- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 41 - วงล้อม (ตอนต้น)
บทที่ 41 - วงล้อม (ตอนต้น)
บทที่ 41 - วงล้อม (ตอนต้น)
บทที่ 41 - วงล้อม (ตอนต้น)
ค่ำคืนมืดมิด ลมไม่แรงนัก แต่อุณหภูมิกลับต่ำมาก ทุกคนสวมเสื้อหนังหนาเตอะ ด้านในบุด้วยขนสัตว์ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจต้านทานความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาได้ หุบเขาขรุขระและคดเคี้ยว เต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ ต้องเดินอย่างระมัดระวัง หากเผลอข้อเท้าพลิกขึ้นมาไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่
หลี่จวีซูเป็นพลซุ่มยิง ไม่ว่าจะอยู่ทีมไหน พลซุ่มยิงก็เปรียบเสมือนของล้ำค่า ตำแหน่งของเขาคือรองรั้งท้าย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด
ไม่มีใครปริปากพูด มีเพียงเสียงฝีเท้า เดินไปได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง พักสิบนาที แล้วเดินหน้าต่อ เดินไปอีกยี่สิบนาที ตามหลักแล้ว ตรงจุดนี้น่าจะเห็นหมาป่าสีเลือดโผล่มาบ้างแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่เห็นเลยสักตัว เดินไปอีกสิบนาที ก็ยังไม่เห็นวี่แววของหมาป่าสีเลือด
หากลุยลึกเข้าไปอีก ก็จะใกล้กับรังของหมาป่าสีเลือดแล้ว หากเปิดฉากยิง หมาป่าสีเลือดจะแห่กันออกมาแบบมืดฟ้ามัวดิน ถึงตอนนั้นอยากหนีก็หนีไม่พ้น หลี่จวีซูจึงรีบเสนอให้ส่งคนไปหลอกล่อพวกมันออกมา ส่วนคนอื่นๆ ให้ซุ่มโจมตีอยู่สองข้างทาง นี่คือแผนการรบที่พื้นฐานและปลอดภัยที่สุด เฉากังกำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย แต่ถังหลางก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
"ภูมิประเทศตรงนี้ไม่เหมาะจะซุ่มโจมตี เดินหน้าไปอีกครึ่งกิโลเมตรเถอะ ตรงนั้นทางมันบีบแคบลงพอดี ตั้งรับง่าย โจมตียาก"
"งั้นก็เดินต่อไปอีกครึ่งกิโลเมตร!" เฉากังเห็นด้วยโดยไม่ลังเล หลี่จวีซูเหลือบมองเย่จูที่อยู่ด้านหลัง เย่จูไม่ได้พูดอะไร ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมาล่าหมาป่าสีเลือดก็จริง แต่ไม่ได้เข้ามาลึกขนาดนี้ จึงไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศด้านใน
ไม่นาน ทุกคนก็มาถึงจุดซุ่มโจมตีตามที่ถังหลางบอก โขดหินรูปร่างประหลาดตั้งตระหง่าน หุบเขาแคบลงกว่าเดิมถึงหนึ่งในสาม นับว่าเป็นจุดซุ่มโจมตีที่หาได้ยากจริงๆ บนโขดหินหลายก้อนมีรอยกระสุน รอยกรงเล็บ และคราบเลือดที่แห้งกรัง ดูท่าคงมีคนมาซุ่มโจมตีหมาป่าสีเลือดที่นี่ไม่น้อยเลยทีเดียว
การล่าหมาป่าสีเลือดถือเป็นภารกิจที่พบเห็นได้บ่อย มีหลายทีมเคยรับภารกิจนี้ ว่ากันว่าเนื้อของหมาป่าสีเลือดมีรสชาติคล้ายเนื้อวัว คนรวยหลายคนจึงนิยมกินกัน หลี่จวีซูเคยฆ่าหมาป่าสีเลือดมาก็หลายครั้ง แต่กลับไม่เคยลิ้มรสเลยสักครั้ง เพราะมันแพงเกินไป คนขายถ่านแต่กลับไม่กล้าเผาถ่านผิงไฟให้ตัวเองอุ่น ช่างย้อนแย้งเสียจริง
ทุกคนต่างก็ไม่ใช่มือใหม่ ไม่ต้องให้เฉากังบอกว่าต้องยืนตรงไหน แต่ละคนก็ประจำตำแหน่งของตัวเองได้อย่างแม่นยำ พลระเบิดวางทุ่นระเบิด เย่จูเตรียมปืนกลสองกระบอก เขากำลังตรวจเช็กกระสุน สิ่งที่ปืนกลกลัวที่สุดคืออาการขัดลำกล้องในช่วงเวลาสำคัญ เฮ่าจื่อและกู่โส่วรับหน้าที่ไปล่อพวกมัน ทั้งสองพยายามปลดสัมภาระที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มความเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องผูกเชือกรองเท้าให้แน่น หากถูกหมาป่าสีเลือดไล่กวดแล้วเชือกรองเท้าดันหลุดขึ้นมาล่ะก็ คงได้เศร้าสลดแน่ๆ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ในระหว่างการต่อสู้ เรื่องตลกขบขันพิลึกพิลั่นแค่ไหนก็เกิดขึ้นได้เสมอ
ทหารเก๋าล้วนเติบโตมาจากทหารใหม่ แต่ทหารเก๋ากลับมีจำนวนเพียงหยิบมือ ในขณะที่ทหารใหม่มีมาให้เห็นเป็นระลอกๆ มันย่อมมีเหตุผลของมันอยู่แล้ว ถังหลางเคลื่อนไหวว่องไวมาก หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาคุ้นเคยกับภูมิประเทศเป็นอย่างดี ในขณะที่หลี่จวีซูกำลังสังเกตการณ์อยู่ เขาก็ปีนขึ้นไปบนหน้าผาฝั่งซ้ายและยึดจุดซุ่มยิงที่ดีที่สุดไปครองเสียแล้ว
แม้จะอยู่ทีมเดียวกัน แต่การที่เขาทำแบบนี้ หลี่จวีซูก็พูดอะไรไม่ได้ จะโทษก็ต้องโทษที่ตัวเองตาไม่ถึง เขาไม่โกรธและไม่ร้อนรน ข้อได้เปรียบของถังหลางคือความคุ้นเคยกับพื้นที่ ส่วนข้อได้เปรียบของเขาคือการมองเห็นในที่มืด ต่อให้ถังหลางจะความจำดีแค่ไหน ก็จำลักษณะภูมิประเทศของทุกจุดไม่ได้หรอก แต่เขาต่างออกไป แค่กวาดสายตามองแวบเดียว ก็เห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่งอย่างชัดเจน ไม่นาน สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ไหล่เขาฝั่งขวา นั่นคือจุดซุ่มยิงที่เหมาะสมที่สุดของฝั่งขวาแล้ว เขาปีนขึ้นไปบนไหล่เขา ในขณะที่กำลังจะปลดสัมภาระ จู่ๆ ความคิดประหลาดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว
ค่ำคืนนี้ ดูเหมือนจะเงียบสงบเกินไปหน่อย
เขาไม่เข้าใจว่าความรู้สึกประหลาดนี้มาจากไหน แต่เขาเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง เขาลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะย้ายไปจุดซุ่มยิงจุดที่สอง จุดนี้ค่อนข้างแคบ ปีนขึ้นปีนลงก็ลำบาก กลางวันยังไม่มีใครอยากขึ้นมาเลย กลางคืนยิ่งถือเป็นการเอาตัวไปเสี่ยง เฉากังปรายตามองหลี่จวีซูแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
แม้หลี่จวีซูจะเป็นเพียงนักล่าระดับต้น แต่ก็มีพรสวรรค์ด้านการซุ่มยิงเป็นอย่างมาก ร่วมทีมกันมาสองปี เขาไม่เคยทำพลาดเลยสักครั้ง
ปืนซุ่มยิงรุ่นขุย-23 กระสุน และช็อกโกแลต อุปกรณ์เสริมอย่างแว่นตามองกลางคืนและกล้องส่องทางไกล หลี่จวีซูไม่จำเป็นต้องใช้ ไฟฉายบนหัวก็ปิดลงแล้ว ที่ก่อนหน้านี้เปิดไว้ตลอด ก็เพราะไม่อยากให้ใครรู้ความลับเรื่องที่เขามองเห็นในที่มืดได้
เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ เฮ่าจื่อและกู่โส่วก็ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขาอย่างเงียบเชียบ ไม่นาน ทั้งสองคนก็หายลับไปจากสายตาของทุกคน ภายในหุบเขาเงียบสงัดจนน่ากลัว มีเพียงเสียงลมหวิวๆ พัดผ่าน
สิบนาทีผ่านไป ยี่สิบนาทีผ่านไป เฮ่าจื่อและกู่โส่วก็ยังไม่กลับมา ยี่สิบห้านาทีผ่านไป เฉากังก็ลุกขึ้นจากหลังโขดหิน แล้วทำสัญญาณมือบอกทุกคน
"ทุกคนซุ่มรอต่อไป ฉันจะไปดูเอง!"
ในจังหวะที่เขาเดินไปถึงทางโค้ง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมหาศาลดังกระหึ่มขึ้น ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหลมปรี๊ดของเฮ่าจื่อและกู่โส่ว
"ทุกคนระวัง มีหมาป่าสีเลือดเป็นร้อยตัว—"
"บรู๊ว—"
เสียงหอนอันทุ้มต่ำและโหยหวนดังระงมขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมาชิกที่ซุ่มรออยู่ต่างหน้าถอดสี เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงแห่กันมาเยอะขนาดนี้? ไม่ว่าจะเป็นกู่โส่วหรือเฮ่าจื่อ ต่างก็เป็นนักล่าที่มีประสบการณ์ ไม่มีทางตั้งใจลากหมาป่าสีเลือดมาเยอะขนาดนี้แน่ๆ ทุกคนต่างสังหรณ์ใจไม่ดี มีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว!
ไม่มีเวลาให้คิดแล้วว่าปัญหาคืออะไร เสียงปืนดังขึ้น เป็นเฉากังที่เปิดฉากยิง หมาป่าสีเลือดยังไม่เข้ามาในเขตซุ่มโจมตีเลย แต่เขาจำต้องยิง เพราะหมาป่าสีเลือดจวนจะงับก้นเฮ่าจื่ออยู่รอมร่อแล้ว กู่โส่วและเฮ่าจื่อสับตีนแตกวิ่งหนีสุดชีวิต อย่าว่าแต่หันกลับไปยิงเลย แค่เวลาหันไปมองยังไม่มี
ปัง, ปัง, ปัง...
สาดยิงหมดแม็กในสามวินาที ใช้เวลาเปลี่ยนแม็ก 0.5 วินาที แล้วก็ยิงหมดแม็กในอีกสามวินาที จังหวะที่เฉากังหันหลังวิ่ง เขาก็โยนระเบิดมือลูกหนึ่งเข้าไปในฝูงหมาป่า
ตู้ม—
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วครึ่งหุบเขา ฝูงหมาป่าเกิดความโกลาหลขึ้นไม่น้อย ช่วยถ่วงเวลาอันมีค่าให้กับเฮ่าจื่อและกู่โส่วได้ เมื่อทั้งสองคนวิ่งพ้นหัวโค้งมาได้ โดยไม่ต้องรอให้เฉากังออกคำสั่ง ถังหลางและหลี่จวีซูก็ลั่นไกพร้อมกันทันที
ฉึก—
ฉึก—
หมาป่าสีเลือดสองตัวลอยกระเด็นออกไป หัวระเบิดทั้งคู่ ร่างกายของหมาป่าสีเลือดใหญ่กว่าหมาป่าสีเทาในทะเลทรายไปอีกหนึ่งเบอร์ ขนาดตัวพอๆ กับควายโตเต็มวัย กระสุนปืนพกธรรมดายิงเข้าก็แค่เรียกเลือดได้นิดหน่อย ต้องยิงจุดตายเท่านั้นถึงจะฆ่าพวกมันได้ หลี่จวีซูขยับปลายกระบอกปืน จังหวะที่กระสุนเจาะเข้าหัวหมาป่าสีเลือด กระสุนอีกลูกหนึ่งก็พุ่งเจาะคอหมาป่าสีเลือดจนเป็นรูโหว่เลือดสาดเช่นกัน
"แย่แล้ว—"
หลี่จวีซูหน้าถอดสี เขาบังเอิญเลือกเป้าหมายเดียวกันกับถังหลางเข้าให้แล้ว เขารีบปรับวิถีปืนและลั่นไกทันที ทว่าในเสี้ยววินาทีที่กระสุนเจาะทะลุหูของหมาป่าสีเลือดเข้าไป หมาป่าตัวนั้นก็งับเข้าที่แขนข้างหนึ่งของเฮ่าจื่อพอดี
กร๊อบ—
แรงกัดของหมาป่าสีเลือดช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แขนมนุษย์ก็บอบบางราวกับหัวไชเท้า เฮ่าจื่อแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน ในจังหวะที่แขนถูกกัดจนขาดกระจุย เขาก็เสียหลักล้มกลิ้งลงไปกับพื้น
หลี่จวีซูลั่นไกรัวๆ ปลิดชีพหมาป่าสีเลือดไปได้สามตัว ถังหลางสังหารไปได้สองตัว ทว่าหมาป่าสีเลือดที่ถาโถมเข้ามากลับมีจำนวนมากกว่านั้น ในเวลานั้นเอง จินเมาก็พุ่งออกมาจากที่กำบัง ขว้างพวงระเบิดมือที่มัดรวมกันเจ็ดแปดลูกเข้าไปในฝูงหมาป่า
ตู้ม—
(จบแล้ว)