- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก: ระบบเพิ่มพูนเสบียง 10 ล้านเท่า
- บทที่ 165: บุกเข้าอาคารห้องทดลองของบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอล (ฟรี)
บทที่ 165: บุกเข้าอาคารห้องทดลองของบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอล (ฟรี)
บทที่ 165: บุกเข้าอาคารห้องทดลองของบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอล (ฟรี)
ในขณะที่หลินเฟิงกำลังจะพูด หนิงหรูซวงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน แล้วพูดขึ้นก่อนว่า
“พี่เฟิง ที่นี่ใช่บริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอลที่หวังต้าจ้วงที่คุณเคยรับเข้ามาทำฟาร์มพูดถึงก่อนหน้านี้หรือเปล่า?”
“ใช่แล้ว” หลินเฟิงพยักหน้า แล้วพูดต่อว่า “เขาบอกว่าที่นี่มีมนุษย์จำนวนมากที่กลายเป็นซอมบี้ และถูกขังแยกไว้ในห้องทดลองเพื่อการวิจัย บางทีความจริงของวันสิ้นโลกครั้งนี้อาจอยู่ข้างใน พวกเธอคิดว่าเราควรเข้าไปดูไหม?”
“โอ้ ใช่ ๆ แบบนี้มันเหมือนการผจญภัยบ้านผีสิงเลยนะ”
“ใช่เลย แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว”
“งั้นจะรออะไรล่ะ รีบเข้าไปกันเถอะ!”
ทันทีที่หลินเฟิงพูดจบ จ้าวลู่ซือ หวังซูเสวี่ย และกวนชิงเหยียนก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
หลินเฟิงกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงกับภาพนี้
หลินเฟิงพูดว่า “ฉันว่า สามคุณนายทั้งสาม นี่มันเรื่องที่อาจต้องแลกด้วยชีวิตได้ทุกเมื่อ พวกเธอช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทั้งสามคนก็หัวเราะแห้ง ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีก
ในตอนนั้น หนิงหรูซวงมองหลินเฟิงด้วยสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า “พี่เฟิง พวกเราจำเป็นต้องเข้าไปจริง ๆ เหรอ?”
“งั้นเธอลองบอกมาสิว่าเธอคิดยังไง” หลินเฟิงมองเธอแล้วถาม
“ตอนนี้มันคือวันสิ้นโลกแล้ว ต่อให้พวกเราเสี่ยงชีวิตเพื่อค้นหาสาเหตุของมัน แล้วมันจะช่วยอะไรได้? พวกเราก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี
ฉันคิดว่า การมีชีวิตรอดในวันสิ้นโลกคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้
ดังนั้น ในความเห็นของฉัน นอกจากการหาเสบียง หาแกนคริสตัล และเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เรื่องอื่นทั้งหมดมันไม่มีความหมายเลย”
แต่ทันทีที่หนิงหรูซวงพูดจบ เฉินปั้นเซี่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็โต้กลับว่า “หรูซวง ฉันคิดว่าเรายังควรพยายามค้นหาความจริงของภัยพิบัตินี้ให้ได้มากที่สุด...”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะญาติและเพื่อนของพวกเราก่อนวันสิ้นโลก ต่างก็ตายในภัยพิบัตินี้ทั้งหมด เธอไม่อยากรู้ความจริงของมันจริง ๆ เหรอ?”
ทันทีที่เฉินปั้นเซี่ยพูดจบ ร่างของหนิงหรูซวงก็สั่นเล็กน้อย
เพราะทุกครั้งที่เธอนึกถึงภาพญาติและเพื่อนตายต่อหน้าต่อตา แล้วค่อย ๆ กลายเป็นซอมบี้ ความทรงจำนั้นก็เหมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน ทำให้พวกเธอแทบไม่อาจหลับสนิท
ดังนั้น ในมุมมองของเฉินปั้นเซี่ย มีเพียงการค้นหาความจริงของภัยพิบัตินี้ให้ได้มากที่สุดเท่านั้น ที่จะช่วยปลอบประโลมบาดแผลลึกในใจได้
ทันทีที่คำพูดนี้จบลง ทุกคนในที่นั้นก็ตกอยู่ในความเงียบ
ในตอนนั้น หลินเฟิงถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดว่า
“เอาล่ะ ในเมื่อพูดมาขนาดนี้ ก็ไม่มีทางเลือกแล้วนอกจากต้องเข้าไปใช่ไหม?”
จากนั้น เมื่อประตูรถเปิดออก หลินเฟิงและผู้หญิงทั้งหลายก็ลงจากรถบ้าน
“ปั้นเซี่ย นี่เป็นโอกาสดีนะ ลองใช้ความสามารถของเธอ เข้าไปสำรวจข้างในก่อนและฝึกฝนหน่อยเป็นไง?”
ขณะพูด หลินเฟิงก็ยื่นมีดทหารสังเคราะห์กับ Desert Eagle สังเคราะห์ให้เธอ
เฉินปั้นเซี่ยรับอาวุธทั้งสองจากหลินเฟิง จากนั้นเพียงแค่คิด ร่างของเธอก็หายไปจากสายตาของทุกคนทันที
“รออยู่ตรงนี้ก่อน”
หลินเฟิงพูด พลางเหลือบดูนาฬิกากลไกบนข้อมือ จากนั้นก็พิงรถบ้าน จุดบุหรี่สูบอย่างสบาย ๆ
เมื่อเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินปั้นเซี่ยก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งตรงหน้าหลินเฟิงและคนอื่น ๆ
“เป็นยังไงบ้าง?” หลินเฟิงถาม
เฉินปั้นเซี่ยพูดด้วยสีหน้าซีดเล็กน้อย
“มีซอมบี้จำนวนมากจริง ๆ ถูกขังแยกอยู่ในห้องทดลอง แต่ตอนนี้พวกมันอยู่ในสภาพกึ่งหลับ ฉันไม่พบเบาะแสสำคัญอะไรจากพวกมัน แต่...”
“แต่อะไร?”
“แต่ในห้องทดลองหนึ่ง มันดูเหมือนไม่ใช่ซอมบี้”
เมื่อหลินเฟิงได้ยินแบบนั้น เขาก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ซอมบี้? งั้นมันคืออะไร?”
“น่าจะเป็นผี”
“อะไรนะ ผี?”
หลินเฟิงและผู้หญิงคนอื่น ๆ ต่างมองเฉินปั้นเซี่ยด้วยความตกตะลึง
เฉินปั้นเซี่ยพยักหน้าแล้วพูดว่า “พูดให้ชัดกว่านั้น มันน่าจะเป็นวิญญาณ เพราะสิ่งนั้นมีสภาพโปร่งใส
แต่ตลอดเวลามันหันหลังให้ฉัน ฉันเลยมองไม่ชัด แต่จากรูปร่างแล้ว น่าจะเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณเจ็ดหรือแปดขวบ”
เมื่อได้ยินคำบรรยายของเฉินปั้นเซี่ย หัวใจของหลินเฟิงก็หดเกร็งขึ้นมา
เพราะเขาไม่คิดเลยว่า วิญญาณของเด็กคนหนึ่งจะถูกขังอยู่ในห้องทดลองของบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอล
นี่มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก
ในตอนนั้น หลี่ซินมองหลินเฟิงด้วยสายตาจริงจังแล้วถามว่า “หลินเฟิง พวกเราจะเอายังไงดี ยังจะเข้าไปอีกไหม?”
หลินเฟิงมองไปยังอาคารห้องทดลองของบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอล แล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดว่า
“ต้องบอกเลยว่า คำบรรยายของปั้นเซี่ยเมื่อกี้ ทำให้ฉันสนใจขึ้นมาแล้วจริง ๆ”
ขณะพูด หลินเฟิงก็หยิบเครื่องบดเนื้อขนาดใหญ่ออกมาจากมิติเก็บของ แล้ววางไว้ที่ทางเข้าหลักของบริษัท
ทันทีที่เครื่องบดเนื้อเริ่มทำงาน ลำโพงก็ดังขึ้นทันที
ในชั่วพริบตา ซอมบี้ทั้งหมดในบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอลก็พุ่งออกมาจากทุกทิศทางราวกับดินถล่ม
ซอมบี้เหล่านี้เหมือนกับซอมบี้ทั่วไป ยังคงดื้อดึงและพุ่งเข้าไปในเครื่องบดเนื้อโดยไม่ลังเล
เพียงครึ่งชั่วโมงกว่า ซอมบี้ทั้งหมดในบริษัทก็ถูกบดจนหมดสิ้น
แต่ถึงอย่างนั้น หลินเฟิงก็ยังเตือนหนิงหรูซวงและคนอื่น ๆ ว่า
“ถึงจะดูเหมือนว่าซอมบี้ทั้งหมดถูกกำจัดแล้ว แต่พวกเธอก็ยังต้องระวัง ถ้ามีตัวไหนโผล่ออกมาจากมุมมืดจะไม่ดี”
ผู้หญิงทั้งหมดพยักหน้าอย่างจริงจัง
“เพื่อความปลอดภัย ฉันจะนำทางเอง ทุกคนฟังคำสั่งแล้วค่อย ๆ เดินตามมา”
เฉินปั้นเซี่ยพูด พลางถือมีดทหาร แล้วหายตัวไปอีกครั้ง
จากนั้น หลินเฟิงและผู้หญิงทั้งหลายก็เดินตามคำแนะนำของเฉินปั้นเซี่ยที่ล่องหน เข้าไปในอาคารห้องทดลอง
ทันทีที่ก้าวเข้าไป พวกเขาก็ถูกกลิ่นเหม็นรุนแรงกระแทกเข้าใส่ จนต้องถอยหลังออกมา
“พี่ปั้นเซี่ย กลิ่นนี่แรงเกินไปแล้ว! คุณทนได้ยังไงเนี่ย?”
หวังซูเสวี่ยขยี้ตาเพราะกลิ่น แล้วพึมพำ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือ เมื่อเฉินปั้นเซี่ยปรากฏตัวอีกครั้ง พวกเขาก็เห็นว่าเธอสวมหน้ากากถึงสี่ห้าชั้น
“ปั้นเซี่ย ทำไมไม่บอกพวกเราก่อน?” หลี่ซินบ่น
“ขอโทษนะ ฉันคิดว่าพอซอมบี้ถูกบดหมดแล้ว กลิ่นน่าจะจางลง แต่ไม่คิดว่าจะยังแรงขนาดนี้”
“พอได้แล้ว หยุดบ่นกัน เอานี่ไป ใส่ซะ”
หลินเฟิงพูด พลางหยิบหน้ากาก N95 ออกมาจากมิติเก็บของมากกว่าสิบชิ้น...
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………