- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่โต้วหลัว พลิกชะตาจักรพรรดิเงินครามผู้เย็นชา
- บทที่ 1: สถานการณ์ในตระกูล แผนการ และการเตรียมการล้างแค้น
บทที่ 1: สถานการณ์ในตระกูล แผนการ และการเตรียมการล้างแค้น
บทที่ 1: สถานการณ์ในตระกูล แผนการ และการเตรียมการล้างแค้น
ณ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจักรวรรดิเทียนโต่ว บนมหาทวีปโต่วหลัว เมืองเจ้าสำนักเสือดาวศักดิ์สิทธิ์หยางบริสุทธิ์ ภายในจวนเจ้าเมือง
ยามเช้าตรู่ ก่อนแสงแรกแห่งรุ่งอรุณจะสาดส่อง
ภายในห้องหับอันหรูหรา บนเปลเด็กมีทารกวัยหกเดือนนามว่าจวงซิงอวี่นอนอยู่
จวงซิงอวี่ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เมื่อมองไปรอบๆ กายอันแสนแปลกตา เขาก็ตระหนักถึงคำถามที่สะเทือนไปถึงจิตวิญญาณว่า “ฉันเป็นใคร ฉันอยู่ที่ไหน แล้วฉันกำลังจะทำอะไรกันแน่?!”
นั่นคือสิ่งที่เขาคิดอยู่ในหัวทว่าเสียงที่เล็ดลอดออกจากปากกลับกลายเป็นเพียงเสียง “อิยะ อิยะ” เท่านั้น
ตอนนั้นเองที่จวงซิงอวี่เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เขาเป็นเพียงทารกอายุหกเดือน! สวมผ้าอ้อมและนอนอยู่บนเปลเด็ก
ฉับพลันนั้น กระแสข้อมูลสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง หลังจากตกอยู่ในอาการเหม่อลอยอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดจวงซิงอวี่ก็รับรู้ข้อมูลทั้งหมดจนครบถ้วน
คลื่นยักษ์ซัดสาดที่แม่น้ำเฉียนถัง วันนี้จึงได้รู้ว่าตัวข้าคือใคร
ที่แท้ชาติก่อนของจวงซิงอวี่คือชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งจากแผ่นดินเก้าสถานแห่งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ผู้ซึ่งทะลุมิติมายังมหาทวีปโต่วหลัวอย่างไม่คาดคิด
ทว่าตอนนี้เขาสามารถไขปริศนาความทรงจำตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์และปลุกความทรงจำในชาติภพก่อนให้ตื่นขึ้นได้สำเร็จ ซึ่งนี่ไม่ใช่การสวมร่างวิญญาณเหมือนในนิยายออนไลน์ทั่วไป
จวงซิงอวี่คิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “ดูเหมือนว่าในหมู่พวกพระเอกด้วยกัน ฉันจะจัดอยู่ในระดับแนวหน้าเลยแฮะ ฮ่าฮ่าฮ่า! มั่นคง! มั่นคงมาก!! ทุกอย่างลงตัวสุดๆ!!!”
ดูความทะนงตนนั้นเถอะ หากมีผู้รอบรู้มาเห็นเข้าในตอนนี้ คงไม่ลังเลเลยที่จะสาดน้ำเย็นรดหัวจวงซิงอวี่ให้ตื่นจากฝันว่า โทรศัพท์มือถือในชาติก่อนของเจ้ายังไม่ได้ล้างข้อมูลเลยด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ จวงซิงอวี่ก็คือคนคนเดียวกัน ชาติก่อนเขาคือจวงซิงอวี่ และชาตินี้เขาก็ยังคงเป็นจวงซิงอวี่!
ขณะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกมาจากภายนอก ชายหญิงคู่หนึ่งเดินจูงมือกันเข้ามา
จวงซิงอวี่ลืมตาขึ้นสังเกตคนทั้งสอง ชายหนุ่มมีนัยน์ตาคมกริบ ร่างกายสูงโปร่งเหยียดตรง ใบหน้าคมคายเด่นชัดพร้อมมัดกล้ามเนื้อที่แน่นตึง ทุกสัดส่วนเต็มไปด้วยพลังและความงดงาม ส่วนหญิงสาวนั้นมีใบหน้างดงามดั่งดอกท้อในวสันตฤดู แช่มช้อยและน่าหลงใหล ดั่งดอกบัวในคิมหันตฤดู ที่สดใสและสง่างาม ดั่งดอกเบญจมาศในสารทฤดู ที่ชดช้อยและมีเสน่ห์ และดั่งดอกเหมยในเหมันตฤดู ที่ทรหดและไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใด
ชายหญิงคู่นี้ก็คือจวงจิ้งสิงและหลี่เสวียนหัว ท่านพ่อและท่านแม่ในชาตินี้ของจวงซิงอวี่นั่นเอง
ผู้เป็นบิดาอย่างจวงจิ้งสิงรีบก้าวเข้ามาหาจวงซิงอวี่ตัวน้อย “โอ้ ลูกชายคนดีของพ่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ คิดถึงพ่อไหม หิวหรือยังล่ะ?” เขาโน้มตัวลงมาหมายจะอุ้มเด็กทารก แขนสองข้างขยับไปมาทว่ากลับไม่รู้จะช้อนอุ้มจากตรงไหน เพราะกลัวว่าจะทำให้ลูกชายบาดเจ็บ
จวงซิงอวี่มองบิดาของตนพลางตาปริบๆ และคิดในใจว่า หน้าตาหล่อเหลาเอาการแฮะ ดูท่าแล้วเรื่องหน้าตาในอนาคตของฉันคงไม่ต้องกังวลอีกต่อไป พอคิดได้ดังนั้นเขาก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมา
“โอ้ ท่านพี่ รีบมาดูเร็วเข้า ลูกกำลังยิ้มให้ข้าด้วย!” หลังจากพูดจบ ในที่สุดเขาก็หาท่าทางที่จะไม่ทำให้ลูกเจ็บได้ และกำลังจะเอื้อมมือไปอุ้มจวงซิงอวี่ตัวน้อยขึ้นมา
ทว่าหญิงสาวข้างกายกลับบิดหูเขาเพื่อรั้งไว้ “รีบปล่อยมือเลย! เจ้าอาบน้ำหรือยัง? ซุ่มซ่ามขนาดนี้ หากทำลูกรักของข้าเจ็บจะทำอย่างไร?”
“ท่านพี่ ข้าเพิ่งอาบน้ำไปเมื่อเช้านี้เองนะ” จวงจิ้งสิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“แบบนั้นก็ยังไม่ดี ถอยไปเลย ข้าจะอุ้มเอง” พูดจบ นางก็ช้อนตัวจวงซิงอวี่ขึ้นมาอย่างทะนุถนอม มือข้างหนึ่งรองรับศีรษะและลำคอของจวงซิงอวี่ตัวน้อยไว้ ส่วนมืออีกข้างรองรับสะโพก พร้อมกับคอยระมัดระวังกระดูกสันหลังและลำคอของทารกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ “หัดจำไว้เสีย นี่คือท่าทางที่ถูกต้องในการอุ้มเด็ก” “จวงซิงอวี่ตัวน้อย หิวหรือยังจ๊ะ? มาหาแม่มา แม่จะป้อนนมให้”
“รับทราบขอรับท่านพี่” จวงจิ้งสิงกล่าว “ลูกรัก รีบกินเข้าเถอะ” “เอ่อ ท่านพี่ หลังจากลูกกินอิ่มแล้ว เจ้าช่วยแบ่งให้ข้าบ้างได้หรือไม่?”
“ไสหัวไปเลย!”
“ขอรับท่านพี่”
เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ จวงซิงอวี่ตัวน้อยกินนมจนอิ่มหนำ
ลู่ซวิ่นเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อกินอิ่มและร่างกายอบอุ่น มนุษย์ย่อมถวิลหาการนอนหลับ
อย่างไรเสียเขาก็ยังเป็นเพียงทารกวัยหกเดือน เมื่อจวงซิงอวี่อิ่มหนำและเป็นสุข ไม่นานนักก็จมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
และนี่ก็คือบิดามารดาของจวงซิงอวี่ ที่แม้จะชอบลิ้นกับฟันกันอยู่เสมอทว่าก็รักใคร่กันอย่างลึกซึ้ง
จวงซิงอวี่พึงพอใจกับสถานที่เกิดของตนเป็นอย่างยิ่ง เขาเกิดในเมืองเจ้าสำนักเสือดาวศักดิ์สิทธิ์หยางบริสุทธิ์ และตระกูลของเขาถูกเรียกว่าตระกูลเสือดาวหยินหยางสุดขั้ว วิญญาณยุทธ์ที่สืบทอดกันมาของพวกเขาย่อมต้องเป็นเสือดาวศักดิ์สิทธิ์หยางบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นตระกูลที่ไม่มีการกล่าวถึงในเนื้อเรื่องดั้งเดิม
ภายในตระกูลมีวิญญาณพรหมยุทธ์คอยปกปักรักษาอยู่หลายคน และในอดีตเคยมีอัครพรหมยุทธ์กำเนิดขึ้นมาแล้วถึงสามคน โดยอัครพรหมยุทธ์คนล่าสุดได้ล่วงลับไปเมื่อสามสิบปีก่อน ทำให้ปัจจุบันตระกูลยังไม่มีอัครพรหมยุทธ์ประจำการอยู่เลย
อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้ทิ้งทรัพยากรและเส้นสายเอาไว้มากมาย หากมองถึงขุมกำลังที่เปิดเผยอยู่ทั่วทั้งมหาทวีปโต่วหลัว พวกเขาด้อยกว่าเพียงสองจักรวรรดิใหญ่ สำนักวิญญาณยุทธ์ และสามสำนักส่วนบนเท่านั้น ทว่าแข็งแกร่งกว่าสี่สำนักส่วนล่างอย่างมาก โดยรั้งอันดับเจ็ดของทั้งมหาทวีป!
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงขุมกำลังที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น หากนับรวมเกาะเทพสมุทร เมืองแห่งการสังหาร ขุมกำลังที่ซ่อนเร้น หรือขุมกำลังสัตว์วิญญาณเข้าไปด้วย พวกเขาย่อมไม่ได้อยู่อันดับที่เจ็ด
เหตุผลที่จวงซิงอวี่พึงพอใจกับภูมิหลังในปัจจุบันของตนเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะ เขามีความมั่นใจในตัวเองสูงยิ่ง ย่อมต้องเป็นตัวเอกอยู่แล้ว! วิญญาณยุทธ์ที่สืบทอดในตระกูลนั้นแข็งแกร่งและมั่นคง ไม่เคยปรากฏการกลายพันธุ์ในทางที่แย่ลงเลย อีกทั้งพลังวิญญาณของบิดามารดาก็สูงส่งยิ่ง ดังนั้นพลังวิญญาณแต่กำเนิดของเขาไม่มีทางต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างแน่นอน
และเส้นทางที่ผู้ทะลุมิติมายังมหาทวีปโต่วหลัวจะเลือกเดินได้นั้น มีเพียงห้าสายเท่านั้น
เส้นทางแรก: ติดตามถังซาน
นี่เป็นหนทางที่ไม่สมควรเลือกอย่างเด็ดขาด หากพลังวิญญาณแต่กำเนิดของเขาต่ำต้อย เขาก็ย่อมไร้ค่าในสายตาของถังซาน หากคิดจะไปเป็นเบี้ยล่าง ถังซานก็คงไม่ต้องการคนที่ไร้ผลประโยชน์ให้เก็บเกี่ยว ลองมองดูหวังเซิ่งที่เคยเป็นผู้ติดตามของถังซาน ปู่เจ็คที่เคยดูแลถังซาน หรือตู๋กูป๋อที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อถังซานสิ มีใครบ้างที่มีจุดจบที่ดี?
และหากพลังวิญญาณแต่กำเนิดของเขาสูงส่ง เขาก็ยิ่งไม่มีทางยอมไปเป็นข้ารับใช้ของผู้อื่นแน่ ย่อมต้องแยกตัวออกมาสร้างชื่อด้วยตนเองอยู่แล้ว
จุดสำคัญที่สุดคือ จวงซิงอวี่และถังซานมีหนี้แค้นฝังลึกต่อกันระหว่างตระกูล (ซึ่งจะอธิบายในตอนท้ายของบทนี้)
เส้นทางที่สอง: เข้าพวกกับสำนักวิญญาณยุทธ์
ความเสี่ยงของเส้นทางนี้มีมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับปี่ปี่ตง หญิงเสียสติคนนั้น หูเลี่ยน่า ยายคนโง่ที่คลั่งรัก และเชียนริ่วเสวีย ที่มีกระบวนการคิดแปลกประหลาดพิกล ส่วนเชียนเต้าหลิวก็นิ่งเฉยไม่ฝักใฝ่ดูแลกิจการ การฝากชีวิตไว้กับสำนักวิญญาณยุทธ์จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง การมีเพื่อนร่วมทีมที่ไร้ความสามารถย่อมไม่สามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จได้ ใครจะรู้ว่าจะถูกแทงข้างหลังเมื่อใด?
เส้นทางที่สาม: เป็นพวกเหยียบเรือสองแคม คอยสับเปลี่ยนฝ่าย
โลกใบนี้เกลียดชังพวกเหยียบเรือสองแคมที่สุด เมื่อมหาสงครามมาถึง พวกที่สับเปลี่ยนฝ่ายไปมาจะถูกกำจัดเป็นพวกแรก มิฉะนั้นแล้ว หากเจ้าคอยกระโดดไปมาโดยไม่ยอมลงแรงในขณะที่คนอื่นสู้กันจนตัวตาย แล้วเจ้ากลับรอดพ้นไร้รอยขีดข่วน คอยทำตัวเป็นตั๊กแตนจับจั๊กจั่น โดยมีนกกระจอกอยู่เบื้องหลัง แล้วพวกนกต่ออย่างเจ้าก็กลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เรื่องเช่นนี้ย่อมไม่มีใครยอมให้เกิดขึ้น
เฉกเช่นเส้นทางประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของมหาทวีปโต่วหลัว ตระกูลมังกรฟ้าทรราชสายฟ้าเป็นตระกูลแรกที่ถูกกวาดล้าง! การที่ปี่ปี่ตงล้างแค้นแทนอวี้เสี่ยวก็างนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทว่าเหตุผลใหญ่ใจความคือการที่ตระกูลมังกรฟ้าทรราชสายฟ้าวางตัวเป็นกลาง
และประเทศที่เป็นกลางเหล่านั้น เมื่อสงครามปะทุขึ้น มักจะเป็นกลุ่มแรกที่ถูกทำลายล้าง สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์ของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
เส้นทางที่สี่: หลบหนีและกลายเป็นขุมกำลังที่เร้นกาย
การกลายเป็นขุมกำลังเร้นกายก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง เพราะตระกูลในปัจจุบันของเขาไม่ใช่กลุ่มคนที่เร้นกาย และชื่อเสียงก็ไม่ได้ต่ำต้อยเลย การอยู่ๆ จะประกาศตัดขาดหลบซ่อนตัวมีแต่จะดึงดูดให้ตกเป็นเป้าหมายมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนี้ ขุมกำลังในปัจจุบันของตระกูลต้องพึ่งพาที่ดินศักดินาในการเลี้ยงปากท้อง หากปราศจากที่ดินศักดินาก็จะไม่มีทรัพยากร และพวกเขาจะไม่สามารถจุนเจือผู้ใต้บังคับบัญชาได้เลย
พวกขุมกำลังเร้นกายเหล่านั้นล้วนมีสถานที่ลึกลับ เช่น ดินแดนลับหรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพยากรแม้ว่าจะซ่อนตัวอยู่ก็ตาม แต่ตระกูลของเขาไม่มีสิ่งดีๆ เช่นนั้น
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะบรรลุความเป็นเทพได้ล่วงหน้า มิฉะนั้นย่อมไม่มีทางหลุดพ้นไปได้ ทว่าหากเขาสามารถบรรลุเทพได้ล่วงหน้าจริง แล้วจะหลบซ่อนไปเพื่ออะไร? เขาย่อมสามารถรวบรวมมหาทวีปให้เป็นหนึ่งเดียวได้โดยตรงอยู่แล้ว
เส้นทางที่ห้า: ลุยเดี่ยว! สร้างขุมกำลังของตัวเองขึ้นมา
ลูกผู้ชายตัวจริงที่กำเนิดขึ้นมาใต้หล้า จะยอมทนอยู่ใต้ร่มเงาของผู้อื่นไปได้ย่างไร! ในเมื่อได้ทะลุมิติมาแล้ว ก็ต้องขอลองเสี่ยงดูสักตั้งเพื่อก้าวไปสู่จุดสูงสุดและชื่นชมทัศนียภาพที่แตกต่างออกไป การอาศัยความรู้ในเนื้อเรื่องทำให้เขาสามารถช่วงชิงโอกาสต่างๆ ได้ล่วงหน้า ใครจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะ? ยิ่งไปกว่านั้น จวงซิงอวี่ยังมีโอกาสชนะสูงมาก แล้วเขาจะยอมแพ้โดยที่ไม่ลองพยายามได้อย่างไร?
สรุปแล้ว จวงซิงอวี่มีเส้นทางให้เลือกเดินเพียงสายเดียวเท่านั้น นั่นคือการลุยเดี่ยวและสร้างขุมกำลังของตนเองขึ้นมา
ดังนั้น หากจวงซิงอวี่เกิดใกล้กับหมู่บ้านหญ้าศักดิ์สิทธิ์ ปลุกพลังวิญญาณได้สูงยิ่ง และไม่มีความคิดที่จะพึ่งพาถังซาน เขาคงถูกถังห่าวลอบกำจัดไปอย่างลับๆ แล้ว
ถังห่าวไม่ใช่คนดีอะไร ในมหาทวีปโต่วหลัว ใครก็ตามที่ไม่ใช่คนในตระกูลหรือขุมกำลังของตน ย่อมถูกมองว่าเป็นศัตรูในอนาคตทั้งสิ้น เช่นเดียวกับตอนที่พรหมยุทธ์กระดูกพบถังซานเป็นครั้งแรก สิ่งแรกที่เขาคิดจะทำคือการกำจัดถังซานเสีย และนั่นคือถังซานที่มีสำนักถังและถังห่าวเป็นภูมิหลังหนุนหลังอยู่ ส่วนจวงซิงอวี่ไม่มีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่เช่นถังซาน และตระกูลของเขาก็มีความแค้นกับถังห่าวด้วย ดังนั้นถังห่าวย่อมไม่มีความกดดันใดๆ ในการลงมือกำจัดเขาเลย
บางทีถังห่าวอาจจะไม่ลงมือในทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวตน ทว่าเขาจะลงมือในภายหลังอย่างแน่นอน
ในโลกใบอื่น มีอัจฉริยะบางคนที่กำเนิดในหมู่บ้านหญ้าศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่มีภูมิหลังหรือเส้นสายใดๆ ทว่ามีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด จากนั้นพวกเขาก็เข้าร่วมกับสำนักวิญญาณยุทธ์ แทนที่จะใช้ทรัพยากรของสถาบันวิญญาณยุทธ์เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตนอย่างรวดเร็ว
พวกเขากลับวิ่งแจ้นไปยังสถาบันน็อตติ้งอย่างโง่เขลา เพื่อไปศึกษาที่สถาบันสื่อไร้เค่อ และคอยขัดขวางถังซานอยู่ตลอดเวลา โดยที่ไม่มีแม้แต่ไพ่ตายในการเอาชีวิตรอดสักใบ ทว่ากลับคอยกระโดดโลดเต้นอยู่ใต้จมูกของถังห่าวในทุกๆ วัน
ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ น่าพูดยิ่งนัก พวกเขากำลังเดิมพันชีวิตไว้กับความเมตตาอันน้อยนิดที่ไม่มีอยู่จริงของถังห่าว
เหตุผลที่จวงซิงอวี่ต้องการล้างแค้นนั่นเป็นเพราะปู่ของเขา จวงจื้อเหลียง ถูกถังห่าวและถังเซียวลอบโจมตีจนถึงแก่ความตาย
เมื่อสิบปีก่อน จวงจื้อเหลียงผู้เป็นวิญญาณพรหมยุทธ์ระดับแปดสิบสอง ได้รับกระดูกวิญญาณส่วนแขนซ้ายอายุหกหมื่นปีมาโดยบังเอิญ สำนักถังไม่รู้ว่าสืบทราบเรื่องนี้มาได้อย่างไร สองพี่น้องถังห่าวและถังเซียวจึงลงมือลอบโจมตีและสังหารจวงจื้อเหลียงในขณะที่เขาอยู่ตามลำพังโดยไม่เอ่ยปากพูดยอมความสักคำ พร้อมกับช่วงชิงกระดูกวิญญาณชิ้นนั้นไป ถังห่าวและพี่ชายคิดว่าเรื่องนี้ดำเนินไปอย่างลับๆ ทว่าจวงจื้อเหลียงก่อนสิ้นใจได้ทิ้งเบาะแสไว้ผ่านข้อความลับของตระกูล ทำให้ลูกหลานได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้
เรื่องนี้เดิมทีมีเพียงท่านย่า ท่านพ่อท่านแม่ และท่านอาของจวงซิงอวี่เท่านั้นที่รู้ ส่วนจวงซิงอวี่ก็รับรู้เรื่องนี้จากการแอบได้ยินบทสนทนาของบิดามารดาตอนที่เขาอายุได้สามเดือน
นับตั้งแต่ได้ยินข่าวนี้ จวงซิงอวี่ก็เตรียมการล้างแค้นอย่างเงียบๆ มาโดยตลอด และวันนั้นจะต้องมาถึงในไม่ช้า!
ด้วยไพ่ตายที่มีอยู่ เขาสะช่วงชิงกระดูกวิญญาณแสนปีและจักรพรรดิเงินครามมาเป็นอันดับแรก หากมีโอกาส เขาจะสั่งสอนถังซานให้หลาบจำและหาโอกาสทำลายกระดูกวิญญาณของเสี่ยวอู่เสีย ส่วนถังห่าวและสำนักถังจะต้องถูกจัดการภายในสิบปีอย่างแน่นอน ข้าสุขใจยิ่งนัก