เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย

ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย

ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย


ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย

เมื่อมองดูรอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้าของเถ้าแก่ใหญ่ เฉินเฮ่อซงก็เกิดอาการเหม่อลอยขึ้นมากะทันหัน

ความขัดแย้งเมื่อคืน เป็นเพียงเพราะเหมยจงหยวนเมาแล้วปากพล่อย หรือว่าแท้จริงแล้วมันคือละครฉากหนึ่งที่เถ้าแก่ใหญ่วางแผนมาอย่างแยบยลแต่แรกกันแน่ ?

"แม้ตอนนี้จะมีร้านอาหารหลายแห่งร่วมมือกับหลี่มู แต่พวกเขาก็ถูกกุมจุดตายเอาไว้เช่นกัน ไม่ว่ากิจการจะดีแค่ไหน ขอเพียงหลี่มูคิดไม่ซื่อขึ้นมา ก็สามารถสูบเอาหยาดเหงื่อแรงกายและทรัพย์สินของพวกเขาไปจนหมดตัวได้" เถ้าแก่ใหญ่เอนกายพิงพนักเก้าอี้ไท่ซือ

"สุราซานเยวี่ยชุนและก้อนพริกหม่าล่า อาจจะนำพาลูกค้ามาให้พวกเขาได้มากมาย แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะค่อย ๆ กลายเป็นหุ่นเชิด ทันทีที่หลี่มูตัดการจัดส่งของสองสิ่งนี้ พวกเขาก็จะถูกตีกลับไปอยู่ในสภาพเดิมทันที"

ในที่สุดเฉินเฮ่อซงก็เข้าใจแล้วว่า ความเป็นศัตรูอันเข้มข้นที่เถ้าแก่ใหญ่มีต่อหลี่มูนั้นมาจากไหนกันแน่

ตอนที่หลี่มูเสนอส่วนแบ่งสี่ต่อหก เขามีความทะเยอทะยานที่จะฮุบหอสุ่ยเซียนหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ... เขามีความสามารถที่จะทำได้ !

และนี่... ก็คือสิ่งที่เถ้าแก่ใหญ่ไม่อาจทนรับได้

"หอสุ่ยเซียนคือรากฐานที่ข้าสร้างมากับมือ ไม่มีทางยอมให้มีภัยแอบแฝงที่อาจจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแม้แต่น้อย เด็ดขาด ! "

แววตาของเถ้าแก่ใหญ่สาดประกายเย็นเยียบ เขากำพริบในมือแน่น "ปล่อยให้หอจุ้ยเซียนกับร้านอาหารอื่น ๆ ดีใจไปก่อนสองสามวันเถอะ พอมีของสิ่งนี้แล้ว บทบาทของพวกเราในวันข้างหน้าก็จะกลายเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนกับหลี่มู"

สุราซานเยวี่ยชุนวางขายที่หอสุ่ยเซียน อย่างมากก็แค่เรียกลูกค้าเพิ่มได้สี่ห้าส่วน ทำกำไรเพิ่มได้ปีละไม่กี่พันตำลึง แต่หากตนเองสามารถทำก้อนพริกหม่าล่าออกมาได้บ้าง และใช้มันเป็นจุดขาย ส่งไปขายยังหัวเมืองอื่น ๆ ในอาณาเขตต้าฉีผ่านเส้นทางการค้า เกรงว่าภายในเวลาแค่ปีเดียว ก็คงทำเงินได้มหาศาลชนิดที่ทั้งชีวิตในอดีตไม่เคยหาได้มาก่อน !

"ของสิ่งนี้ ท่านขโมยมันมางั้นรึ ? " เฉินเฮ่อซงเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

"..." เถ้าแก่ใหญ่มองดูลูกน้องที่ติดตามตนเองมานานที่สุดและซื่อสัตย์ที่สุดตรงหน้า เขาเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะส่ายหน้า "เปล่า ข้าซื้อมันมาจากพ่อค้าชาวหู คนหนึ่งต่างหาก"

……

อีกด้านหนึ่ง โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางเองก็ยุติการร่วมมือกับหอสุ่ยเซียนตามคำสั่งของหลี่มูเช่นกัน

แต่สุราซานเยวี่ยชุนก็ไม่เคยต้องกังวลเรื่องยอดขาย

ช่วงที่ผ่านมาพรรคเฉาปังขนส่งมันไปขายตามอำเภออื่น แทบจะทันทีที่ลงจากเรือก็ถูกผู้คนแย่งกันซื้อจนเกลี้ยง สินค้าผลิตออกมาไม่พอขายเลยทีเดียว

หลี่มูได้มอบหมายให้หลี่ไฉ่เวยรับหน้าที่ไปปรับปรุงโรงหมักสุราเก่าของตระกูลสวี่ ให้กลายเป็นโรงกลั่นสุราแห่งที่สองของโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันต่อความต้องการ

ย่างเข้าฤดูหนาว อุณหภูมิลดฮวบ ยอดขายของสุราดีกรีแรงก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่ท่าเรือของพรรคเฉาปัง ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนกำลังช่วยกันแบกไหสุราขึ้นเรือทีละใบ ลมหนาวพัดกรรโชก ทว่าบนเรือนร่างของพวกเขากลับมีไอร้อนระอุพวยพุ่งออกมา

"พี่น้องทั้งหลายออกแรงกันหน่อย ! สุราชุดนี้ส่งไปถึงเมืองหลินเฉิงเมื่อไหร่ พรรคเราจะได้กำไรอย่างน้อย ๆ ก็สามร้อยตำลึง พวกเราเองก็จะได้เงินรางวัลกันด้วย..." หัวหน้าหน่วยย่อยคนหนึ่งยืนตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงกังวานดุจระฆังทองเหลือง

ช่วงนี้ นับตั้งแต่กองคาราวานอาชาเหล็กล่มสลายไป พรรคเฉาปังก็เข้าสู่ยุคทองของตัวเองในที่สุด

อาศัยการฮุบกิจการของกองคาราวานอาชาเหล็กในเมืองมาดูแลต่อ ผนวกกับการขายสุราซานเยวี่ยชุน ทำให้เงินในกระเป๋าของสมาชิกพรรคตั้งแต่ระดับบนลงมาระดับล่างล้วนตุงกันถ้วนหน้า

แม้แต่สมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้าพรรค แต่ละเดือนก็ยังได้รับเงินรางวัลถึงสี่เฉียน

"จะว่าไปแล้ว เถ้าแก่หลี่นี่ถือเป็นดาวนำโชคของพรรคเฉาปังเราจริง ๆ ถ้าไม่ได้เขา พวกเราจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายแบบนี้ได้อย่างไร ? " ชายฉกรรจ์คนหนึ่งปาดเหงื่อร้อน ๆ บนหน้าผาก พลางทอดถอนใจ "บุคคลระดับนี้ มีแต่คนอยากจะประจบสอพลอ คนของหอสุ่ยเซียนกลับกล้าไปแตกหักกับเขา แม่งเอ๊ย โง่บัดซบจริง ๆ "

"เถ้าแก่ใหญ่หอสุ่ยเซียนคนนี้สมัยหนุ่ม ๆ ก็ถือเป็นตัวอันตรายคนหนึ่งแหละ แต่ตอนนี้แก่แล้ว สมองก็คงจะเลอะเลือนไปบ้าง..."

"ทำเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งหลุดมือไปแบบนี้ เกรงว่าวันหลังคงได้แต่ร้องไห้จนน้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่ ! "

บรรดาพี่น้องพรรคเฉาปังพากันพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ บนท่าเรือก็มีเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังขึ้น พร้อมกับเสียงชุดเกราะเหล็กกระทบกัน

ทุกคนมองตามเสียงไป

ก็เห็นกองทหารที่สวมชุดเกราะเต็มยศ สีหน้าเหี้ยมเกรียมแฝงรังสีฆ่าฟันพุ่งพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่นคือกองทหารรักษาเมืองอันผิง !

พวกเขาวิ่งตะบึงมาที่ริมท่าเรือ ชักดาบออกจากฝัก ตีวงล้อมเรือสินค้าของพรรคเฉาปังไว้อย่างแน่นหนา

"กองทหารรักษาเมืองรับคำสั่งให้มาจับกุมโจรผู้ร้าย ทุกคนที่อยู่ที่นี่จงนั่งลงไปให้หมด หากมีผู้ใดขัดขืน ฆ่าทิ้งไม่ละเว้น ! "

หัวหน้าหมู่สือที่นำหน้ามาตะโกนเสียงกร้าว

เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาพี่น้องพรรคเฉาปังต่างก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

หัวหน้าหน่วยย่อยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มประจบเดินเข้าไปหา "นายทหาร พวกเราล้วนเป็นคนของพรรคเฉาปัง มีป้ายไม้ประจำตัวที่ศาลาว่าการออกให้ครบทุกคน ไม่มีโจรผู้ร้ายหรอกขอรับ ! "

ขวับ !

หัวหน้าหมู่สือปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วควักภาพวาดออกมากางดูสองสามแผ่น เทียบเคียงกับหนึ่งในพี่น้องพรรคเฉาปังแล้วเอ่ยถาม "เจ้าชื่อเฉินเอ้อร์หนิวใช่ไหม ? "

"ผู้น้อยเองขอรับ"

"เมื่อสามปีก่อน เจ้าไปขโมยทรัพย์สินและทำร้ายชาวบ้านที่ตำบลเหลียนฮวาจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็หลบหนีไป มีเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ? " สายตาของหัวหน้าหมู่สือมืดครึ้มดุจคมมีด

พี่น้องพรรคเฉาปังผู้นั้นหน้าถอดสี รีบอธิบาย "ข้า... ตอนนั้นข้าหิวจนแทบจะตายอยู่แล้ว แค่ขโมยมันเทศไปไม่กี่หัว อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ทำร้ายชาวบ้านจนบาดเจ็บด้วย ข้าแค่ผลักเขาล้มไปทีเดียวเอง..."

"เจ้ายอมรับก็ดีแล้ว" หัวหน้าหมู่สือมีสีหน้าเรียบเฉย โบกมือสั่งการ "เด็ก ๆ จับตัวมันไว้ ! "

ทหารดุดันราวกับหมาป่าและพยัคฆ์สองสามนายพุ่งพรวดเข้ามา จับเขากดลงกับพื้น แล้วสวมตรวนให้อย่างแน่นหนา

"หวังต้าฝู..."

"เฉินจิน..."

จากนั้น เขาก็เรียกชื่อคนอีกหลายคนติดต่อกัน ล้วนใช้ข้อหาจิปาถะเล็ก ๆ น้อย ๆ มาจับกุมตัวพวกเขาทั้งสิ้น

หัวหน้าหน่วยย่อยเห็นดังนั้นก็ร้อนใจ

ประวัติของพี่น้องของเขาพวกนี้ยอมรับว่าไม่ได้ขาวสะอาดนัก ถึงอย่างไรในยุคสมัยนี้ คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะมาเข้าวงการนักเลงกันล่ะ

แต่ข้อหาพวกนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไม่สลักสำคัญอะไร นี่มันจงใจมาหาเรื่องกันชัด ๆ !

"นายทหารช้าก่อน" หัวหน้าหน่วยย่อยเห็นดังนั้นก็รีบถลันเข้าไป ล้วงถุงเงินออกจากอกเสื้อยื่นส่งให้อย่างแนบเนียน "พี่น้องของข้าพวกนี้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีตั้งนานแล้ว หวังว่านายทหารจะช่วยละเว้นสักครั้ง เงินพวกนี้... ถือเสียว่าผู้น้อยเลี้ยงน้ำชาทุกท่านก็แล้วกันขอรับ"

หัวหน้าหมู่สือได้ยินดังนั้น ก็เปิดถุงเงินออกดูด้วยสีหน้าประหลาดใจ

เห็นก้อนเงินตำลึงส่องประกายแวววาวอยู่สิบกว่าก้อน น้ำหนักรวม ๆ น่าจะสามสี่สิบตำลึง

แม้หัวหน้าหน่วยย่อยจะนึกเสียดาย แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ปัจจุบันแม้พรรคเฉาปังจะมีอิทธิพลมาก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารรักษาเมืองก็ยังไม่กล้าอวดดี ทำได้เพียงเลือกเสียทรัพย์เพื่อฟาดเคราะห์

"เงินนี่ จะให้พวกข้าหรือ ? " หัวหน้าหมู่สือเลิกคิ้วถาม

"เป็นค่าสินน้ำใจขอรับ ค่าสินน้ำใจ ! " หัวหน้าหน่วยย่อยกะล่อนพลิกแพลงได้ไหลลื่น

"บังอาจติดสินบนเจ้าพนักงานอย่างโจ่งแจ้ง เด็ก ๆ จับตัวมันไว้ด้วย ! " จู่ ๆ หัวหน้าหมู่สือก็ตวาดลั่น ชูถุงเงินขึ้นสูง "นี่คือหลักฐานมัดตัว ! "

หัวหน้าหน่วยย่อยชะงักค้างไปในทันที

ยังไม่ทันที่เขาจะได้สติ ก็ถูกโซ่ตรวนอันเย็นเยียบคล้องเข้าที่ข้อมือและข้อเท้า ศีรษะถูกเหยียบจมลงกับพื้นอย่างแรง

……

หนึ่งชั่วยามต่อมา

โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง

ฟ่านเหวินปินรีบร้อนมาพบหลี่มู ประโยคแรกที่เอ่ยปากก็คือ "มารดามันเถอะ พวกทหารรักษาเมืองจับพี่น้องในพรรคข้าไปหลายสิบคน แถมยังยึดเรือที่เตรียมจะส่งของไว้ด้วย"

"ทหารรักษาเมืองงั้นรึ?" หลี่มูเลิกคิ้ว "ท่านไปล่วงเกินพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? "

"เป็นฝีมือเถ้าแก่ใหญ่ ! " ฟ่านเหวินปินกัดฟันกรอด "หลินเจี้ยนนั่นเมื่อก่อนเป็นสหายสนิทของเถ้าแก่ใหญ่ ที่ทำแบบนี้ ก็ต้องเพื่อระบายแค้นแทนมันแน่ ๆ "

"หลินเจี้ยนส่งคนมาส่งจดหมายให้ข้า บอกว่า..."

"บอกว่าวันหลังห้ามข้าขนส่งสุราซานเยวี่ยชุนออกไปขายนอกเมืองอีก แล้วยังบอกอีกว่า... ให้ข้าคุกเข่าไปขอขมาที่ค่ายทหารซะ ! "

แกรก !

ถ้วยชาในมือของหลี่มูปรากฏรอยร้าว

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจู่ ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ดี น่าสนุกดีนี่ เถ้าแก่ใหญ่นี่เริ่มเดินหมากแล้วจริง ๆ ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอเล่นเป็นเพื่อนพวกมันสักตั้ง!"

จบบทที่ ตอนที่ 198 จับกุมโจรผู้ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว