เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 - สู้ไม่ได้ ก็เข้าร่วมซะ!

บทที่ 110 - สู้ไม่ได้ ก็เข้าร่วมซะ!

บทที่ 110 - สู้ไม่ได้ ก็เข้าร่วมซะ!


"ติ๊ด! ชำระเงินสำเร็จ หนึ่งหมื่นเครดิต!"

"ติ๊ด! เติมเงินสำเร็จ หนึ่งแสนเครดิต!"

...

ภายในล็อบบี้ของรีสอร์ตสไตล์หมื่นเผ่าพันธุ์ เสียงอิเล็กทรอนิกส์แจ้งเตือนจากเครื่องรับชำระเงินดังระงมไปทั่ว

หลังจากจัดการเรื่องเข้าพักและเติมเงินเสร็จสรรพ นักศึกษาเหล่านี้ก็ถือคีย์การ์ดแบบพิเศษ แล้วสลายตัวกระจายไปทั่วล็อบบี้ในพริบตา

จ้าวเฟิงพุ่งนำหน้าไปเป็นคนแรก วิ่งขึ้นบันไดทะยานตรงไปที่ชั้นสอง

เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องเตียงใหญ่สุดหรูสำหรับบำเพ็ญเพียรเข้าไป ไม่สนแม้แต่จะถอดรองเท้า ทิ้งตัวลงกระแทกกับเตียงหนานุ่มอย่างจัง

ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นสิบเท่าเริ่มทำงานทันที ฝานรุ่ยถอนหายใจออกมาอย่างสุขขี

"เมื่อก่อนกูทนใช้ชีวิตลำบากลำบนแบบนั้นมาได้ไงวะเนี่ย?!"

เปลือกตาปิดลง แล้วเขาก็หลับสนิทไปในทันที

อีกด้านหนึ่ง หลี่หลานและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยซ่างจิงอีกหลายคนก็พากันวิ่งกระหืดกระหอบ พุ่งตรงไปยังโซนออนเซ็นน้ำพุแห่งชีวิต

"ตูม! ตูม!"

เสียงกระโดดลงน้ำดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

น้ำพุสีเขียวอ่อนกระเพื่อมไหว โอบล้อมรอบตัวพวกเขา

พวกเขาพิงขอบสระหินกรวดที่อุ่นสบาย มองดูรอยแผลเป็นตื้นลึกบนร่างกายที่ค่อยๆ ตกสะเก็ดและลอกออกอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เผยให้เห็นผิวใหม่ที่เนียนกริบ

พวกเขาได้ตัดสินใจทำสิ่งที่ขัดต่อบรรพบุรุษ—

พอกลับไป จะเอาไอ้ยาลูกกลอนในอุปกรณ์มิติที่รสชาติเหมือนขี้แพะพวกนั้น โยนทิ้งให้หมดเลย

อ๊ะ ไม่สิ เอาไปขายเอาเงินดีกว่า!

ส่วนพวกลูกคุณหนูบ้านรวย ก็ไปต่อคิวกันยาวเหยียดอยู่หน้าโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณ

ร้านม้วนคัมภีร์, สปาชำระล้างปราณสังหาร, ห้องหมากรุกไพ่จำลองศึกหมื่นเผ่าพันธุ์...

สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างในรีสอร์ตคราคร่ำไปด้วยผู้คน!

หลี่หลานจากมหาวิทยาลัยซ่างจิงไม่ได้ไปที่ห้องพักบนชั้นสอง และไม่ได้ไปแช่ออนเซ็น

เขาผลักประตูกระจกใสของล็อบบี้รีสอร์ตออกไปเพียงลำพัง แล้วเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน

ตรงกลางลาน ต้นไม้อัคคีขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบสงบ ใบไม้แกว่งไกวไปตามสายลม ปลดปล่อยแสงสีนวลตา ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ

หลี่หลานเดินไปใต้ต้นไม้ หาแผ่นหินชนวนสีเขียวสะอาดๆ แล้วนั่งขัดสมาธิลง

เขาแค่นั่งแหงนหน้ามองใบไม้ที่ลุกโชนเหมือนเปลวเพลิงเหนือหัวอยู่อย่างนั้น นิ่งงันไม่ไหวติง

เวลาค่อยๆ ผ่านไป

เขาพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกใหญ่ ล้วงมือเข้าไปควานหาของในช่องลับของเข็มขัดยุทธวิธีอยู่นานสองนาน จนหยิบซองบุหรี่แฟบๆ ออกมาได้

พอเปิดซอง ในนั้นเหลือบุหรี่มวนสุดท้ายที่ถูกทับจนงอไปนิดหน่อย

หลี่หลานคาบบุหรี่ไว้ในปาก แล้วล้วงไฟแช็กโลหะออกมา

"แช็ก."

เปลวไฟลุกพรึ่บ จุดไฟที่ปลายมวนบุหรี่

เขาสูดควันเข้าปอดลึกๆ ควันรสฉุนบาดคอไหลผ่านหลอดลมลงสู่ปอด

"ซ่า—!"

แต่ยังไม่ทันจะได้พ่นควันออกจากปาก น้ำเย็นจัดระดับสั่นสะท้านก็สาดโครมลงมาจากฟ้า รดลงกลางกบาลเขาเต็มๆ

เล่นเอาเปียกโชกไปทั้งตัว

บุหรี่ในปากหลี่หลานดับพรึบในพริบตา กลายเป็นเศษกระดาษเปียกๆ เละๆ แปะติดอยู่กับริมฝีปาก

เย็นยะเยือกทะลุหัวใจ สดชื่นไปถึงทรวง

"ที่นี่ห้ามสูบบุหรี่ เหม็นๆ!!"

บนกิ่งไม้หนาของต้นไม้อัคคีที่อยู่ต่ำลงมา แคนดิซกำลังยืนอยู่ตรงนั้น สองมือถือถังไม้น้ำห้อยหัวลงมา

เธอทำแก้มป่อง จ้องมองหลี่หลานอย่างเอาเรื่อง

"คุณต้นไม้เกลียดกลิ่นนี้ที่สุดเลย!"

แคนดิซทำเสียงฮึดฮัดอย่างน่ารักน่าชัง สะบัดหน้าหันหลังกลับ ขยับปีกเอลฟ์ด้านหลัง แล้วบินปรู้ดกลับเข้าไปในพุ่มไม้ลึกทันที

หลี่หลานนั่งนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้โกรธเคืองอะไร

เสื้อผ้าที่เปียกโชกแนบติดกับเนื้อตัว ความรู้สึกชื้นแฉะที่ไม่สบายตัวนี้ ทำให้เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง

เขาเข้าใจถ่องแท้แล้ว

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า ทำไมมหาวิทยาลัยชางอวิ๋นที่เคยรั้งท้ายมาหลายปีซ้อน จู่ๆ ปีนี้ถึงได้เหมือนกินยาเม็ดสีฟ้าเข้าไป นักศึกษาแต่ละคนถึงได้เก่งกาจขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า ทำไมในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ พวกนักศึกษาชางอวิ๋นถึงกล้าเอาชีวิตเข้าแลก พุ่งเข้าชนกับเผ่าปีกหนามที่มีระดับพลังสูงกว่าตัวเองหนึ่งขั้นอย่างไม่กลัวตาย

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า ทำไมหลังจากจบการต่อสู้ พวกคนเหล่านั้นถึงได้ทำเป็นมองไม่เห็นปราณสังหารร้ายแรงที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล

และเขาก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมไอ้พวกชางอวิ๋นในสมรภูมิ ถึงได้ทำตัวเหมือนฝูงตั๊กแตนที่หิวโซจนสติแตก

พอฆ่าพวกต่างดาวได้ พวกมันก็เล่นชำแหละถลกหนัง เอาวัตถุดิบมีค่าทุกอย่างบนตัวเผ่าพันธุ์ต่างดาวไปจนเกลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่กระดูกสักท่อน!

"แม่มเอ๊ย..."

หลี่หลานเอามือยันเข่า ลุกขึ้นจากแผ่นหินชนวน

หยดน้ำยังคงหยดแหมะๆ ลงมาจากปลายคาง

"โอ๊ะโหย นี่รุ่นพี่หลี่จากซ่างจิงไม่ใช่เหรอครับเนี่ย?"

หลิวปั๋วโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวเรียงตัวสวย

เขามองดูหลี่หลานที่เปียกโชกไปทั้งตัวด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย

"ดึกป่านนี้แล้ว มาอาบน้ำกลางแจ้งทำไมเนี่ย?"

"ไม่กลัวเพื่อนผู้หญิงมาเห็นเข้าหรือไง??"

หลี่หลานไม่ได้สนใจคำพูดกวนประสาทของหลิวปั๋ว

เขามองหลิวปั๋ว คนที่ได้ยินมาว่าเมื่อสามเดือนก่อนยังเป็นแค่ไอ้ห่วยระดับศิลาผาอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมีระดับพลังบำเพ็ญเพียรเท่ากับเขา คือระดับเหินเวหา

ถ้าเขาไม่ได้มาที่นี่ เกรงว่าอีกไม่นานคงโดนหมอนี่แซงหน้าไปแน่ๆ

พอนึกถึงว่าตัวเองต้องใช้เวลาตั้งห้าหกปี กว่าจะบำเพ็ญเพียรจากระดับศิลาผาจนมาถึงระดับเหินเวหาได้

ความรู้สึกนึกคิดนับหมื่นพันในใจของหลี่หลาน ก็ถูกควบแน่นและสกัดออกมาเหลือเพียงสองคำสั้นๆ ในวินาทีนี้—

"พวกเปิดโปร"

เสียงไม่ได้ดังมาก แต่กลับได้ยินชัดเจนท่ามกลางลานกว้างยามเช้า

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวปั๋วแข็งค้างไปทันที

"???"

"นี่รุ่นพี่ชมผม หรือด่าผมเนี่ย?"

หลี่หลานยิ้ม ลุกขึ้นเดินจากไป

เขาตัดสินใจแล้ว

สู้ไม่ได้ ก็เข้าร่วมซะ!

...

ที่เคาน์เตอร์ภายในล็อบบี้

สวีเทียนหลินยกแก้วชากระเบื้องเคลือบที่พิมพ์ลาย "ซวงสี่" (มงคลคู่) ขึ้นดื่มน้ำชาอึกสุดท้าย ก่อนจะบ้วนกากชาทิ้งลงในถังขยะข้างๆ

เขาบิดขี้เกียจสุดตัว ชูสองมือขึ้นเหนือหัว ยืดกระดูกสันหลังที่แข็งทื่ออย่างแรง

กระดูกลั่นกรอบแกรบ

"ในที่สุดก็ยุ่งเสร็จซะที!!"

"ได้เวลาปลอบใจพี่ระบบจอมเกรี้ยวกราดแล้ว!"

ทันใดนั้น เขาก็เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาในหัว

หน้าจอสีฟ้ากึ่งโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้า สายตาของสวีเทียนหลินกวาดไปที่มุมขวาบนทันที

[ระบบนับถอยหลังระเบิดตัวเอง: 5 วัน 22 ชั่วโมง 15 นาที]

ตัวเลขสีแดงยังคงกะพริบอยู่ คอยเตือนสติเขาอยู่เสมอว่ารีสอร์ตแห่งนี้อาจจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปได้ทุกเมื่อ

สวีเทียนหลินถูมือไปมา แล้วเลื่อนสายตาลงต่ำ

[ยอดคงเหลือแต้มก่อสร้างปัจจุบัน: 1,033,205]

หักค่าก่อสร้าง "โรงภาพยนตร์จิตวิญญาณ" สองล้านห้าหมื่นแต้มไปแล้ว เงินที่พวกนักศึกษาซ่างจิงลงขันกันมา ก็เหลือยอดคงเหลืออยู่ล้านกว่าแต้มพอดี

สวีเทียนหลินกดเปิดเมนูตัวเลือกอัปเกรดสิ่งปลูกสร้าง

ในรายการที่ยาวเหยียด สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่อยู่ในสถานะสีเทาที่ยังไม่ปลดล็อก หรือไม่ก็ต้องใช้แต้มก่อสร้างมหาศาลเพื่ออัปเกรด

เขาเลื่อนหน้าจอลงมาอย่างชำนาญ จนสายตาไปหยุดอยู่ที่ไอคอนหนึ่งที่เปล่งแสงสีทองอ่อนๆ

[ร้านกาชาปองสุ่มไอเทมจากทั่วทุกมิติ]

[ค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดสิ่งปลูกสร้าง: 1,000,000 เครดิต]

"หนึ่งล้าน แม่งโคตรหน้าเลือดเลย"

สวีเทียนหลินเดาะลิ้น

"มาๆๆ ฉันล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่าอัปเกรดแล้วแกจะมีอะไรให้บ้าง"

"ระบบ อัปเกรดร้านกาชาปองสุ่มไอเทมจากทั่วทุกมิติ!"

จบบทที่ บทที่ 110 - สู้ไม่ได้ ก็เข้าร่วมซะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว