- หน้าแรก
- ตัวประกอบขอเป็นซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 43: ควบคุมจังหวะนักแสดง
บทที่ 43: ควบคุมจังหวะนักแสดง
บทที่ 43: ควบคุมจังหวะนักแสดง
"หลี่เหวินฮั่นกับเฉินผิงอยู่คนละระดับกันอย่างแท้จริง"
หลิวหมิงที่ชื่นชอบหนุ่มหน้าตาดีมาตลอด ในเวลานี้ก็ยังรู้สึกพอใจกับฝีมือการแสดงของเฉินผิง
ส่วนจ้าวเวยกลับขมวดคิ้ว "ผู้กำกับเอ๋อร์ ผู้กำกับข่ายเกอ ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากลคะ"
"ไม่ชอบมาพากลตรงไหน"
"รู้สึกเหมือนเฉินผิงยังสามารถแสดงได้ดีกว่านี้ แต่ดูเหมือนเขากำลังกดข่มตัวเองเอาไว้น่ะค่ะ"
"แบบนั้นแหละถูกต้องแล้ว"
เอ๋อร์ตงเซิงเอ่ยขึ้น "เฉินผิงกำลังกดข่มตัวเองเอาไว้ ถ้าไม่ทำแบบนั้น คาดว่าหลี่เหวินฮั่นคงทนรับมือไม่ไหวแน่"
แม้ก่อนหน้านี้จะไม่รู้จักเฉินผิง ทว่าเอ๋อร์ตงเซิงก็เป็นเหมือนกับเฉินข่ายเกอ เมื่อได้เห็นนักแสดงมากฝีมือระดับนี้เลยรู้สึกตื่นเต้นมาก
คำพูดนี้ทำให้เฉินข่ายเกอรู้สึกสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง
ตอนถ่ายทำซีรีส์เรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพี เฉาเสี่ยวซู่ที่เฉินผิงรับบทในตอนแรกก็กดข่มคนอื่นเอาไว้เหมือนกัน
หนำซ้ำแม้แต่ลูกชายของเขาซึ่งเป็นถึงพระเอก ก็ยังถูกเฉินผิงแย่งซีนไปจนหมด
ทว่าต่อมาเฉินผิงกลับรั้งกลิ่นอายของตัวเองกลับไป และค่อยๆ นำพาเฟยอวี่ให้เข้าถึงอารมณ์ของบท
นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักแสดงทั่วไปจะสามารถทำได้แล้ว
เพียงแต่ว่า
แม้เฉินผิงจะออมมือในการแสดงแล้วก็ตาม ทว่าต่อให้เฉินผิงจะออมมือมากแค่ไหน หลี่เหวินฮั่นก็ยังคงเกิดปัญหาขึ้นอยู่ดี
ในมือถือฎีกาสองฉบับ เฉินผิงเพิ่มน้ำหนักเสียงขึ้นเล็กน้อย "ทูตมังกรขาวแห่งพรรคมังกรเทวะ หัวหน้าพรรคฟ้าดินสาขาไม้เขียว เสี่ยวกุ้ยจื่อ ยังมีตำแหน่งอะไรที่ข้ายังไม่รู้อีกบ้าง"
นี่คือตอนที่คังซีซึ่งเฉินผิงรับบททำการเปิดโปงตัวตนเสี่ยวกุ้ยจื่อของเหวยเสี่ยวเป่า
ตามบทละคร เหวยเสี่ยวเป่าต้องตกใจจนสะดุ้งและคุกเข่าลงกับพื้น
แต่ทว่าหลี่เหวินฮั่นที่รับบทเป็นเหวยเสี่ยวเป่าเมื่อคุกเข่าลงไปแล้ว กลับลุกไม่ขึ้นเสียอย่างนั้น
ไม่เพียงแต่ลุกไม่ขึ้น ทว่าเขากลับพูดบทสนทนาในตอนท้ายไม่ออกด้วยซ้ำ
"เสี่ยวกุ้ยจื่อ?"
เฉินผิงรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน
ไม่แสดงต่อแล้วเหรอ?
"เกิดปัญหาขึ้นแล้ว"
ผู้กำกับทั้งสี่ท่านที่อยู่ด้านล่างเวที รวมถึงนักแสดงที่นั่งอยู่ด้านหลังต่างก็รู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก
หากเป็นเวลาถ่ายทำซีรีส์ตามปกติ ผู้กำกับสามารถตะโกนสั่งคัตได้ทันที จากนั้นก็แค่ด่าทอออกไปประโยคหนึ่งว่าทำบ้าอะไรเนี่ย เอาใหม่อีกรอบ
แต่ตามกฎของรายการ 'นักแสดงเข้าประจำที่' นักแสดงต้องแสดงบนเวทีแบบม้วนเดียวจบและเทกเดียวผ่าน
"นี่มัน?"
"ดูเหมือนหลี่เหวินฮั่นจะลืมบทนะ"
"ให้ตายเถอะ แล้วแบบนี้จะทำยังไงล่ะ?"
บรรดานักแสดงต่างก็ลุ้นจนเหงื่อตกแทนคนทั้งสองบนเวที
แน่นอนว่าย่อมรวมไปถึงหยวนปิงเหยียนด้วย
แม้หลี่เหวินฮั่นจะเป็นคนลืมบท ทว่าบนเวทีคือการแสดงของคนสองคน
"ลืมบทเหรอ?"
ทางฝั่งผู้กำกับ หลิวหมิงเอ่ยขึ้นตามสัญชาตญาณ
จ้าวเวยพยักหน้ารับ แต่แล้วก็ส่ายหน้า "เหมือนจะใช่ แต่ดูไปดูมาก็ไม่น่าจะใช่ค่ะ"
"ไม่ใช่ลืมบทหรอก"
เฉินข่ายเกอเอ่ยอย่างแทงใจดำ "เขาถูกกลิ่นอายของเฉินผิงกดข่มจนพังทลายลงต่างหาก"
"ผู้กำกับข่ายเกอ เฉินผิงคนนี้เคยแสดงซีรีส์เรื่องอะไรมาก่อนเหรอครับ"
เอ๋อร์ตงเซิงเริ่มสนใจในตัวเฉินผิงมากขึ้นไปอีก
"สยบฟ้าพิชิตปฐพี"
"นอกจากสยบฟ้าพิชิตปฐพีล่ะครับ?"
"ตอนนี้เขายังรับงานซีรีส์ของผู้กำกับเกาซีซีเรื่อง ฉู่ฮั่นศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพี โดยรับบทเป็นหานซิ่น"
"เอ๊ะ... ทำไมคุณถึงรู้ละเอียดขนาดนี้ล่ะครับ?"
"ฉันเป็นคนแนะนำให้เกาซีซีเองแหละ"
เฉินข่ายเกอไม่ปิดบังและเอ่ยออกไปตามตรง
"เยี่ยมไปเลย"
เขายกนิ้วโป้งให้เฉินข่ายเกอ "ผมชักจะตั้งตารอคอยหานซิ่นที่เฉินผิงรับบทแล้วสิครับ"
ทว่าจ้าวเวยกลับค่อนข้างร้อนรน "แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะคะ?"
อาจารย์ต้าเผิงที่เป็นพิธีกรในเวลานี้ก็ร้อนรนจนหัวหมุนเช่นกัน
สถานการณ์แบบนี้เขาเองก็เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
"ผู้กำกับ จะให้ผมขึ้นไปไหมครับ?"
ต้าเผิงกระซิบข้างไมโครโฟนไปทางห้องควบคุมหลังเวที
ผู้กำกับในห้องควบคุมหลังเวทีเองก็มึนงงอยู่บ้าง
คนที่มาที่นี่ต่างก็เป็นดาราดัง แม้จะไม่ใช่นักแสดงทุกคนที่มีฝีมือการแสดงยอดเยี่ยม
แต่อย่างน้อยการแสดงละครหนึ่งฉากให้จบก็ยังสามารถทำได้
ทำไมหลี่เหวินฮั่นถึงมาลืมบทเอาในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ได้ล่ะ
ระหว่างที่ห้องควบคุมเตรียมจะให้พิธีกรต้าเผิงขึ้นไปกู้สถานการณ์ เฉินผิงกลับเผยรอยยิ้มออกมา
รอยยิ้มนี้แปรเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวในตอนแรก กลายเป็นความอ่อนโยนอันไร้ขีดจำกัด
ไม่สามารถแสดงตามบทละครเดิมได้แล้ว
"เดี๋ยวก่อน..."
ผู้กำกับร้องห้ามต้าเผิงเอาไว้
ผู้กำกับทั้งสี่ท่านก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนเวทีเป็นคนแรกเช่นกัน
"เสี่ยวกุ้ยจื่อ เจ้าเคยบอกว่าพวกเราเป็นพี่น้องกัน ท่องไปในยุทธภพ การมีสถานะหลายอย่างถือเป็นเรื่องปกติ เสี่ยวเสวียนจื่อก็ไม่ได้โทษเจ้าหรอกนะ"
ไม่มีทางเลือก
แม้เฉินผิงจะพยายามกดข่มกลิ่นอายของตัวเองมาตลอด
แต่ฮ่องเต้ที่เขารับบทก็ยังมีกลิ่นอายความน่าเกรงขามมากเกินไปอยู่ดี
บางทีนักแสดงรุ่นเก๋าบางคนอาจจะรับมือกับการแสดงของเฉินผิงได้ ทว่าสำหรับหลี่เหวินฮั่นนั้นไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย
ยังต้องให้พูดอีกเหรอ?
ระดับ 17 ประชันฝีมือกับระดับ 3
ต่อให้จะเป็นการเคลื่อนไหว สีหน้า หรือบทพูดใด ก็สามารถกดข่มอีกฝ่ายได้อย่างราบคาบ
หากเป็นในเกม มือใหม่ระดับ 3 เวลาสู้กับบอสแม้แต่จะทำลายพลังป้องกันยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่หากฉากนี้แสดงออกมาพังไม่เป็นท่า ต่อให้เฉินผิงจะได้เข้ารอบก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วยอยู่ดี
เกิดผู้กำกับทั้งสี่ท่านจับทั้งสองคนไปอยู่ระดับ B พร้อมกัน คงเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจมากแน่
ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงไม่จบแม้แต่ฉากเดียวแบบนี้เกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องตลกขบขันที่ใหญ่ที่สุดในรายการเลยล่ะ
เพื่อกู้สถานการณ์ เฉินผิงเตรียมจะควบคุมหลี่เหวินฮั่นเอาไว้ก่อน และปล่อยให้เขาเดินตามจังหวะของตัวเอง
[เน้นเสียงหนักเบาอย่างมีจังหวะ]
นี่คือพรสวรรค์ที่ได้มาตอนที่พรสวรรค์ด้านบทพูดของเฉินผิงเลื่อนขึ้นเป็นระดับ 5
ขณะที่พูด เฉินผิงก็พยุงหลี่เหวินฮั่นให้ลุกขึ้นมาด้วย "เหตุผลที่ข้าโกรธ ก็เป็นเพราะเจ้าไม่ได้เห็นเสี่ยวเสวียนจื่อเป็นพี่น้อง ความจริงความฝันของเสี่ยวเสวียนจื่อตั้งแต่เด็กก็คือการได้ออกไปท่องยุทธภพเหมือนกัน เอาอย่างนี้ดีกว่า เจ้าเรียกเพื่อนที่รู้จักให้มาที่วังหลวงเถอะ เพื่อนของเจ้าก็คือเพื่อนของข้า พี่น้องของเจ้าก็คือพี่น้องของข้า ข้าจะต้องจัดงานเลี้ยงรับรองพวกเขาเป็นอย่างดี เจ้าว่าดีไหม"
นี่คือบทพูดที่เฉินผิงด้นสดเปลี่ยนใหม่หน้างาน
"ฝ่าบาท..."
ในที่สุด
ภายใต้การปลอบประโลมของเฉินผิง หลี่เหวินฮั่นก็ดึงสติกลับมาได้
ความจริงเมื่อครู่เขาไม่ได้ลืมบท
แต่เขาถูกกลิ่นอายของเฉินผิงทำให้ตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูกต่างหาก
ตอนนี้เมื่อได้สติ เขาก็รู้ว่าจำเป็นต้องแสดงฉากนี้ให้จบ เมื่อคล้อยตามคำพูดของเฉินผิง หลี่เหวินฮั่นจึงเอ่ยขึ้น "ฝ่าบาท กระหม่อมจงรักภักดีต่อพระองค์ ดวงตะวันและจันทราสามารถเป็นพยานได้ ส่วนพวกพี่น้องของกระม่อมล้วนเป็นคนหยาบกระด้าง ไม่ค่อยมีความรู้ ทางที่ดีไม่ทำให้ฝ่าบาทต้องกริ้วเลยจะดีกว่าขอรับ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เสี่ยวกุ้ยจื่อ ทักษะการประจบสอพลอของเจ้านี่ฝึกฝนมาจนชำนาญถึงแก่นแท้เลยทีเดียว แต่ถ้าเจ้าไม่ไปเชิญ งั้นข้าก็จะไปเชิญเอง"
"ฝ่าบาท พระองค์ต้องการจะเข่นฆ่าพวกเขาทิ้งให้หมดสิ้นจริงๆ หรือขอรับ?"
"หรือจะให้รอพวกเขามาก่อกบฏล่ะ?"
"ฝ่าบาท พระองค์ทรงทราบดี กระหม่อมไม่มีทางไปสังหารพี่น้องของตัวเอง หากทำเช่นนั้นจริงๆ งั้นข้าก็คงไม่ใช่เสี่ยวกุ้ยจื่อในสายตาของพระองค์อีกต่อไปแล้ว"
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ได้เห็นข้าเป็นพี่น้องแล้วงั้นเหรอ?"
เหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก
หลี่เหวินฮั่นที่ดึงสติกลับมาได้กลับถูกเฉินผิงชักนำไปได้สำเร็จ การแสดงในช่วงหลังจึงทวีความเข้าถึงอารมณ์มากยิ่งขึ้นไปอีก
"ยอดเยี่ยมมาก"
"วันหลังต้องไปขอคำชี้แนะจากเขาสักหน่อยแล้ว"
"สถานการณ์แบบนี้ยังสามารถกู้กลับมาได้ น่านับถือเสียจริง"
บรรดานักแสดงต่างเอ่ยชื่นชมอยู่ภายในใจ
แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่ค่อยรู้จักเฉินผิง แต่ในวันนี้พวกเขาไม่มีทางที่จะไม่รู้จักเฉินผิงอีกต่อไปแล้ว
กระทั่งฉากนี้แสดงจบลง ทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นต่างก็มอบเสียงปรบมืออันกึกก้องให้
ฉากเมื่อสักครู่นี้ช่างน่าหวาดเสียวมากเหลือเกิน เกือบจะแสดงละครต่อไม่ได้เสียแล้ว
ทว่าสิ่งที่พลิกผันก็คือ
ละครฉากนี้ไม่เพียงแต่จะสามารถแสดงต่อไปได้ แต่ออกมาดูน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก หนำซ้ำยังเหนือกว่าฉากที่ศิลปินดาราชื่อดังหลายคนเคยแสดงไว้ก่อนหน้านี้เสียอีก