- หน้าแรก
- อะไรนะ ให้ผมมาเปิดรีสอร์ตสุดหรู กลางสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เนี่ยนะ
- บทที่ 108 - วิถีของเซียวฉง
บทที่ 108 - วิถีของเซียวฉง
บทที่ 108 - วิถีของเซียวฉง
สิ้นเสียงของสวีเทียนหลิน
ในกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยซ่างจิง ฉู่จ้วงก็กระตุกชายเสื้อของหลี่หลานเบาๆ
"รุ่นพี่ครับ ผมฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่"
ฉู่จ้วงยกมืออวบๆ ขึ้นชี้ไปทางสวีเทียนหลินที่อยู่ไม่ไกล
"เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ?"
"โรงภาพยนตร์จิตวิญญาณนี่ นอกจากจะรักษาอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณได้ 100% แล้ว ยังแถมวิชายุทธ์ระดับ A ให้อีกเหรอครับ??"
หลี่หลานพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่มืออ้วนๆ ของฉู่จ้วง
เชี่ย!
คนระดับนั้น แกกล้าเอานิ้วไปชี้หน้าเขาเหรอวะ?!
หลี่หลานรีบคว้ามืออ้วนๆ ของฉู่จ้วงกดลงอย่างไว "ฟึ่บ" แล้วลากตัวเขาไปหลบมุม พอเห็นว่าสวีเทียนหลินไม่ได้หันมามอง ถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
อีกด้านหนึ่ง ฉิงซานจากมหาวิทยาลัยซีหลิ่งก็พึมพำกับตัวเอง
"วิชายุทธ์ระดับ A เหรอ?"
เขาหันไปมองลูกทีมของตัวเอง แล้วก็หันไปมองนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นที่กำลังยืนทื่อเป็นไก่ตาแตก
จู่ๆ ฉิงซานก็หัวเราะออกมา
หัวเราะไป พึมพำไป
"พวกเรานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้งสิบสองเมือง ยกเว้นพวกซ่างจิงกับชิงหลานแล้ว..."
เขากวาดสายตามองนักศึกษาจากหนานเจียง ซีหลิ่ง ผิงหนิง หยางกวน ทีละคน
"ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะระดับพันชั่ง หรือแม้แต่ระดับศิลาผา ที่ถ่อมาถึงเขตระดับ B ซึ่งมีแต่พวกระดับเหินเวหาเดินกันให้ขวักไขว่เนี่ย—"
"คิดว่าพวกเราชอบหาเรื่องเจ็บตัวกันหรือไง?"
"ก็เพื่อวิชายุทธ์ระดับ A ของสมาคมมหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอวะ!!"
"แล้วดูนี่สิ?!"
ฉิงซานยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมหัว โยกตัวไปมาหน้าหลังเหมือนตุ๊กตาล้มลุกขนาดยักษ์สูงสองเมตร
"แค่เข้าไปนอนในโรงหนังนี่สองชั่วโมง ดูหนังจบปุ๊บ แจกให้เลยเนี่ยนะ?!"
"แถมราคาแค่หนึ่งแสนเครดิตเองเนี่ยนะ?!"
เงินหนึ่งแสนเครดิต สำหรับคนธรรมดาอาจจะเป็นตัวเลขมหาศาล แต่สำหรับหัวกะทิของมหาวิทยาลัยนักสู้พวกนี้ มันไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลย
ประเด็นมันอยู่ที่—
จ่ายแสนนึง ซื้อวิชายุทธ์ระดับ A เนี่ยนะ?
แถมยังรักษาแผลทางจิตวิญญาณได้อีกด้วย??
ฉิงซานถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
ตกลงว่าโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณของรีสอร์ตแห่งนี้ มันมีไว้รักษาแผลทางจิตวิญญาณ หรือว่า—
มีไว้แจกของสวัสดิการกันแน่?
ในขณะที่ทุกคนกำลังโลกทลายและสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึง หลี่หลานจากมหาวิทยาลัยซ่างจิงก็กัดฟัน รวบรวมความกล้าเดินฝ่าวงล้อมออกไปสองก้าว
แขนข้างที่หักของเขายังไม่ต่อติดสนิทดีนัก ยังต้องใช้ผ้าคล้องคอเอาไว้
หลี่หลานจ้องมองไปที่ประตูโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะหันไปหาสวีเทียนหลิน
แววตาของเขาฉายแววบ้าคลั่งอย่างมีสติ
"ท่านผู้อาวุโสเจ้าของร้านครับ..."
หลี่หลานเลียริมฝีปาก "ท่านว่าแบบนี้ได้ไหมครับ"
"รบกวนท่านผู้อาวุโส ช่วยทำให้จิตวิญญาณผมบาดเจ็บนิดหน่อยได้ไหมครับ... แล้วผมจะจ่ายเงินหนึ่งแสนเข้าไปดูหนัง ผมไม่ได้หวังเรื่องรักษาหรอก หวังแค่วิชายุทธ์ระดับ A นั่น ได้ไหมครับ?"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา คนทั้งโถงก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว
ซี๊ดดด—
นายนี่มันก็คนจริงเหมือนกันนะเว้ย?!
เพื่อวิชายุทธ์ระดับ A ถึงกับคิดหาวิธีทำร้ายตัวเองแบบนี้ได้!
แต่ว่า...
นายอย่าพูดเป็นเล่นไป...
เฮ้ย จะว่าไปมันก็เข้าท่านะ...
สวีเทียนหลินปรายตามองเขา แสยะยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก
"ถ้าฉันลงมือเอง แกอาจจะไม่มีโอกาสได้เดินเข้าไปข้างในก็ได้นะ?"
หลี่หลานหดคอวูบ หัวเราะแห้งๆ สองที ทำความเคารพแล้วรีบวิ่งกลับไปที่เดิม
"เจ้าของร้านไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นี่หว่า งั้นฉันหาคนที่พลังพอๆ กันมาลองซ้อมดูดีไหมเนี่ย??"
ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึง เซียวฉงก็ก้าวยาวๆ เดินตรงไปที่โรงภาพยนตร์จิตวิญญาณแล้ว
"ฟู่!"
พอยืนอยู่หน้าประตูโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณ จู่ๆ เซียวฉงก็เกิดความรู้สึกไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไปซะอย่างนั้น
แผลทางจิตวิญญาณนี้ มันตามหลอกหลอนเขามานานเกินไปแล้ว
เมื่อหันกลับมา เขาก็สบตาเข้ากับสวีเทียนหลินพอดี
สวีเทียนหลินพยักหน้าให้ เซียวฉงจึงสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วล้มตัวลงนอนในแคปซูลโฮโลแกรมสีฟ้า
ประตูแคปซูลค่อยๆ ปิดลง ปิดสนิทจนไร้รอยต่อ
บนกำแพงโลหะด้านนอกของโรงภาพยนตร์ แสงดาวเริ่มไหลเวียนเร็วขึ้น พร้อมกับเสียงครางต่ำๆ ของเครื่องจักร
เวลาผ่านไปทีละหยดๆ
"หืม?"
เว่ยเผิงกับอวิ๋นซื่อเซียนที่ยืนอยู่ข้างนอกสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเป็นคนแรก
ยอดฝีมือระดับผสานวิถีทั้งสองคนมีความอ่อนไหวต่อพลังหยวนแห่งฟ้าดินมากที่สุด
ในความรู้สึกของทั้งสอง พลังหยวนในรัศมีพันลี้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นาน พลังหยวนก็พวยพุ่งเข้าหารีสอร์ตอย่างรุนแรง
พลังหยวนที่หนาแน่นกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเกาะอยู่บนใบไม้สีแดงเพลิงของต้นไม้อัคคี
"ติ๋ง"
หยดพลังหยวนหยดแรกตกลงมา กระทบเข้าที่แก้มของหรงจิ้งพอดี
"พลังหยวนเข้มข้นมาก..."
หรงจิ้งยกมือขึ้นแตะแก้ม พลังหยวนก็ซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกายทันที
เพียงไม่กี่อึดใจ ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของพลังหยวน!
"ความเข้มข้นระดับนี้—!"
หลัวอวี่โหรวสะบัดมือ คลื่นพลังหยวนลูกเล็กๆ กระเพื่อมออกไปราวกับคลื่นน้ำ
"บำเพ็ญเพียรในสภาพพลังหยวนเข้มข้นขนาดนี้ แทบจะเทียบได้กับห้องเตียงใหญ่สุดหรูของเจ้าของร้านเลยนะ จริงไหมหลิวปั๋ว?"
"เอ๋?"
หลัวอวี่โหรวหันไปมอง ก็เห็นหลิวปั๋วนั่งขัดสมาธิลงกับพื้นไปแล้ว เคล็ดอัคคีในร่างกายของเขาโคจรอย่างบ้าคลั่ง ลมปราณเดือดพล่าน เห็นได้ชัดว่ากำลังจะทะลวงระดับ
วินาทีต่อมา พลังหยวนก็เดือดพล่าน!
ระดับเหินเวหา!
พลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้หลิวปั๋วที่อยู่ระดับพันชั่งขั้นสูงสุด ทะลวงระดับได้ในทันที!
และในเวลานี้เอง ภายในลานของรีสอร์ต พลังหยวนที่หนาแน่นก็เดือดพล่านราวกับน้ำเดือด
คลื่นพลังหยวนที่บ้าคลั่งจนแทบจะทำให้คนขาดใจ ระเบิดออกมาจากโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณ!
คลื่นพลังหยวนขนาดยักษ์แผ่ขยายออกไปรอบทิศทางโดยมีโรงภาพยนตร์เป็นศูนย์กลาง!
กิ่งก้านของต้นไม้อัคคีส่งเสียง "เอี๊ยดอ๊าด" ภายใต้คลื่นพลังหยวน ลำต้นยืดสูงขึ้นไปอีกหลายเมตร กิ่งก้านแผ่ขยายออกจนทรงพุ่มแทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งรีสอร์ต
ทำเอาสวีเทียนหลินใจหายใจคว่ำ
"แกเพลาๆ หน่อยสิโว้ย..."
"ถ้าเกิดระบบมันบังคับอัปเกรดอีกรอบ ฉันจะไปหาแต้มก่อสร้างจากไหนมาอุดรอยรั่วฟะ"
"ทะลวงระดับแล้ว!"
"ในที่สุดเขาก็ทะลวงระดับแล้ว!"
เว่ยเผิงมองไปที่โรงหนัง ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความปลื้มปีติ
การที่เจ้าเมืองชางอวิ๋นมาช่วยเมืองซ่างจิงจนถูกลอบโจมตี ทำให้เซียวฉงต้องฝืนหลอมวิถีจนพลังบำเพ็ญหยุดชะงัก มันเป็นปมในใจของเขามาตลอด
วันนี้ ปมนั้น ถูกคลายออกจนหมดสิ้นแล้ว!
ประตูโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณเปิดกว้าง ร่างของเซียวฉงค่อยๆ ปรากฏขึ้น
กลิ่นอายพลังบนตัวเขาพุ่งพรวดราวกับจรวด!
ระดับหลอมวิถีขั้นสาม!
ระดับหลอมวิถีขั้นห้า!
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ก็พุ่งไปถึงระดับหลอมวิถีขั้นเจ็ด!
แต่ยังไม่หยุดแค่นั้น!
พลังหยวนที่บ้าคลั่งสั่นสะเทือนมิติรอบๆ แคปซูลจนเกิดรอยร้าวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
จนกระทั่งพลังนั้นหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับหลอมวิถีขั้นเก้า จึงค่อยๆ ยุติการพุ่งสูงอย่างบ้าคลั่ง
อีกเพียงก้าวเดียว ก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นสูงสุดของระดับแล้ว!
แต่ยังไม่จบแค่นั้น!
"วิ้ง—!"
ในความว่างเปล่าเหนือรีสอร์ต บังเกิดเสียงก้องกังวานของฟ้าดินอันยิ่งใหญ่
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง
เงาร่างของมหาวิถีอันยิ่งใหญ่สามสาย พุ่งทะลวงผ่านชั้นเมฆที่หนาทึบ ลงมาลอยตระหง่านอยู่เหนือโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณพอดี!
สายแรก คือหมอกสีเทาหม่นที่แผ่กลิ่นอายของความตาย สรรพสิ่งเหี่ยวเฉา และพลังชีวิตสูญสิ้น
นี่คือวิถีแห่งความสงัดเงียบที่เซียวฉงเคยเข้าใจถ่องแท้อยู่แล้ว
ตามมาด้วยวิถีสายที่สองที่พุ่งทะยานลงมา!
มันคือเงาของภูเขายักษ์สีทองหม่นที่สูงตระหง่านและยิ่งใหญ่
ภูเขาตั้งตระหง่านอยู่กลางความว่างเปล่า ปล่อยให้พายุโหมกระหน่ำหรือสายฟ้าฟาดฟันอย่างไร ก็ยังคงตั้งมั่นไม่ไหวติง
"นี่คือวิถีแห่งความทรหด!"
แววตาของเว่ยเผิงเปล่งประกายเจิดจ้า
"ความเพียรพยายามนับสิบๆ ปีของท่านเจ้าเมืองเซียวฉง ในที่สุด—"
"สวรรค์ก็ไม่ทอดทิ้ง!"
"ตอนนี้จิตวิญญาณฟื้นฟูแล้ว เจตจำนงที่แข็งแกร่งดั่งหินผานี้จึงแปรเปลี่ยนเป็นกฎแห่งมหาวิถีที่แท้จริง!"
วิถีสายที่สาม พกพากลิ่นคาวเลือดที่ฉุนกึก จำแลงร่างเป็นสายฝนสีแดงฉาน ฉีกกระชากมิติเบื้องบนจนขาดสะบั้น!
แปรเปลี่ยนเป็นดาบโลหิตขนาดยักษ์ยาวร้อยจั้งที่ลอยกลับหัวอยู่กลางฟ้า!
ปลายดาบชี้ตรงลงมาที่พื้นดิน
เหล่านักศึกษาเพียงแค่ปรายตามอง ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ผิวหนัง ราวกับว่าวิญญาณกำลังจะถูกสีเลือดนั้นผ่าออกเป็นสองซีก
"วิถีแห่งการสังหาร!"
"วิถีสายนี้ ถือกำเนิดจากการต่อสู้เป็นตายกับพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์นับครั้งไม่ถ้วน และความแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูก"
เว่ยเผิงพูดพลางยิ้มอย่างปลื้มปีติ
หนึ่งในอัจฉริยะที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ เพิ่งจะได้เผยพรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาก็วันนี้แหละ!
"เก็บ!"
เซียวฉงลืมตาขึ้น ตะโกนก้องด้วยพลังเสียงอันเปี่ยมล้น
เงาวิถีทั้งสามสายกลางอากาศหดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นลำแสงแสบตาสามสาย พุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของเขา
พายุคลุ้มคลั่งหยุดชะงัก
คลื่นพลังหยวนที่เดือดพล่านหดตัวกลับในพริบตา คืนสู่ความสงบ
เซียวฉงยืนอยู่หน้าประตูโรงภาพยนตร์จิตวิญญาณ ประสานมือโค้งคำนับให้สวีเทียนหลินเก้าสิบองศา
"ขอบคุณเจ้าของร้านมากครับ"
ใบหน้าของเขาแดงเปล่งปลั่ง ใต้ผิวหนังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน
แผ่นหลังที่เคยค่อมงองุ้มกลับมายืดตรง ร่างทั้งร่างราวกับเด็กลงไปยี่สิบปีในพริบตา
เมื่อลุกขึ้นยืน เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลทะลักราวกับแม่น้ำทำนบแตกในร่างกาย เขาเงยหน้าขึ้นและหัวเราะลั่น
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
เสียงหัวเราะสั่นสะเทือนกระจกในล็อบบี้จนดังก้อง ไม่มีใครพูดแทรกเขาเลย เพราะเสียงหัวเราะนี้มันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายเหลือเกิน