้แก่ที่กำลังล่วงลับดับสูญ... แม้ตัวเขาจะถูกโอบล้อมไปด้วยโลกีย์ปุถุชน ทว่าจิตวิญญาณกลับบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคีแปดเปื้อน สภาวะจิตใจได้รับการยกระดับจนทำให้พลังจิตเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

หนึ่งวันให้หลัง เขาก็มาอยู่ห่างจากป่าอาทิตย์อัสดงเพียงสี่สิบกิโลเมตร

เมื่อคำนวณจากเวลาแล้ว ตู๋กูป๋อสมควรที่จะเดินทางออกไปจากที่นี่แล้ว

“ท่านพ่อและท่านแม่ช่างรักและตามใจฉันเสียจริง บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องส่งคนตามมาคุ้มกัน ทว่าก็ยังคงส่งยอดฝีมือมาแอบคุ้มกันอย่างหนาแน่นจนได้”

เมื่อเดินมาถึงเขตพื้นที่รกร้างว่างเปล่า จวงซิงอวี่ก็เปิดใช้งานมุกโกลาหลเพื่อตรวจจับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายระดับแปดสิบสี่ ซึ่งน่าจะเป็นผู้อาวุโสหลักลำดับที่เจ็ด พร้อมทั้งระดับราชันวิญญาณอีกสองคน และระดับจักรพรรดิวิญญาณอีกหกคน

ผู้อาวุโสหลักลำดับที่เจ็ดผู้นี้คอยเอาใจใส่ดูแลคนรุ่นเยาว์ในตระกูลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นรองเจ้าสำนักของสถาบันประจำตระกูล คอยทำหน้าที่ชี้แนะและไขข้อข้องใจในเรื่องการบำเพ็ญเพียรให้กับคนรุ่นหลัง

เขาให้ความสำคัญกับจวงซิงอวี่ผู้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลเป็นพิเศษ ถึงขั้นยอมเดินทางมาด้วยตนเองในครั้งนี้เพื่อคอยปกป้องนายน้อยอย่างลับๆ

จวงซิงอวี่ไม่รอช้า รีบสะบัดพู่กันเขียนจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาทันที ก่อนจะขว้างมันไปทางทิศที่ผู้อาวุโสหลักลำดับที่เจ็ดซ่อนตัวอยู่ จากนั้นจึงเปิดใช้งานเคล็ดวิชาท่องเมฆา พลิกกายทะยานร่างสปีดหนีไปอย่างรวดเร็ว

ผู้อาวุโสหลักลำดับที่เจ็ดเอื้อมมือรับจดหมายเอาไว้ได้และรีบพุ่งตัวทะยานไล่ตามไปทันที ทว่าหลังจากผ่านไปสิบนาที เขากลับพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับนายน้อยกลับยิ่งทวีความห่างเหินมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างของจวงซิงอวี่เลือนหายไปจากสายตาอย่างสมบูรณ์

เมื่อไร้หนทาง เขาทำได้เพียงเปิดจดหมายออกอ่าน ซึ่งเนื้อความระบุไว้ว่า “ท่านปู่เจ็ด (ลำดับอาวุโสในตระกูล) ข้าพบพวกท่านนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องตามข้ามาอีก พวกท่านก็คงได้เห็นประสาทสัมผัสและความเร็วของข้าแล้ว ขอเพียงข้าคิดจะหลบหนี ต่อให้เป็นผู้มีระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ขั้นปลายก็ยากที่จะจับตัวข้าได้โดยง่าย

ข้าจะคอยวางตัวต่ำต้อยอยู่เสมอ พวกท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้าเลย ข้าเพียงต้องการออกเดินทางไปเผชิญโลกกว้างและหาประสบการณ์ด้วยตัวคนเดียว โปรดเดินทางกลับตระกูลเถอะครับ!”

ผู้อาวุโสหลักลำดับที่เจ็ดเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญา เมื่อได้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจวงซิงอวี่ ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มอันปลาบปลื้มใจ “โตขึ้นแล้ว โดขึ้นแล้วจริงๆ นายน้อยสามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเองได้แล้ว การฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของตระกูลอยู่แค่เอื้อมแล้ว อยู่แค่เอื้อมจริงๆ!”

หลังจากนั้น เขาก็จุดไฟเผาทำลายจดหมายทิ้งและนำพรรคพวกเดินทางกลับไป

จวงซิงอวี่วิ่งทะยานต่อไปอีกห้ากิโลเมตร พร้อมทั้งใช้มุกโกลาหลตรวจสอบจนมั่นใจว่าคนคุ้มกันของตระกูลไม่ได้ตามมาแล้ว และบริเวณโดยรอบก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอยู่อีก

เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ตู๋กูป๋อจะต้องพาน้องหญิงของเขาออกไปล่าวงแหวนวิญญาณอย่างแน่นอน

จวงซิงอวี่นึกภาพรูปลักษณ์ของบ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยางตามที่เคยบันทึกไว้ในนิยายทันที พร้อมทั้งอัดฉีดพลังปราณเข้าสู่มุกโกลาหล เพียงพริบตาเดียว แสงสีม่วงก็ระเบิดวาบขึ้นเข้าโอบล้อมร่างของจวงซิงอวี่เอาไว้ ก่อนจะฉีกกระชากมิติพุ่งทะยานหายไปในความมืด

ช่างน่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขายังอ่อนแอเกินไป และบ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยางก็ตั้งอยู่ใจกลางส่วนลึกของป่าอาทิตย์อัสดง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีสัตว์วิญญาณอายุเกินกว่าห้าหมื่นปีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจวงซิงอวี่ในยามนี้ไม่มีทางรับมือได้ไหว

ทำให้เขาจำเป็นต้องยอมสละฟังก์ชันเคลื่อนย้ายพริบตาที่มีโอกาสใช้ได้เพียงครั้งเดียวของมุกโกลาหลไป มิฉะนั้นเขาคงสามารถนำมันไปใช้ทำสิ่งอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ได้

ไม่นานนัก จวงซิงอวี่ก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าบ่อน้ำพุร้อนแห่งหนึ่ง บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก มีรูปทรงเป็นวงรี และน้ำในบ่อถูกแบ่งแยกออกเป็นสองสีอย่างเด่นชัด ได้แก่ สีขาวน้ำนมและสีแดงชาด นี่ก็คือบ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยางอันลือชื่อ

จวงซิงอวี่เหลียวมองไปรอบๆ กาย ที่นี่คือหุบเขาที่มีลักษณะคล้ายกับกรวยคว่ำ โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตรงส่วนยอดประมาณห้าร้อยเมตร ไอความร้อนม้วนตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง หากผู้ใดไม่รู้เรื่องรู้ราวมาเห็นเข้า คงต้องคิดว่าเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับเป็นแน่!

จวงซิงอวี่ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า หมายจะกวาดล้างสมุนไพรอมตะทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ให้เกลี้ยงเกลา! จะไม่เหลือทิ้งไว้ให้ถังซานแม้แต่ต้นเดียว!

ส่วนเรื่องของตู๋กูป๋อนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุโบราณที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และไม่เคยเป็นกรรมสิทธิ์ของตู๋กูป๋อมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว บางทีมันอาจจะถูกตู๋กูป๋อช่วงชิงมาจากผู้อื่นด้วยซ้ำ บนมหาทวีปโต่วหลัวแห่งนี้มันก็เป็นเช่นนี้เอง: แกปล้นฉัน ฉันปล้นแก บนทวีปแห่งนี้ผู้ใดที่เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาย่อมต้องตายไวที่สุด! ทั้งยังจะนำพาหายนะมาสู่ตระกูลของตนเองอีกด้วย

ทว่าจวงซิงอวี่ก็ยังคงหลงเหลือวิธีการถอนพิษและโอสถทิพย์ไว้ให้อีกสองสามเม็ด เพื่อช่วยตู๋กูป๋อและตู๋กูเหยียนสลายพิษในร่างกาย ซึ่งสิ่งนี้ก็จะช่วยยกระดับพลังวิญญาณของพวกเขาขึ้นมาได้อีกหนึ่งระดับด้วย

เขาจะไม่ใช้วิธีการนี้ในการข่มขู่ตู๋กูป๋อเหมือนอย่างที่ถังซานเคยทำ ที่บังคับให้อีกฝ่ายยอมรับเงื่อนไขสามข้อและบีบบังคับให้ตู๋กูป๋อต้องยอมทำงานรับใช้ตนเอง

และเขาก็ไม่มีความคิดที่จะสยบตู๋กูป๋อมาเป็นข้ารับใช้ด้วย เพราะตระกูลของเขามีผู้มีพรสวรรค์คอยหนุนหลังอยู่เหลือเฟือแล้ว! ขอเพียงมีสมุนไพรอมตะเหล่านี้ คนในตระกูลจำนวนมากก็จะสามารถทะลวงผ่านไปสู่ระดับอัครพรหมยุทธ์ได้อย่างง่ายดาย

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด มีเพียงคนสมองกลับเท่านั้นที่จะยอมละเลยคนในตระกูลที่จงรักภักดีของตนเอง แล้วเอาสมบัติไปประเคนให้คนนอกที่ยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้าและไม่ได้มีความผูกพันใดๆ ด้วยเลย

จวงซิงอวี่ไม่มีทางโง่เขลาทำตัวเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก ที่ปฏิเสธการมอบสมบัติให้คนในตระกูลทว่ากลับยอมส่งมอบมันให้กับคนที่เป็นศัตรูในอนาคตอย่างโง่ๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดคุยกันเลยสักไม่กี่คำ

ถังซานสามารถสยบตู๋กูป๋อได้อย่างเบ็ดเสร็จก็หลังจากที่ได้รับบททดสอบระดับเทพมาแล้วเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นในเวลานั้น ตู๋กูป๋อและถังซานต่างก็มีศัตรูร่วมกัน นั่นคือสำนักวิญญาณยุทธ์ และที่สำคัญที่สุดคือถังซานมีถังห่าวและสำนักถังคอยหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง รวมถึงมีสามเหลี่ยมเหล็กทองคำที่พอจะปะทะฝีมือกับตู๋กูป๋อได้อีกด้วย

แม้ว่าตระกูลของเขาในยามนี้จะมีระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ถึงสิบเจ็ดคน และไม่ได้หวาดกลัวตู๋กูป๋อเลยแม้แต่น้อย ทว่าก็ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น!

เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือบ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยาง ในเมื่อตอนนี้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างง่ายดายแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปยั่วยุผู้มีระดับอัครพรหมยุทธ์ก่อนที่ความแข็งแกร่งของตระกูลจะฟื้นฟูขึ้นมาอย่างเต็มที่ ต่อให้คนผู้นั้นจะเป็นอัครพรหมยุทธ์ที่อ่อนแอที่สุดก็ตาม

ทว่าในขณะที่จวงซิงอวี่กำลังจะเริ่มเก็บเกี่ยวหญ้าอนันตริยน้ำแข็งแปดแฉกและสมุนไพรอมตะชิ้นอื่นๆ เช่น แอปริคอตอัคคีรุนแรง สายตาพลันเหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติขึ้น!

มุกโกลาหลที่อยู่ในทะเลรับรู้ของเขาจู่ๆ ก็เปล่งแสงสีม่วงเจิดจ้าออกมา มันดูตื่นเต้นดั่งกวนจงได้พบกับเป้าซูหยา

“วึ่ง, วึ่ง, วึ่ง!” มันส่งเสียงสั่นสะเทือนครางกระหึ่มออกมาไม่หยุดหย่อน!

มันไม่ได้มีสภาพเป็นเพียงแค่ลูกปัดแตกหักธรรมดาๆ เหมือนเช่นเคย ทว่าบนพื้นผิวของมันกลับปรากฏลวดลายแปลกประหลาดสลักเสลาขึ้นมา ราวกับมันกำลังบอกเล่าเรื่องราวตำนานในอดีตกาลอันไกลโพ้น

มันเปล่งแสงจางๆ ออกมา ราวกับมีพลังงานลึกลับกำลังไหลเวียนอยู่ภายใน เมื่อลองสัมผัสดู ก็พบว่ามันแผ่รังสีพลังงานที่มองไม่เห็นออกมา จนทำให้ผู้คนต้องตกตะลึงและเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง

ภายในมุกโกลาหล ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังปั่นป่วนหมุนวน และละอองพลังปราณแต่กำเนิดก็หลั่งไหลเอ่อล้นออกมา มันได้เผยให้เห็นโครงร่างแรกเริ่มของโลกโกลาหลขึ้นมาแล้ว แม้ว่าขนาดของมันจะเล็กกระจ้อยร่อยยิ่งนัก มีขนาดไม่ถึงหนึ่งในล้านล้านล้านส่วนของสภาพที่สมบูรณ์แบบ ทว่ามันก็ยังคงเป็นโลกใบหนึ่งที่สามารถวิวัฒนาการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง!

หากผู้ใดสามารถควบคุมโลกที่สมบูรณ์แบบนี้ได้ในระหว่างการส่งต่อพลังและปล่อยให้มันรุดหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้นั้นก็ย่อมสามารถใช้มันเพื่อพิสูจน์มรรควิถีผ่านทางพละกำลังได้! ถึงขั้นสามารถกลายเป็นตัวตนที่ทัดเทียมกับมหาเต๋าแห่งฟ้าดินของโลกยุคเบิกฟ้าได้เลยทีเดียว!

ทว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ยังคงห่างไกลเกินไปสำหรับจวงซิงอวี่ในยามนี้

ฉับพลันนั้น มุกโกลาหลก็ปลดปล่อยแรงดึงดูดอันมหาศาลออกมา โดยมุ่งตรงไปที่บ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยางทันที

จากนั้น พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น “ตูม” มันกลับดูดกลืนเอาบ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยางทั้งหมดเข้าไปในมุกโกลาหลโดยตรง!

หุบเขาแห่งนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บในพริบตา บ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยางอันตรธานหายไป หลงเหลือไว้เพียงหลุมลึกขนาดประมาณสองพันเมตรตั้งอยู่แทนที่!

หลังจากนั้นไม่นาน หลุมลึกนั้นก็ถูกเติมเต็มด้วยน้ำใต้ดินที่เอ่อล้นขึ้นมา ก่อตัวกลายเป็นทะเลสาบแห่งหนึ่ง! ไม่หลงเหลือร่องรอยใดๆ ที่แสดงว่าบ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยางเคยตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้อีกต่อไป

จวงซิงอวี่ผู้ซึ่งเพิ่งถูกมุกโกลาหลสูบเอาพลังปราณไปจนหมดสิ้น ตกอยู่ในสภาพที่เหนื่อยล้าอ่อนแรงเป็นอย่างยิ่ง ทว่าก่อนที่เขาจะได้นั่งลงพักผ่อนให้หายเหนื่อย มุกโกลาหลก็นำส่งกระแสพลังปราณสีม่วงสายหนึ่งย้อนกลับคืนมา—มันคือกระแสพลังปราณโกลาหลสายหนึ่งนั่นเอง!!!

ต้องรู้นะว่า พลังปราณโกลาหลคือรูปแบบพลังงานแรกเริ่มที่สุด ซึ่งจะคงอยู่เฉพาะในช่วงแรกเริ่มของการก่อตัวของโลก หรือในยามที่โลกกำลังรุดหน้าวิวัฒนาการเท่านั้น

โลกใบใดก็ตามที่ไม่สามารถวิวัฒนาการต่อไปได้ย่อมต้องค่อยๆ เสื่อมถอยลง ส่งผลให้พลังปราณโกลาหลต้องลดระดับกลายเป็นพลังปราณแต่กำเนิด และพลังปราณแต่กำเนิดก็ต้องเสื่อมถอยกลายเป็นพลังปราณในภายหลัง จนกระทั่งไม่หลงเหลือพลังปราณใดๆ อีก ก่อเกิดเป็นยุคแห่งการดับสูญของธรรมะ

มหาทวีปโต่วหลัวในปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนที่พลังปราณแต่กำเนิดกำลังเสื่อมถอยกลายเป็นพลังปราณในภายหลัง มีเพียงแดนเทพเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลือพลังปราณแต่กำเนิดอยู่บ้าง สิ่งที่เรียกว่าตำแหน่งเทพนั้น มีความเด่นชัดว่าเป็นอำนาจแห่งโลกประเภทหนึ่งที่ควบแน่นมาจากพลังปราณแต่กำเนิด และตำแหน่งราชาเทพรวมถึงตำแหน่งมหาเทพผู้สร้างก็น่าจะควบแน่นมาจากพลังปราณโกลาหลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ จวงซิงอวี่ในยามนี้เมื่อได้ครอบครองกระแสพลังปราณโกลาหลอันสมบูรณ์สายนี้แล้ว เขาก็ย่อมมีรากฐานที่พร้อมจะสร้างตำแหน่งเทพ 【มหาเทพผู้สร้าง】 ของตนเองขึ้นมาได้แล้ว!!!

จบบทที่ บทที่ 23: ถอนรากถอนโคน บ่อน้ำพุร้อนสองขั้วหยินหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว