- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย
ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย
ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย
ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย
เมื่อมองดูรอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้าของเถ้าแก่ใหญ่ เฉินเฮ่อซงก็เกิดอาการเหม่อลอยขึ้นมากะทันหัน
ความขัดแย้งเมื่อคืน เป็นเพียงเพราะเหมยจงหยวนเมาแล้วปากพล่อย หรือว่าแท้จริงแล้วมันคือละครฉากหนึ่งที่เถ้าแก่ใหญ่วางแผนมาอย่างแยบยลแต่แรกกันแน่ ?
"แม้ตอนนี้จะมีร้านอาหารหลายแห่งร่วมมือกับหลี่มู แต่พวกเขาก็ถูกกุมจุดตายเอาไว้เช่นกัน ไม่ว่ากิจการจะดีแค่ไหน ขอเพียงหลี่มูคิดไม่ซื่อขึ้นมา ก็สามารถสูบเอาหยาดเหงื่อแรงกายและทรัพย์สินของพวกเขาไปจนหมดตัวได้" เถ้าแก่ใหญ่เอนกายพิงพนักเก้าอี้ไท่ซือ
"สุราซานเยวี่ยชุนและก้อนพริกหม่าล่า อาจจะนำพาลูกค้ามาให้พวกเขาได้มากมาย แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะค่อย ๆ กลายเป็นหุ่นเชิด ทันทีที่หลี่มูตัดการจัดส่งของสองสิ่งนี้ พวกเขาก็จะถูกตีกลับไปอยู่ในสภาพเดิมทันที"
ในที่สุดเฉินเฮ่อซงก็เข้าใจแล้วว่า ความเป็นศัตรูอันเข้มข้นที่เถ้าแก่ใหญ่มีต่อหลี่มูนั้นมาจากไหนกันแน่
ตอนที่หลี่มูเสนอส่วนแบ่งสี่ต่อหก เขามีความทะเยอทะยานที่จะฮุบหอสุ่ยเซียนหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ... เขามีความสามารถที่จะทำได้ !
และนี่... ก็คือสิ่งที่เถ้าแก่ใหญ่ไม่อาจทนรับได้
"หอสุ่ยเซียนคือรากฐานที่ข้าสร้างมากับมือ ไม่มีทางยอมให้มีภัยแอบแฝงที่อาจจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแม้แต่น้อย เด็ดขาด ! "
แววตาของเถ้าแก่ใหญ่สาดประกายเย็นเยียบ เขากำพริบในมือแน่น "ปล่อยให้หอจุ้ยเซียนกับร้านอาหารอื่น ๆ ดีใจไปก่อนสองสามวันเถอะ พอมีของสิ่งนี้แล้ว บทบาทของพวกเราในวันข้างหน้าก็จะกลายเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนกับหลี่มู"
สุราซานเยวี่ยชุนวางขายที่หอสุ่ยเซียน อย่างมากก็แค่เรียกลูกค้าเพิ่มได้สี่ห้าส่วน ทำกำไรเพิ่มได้ปีละไม่กี่พันตำลึง แต่หากตนเองสามารถทำก้อนพริกหม่าล่าออกมาได้บ้าง และใช้มันเป็นจุดขาย ส่งไปขายยังหัวเมืองอื่น ๆ ในอาณาเขตต้าฉีผ่านเส้นทางการค้า เกรงว่าภายในเวลาแค่ปีเดียว ก็คงทำเงินได้มหาศาลชนิดที่ทั้งชีวิตในอดีตไม่เคยหาได้มาก่อน !
"ของสิ่งนี้ ท่านขโมยมันมางั้นรึ ? " เฉินเฮ่อซงเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
"..." เถ้าแก่ใหญ่มองดูลูกน้องที่ติดตามตนเองมานานที่สุดและซื่อสัตย์ที่สุดตรงหน้า เขาเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะส่ายหน้า "เปล่า ข้าซื้อมันมาจากพ่อค้าชาวหู คนหนึ่งต่างหาก"
……
อีกด้านหนึ่ง โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางเองก็ยุติการร่วมมือกับหอสุ่ยเซียนตามคำสั่งของหลี่มูเช่นกัน
แต่สุราซานเยวี่ยชุนก็ไม่เคยต้องกังวลเรื่องยอดขาย
ช่วงที่ผ่านมาพรรคเฉาปังขนส่งมันไปขายตามอำเภออื่น แทบจะทันทีที่ลงจากเรือก็ถูกผู้คนแย่งกันซื้อจนเกลี้ยง สินค้าผลิตออกมาไม่พอขายเลยทีเดียว
หลี่มูได้มอบหมายให้หลี่ไฉ่เวยรับหน้าที่ไปปรับปรุงโรงหมักสุราเก่าของตระกูลสวี่ ให้กลายเป็นโรงกลั่นสุราแห่งที่สองของโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันต่อความต้องการ
ย่างเข้าฤดูหนาว อุณหภูมิลดฮวบ ยอดขายของสุราดีกรีแรงก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่ท่าเรือของพรรคเฉาปัง ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนกำลังช่วยกันแบกไหสุราขึ้นเรือทีละใบ ลมหนาวพัดกรรโชก ทว่าบนเรือนร่างของพวกเขากลับมีไอร้อนระอุพวยพุ่งออกมา
"พี่น้องทั้งหลายออกแรงกันหน่อย ! สุราชุดนี้ส่งไปถึงเมืองหลินเฉิงเมื่อไหร่ พรรคเราจะได้กำไรอย่างน้อย ๆ ก็สามร้อยตำลึง พวกเราเองก็จะได้เงินรางวัลกันด้วย..." หัวหน้าหน่วยย่อยคนหนึ่งยืนตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงกังวานดุจระฆังทองเหลือง
ช่วงนี้ นับตั้งแต่กองคาราวานอาชาเหล็กล่มสลายไป พรรคเฉาปังก็เข้าสู่ยุคทองของตัวเองในที่สุด
อาศัยการฮุบกิจการของกองคาราวานอาชาเหล็กในเมืองมาดูแลต่อ ผนวกกับการขายสุราซานเยวี่ยชุน ทำให้เงินในกระเป๋าของสมาชิกพรรคตั้งแต่ระดับบนลงมาระดับล่างล้วนตุงกันถ้วนหน้า
แม้แต่สมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้าพรรค แต่ละเดือนก็ยังได้รับเงินรางวัลถึงสี่เฉียน
"จะว่าไปแล้ว เถ้าแก่หลี่นี่ถือเป็นดาวนำโชคของพรรคเฉาปังเราจริง ๆ ถ้าไม่ได้เขา พวกเราจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายแบบนี้ได้อย่างไร ? " ชายฉกรรจ์คนหนึ่งปาดเหงื่อร้อน ๆ บนหน้าผาก พลางทอดถอนใจ "บุคคลระดับนี้ มีแต่คนอยากจะประจบสอพลอ คนของหอสุ่ยเซียนกลับกล้าไปแตกหักกับเขา แม่งเอ๊ย โง่บัดซบจริง ๆ "
"เถ้าแก่ใหญ่หอสุ่ยเซียนคนนี้สมัยหนุ่ม ๆ ก็ถือเป็นตัวอันตรายคนหนึ่งแหละ แต่ตอนนี้แก่แล้ว สมองก็คงจะเลอะเลือนไปบ้าง..."
"ทำเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งหลุดมือไปแบบนี้ เกรงว่าวันหลังคงได้แต่ร้องไห้จนน้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่ ! "
บรรดาพี่น้องพรรคเฉาปังพากันพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ บนท่าเรือก็มีเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังขึ้น พร้อมกับเสียงชุดเกราะเหล็กกระทบกัน
ทุกคนมองตามเสียงไป
ก็เห็นกองทหารที่สวมชุดเกราะเต็มยศ สีหน้าเหี้ยมเกรียมแฝงรังสีฆ่าฟันพุ่งพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่นคือกองทหารรักษาเมืองอันผิง !
พวกเขาวิ่งตะบึงมาที่ริมท่าเรือ ชักดาบออกจากฝัก ตีวงล้อมเรือสินค้าของพรรคเฉาปังไว้อย่างแน่นหนา
"กองทหารรักษาเมืองรับคำสั่งให้มาจับกุมโจรผู้ร้าย ทุกคนที่อยู่ที่นี่จงนั่งลงไปให้หมด หากมีผู้ใดขัดขืน ฆ่าทิ้งไม่ละเว้น ! "
หัวหน้าหมู่สือที่นำหน้ามาตะโกนเสียงกร้าว
เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาพี่น้องพรรคเฉาปังต่างก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
หัวหน้าหน่วยย่อยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มประจบเดินเข้าไปหา "นายทหาร พวกเราล้วนเป็นคนของพรรคเฉาปัง มีป้ายไม้ประจำตัวที่ศาลาว่าการออกให้ครบทุกคน ไม่มีโจรผู้ร้ายหรอกขอรับ ! "
ขวับ !
หัวหน้าหมู่สือปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วควักภาพวาดออกมากางดูสองสามแผ่น เทียบเคียงกับหนึ่งในพี่น้องพรรคเฉาปังแล้วเอ่ยถาม "เจ้าชื่อเฉินเอ้อร์หนิวใช่ไหม ? "
"ผู้น้อยเองขอรับ"
"เมื่อสามปีก่อน เจ้าไปขโมยทรัพย์สินและทำร้ายชาวบ้านที่ตำบลเหลียนฮวาจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็หลบหนีไป มีเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ? " สายตาของหัวหน้าหมู่สือมืดครึ้มดุจคมมีด
พี่น้องพรรคเฉาปังผู้นั้นหน้าถอดสี รีบอธิบาย "ข้า... ตอนนั้นข้าหิวจนแทบจะตายอยู่แล้ว แค่ขโมยมันเทศไปไม่กี่หัว อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ทำร้ายชาวบ้านจนบาดเจ็บด้วย ข้าแค่ผลักเขาล้มไปทีเดียวเอง..."
"เจ้ายอมรับก็ดีแล้ว" หัวหน้าหมู่สือมีสีหน้าเรียบเฉย โบกมือสั่งการ "เด็ก ๆ จับตัวมันไว้ ! "
ทหารดุดันราวกับหมาป่าและพยัคฆ์สองสามนายพุ่งพรวดเข้ามา จับเขากดลงกับพื้น แล้วสวมตรวนให้อย่างแน่นหนา
"หวังต้าฝู..."
"เฉินจิน..."
จากนั้น เขาก็เรียกชื่อคนอีกหลายคนติดต่อกัน ล้วนใช้ข้อหาจิปาถะเล็ก ๆ น้อย ๆ มาจับกุมตัวพวกเขาทั้งสิ้น
หัวหน้าหน่วยย่อยเห็นดังนั้นก็ร้อนใจ
ประวัติของพี่น้องของเขาพวกนี้ยอมรับว่าไม่ได้ขาวสะอาดนัก ถึงอย่างไรในยุคสมัยนี้ คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะมาเข้าวงการนักเลงกันล่ะ
แต่ข้อหาพวกนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไม่สลักสำคัญอะไร นี่มันจงใจมาหาเรื่องกันชัด ๆ !
"นายทหารช้าก่อน" หัวหน้าหน่วยย่อยเห็นดังนั้นก็รีบถลันเข้าไป ล้วงถุงเงินออกจากอกเสื้อยื่นส่งให้อย่างแนบเนียน "พี่น้องของข้าพวกนี้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีตั้งนานแล้ว หวังว่านายทหารจะช่วยละเว้นสักครั้ง เงินพวกนี้... ถือเสียว่าผู้น้อยเลี้ยงน้ำชาทุกท่านก็แล้วกันขอรับ"
หัวหน้าหมู่สือได้ยินดังนั้น ก็เปิดถุงเงินออกดูด้วยสีหน้าประหลาดใจ
เห็นก้อนเงินตำลึงส่องประกายแวววาวอยู่สิบกว่าก้อน น้ำหนักรวม ๆ น่าจะสามสี่สิบตำลึง
แม้หัวหน้าหน่วยย่อยจะนึกเสียดาย แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ปัจจุบันแม้พรรคเฉาปังจะมีอิทธิพลมาก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารรักษาเมืองก็ยังไม่กล้าอวดดี ทำได้เพียงเลือกเสียทรัพย์เพื่อฟาดเคราะห์
"เงินนี่ จะให้พวกข้าหรือ ? " หัวหน้าหมู่สือเลิกคิ้วถาม
"เป็นค่าสินน้ำใจขอรับ ค่าสินน้ำใจ ! " หัวหน้าหน่วยย่อยกะล่อนพลิกแพลงได้ไหลลื่น
"บังอาจติดสินบนเจ้าพนักงานอย่างโจ่งแจ้ง เด็ก ๆ จับตัวมันไว้ด้วย ! " จู่ ๆ หัวหน้าหมู่สือก็ตวาดลั่น ชูถุงเงินขึ้นสูง "นี่คือหลักฐานมัดตัว ! "
หัวหน้าหน่วยย่อยชะงักค้างไปในทันที
ยังไม่ทันที่เขาจะได้สติ ก็ถูกโซ่ตรวนอันเย็นเยียบคล้องเข้าที่ข้อมือและข้อเท้า ศีรษะถูกเหยียบจมลงกับพื้นอย่างแรง
……
หนึ่งชั่วยามต่อมา
โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง
ฟ่านเหวินปินรีบร้อนมาพบหลี่มู ประโยคแรกที่เอ่ยปากก็คือ "มารดามันเถอะ พวกทหารรักษาเมืองจับพี่น้องในพรรคข้าไปหลายสิบคน แถมยังยึดเรือที่เตรียมจะส่งของไว้ด้วย"
"ทหารรักษาเมืองงั้นรึ?" หลี่มูเลิกคิ้ว "ท่านไปล่วงเกินพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? "
"เป็นฝีมือเถ้าแก่ใหญ่ ! " ฟ่านเหวินปินกัดฟันกรอด "หลินเจี้ยนนั่นเมื่อก่อนเป็นสหายสนิทของเถ้าแก่ใหญ่ ที่ทำแบบนี้ ก็ต้องเพื่อระบายแค้นแทนมันแน่ ๆ "
"หลินเจี้ยนส่งคนมาส่งจดหมายให้ข้า บอกว่า..."
"บอกว่าวันหลังห้ามข้าขนส่งสุราซานเยวี่ยชุนออกไปขายนอกเมืองอีก แล้วยังบอกอีกว่า... ให้ข้าคุกเข่าไปขอขมาที่ค่ายทหารซะ ! "
แกรก !
ถ้วยชาในมือของหลี่มูปรากฏรอยร้าว
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจู่ ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ดี น่าสนุกดีนี่ เถ้าแก่ใหญ่นี่เริ่มเดินหมากแล้วจริง ๆ ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอเล่นเป็นเพื่อนพวกมันสักตั้ง!"