- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 7 - ความใจบุญ
บทที่ 7 - ความใจบุญ
บทที่ 7 - ความใจบุญ
บทที่ 7 - ความใจบุญ
ห่างจากเขตชุมชนหมายเลข 11 ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 180 กิโลเมตร หุบเขาหมาป่าโลหิต
หญ้าแห้งชี้เด่ดั่งทวน หินผาแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า
ทีมขนาดเล็ก 8 คนกำลังเคลื่อนที่ไปตามหุบเขาอย่างระมัดระวัง เฉากัง หัวหน้าทีม เป็นคนที่มีอายุมากที่สุดในทีม ปีนี้อายุ 39 ปี อีกเพียงเดือนเดียวก็จะก้าวเข้าสู่วัยสี่สิบ สมาชิกหญิงเพียงคนเดียวในทีมคือหวังเสี่ยวซิน แฟนสาวที่เฉากังตามจีบมาถึงสามปีเต็มกว่าจะได้คบกัน เธออายุ 25 ปี หน้าตาสะสวย จิ้มลิ้มพริ้มเพรา เป็นแพทย์ประจำทีม เฉากังกับเธอเรียกได้ว่าโคแก่กินหญ้าอ่อน เขารักเธอเข้ากระดูกดำ ส่วนหลี่จวีซวีเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด ทีมที่ไม่มีชื่อนี้คือองค์กรที่เขาสังกัดอยู่มาอย่างยาวนาน
ผ่านไปห้าวันแล้วนับตั้งแต่รับงานนอก พอกลับมาถึงเขตชุมชน เขาก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแต่หมกตัวรักษาแผล ถึงกระนั้น บาดแผลบนร่างกายก็ยังไม่หายดีนัก หัวหน้าทีมรับภารกิจใหม่มา ซึ่งถือเป็นงานประจำ เขาจึงต้องเข้าร่วมด้วย เขาใส่หมวกแก๊ปปิดบังรอยแผลที่ศีรษะไว้ มองจากภายนอกจึงดูไม่ออกว่าเขาได้รับบาดเจ็บ เขาไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ เพราะงานนอกมันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจอะไร แม้เฉากังจะไม่ได้สั่งห้ามชัดเจน แต่ก็คงไม่สนับสนุนแน่ๆ
"อ๊า—"
จู่ๆ เสียงครางแผ่วเบาก็ดังมาจากกองหิน โหวจื่อที่เดินนำหน้าสุดเพื่อดูลาดเลาก็ส่งสัญญาณเตือนทันที
"มีสถานการณ์ผิดปกติ!"
ทุกคนในทีมกระจายตัวออกไปหาที่กำบังทันที รออยู่หลายวินาทีก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
"โหวจื่อ!" เฉากังจ้องมองไปทางกองหิน
โหวจื่อเข้าใจความหมายของเฉากัง เขาออกจากที่กำบังแล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ต้นเสียง สมาชิกคนอื่นๆ ต่างจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ หลี่จวีซวีนั่งยองๆ อยู่หลังก้อนหินสูงระดับเอว ปืนซุ่มยิงเคลื่อนตามจังหวะก้าวเดินของโหวจื่อ ในฐานะพลซุ่มยิงเพียงคนเดียวของทีม เขาต้องคอยยิงสกัดจากระยะไกล
บนดาวเคราะห์หมื่นอสูรมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่นับร้อยล้านตัว พวกมันดุร้าย เจ้าเล่ห์ และอันตรายมาก บนดาวดวงนี้ แม้แต่ตอนนอนก็ต้องลืมตาไว้ข้างหนึ่ง หากเผลอเพียงนิดเดียวอาจถูกกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก บรรพบุรุษนับไม่ถ้วนต้องแลกมาด้วยเลือดและชีวิตเพื่อสรุปเป็นประสบการณ์อันแสนเรียบง่ายทว่าล้ำค่าให้คนรุ่นหลัง นั่นคือ จงระมัดระวังตัวให้มากที่สุด
หลังจากเดินลัดเลาะผ่านกองหินสูงกว่าหนึ่งเมตร โหวจื่อก็พบต้นตอของเสียงครางอยู่ตามซอกหิน เขาตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเดินกลับมาทางเดิม
"เป็นหมาป่าเดียวดาย ถูกหมาป่าโลหิตไล่ล่าจนตกลงมาจากข้างบน ขาและแขนหัก ซี่โครงหักอย่างน้อยสี่ซี่ โชคดีที่กระเป๋าเป้ช่วยกันกระแทกที่หัวไว้ เลยไม่ตายคาที่ ผ่านมาหกชั่วโมงแล้ว ใกล้จะไม่ไหวแล้วล่ะ"
"หมาป่าเดียวดายเหรอ?" เย่จู หนึ่งในหน่วยทะลวงฟันของทีม สนใจสถานะนี้เป็นพิเศษ
"ดูจากขนาดกระเป๋า หมอนี่ไม่ได้โกหกหรอก" โหวจื่อมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง หากมาเป็นทีม สัมภาระมักจะถูกแบ่งกันถือ เพื่อไม่ให้กระเป๋าของใครคนใดคนหนึ่งหนักเกินไปจนส่งผลต่อการเคลื่อนไหว เสบียง อาวุธ น้ำ อุปกรณ์ฉุกเฉิน เสื้อผ้า... ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกล่า มีเพียงหมาป่าเดียวดายเท่านั้นที่จะแบกทุกอย่างไว้คนเดียว เพราะไม่มีใครช่วยแบ่งเบา ทีมของพวกเขามีแปดคน น้ำหนักรวมของสัมภาระเกือบ 400 ชั่ง แต่ละคนแบกน้ำหนัก 50 ชั่ง ซึ่งกำลังพอดี หากเอาไปรวมไว้ที่คนเดียว ต่อให้แบกไหวก็คงเดินไม่ไหวแน่ๆ
ทุกคนหันไปมองเฉากัง ชายที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ตามลำพังกลางป่าเขาเช่นนี้ ราวกับเป็นลาภลอยที่สวรรค์ประทานมาให้ ทว่าหากทำเช่นนั้นก็จะถูกประณามทางศีลธรรม และหากมีคนรู้เข้า ก็จะถูกลงโทษตามกฎหมาย ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน
เฉากังหันไปมองหลี่จวีซวีที่อยู่ไม่ไกล สายตาเป็นเชิงถาม "เย่เซียว?"
"ไม่พบความผิดปกติ แต่มีจุดบอดสองจุด ตอบยากเหมือนกัน" นอกจากการยิงสกัดจากระยะไกลแล้ว หลี่จวีซวียังทำหน้าที่เป็นทหารยามอีกด้วย เย่เซียวคือฉายาของเขา นักล่ามักจะตั้งฉายาให้ตัวเองเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง
"โหวจื่อ เลี่ยโก่ว!" เฉากังเรียก
โหวจื่อและสมาชิกอีกคนเข้าใจคำสั่งทันที พวกเขารีบไปตรวจสอบจุดบอดสองจุดตามที่หลี่จวีซวีบอก จุดแรกคือหน้าผากลางเขา ตรงนั้นมีถ้ำมืดมิดอยู่ ส่วนอีกจุดคือฝั่งตรงข้ามของหุบเขา มีก้อนหินขนาดใหญ่บังอยู่ เหมาะแก่การซุ่มซ่อนเป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างรอ สมาชิกคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ลดการป้องกันลง พวกเขายังคงกวาดสายตามองรอบด้าน เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ บนดาวเคราะห์หมื่นอสูร อะไรก็เกิดขึ้นได้ ชายบาดเจ็บคนนี้อาจจะเป็นลาภลอยหรือเป็นเหยื่อล่อก็ได้ ทีมของพวกเขาอยากได้ลาภลอย แต่ไม่อยากกลายเป็นเหยื่อของคนอื่นเด็ดขาด ไม่นาน โหวจื่อกับเลี่ยโก่วก็ส่งสัญญาณมือบอกว่าปลอดภัย
แววตาของเฉากังฉายความเหี้ยมเกรียม ขณะที่เขากำลังจะออกคำสั่ง จู่ๆ หวังเสี่ยวซินก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอโพล่งขึ้นมาว่า "พวกนายจะทำอะไรน่ะ? ทำแบบนี้มันผิดสนธิสัญญาระหว่างดวงดาวนะ เขาเป็นคน เป็นเพื่อนมนุษย์ของเรา เขาบาดเจ็บและกำลังตกอยู่ในอันตราย เราควรจะช่วยเขาสิ!"
หลี่จวีซวีถึงกับอึ้ง สมาชิกคนอื่นๆ ก็อึ้ง เฉากังก็อึ้งเช่นกัน เขาจ้องมองหวังเสี่ยวซินอย่างตกตะลึง นี่คือคำพูดของคนโตแล้วเหรอ? หรือว่าประชด?
"สนธิสัญญาระหว่างดวงดาว มาตราที่สิบเอ็ด ระบุไว้ว่า หากพบผู้บาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลือ เราต้องให้ความช่วยเหลือตามกำลังความสามารถ พวกนายลืมไปแล้วเหรอ? เฉากัง นายรับปากฉันแล้วนะ ว่าจะเป็นคนดีเคารพกฎหมาย" หวังเสี่ยวซินจ้องหน้าเฉากัง พูดจาฉะฉาน
เย่จูทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกกู่โส่วที่อยู่ข้างๆ ดึงตัวไว้ กู่โส่วมองไปที่เฉากัง รอดูว่าเขาจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร แพทย์ประจำทีมคนก่อนเป็นชายแก่ที่เสียชีวิตระหว่างทำภารกิจ หวังเสี่ยวซินประทับใจในความพยายามและความทุ่มเทของเฉากัง จึงยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา ในเมื่อเธอเป็นแพทย์ เฉากังจึงชวนเธอเข้าทีม ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับทีม ทุกคนจึงลงมติเห็นชอบ
หวังเสี่ยวซินเข้าทีมมาได้สามเดือนแล้ว แต่ในช่วงสามเดือนนี้ ภารกิจค่อนข้างน้อย ทุกคนเพิ่งจะออกทำภารกิจกันแค่สองครั้ง และประสานงานกันได้ดี นี่เป็นครั้งที่สาม ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเพียงเพราะชายบาดเจ็บคนเดียว หวังเสี่ยวซินจะมีความคิดเห็นขัดแย้งกับสมาชิกในทีม
"เสี่ยวซิน ที่นี่มันกลางป่ากลางเขานะ ไม่มีใครรู้หรอก" เฉากังพูดตะกุกตะกัก ความเด็ดขาดเวลาออกคำสั่งหายไปหมดสิ้น
"กลางป่ากลางเขาแล้วยังไง? กลางป่ากลางเขาก็ทำผิดกฎหมายได้งั้นเหรอ? ยิ่งอยู่กลางป่ากลางเขาก็ยิ่งต้องทำตัวให้ถูกต้องสิ ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย โลกใบนี้ก็จะน่าอยู่ขึ้นนะ" นัยน์ตาของหวังเสี่ยวซินเป็นประกาย ใบหน้าราวกับเปล่งรัศมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์ออกมา
"เราทำภารกิจก็เพื่อเงินนะ ถ้าเราไม่ผ่านมาทางนี้ อีกไม่นานเขาก็ต้องตาย ของมีค่าบนตัวเขาก็ต้องตกเป็นของคนอื่นอยู่ดี สู้เราเก็บเอาไว้เองไม่ดีกว่าเหรอ" เฉากังพยายามโน้มน้าวหวังเสี่ยวซิน
"เขายังไม่ตาย เขายังมีชีวิตอยู่ และยังมีทางรักษา" หวังเสี่ยวซินพูดเสียงดัง สายตาที่จ้องมองมาทำให้เฉากังรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก
"สภาพแบบนี้ อีกไม่นานก็ตายแล้วล่ะ" เฉากังพยายามทำน้ำเสียงให้ดูจริงใจที่สุด
"เราช่วยเขาได้" หวังเสี่ยวซินยืนกราน
"เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลย เราไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ" เฉากังพยายามระงับความไม่พอใจในใจ
"เขาเป็นคน เป็นเพื่อนมนุษย์ของเรา เรามีหน้าที่ต้องช่วยเขา ต่อให้ไม่มีสนธิสัญญาระหว่างดวงดาว เขาก็คือหนึ่งชีวิตนะ" หวังเสี่ยวซินพูดอย่างเด็ดขาด แววตามุ่งมั่น สมาชิกในทีมไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน