- หน้าแรก
- พ่อครัวเทพจุติสะเทือนแดนเซียน
- บทที่ 730 - ความกังวลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหลง
บทที่ 730 - ความกังวลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหลง
บทที่ 730 - ความกังวลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหลง
บทที่ 730 - ความกังวลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหลง
เดิมทีคิดว่าเป็นมหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดงที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว แต่พอเข้าเมืองมาดู สวรรค์โปรด รอบด้านล้วนเต็มไปด้วยยอดฝีมือเผ่ามนุษย์
ยังไม่ทันจะได้ตอบสนองใดๆ บรรดาสัตว์อสูรก็ถูกจับกดลงกับพื้นเสียแล้ว
"บัดซบ มนุษย์ต่ำช้า มหาจักรพรรดิของข้าเล่า?"
"ใช่แล้ว หากแน่จริงก็ปล่อยมหาจักรพรรดิของพวกเราออกมา แล้วมาสู้กันอีกรอบ"
เมื่อเผชิญกับคำด่าทออันไร้เดียงสาของวัตถุดิบเหล่านี้ ผู้คนของสำนักเต้าอีต่างเมินเฉย ไม่แม้แต่จะตอบสนอง
ฝูงคนโง่เขลาหรืออย่างไร? ถูกข้าจับกุมไว้หมดแล้ว ยังจะให้ปล่อยตัวอีกหรือ? มหาจักรพรรดิที่อยู่บนเขียง จะปล่อยให้บินหนีไปได้หรือ?
ไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ ผู้คนของสำนักเต้าอีล้วนแต่เป็นระดับมหาอริยะทั้งสิ้น บรรดาสัตว์อสูรเหล่านี้แทบจะไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนอง ก็ถูกจับกดกระแทกพื้นลงไปแล้ว
เมื่อมองดูการต่อสู้ที่จบลงอย่างรวดเร็ว ผู้ฝึกตนหลายคนที่รับหน้าที่เฝ้าประตูเมือง ต่างก็อดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก
"แข็งแกร่งยิ่งนัก"
"นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าแข็งแกร่งหรือไม่แข็งแกร่งแล้วกระมัง"
ผ่านการต่อสู้ในครั้งนี้ ผู้ฝึกตนจำนวนมากต่างมองเห็นปัญหาข้อหนึ่ง คนของสำนักเต้าอีเหล่านี้ ไม่เพียงแต่แต่ละคนจะมีระดับพลังที่ฝืนลิขิตสวรรค์ แต่ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือ พวกเขายังใช้วิธีสกปรกไร้ขีดจำกัดอีกด้วย
คนผู้หนึ่งที่มีฝีมือแข็งแกร่ง อาจจะทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดระแวง แต่ก็ใช่ว่าจะไร้จุดอ่อนให้จู่โจมตี
แต่เมื่อคนผู้หนึ่ง นอกจากจะมีฝีมือแข็งแกร่งแล้ว ยังใช้วิธีสกปรกตุกติก ชนิดที่เรียกว่าไร้เทียมทานในการรับมือแล้วล่ะก็
เอาเป็นว่าหลังจากชมการต่อสู้นี้จบ ผู้ฝึกตนจำนวนมากต่างลงความเห็นว่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฉิงเทียนกับสำนักเต้าอี หากต้องปะทะกัน ดูเหมือนจะไร้หนทางชนะเลยนะ
แม้จะกล่าวว่าประมุขศักดิ์สิทธิ์ฉิงเทียนก็ไม่ใช่คนดีนัก ทั้งยังแฝงความเจ้าเล่ห์อำมหิต
แต่เล่ห์เหลี่ยมอุบายเหล่านั้น เมื่อนำมาเทียบกับสำนักเต้าอีแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบกันได้เลย ทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ
"ข้าว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฉิงเทียนอย่าไปแหยมกับสำนักเต้าอีจะดีกว่า"
มีผู้ฝึกตนทอดถอนใจออกมาอดไม่ได้ ทว่าวินาทีต่อมา เขาก็ถูกสหายข้างกายตวาดด่ากลับมา
"ดูจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจนหน่อย ตอนนี้พวกเราเป็นคนของสำนักเต้าอีแล้วนะ"
"อ้อ อ้อ ข้าลืมไป ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่น่ะ"
เมื่อเห็นว่าสำนักเต้าอีแข็งแกร่งเพียงนี้ แถมยังหน้าหนาหน้าทนปานนี้ ภายในใจของผู้ฝึกตนจำนวนมากนอกจากความรู้สึกซับซ้อนแล้ว ยังแฝงไปด้วยความยินดีอย่างล้นหลาม
เพราะไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร ตอนนี้พวกเขาก็เป็นคนของสำนักเต้าอีแล้วนี่นา
ยิ่งซ่างจงของพวกเขามีฝีมือแข็งแกร่งมากเพียงใด พวกเขาที่เป็นผู้น้อยก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นไม่ใช่หรือ
แต่หลังจากผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันมาสองสามวันนี้ ผู้ฝึกตนจำนวนมากก็พอจะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น สำนักเต้าอีแตกต่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฉิงเทียนอย่างแน่นอน
สำหรับคนของตัวเองแล้ว สำนักเต้าอีนับว่าดีไม่น้อย อย่างน้อยคนเขาได้กินเนื้อ เจ้าก็ยังได้ซดน้ำแกงสักอึก
ไม่เหมือนกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฉิงเทียน แม้แต่จะกินลมกินแล้งก็ยังยากลำบาก
ไม่นานนัก สัตว์อสูรที่บุกเข้ามาในเมืองเหล่านี้ก็ถูกคนของสำนักเต้าอีจับกุมตัวไว้จนหมด
"พากลับไปก่อน"
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้ฝึกตนก็รีบก้าวเข้ามา นำสัตว์อสูรกลุ่มนี้ที่ถูกมัดเป็นบ๊ะจ่างออกจากบริเวณประตูเมืองไป ในขณะที่ฉีสยง หันไปมองที่ประตูเมืองอีกครั้ง
"เปิดประตู"
ครั้งนี้ บรรดาผู้ฝึกตนไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย พวกเขารีบเปิดประตูเมืองอย่างรวดเร็ว ส่วนลู่โยวโยวก็เลียนเสียงของมหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดงอีกครั้ง
"รีบเข้าเมืองมา ควบคุมเมืองนี้ไว้"
เมื่อได้ยินดังนี้ สัตว์อสูรบางส่วนก็ไม่นึกสงสัยอันใด พุ่งทะยานเข้าไปในเมืองทันที
ส่วนผลลัพธ์นั้นคงไม่ต้องพูดถึง ยังไม่ทันได้กระจ่างว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร ประตูเมืองก็ปิดลง คนของสำนักเต้าอีก็พุ่งเข้ามาตระครุบตัวไว้
ผ่านไปเช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง สัตว์อสูรต่อให้โง่งมแค่ไหนก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติได้แล้ว
ยามนี้เมื่อต้องเผชิญกับประตูเมืองที่เปิดออกอีกครั้ง ราชันปีศาจตัวหนึ่งก็ขมวดคิ้วมุ่น
"เรื่องนี้มันทะแม่งๆ นะ"
"แม่งเอ๊ย ต้องให้เจ้าบอกหรือ ข้าเห็นความผิดปกติมาตั้งนานแล้ว สัตว์อสูรเข้าไปตั้งหลายกลุ่ม แต่กลับไม่เห็นแม้แต่ฟองอากาศผุดขึ้นมาเลย?"
เรื่องนี้มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ สัตว์อสูรเข้าไปตั้งหลายระลอกแล้ว แต่พอเข้าไปในเมือง กลับเหมือนโคลนจมลงทะเล ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับประตูเมืองที่เปิดอ้าซ่า บรรดาสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ในยามนี้ จึงไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปอีกเลย
"หืม? ฉลาดขึ้นแล้วหรือ?"
เมื่อเห็นสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่มีตัวใดกล้าเข้าเมือง ฉีสยงก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์
ดูเหมือนว่าสัตว์อสูรพวกนี้ก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ตอนนี้ถึงกับฉลาดขึ้นมาบ้างแล้ว
"ตอนนี้จะเอาเช่นไรดี?"
มีสัตว์อสูรหันไปมองราชันปีศาจที่เหลืออยู่ เห็นได้ชัดว่ารอให้พวกมันเป็นคนตัดสินใจ
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับประตูเมืองที่เปิดออก ในสายตาของเหล่าราชันปีศาจยามนี้ มันราวกับปากอ้ากว้างอันโชกเลือดของสัตว์ร้าย
เข้าไปไม่ได้เด็ดขาด ห้ามเข้าไปเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแน่
"ถอย"
ราชันปีศาจตัวหนึ่งตะโกนสั่งการอย่างเกรี้ยวกราด สู้มาถึงขั้นนี้แล้ว แทบไม่มีอันใดให้ต้องลังเลใจอีก ฝ่ายเผ่าปีศาจพ่ายแพ้ย่อยยับโดยสิ้นเชิง มองไม่เห็นหนทางแห่งชัยชนะเลยแม้แต่น้อย
ส่วนมหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดง หากดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็คงจะพลาดท่าไปแล้วเช่นกัน
ขนาดมหาจักรพรรดิปีศาจยังพลาดท่า หากพวกมันยังขืนรั้งอยู่ต่อ ก็คงเป็นได้แค่ตัวตายตัวแทนเท่านั้น
เมื่อสิ้นคำสั่งของราชันปีศาจ บรรดาสัตว์อสูรในที่สุดก็เลือกที่จะถอยทัพ เมื่อมองดูสัตว์อสูรที่ล่าถอยไปราวกับกระแสน้ำ ฉีสยงก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
"เฮ้อ ฝูงคนขี้ขลาดตาขาว"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้ฝึกตนหลายคนที่อยู่รอบๆ ต่างก็มุมปากกระตุก นี่แม่งยังเรียกว่าขี้ขลาดอีกหรือ? ตอนที่เผ่าปีศาจบุกเมืองเมื่อครู่ พวกมันทำราวกับคนบ้าคลั่งเลยนะ
อีกทั้ง หลังจบศึกนี้ ไม่เพียงแต่จับกุมมหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดง รวมถึงบรรดาราชันปีศาจ ขุนพลปีศาจได้แล้ว แม้แต่สัตว์อสูรทั่วไป ประเมินว่าคงมีจำนวนมากถึงหลายหมื่นตัวทีเดียว
"ทำความสะอาดสนามรบเสีย"
ในเมื่อสัตว์อสูรถอยทัพไปแล้ว คนของสำนักเต้าอีก็ไม่มีทีท่าว่าจะไล่ตาม เอ่ยสั่งการไปหนึ่งประโยค จากนั้นก็เดินกลับไปที่จวนเจ้าเมือง
อีกด้านหนึ่ง ภายในดินแดนของเผ่าปีศาจ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหลง ในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปีศาจ แม้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงจะสูญเสียอย่างหนักในทวีปตะวันออก แต่ในหมู่เผ่าปีศาจ พวกมันก็ยังคงรักษาสถานะอันสูงส่งเอาไว้ได้
เพียงแต่เมื่อเทียบกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เผ่าปีศาจแห่งอื่นๆ ตอนนี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงอ่อนแอลงไปมากจริงๆ
ไม่มีหนทางอื่น ความสูญเสียมันหนักหนาสาหัสเกินไป
"เจ้าว่ากระไรนะ? มังกรแดงไปโจมตีด่านหมื่นอสูรแล้ว? ตอนนี้ด่านหมื่นอสูรถูกสำนักเต้าอีเข้าควบคุมแล้วหรือ? แล้วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฉิงเทียนเล่า? พวกเขาไปไหนกัน?"
ประมุขศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงหลังจากได้รับรู้ว่าด่านหมื่นอสูรถูกสำนักเต้าอีเข้ามารับช่วงต่อแล้ว อีกทั้ง มหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดงยังไปโจมตีด่านหมื่นอสูรเพราะไปร่วมมือกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฉิงเทียนเสียอีก
หากเป็นช่วงเวลาอื่น นี่นับว่าเป็นโอกาสอันดีงามอย่างยิ่ง และประมุขศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงก็คงไม่คิดมากให้วุ่นวาย
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วนี่สิ ผู้ที่เฝ้าด่านหมื่นอสูรอยู่คือสำนักเต้าอี สำนักนี้มันชั่วร้ายพิลึกพิลั่นนัก
"คงจะไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรอกกระมัง?"
ประมุขศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงพึมพำกับตัวเอง การร่วมมือจากทั้งภายในและภายนอก หากเป็นไปตามที่มหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดงกล่าวไว้ การบุกโจมตีครั้งนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่พอมันไปพัวพันกับสำนักเต้าอี ไม่รู้ด้วยเหตุใด ประมุขศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าเรื่องราวมันไม่น่าจะเรียบง่ายปานนั้น
และแล้วก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ประมุขศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงสิ้นเสียง ราชันปีศาจตัวหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"ท่านประมุข แย่แล้วขอรับ ทางด่านหมื่นอสูรเกิดเรื่องขึ้นแล้ว"
"หืม? เกิดเรื่องอันใดขึ้น พูดมา"
"มหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดงน่าจะถูกสำนักเต้าอีจับเป็นไปแล้วขอรับ ส่วนบรรดาราชันปีศาจ ขุนพลปีศาจก็หายสาบสูญ คาดว่าน่าจะตกไปอยู่ในมือของสำนักเต้าอี การบุกโจมตีด่านหมื่นอสูรในครั้งนี้ เผ่าปีศาจของพวกเราพ่ายแพ้ย่อยยับเลยขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ประมุขศักดิ์สิทธิ์เทียนหลงก็ชะงักไป เป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ?
ทว่ามหาจักรพรรดิปีศาจมังกรแดงถึงกับถูกจับเป็นได้เชียว นี่มันหลุดโลกสุดๆ ไปเลย
นั่นคือมหาจักรพรรดิปีศาจเชียวนะ ไม่ใช่ผักกาดขาวตามท้องตลาดที่จะให้มาจับเป็นกันได้ง่ายๆ?
ไหนจะยังมีราชันปีศาจ ขุนพลปีศาจอีกตั้งมากมาย การศึกครั้งนี้มันสู้กันยังไงถึงได้สูญเสียหนักหนาปานนี้?
(จบแล้ว)